• crazy-crazy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : fang_momoko@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-11-07
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 22897
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
do it or die
หวัดดีทุกคนนะคะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/noo-fang
วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by crazy-crazy , ผู้อ่าน : 378 , 14:03:57 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

วันที่ 14 กุมภาพันธ์2552 วันนี้อาจเป็นวันที่ใครบางคน มีความสุขอยู่สังสรรค์กับคนรัก แต่เรานักศึกษาชั้นปี ที่2 คณะศิลปศาสตร์ การพัฒนาสังคม ที่มีความสุขกับเพื่อนร่วมชั้นปี ที่เราเดินทางกันแต่เช้าไปลงพื้นที่ โดยวิชาสารสานเทศ สอนโดย อาจารย์ ธีระพล อันมัย (อาจารย์สุดหล่อ ขวัญใจนักศึกษานี่เองค่ะ) ท่านได้พาเราไป บ้านฮ่องอ้อ ต.ท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี คนขับรถ ขับรถได้น่ากลัวมากเลยค่ะ ถนนที่ใช้เดินทางเป็นถนนที่แคบ เมื่อรถวิ่งสวนมา รถคันนั้นต้องหลบให้เราค่ะ ข้างถนนสองฝั่ง มีทุ่งนาที่แห้งแล้ง  ที่ที่เราไปนั้น เขามีการจัดงาน ประจำปีค่ะ ชื่องาน “คืนชีวิตสู่ธรรมชาติครั้งที่ มีการพูดถึงชีวิตริมมูล มีการร้องร่ำทำเพลง สืบสานวัฒนธรรมของหมู่บ้านไว้ มีการประกวดการแข่งขัน การทำอาหารประเภทท้องถิ่น ที่ใช้เครื่องปรุงที่มีในหมู่บ้าน เช่น ผัก ฯ และมีการเสวนา ของชีวิตคนฝั่งมูล ที่ได้รับผลกระทบจากการสัมปทานทราย ทำให้น้ำขุ่นปลาเริ่มลดน้อยลง

 

ชุมชนบ้านฮ่องอ้อ ตำบลท่าช้าง กิ่งอำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นชุมชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำมูน มีอาชีพหลักคือการทำประมงต่างๆ และมีวิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติริมชายฝั่ง โดยผู้ชายในหมู่บ้านจะมีหน้าที่หาปลา ส่วนผู้หญิงและเด็กในหมู่บ้านจะมีหน้าที่หาของป่าเพื่อนำไปขาย

 

แต่ภายหลังเมื่อสภาพแวดล้อมที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากการบุกรุกของนายทุนเข้ามาดูดทรายในลำน้ำมูน รวมไปถึงการสร้างเขื่อนปากมูน ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คือ ชาวบ้านจับปลาได้น้อยลง ตลิ่งและชายฝั่งรวมไปถึงป่าริมแม่น้ำก็พังทลายอย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสภาวะปัญหาที่รายล้อมชุมชนฮ่องอ้อ คนทั้งชุมชนฮ่องอ้อไม่ได้ยอมจำนนต่อชะตากรรม กลับลุกขึ้นมารวมตัวกันเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เพื่อให้ลูกหลานได้ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป

 

จุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและความขัดแย้งในการจัดการแม่น้ำมูนของชุมชนฮ่องอ้อและชุมชนใกล้เคียงเริ่มต้นขึ้น เมื่อชาวบ้านจำนวน 35 คน พากันเดินทางไปดูงานการทำวังปลา ซึ่งประสบผลสำเร็จ ที่บ้านวังยาง ณ แม่น้ำมูน และบ้านแดงหม้อ ณ แม่น้ำชี และได้กลายเป็นแรงบันดาลให้ชาวบ้านฮ่องอ้อเริ่มต้นลงมือทำวังปลาในแม่น้ำมูนอย่างจริงจัง โดยได้ขอความร่วมมือกับชาวบ้านอีกฝั่งหนึ่งมาร่วมมือกันอนุรักษ์พันธุ์ปลาให้มีได้กินได้จับจนชั่วลูกชั่วหลาน จนกระทั่งมีการทำวังปลาร่วมกัน ในช่วงปี พ.ศ. 2547

 

ซึ่งการทำ "วังปลา" ของชาวบ้านฮ่องอ้อ เป็นการดำเนินงานของ "โครงการข้าวปลาอาหารอีสานมั่นยืน" ภายใต้ "โครงการฐานทรัพยากรอาหาร" ที่ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้าไปร่วมสนับสนุน

 

คุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญผู้จัดการแผนงานฐานทรัพยากรอาหาร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงการดำเนินงานโครงการฐานทรัพยากรอาหารว่า อาหารนั้นถือได้ว่าเป็นครึ่งหนึ่งของสุขภาพชีวิต และเป็นฐานรองรับระบบชีวิต ดังนั้น การฟื้นฟูฐานทรัพยากรอาหารขึ้นมาก็เท่ากับว่าเป็นการฟื้นฟูอาหารที่มีคุณภาพขึ้นมา ชุมชนก็จะมีอาหารที่มีคุณภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งชุมชนและสังคมโดยรอบ

 

ประโยชน์ของการอนุรักษ์ฐานทรัพยากรอาหารที่เห็นได้ชัดๆ เลยก็คือ ครอบครัวเกษตรกรคนยากจนในประเทศไทย ค่าใช้จ่ายกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของเขาเป็นอย่างน้อย เป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องของอาหาร ทีนี้ถ้าเราลองนึกดูว่า 50 เปอร์เซ็นต์นี้ ถ้าเขาสามารถสร้างระบบอาหารขึ้นมาได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพาตลาดภายนอก หรือระบบตลาดขนาดใหญ่ นั้นหมายถึงว่า มันจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปได้ครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

 

การดำเนินการและผลที่เกิดขึ้นต่อชุมชนบ้านฮ่องอ้อ คือมีแนวคิดว่าจะทำอย่างไร ให้เกิดการอนุรักษ์ฐานทรัพยากรอาหารของตัวเอง เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ให้กลับคืนมา และในยุคข้าวยากหมากแพงนี้ ชาวบ้านต้องพึ่งพาตนเองได้ เมื่อมีทรัพยากรที่สมบูรณ์ก็จะสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงปากท้องได้ เพราะชาวบ้านแถบนี้จับปลาเพื่อขายและกินเอง เมื่อมีอาหาร มีอาชีพ ชีวิตและครอบครัวก็เป็นสุข เชื่อมโยงกับแนวคิดสุขภาวะที่ดี และโครงการจะสำเร็จได้ชุมชนต้องเข้มแข็ง และประโยชน์ที่ได้อีกอย่างหนึ่งคือ ความสัมพันธ์ที่ดีของคนในชุมชน ซึ่งการทำวังปลาทำให้เกิดการร่วมมือกันของคนในชุมชนหลายๆ ชุมชน

 

แนวทางการทำงานของชาวบ้านเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของพวกเขาว่า ได้มีการเรียกชาวบ้าน ครู นักเรียน จากหลายหมู่บ้านมาปรึกษากันว่า จะทำอย่างไร ให้เกิดเป็นรูปธรรมเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรได้อย่างถาวร เพราะปัญหาจากเขื่อนและเรือดูดทรายทำให้สัตว์น้ำหายไปจำนวนมาก และจากที่ได้ไปศึกษาดูงานการทำวังปลาที่อื่น ก็เห็นว่าได้ผลจริง จึงได้กำหนดเขตทำวังปลาขึ้นมา

 

วิธีการคือ นำท่อปูนที่แตกหักไปทิ้งไว้ในแม่น้ำ เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยหลบภัยของปลา เราทำได้ 2 ปี ก็เห็นผลว่ามีปลาเยอะขึ้น ปีนี้เป็นปีที่ 4 มีปลามากมายอย่างเห็นได้ชัด สามารถจับได้ตลอดทั้งปี ทำให้ตอนนี้ทุกคนในชุมชนรู้ว่า วังปลา มีประโยชน์จริง มีสมาชิกเยอะขึ้น จาก 20 คน เป็น 80 คน และเชื่อว่าในอนาคตจะมีปลาเยอะกว่านี้ และชาวบ้านก็จะหวงแหนมากกว่าทุกวันนี้ด้วย

 

การทำวังปลาของชาวบ้านฮ่องอ้อและชุมชนใกล้เคียงสองฝั่งแม่น้ำมูน ที่มีระยะทางยาวถึง 700 เมตร นอกจากจะเป็นการกันพื้นที่ส่วนหนึ่งในแม่น้ำมูนไว้เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาแล้ว ยังเป็นกุศโลบายเพื่อปกป้องรักษาสิทธิของชุมชนในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยไม่ให้ใครเข้ามาบุกรุกทำลายได้โดยง่าย ซึ่งผลที่ได้เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ ทั้งจำนวนปลาที่จับได้มากขึ้น พบปลาหลากหลายชนิดมากขึ้น จากแต่เดิมซึ่งบริเวณนี้ไม่เคยมีจับได้มาก่อน

 

ชาวบ้านฮ่องอ้อ ซึ่งประกอบอาชีพทำประมงบอกว่า ตั้งแต่มีการทำวังปลาขึ้นมา ชาวบ้านสามารถจับปลาได้มากขึ้น และสามารถจับได้ทุกฤดู นอกจากนี้ ยังพบปลาที่ไม่เคยจับได้และได้หายไปจากบริเวณนี้มานานเป็นสิบปี อย่าง "ปลากะโห้" อีกครั้ง

 

แต่ก่อนมีปลาหลายชนิด แต่พอมีเรือดูดทราย ปลาก็หายหมด วังปลาทำให้แม่น้ำอุดมสมบูรณ์ขึ้น ปลามีจำนวนเยอะขึ้น ชาวบ้านจับได้ตลอด และล่าสุดมีคนจับปลากะโห้ได้ ซึ่งหายไปนานมาก เราก็เลยขอซื้อเขามาเพื่อจะเอาไปปล่อยในเขตวังปลา ปลาจะได้ขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นอีก"

 

หัวใจสำคัญในการทำวังปลาให้ประสบผลสำเร็จคือ การมีส่วนร่วมของชุมชน

 

การศึกษานอกพื้นที่ครั้งนี้สนุกมากค่ะ เราได้ ประสบการณ์ชีวิตมากมาย ได้เห็น อาหารการกินที่แตกต่าง จากชีวิตของเรา ใครว่าชีวิตนักศึกษาอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมแล้วมีความสุข อันนั้นอาจเป็นส่วนหนึ่ง ท่านลองออกไปสู่โลกข้างนะแล้วจะรู้ว่าสุขยิ่งนัก





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ธีร์/อันมัย วันที่ : 26/03/2009 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teeanmai
คนเช่นไร แสดงออกเช่นนั้น

การศึกษา นอกพื้นที่ครั้งนี้สนุกมากค่ะ เราได้ ประสบการณ์ชีวิตมากมาย ได้เห็น อาหารการกินที่แตกต่าง จากชีวิตของเรา ใครว่าชีวิตนักศึกษาอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมแล้วมีความสุข อันนั้นอาจเป็นส่วนหนึ่ง ท่านลองออกไปสู่โลกข้างนะแล้วจะรู้ว่าสุขยิ่งนัก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
lovelyoil7 วันที่ : 04/03/2009 เวลา : 15.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelyoil7

คราย เนี้ยยยยยยยยยย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน