• เฒ่าแญ้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : manop@suan84.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-16
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 55518
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
เฒ่าแญ้ม
เจ็ดวัน-พบกัน-หนึ่งหน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nop84
วันอังคาร ที่ 28 ตุลาคม 2551
Posted by เฒ่าแญ้ม , ผู้อ่าน : 4552 , 00:45:41 น.  
หมวด : ดนตรี

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

"ทิวา สาระจูฑะ" บรรณาธิการนิตยสาร "สีสัน"
ที่เป็นทั้งเพื่อน-ทั้งผู้ร่วมงานของ "แอ๊ด คาราบาว"
และข้างล่างนี้..เป็นถ้อยความที่ "ทิวา" เขียนไว้เมื่อปี ๒๕๔๑


เ พื่ อ น คื อ เ พื่ อ น . . ง า น คื อ ง า น

เมื่อความอ่อนล้ามาเยือน เพื่อนบางส่วนก็จากไป
ใครไหวก็ไปต่อ ใครแรงไม่พอก็แยกไปเดี่ยว
ดูเหมือนจะเป็นสัจธรรมของการทำงานเป็นทีม..คาราบาวก็ไม่มีข้อยกเว้น

ตั้งแต่อดีตที่รู้จักคาราบาวมา
ต้องยอมรับว่านักดนตรีชุดที่เป็น-เมดอินไทยแลนด์
เป็นชุดที่คุ้นหน้าคุ้นตาจนแยกกันแทบไม่ออกเมื่อขาดใครไปสักคน
แต่ความเป็นคาราบาวที่ผ่านๆ มาพวกเขามีนักดนตรีที่เวียนเข้าออกมาตั้งแต่ต้น
ด้วยเหตุที่คาราบาวเป็นวงดนตรีที่มาจากนักศึกษา
ซึ่งเคยเป็นเพื่อนเก่าเหล้าแก่กันมาก่อน
โดยมีเพียง “แอ๊ด เขียว และเล็ก” เท่านั้น ที่เป็นสมาชิกก่อสร้างตัว
ส่วนที่มาเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็น พี่อ๊อด, น้าแอ๊ด
(มือกลองตั้งแต่ “แป๊ะขายขวด” จนถึง “วณิพก”)
พี่แดง เพรสซิเดนท์, น้าคำ มือ PERCUSSION,
พี่ไพรัช เพิ่มฉลาด มือเบสจากห้องอัด 'อโซน่า'
บุคคลเหล่านี้เป็นตำนานของคาราบาวทั้งสิ้น
เนื่องจากขณะนั้นคาราบาวไม่มีนักดนตรีอื่นๆ เลย
นอกจาก ๓ คน ที่เล่นกีตาร์เป็นหลัก
จึงใช้วิธีจ้างนักดนตรีจากวง “เพรสซิเดนท์”
ซึ่งมี เล็ก คาราบาว เล่นอยู่ด้วยเข้ามาช่วย
จึงทำให้งานของคาราบาวเดินสู่หนทางของมืออาชีพอย่างแท้จริง
ด้วยแรงช่วยส่งของนักดนตรีอาชีพอย่างวง “เพรสซิเดนท์”

แต่พอช่วงที่ทำชุด “วณิพก” เสร็จและออกวางตลาด
วงเพรสซิเดนท์ต้องเดินทางไปทัวร์อเมริกาถึง ๔ เดือนเต็มๆ
..ไปกันหมดทั้งวง เล็ก-ปรีชาก็ต้องไป พี่อ๊อด-มือเบสก็ต้องไป
ทำให้แอ๊ดต้องจ้างนักดนตรีอื่นเข้ามาช่วยเล่นในงานเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต
จึงทำให้ได้ เทียรี่ เมฆวัฒนา, อำนาจ ลูกจันทร์,
ไพรัช เพิ่มฉลาด และ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี

จากห้องอัดเสียงอโซน่ามาเล่นแบ๊คอัพให้กับวงเพื่อเดินสายทัวร์

หลังจากนั้น แอ๊ดก็ผูกพันกับนักดนตรีชุดนี้มาเรื่อยๆ
จนมาถึงชุด “เมด อิน ไทยแลนด์”
แอ๊ดได้เสนอให้ทั้งสี่คนเข้ามาเป็นสมาชิกถาวรของวง
ซึ่งก็ไม่มีใครปฏิเสธ แต่ก็มีเรื่องพิเศษคือ
ขณะนั้นทางวงต้องการให้อ๊อดกลับเข้ามาเล่นเบสตามเดิมเมื่อกลับจากอเมริกา
จึงไม่สามารถรับ “ไพรัช เพิ่มฉลาด” ไว้ได้

เมื่อพวกเขากลับมาจากไปพูดคุยกันถึงการทำอัลบั้ม
“เมด อินไทยแลนด์” ที่ฟิลิปปินส์
พวกเขาก็เข้าไปบ้านในซอยหลังสวน
ซึ่งเป็นของเพื่อนสนิทของเขียวและแอ๊ด คือ “บี๋-เดลโร ซาริโอ”
โดยแอ๊ดใช้ที่นั่นเป็นกองบัญชาการทำเพลง
แอ๊ดจะเป็นคนค่อนข้างซีเรียส เอาจริงเอาจังกับงานมาก
บางครั้ง-ออกกฏระเบียบให้ทุกคนมาทำงานตรงเวลา
ห้ามมาสาย ห้ามมาช้า ห้ามเบี้ยว ห้ามโน่น ห้ามนี่ ตามประสาคนบ้างาน
ซึ่งมันเป็นเรื่องทีประพฤติได้ยากสำหรับนักดนตรีอย่าง ไพรัช, อำนาจ และธนิสร์
ส่วนเทียรี่นั้น สนิทสนมกับเล็กอยู่แล้ว
จึงทำให้เทียรี่ไม่ค่อยได้ห่างจากเล็กผู้เป็นคนขยันรองลงมาจากแอ๊ด

“เมด อิน ไทยแลนด์” ผ่านไปได้ด้วยดี
ด้วยบทเพลงที่ตรึงอยู่ในหัวใจผู้ฟัง ตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้าย
โด่งดังและตอกย้ำอยู่เป็นปี สองปี พร้อมกับความสำเร็จของคาราบาว
สมาชิกทุกคนในวงล้วนเป็นที่รู้จักทั่วไป ทั้งในเมืองกรุงและต่างจังหวัด

อัลบั้มถัดมาหลังจากได้ไปทัวร์คอนเสิร์ตที่อเมริกานานสองเดือน
พวกเขาก็ออกชุด “อเมริโกย” ที่ประสบความสำเร็จ
ท่ามกลางการรอคอยของแฟนเพลง
พวกเขาทำได้ไม่เลว มีเพลงดีๆ อยู่มากในชุด “อเมริโกย”
แต่แล้วฟ้าก็ผ่าเปรี้ยง..
เมื่อพวกเขากลับกลายเป็นความขัดแย้งอย่างชัดเจน
กับรัฐบาลพลเอกเปรมในสมัยนั้นด้วยชุด “ประชาธิปไตย”
แม้จะมีเพลงดีอย่าง "พระเจ้าตาก"
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะโด่งดัง
เหมือนกับ “เมดอินฯ” และ “อเมริโกย”
การทำงานหนักทั้งเดินสายทัวร์และในห้องอัดเสียง
ทำให้ความคิดของสมาชิกเริ่มมีม่านหมอกบางๆ
เกิดขึ้นในใจของแต่ละคน
และเมื่อแอ๊ดยิ่งพาสมาชิกไปยุ่งกับ
การบ้านการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ
เขาก็เลยกลายเป็นบุคคลที่เพื่อนๆ กลัว
และไม่แน่ใจในอนาคตข้างหน้าของแต่ละคน

ถึงกระนั้น พวกเขาก็กลับมาประสบความสำเร็จ
อย่างงดงามอีกครั้งใน “เวลคัมทูไทยแลนด์”
ที่นำประเด็นของฝรั่ง-ทอม มาเที่ยวไทย
ต้องมาดูของดีมิใช่มาหลงใหลกับโสเภณี
เหมือนที่เพลงของคนอังกฤษ
ชื่อเพลง ONE NIGHT IN BANGKOK เขียนโจมตีไทยขณะนั้น
ปฏิกิริยาโต้กลับของคาราบาวได้ผลทันที
พวกเขาจึงต้องย้อนกลับไปแสดงที่อเมริกาอีกรอบ
และเที่ยวนี้เขากลับมาพร้อมกับปัญหาบานปลาย
ของการเรียกร้องทวงคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์
ที่หลายปีก่อน หายไปจากปราสาทพนมรุ้ง

ทันทีที่แอ๊ดตะโกน “เอาไมเคิล แจ๊คสันคืนไป เอาพระนารายณ์คืนมา”
เป็นสปอตโฆษณาผ่านสื่อเพียงไม่ทันพ้นสัปดาห์ ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น
..ทับหลังฯ ก็ถูกส่งกลับมาเมื่อวันที่ ๙ พย. ซึ่งเป็นวันเกิดของแอ๊ดพอดี
โดยถึงเมืองไทยในวันที่ ๑๐ พย. ซึ่งเขาสัมภาษณ์ในตอนนั้นว่า
เป็นของขวัญจาก CHICAGO ถึง "น้องซีน" (ลูกสาวคนที่สองของเขา)
ความสำเร็จแบบตั้งตัวไม่ติด ทำให้แอ๊ดและพรรคพวกต้องกลับมาตั้งลำใหม่
ในเมื่อเพลงเอกกลายเป็นเรื่องเก่าไปเสียแล้ว
แอ๊ดจึงจับเพลง “น้ำท่วม” ของ "ครูไพบูลย์ บุตรขัน"
ที่เขียนให้ "ศรคีรี ศรีประจวบ" ร้องไว้โด่งดังเมื่อสามสิบปีก่อน
มาแปลงเนื้อใหม่แล้วร้องเพิ่มลงไปในเทปที่ออกขายไปแล้ว
เพื่อหวังจะเอาใจแฟนๆ ที่ขณะนั้นเกิดน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้จากพายุเกย์

ซึ่งตรงนี้-เล็กมองว่าแอ๊ดโลเลไม่อยู่กับร่องกับรอย
จนเกิดปากเสียงกัน ถึงกับไม่มองหน้ากันเลย
บนเวที “๗ สีคอนเสิร์ต” ในบ่ายของวันที่ไปแสดงออกอากาศ

ฟ้าฝนย่อมเป็นธรรมชาติของมัน ที่จะต้องมีฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ฝนตก แดดออก
...จิตใจคนก็เช่นกัน มนุษย์ก็มีอารมณ์เหมือนฟ้าฝน
นึกจะตกจะผ่า อยู่ดีๆ ก็มา อยู่ดีๆ ก็หายไป

เมื่อแอ๊ดเรียกสมาชิกในวงมาวิจารณ์การทำงานที่ห้องอัดเซ็นเตอร์สเตจ
เขาตำหนิ น้าเป้า-อำนาจ ที่ไม่สามารถตีกลองยืนจังหวะให้กับเขาได้เวลาร้องเพลง
จึงเกิดการเถียงกันระหว่างสองคน
ถึงกับมีการนำเทปที่บันทึกการแสดงสดบนเวทีมาเปิดเช็คดู
แม้ว่าแอ๊ดจะเป็นคนถูก แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น
และเมื่อ เล็กเริ่มต้นทำงานเดี่ยว เพราะเหม็นเบื่อความขัดแย้ง
แอ๊ดก็แยกไปช่วย PRODUCED ให้กับวง “ซูซู” ในชุด “สู่ความหวังใหม่”
..เป้า-ธนิสร์-เทียรี่ ก็ออกไปทำชุด “ขอเดี่ยวด้วยคน”
ส่วนอ๊อดกับเขียว ยังคงทำงานที่ห้องอัดเซ็นเตอร์สเตจกับแอ๊ดต่อไป

ในที่สุดแอ๊ดก็ออกอัลบั้มชุด “ทำมือ”
ซึ่งถือเป็นงานเดี่ยวชุดแรกในชีวิตหากไม่นับ “กัมพูชา” ที่เป็นเดี่ยวไม่จริง
เพราะเป็นกลยุทธของการตลาดมากกว่า..แอ๊ดอธิบายอย่างนั้น

ไม่มีใครกล้าพูดออกมาจากปากว่า-คาราบาวแตกแล้วในขณะนั้น
เพราะจากสภาพที่เป็นอยู่ พวกเขาต่างคนต่างก้มหน้าทำงาน
ไปตามความพอใจของแต่ละคนมากกว่า
..เมื่อเล่นด้วยกันมันเครียดก็แยกตัวกันออกไป
เป็นอะไรก็ได้ที่มันไม่ต้องกดดันจิตใจ..สบายกว่ากันเยอะ
เขียวเป็นคนสุดท้ายที่ออกอัลบั้มเดี่ยวในชุด “เขียวมรกต”
ส่วนแอ๊ดก็ตระเวนทัวร์ไปกับนักดนตรีรับจ้างจากวง “ตาวัน”
ซี่งมีอดีตพระเอกรูปหล่อเป็นมือกลองคือ “ต้น-วงศกร รัศมิทัต”
มี “หมู-ปริ๊นซ์-ปุ้ม” จากวง “แมคอินทอช”
ขวัญใจวัยรุ่นยุคก่อนหน้านั้นมาร่วมงานแบ็คอัพให้แอ๊ด
โดยช่วงนั้น "แอ๊ด" และวงแบ็คอัพมีโอกาสต้องไปแสดงที่ยุโรป
ก็เอ่ยปากให้เล็กร่วมไปด้วย แต่เล็กบอกไม่ไป
เพราะอยากอยู่ห่างๆ แอ๊ดในตอนนั้น
แล้วเขาก็หวนกลับมาร่วมงานกับแอ๊ดและอ๊อดอีกครั้งในปีต่อมา
โดยออกอัลบั้มชุดที่ ๑๐ ชื่อ “ห้ามจอดควาย”, ชุด ๑๑ “วิชาแพะ”
และชุดที่ ๑๒ “สัจจะ ๑๐ ประการ”

ต่อมาแอ๊ดก็ได้สมาชิกรุ่นถัดมามี
“หมี-ขจรศักดิ์” มือกีตาร์ของ “อี๊ด โอภากุล”
ที่ยุบวงไปแล้วเข้ามาเล่นลีดกีต้าร์แทนเล็ก..
ได้ “ดุก-ลือชัย งามสม” มือคีย์บอร์ดเพื่อนรักของเล็ก
..ที่เล็กเอามาฝากไว้กับแอ๊ดก่อนหน้านี้
และได้มือกลองคนใหม่มาแทน “วงศกร รัศมิทัต”
ก็คือ “ป๋าโก้-ชูชาติ หนูด้วง”
โดยอ๊อดมือเบสยังคงทำหน้าที่เหมือนเดิมเคียงข้างแอ๊ด
จะมีก็แต่เขียวเท่านั้น ที่นั่งบริหารห้องอัดเซ็นเตอร์สเตจอยู่คนเดียวเหมือนเดิม

แอ๊ดพาสมาชิกอีก ๔ คนสร้างผลงาน
ในนามคาราบาวไม่ว่าจะเป็น
“ช้างไห้, คนสร้างชาติ, แจกกล้วย ปากหมา ๑-๒ และ ๓, สามช่ากว่ากันเยอะ”
ล้วนเป็นฝีมือของนักดนตรีคาราบาวชุดหลังนี้ทั้งสิ้น
พวกเขามีเพลง "หลวงพ่อคูณ" เพลง "แร้งคอย"
เพลง "ยายสำอาง" เป็นเพลงยอดฮิตในเวลาต่อมา

จากอดีต..ภาพของพวกเขาในนามคาราบาวเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ
วันคืนที่ยังอีกยาวไกล จะได้พิสูจน์ผลงานของพวกเขา
ในฐานะสมาชิกคาราบาวรุ่นถัดมา


12 ปี เ ม ด อิ น ไ ท ย แ ล น ด์

ในขณะที่ แอ๊ด เล็ก เทียรี่ ได้ออกอัลบั้มชุด “คนละช่า” ในสังกัด WARNER
ซึ่งมียอดจำหน่ายไม่เลวเลย สำหรับเพลงเก่าที่นำมาขัดเกลาใหม่ในลีลาสามช่
ฝีมือกีต้าร์ของ เล็ก-ปรีชา พัฒนาไปมากขึ้น เล็กให้สัมภาษณ์อยู่เสมอว่า
เขาไม่คิดจะทำอะไรแล้ว นอกจากเล่นกีตาร์..กีตาร์เป็นสิ่งที่ทำให้เขามีความสุข
บ่อยครั้งที่เราจะเห็นเล็กกับแอ๊ดขี่ฮาร์เลย์เดวิดสัน ไปไหนต่อไหนด้วยกัน
บ่อยครั้งที่พวกเขาร่วมแสดงแจมดนตรีกันอย่างมีความสุข

แอ๊ดกลับสู่ห้องอัดอีกครั้งกับทีมงานคาราบาวชุดหลังสุด
พวกเขาทำเพลงขึ้นมาไม่ต่ำกว่า ๑๒ เพลง แล้วคัดเลือกไว้ดีที่สุด ๑๐ เพลง
ภายใต้ชื่อชุดว่า “เส้นทางสายปลาแดก” ซึ่งมีเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม
มีเพลง "น้ำพริกแกงป่า" และเพลง "กลองยาว"
เป็นเพลงที่บ่งบอกถึงความคิดชาตินิยมอย่างเห็นได้ชัด
..ความนิยมไทยกำลังจะกลับกลายมาเป็นแฟชั่นอีกครั้ง

๑๒ ปีของเมดอินไทยแลนด์ กลับมาอีก
เมื่อสำนักนายกฯ ได้ติดต่อมายังคาราบาว
ขอความร่วมมือให้จัดทำ JINGLE เมดอินไทยแลนด์ ๓๐ วินาที
เพื่อใช้รณรงค์กู้วิกฤติเศรษฐกิจหลังจากรัฐบาลลดค่าเงินบาท เมื่อปี ๒๕๔๐

รมต.โภคิน พลกุล โทรมาคุยกับแอ๊ดว่า
เขามองไม่เห็นใครที่จะทำได้ดีเท่าแอ๊ด
จึงอยากขอความร่วมมืออีกครั้ง หลังจากที่เคยทำได้ดีเมื่อ ๑๒ ปีที่แล้ว
แอ๊ดไม่ปฏิเสธการขอร้องครั้งนี้ เขาแต่งเนื้อเพลงต่ออีกท่อนจนครบ
เป็นบทเพลง “เมดอินไทยแลนด์ ๔๐” และอัดเสียงลงไปใน BACKING TRACK
ที่มีการดัดแปลงดนตรีให้มีความเป็นสากลมากขึ้น

แล้วเมื่อทุกๆ คนได้ยิน รวมทั้ง “แต๋ว-วาสนา” จาก “กระบือแอนด์โค”
..สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ แอ๊ดต้องเอาเพลง “จันทร์ฉาย” ออกไป
แล้วใส่ “เมดอินไทยแลนด์ ๔๐” เข้าไปแทนที่
จึงทำให้ “เส้นทางสายปลาแดก” เป็นจริงเป็นจังมากขึ้นในความคิดชาตินิยมของเขา

มีความคล้ายกันอยู่อย่างหนึ่งของ
“เมดอินไทยแลนด์” กับ “เมดอินไทยแลนด์ ๔๐” คือ
เขาใช้เวลาแต่งแต่ละเพลงเพียง ๑๕-๒๐ นาที
เพลงแรกของเขาแต่งที่ห้องรับแขกของห้องอัดศรีสยาม
ในตอนเช้าประมาณ ๘.๐๐ น. ไม่เกิน ๒๐ นาทีก็เสร็จ

“พี่เล็ก-สาธิต คล่องเวสสะ” เจ้าของห้องอัดศรีสยาม
ยังเดินมาถามว่าทำอะไรอยู่
..แล้วแอ๊ดก็ตอบไปว่า-เขียนเพลง-เมดอินไทยแลนด์ครับ

พอครั้งนี้..หลังจากได้รับโทรศัพท์จาก “แต๋ว” เรื่องที่รัฐบาลอยากให้ช่วยเต็มที่
แค่ JINGLE ไม่พอ ขอเป็นทั้งเพลงเลย ..แอ๊ดวางหูปุ๊บ ก็เริ่มลงมือเขียนทันที
เขาเขียนใส่เศษกระดาษที่วางอยู่ใกล้มือที่สุด ไม่เกิน ๒๐ นาทีเช่นกัน ที่เขาเขียน
(ขณะที่เขียนอยู่นั้นกำลัง REMIXED เพลง “เส้นทางสายปลาแดก” อยู่ด้วย)

ความว่องไวในการเขียนเนื้อเพลงของแอ๊ด อาจจะแตกต่างจากคนอื่น
แต่อย่างไรก็ตาม บทเพลงของเขาก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อตำหนิ
เขามักใช้คำที่ผิดเสมอๆ เช่น “ยายมพบาล”
เขาเติมตัวอักษร "พ" เข้าไปท้าย "ม"
แล้วก็ออกเสียงมันอย่างชัดเจนเวลาร้อง
ทั้งๆ ที่มีคนพยายามบอกว่า-มันผิดนะแอ๊ด
ต้องออกเสียงว่า ‘ยม-มะ-บาล’ ไม่ใช่ ‘ยม-พะ-บาล’
แอ๊ดก็ยังดื้อไม่ฟัง เขาพูดเปรยๆ ว่า-มันไม่ถนัดปาก
พูดอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ขี้เกียจเปลี่ยน !?!

ดูเอาก็แล้วกัน ..คนสร้างงานไว้มากมายหลายร้อยเพลงอย่างแอ๊ด
..กลับคิดต่างจากคนอื่นๆ มาก

ผม (ทิวา สาระจูฑะ-ผู้เขียน)
ได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยมเยียนแอ๊ดอยู่บ่อยๆ
สิ่งที่ผมเห็นตลอดเวลาคือ เขาเป็นคนทำงานหนัก
เขาเขียนหนังสือทุกวัน เขียนโน่นเขียนนี่
ทำเพลง ทำปก ออกแบบ ออกไอเดีย วุ่นวายไปหมด
บนโต๊ะทำงานของเขามีแต่กระดาษที่เขียนแล้วเต็มไปหมด
เขาเขียนกระดาษพิมพ์ดีดประมาณเดือนละ ๒ รีมเห็นจะได้
เพราะฉะนั้นเวลาจะค้นข้อมูลของเขา
คุณต้องหาอยู่หลายวัน เพราะมันเยอะมาก
แล้วอีกอย่างหนึ่งคือ เขาเป็นคนใช้กระดาษทั้ง ๒ หน้าเวลาเขียน..
บ่อยครั้งที่เพลง ๒ เพลงจะอยู่คนละด้านของกระดาษแผ่นเดียวกัน
และวันหนึ่งๆ เขาสามารถเขียนหนังสือด้วยลายมือหวัดๆ
ที่อ่านไม่ยากได้เป็นหลายสิบแผ่น
คน-คนนี้มีอะไรน่าศึกษามากกว่าการเป็นนักร้อง-นักดนตรี
เป็นคาราบาวที่คนคลั่งไคล้ เป็นชายหนุ่มใจร้อนแต่ใจอ่อน
เป็นคนไม่โรแมนติค แต่เอาใจคนเก่งเช่นกัน

ขณะเดียวกันก็ยิงปืนแม่นชนิดจับวาง
ซึ่งผมไม่เห็นว่า GUITAR กับปืน มันจะไปกันได้เลย
..แอ๊ดเคยอธิบายให้ผมฟังว่า
“เมื่อคุณมีความสามารถตรงนี้ คุณอาจจะไม่อยากพกปืนก็ได้
บางครั้งผมคิดว่าการเดินหนี
น่าจะเป็นหนทางของลูกผู้ชายใจสู้อย่างพวกเรา
มันยังมีอีกหลายอย่างที่เราจะต้องทำ
มากกว่าเป็นพวกอวดเก่ง นักเลงโตอะไรทำนองนี้”

วันนี้..ระหว่างที่ผมกำลังปั่นต้นฉบับให้กับแอ๊ด
ผมได้เข้ามาที่ห้องอัด เห็นเขากำลังนั่งปะรูปหม้อไหบ้านเชียง
ลงบนภาพปกเมดอินไทยแลนด์ ที่เป็นใบตอง
ผมเห็นเขาเอากาแฟมาทากระดาษให้เป็นสีน้ำตาลเหมือนใบตอง
เขาเขียนคำว่า “๑๒ ปี” ลงไปแทนคำว่า “ภาค ๕”
แล้วหันมาบอกผมว่า
“๑๒ ปีแล้ว ..
ใบตองมันเหี่ยวแห้ง สีจึงเป็นอย่างนี้”

หน้าปกชุด “เส้นทางสายปลาแดก”
จะเป็นอย่างที่เขาคิดหรือเปล่าก็ยังไม่รู้
เพราะผมรู้อยู่แก่ใจว่า คนอย่างแอ๊ดไม่เคยหยุดนิ่ง
พรุ่งนี้ปกอาจจะเหลืออยู่เพียงไหบ้านเชียง
หรือเปลี่ยนเป็นอะไรๆ ก็ได้ทั้งนั้นตามแต่เขาจะพอใจ
แล้วพิมพ์มันออกมา
ถ้านี่คือความโลเล.. “เล็ก คาราบาว” ก็คิดถูกแล้วที่เบื่อแอ๊ดในบางเวลา
แต่สำหรับผมแล้ว ..เห็นว่าแอ๊ดเป็นคนที่รักเพื่อน
และเพื่อนๆ ของเขาก็รักเขาทั้งนั้น
แต่เขาเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยอธิบายให้ใครฟัง นั่งทำแต่งาน
ความสำเร็จของเขาที่หลายคนอิจฉาก็มาจากนิสัยอย่างนี้ของเขา

แอ๊ดเคยบอกผมว่า..
“เราคงได้สายพันธุ์แบบนี้มาจากพ่อของเรา
พ่อตื่นตีสี่ตีห้า มานั่งพิมพ์ดีด ก๊อก แก๊ก ก๊อก แก๊ก
เราก็ไม่รู้ว่าพ่อทำอะไร ไม่เห็นพ่อมีวันหยุดเสาร์อาทิตย์เลย
พ่อไม่เคยพาลูกไปเที่ยว ไม่เคยพาไปไหนด้วย
เพราะพ่อทำแต่งาน..
ลูกทุกคนไม่โกรธเพราะพ่อรักงาน
รักลูกๆ ทำเพื่อลูกๆ ด้วย
ตอนแรกๆ เราเคยไปดูมวยกับพ่อ
ก็เพราะพ่อต้องไปทำข่าวมวย-เราจึงได้ไป
ไปดูเขาขุดกรุพระ ก็เพราะเป็นงานที่พ่อต้องไปเขียน
เกี่ยวกับโบราณคดี อย่างนี้เราจึงได้ไป”

เขียนมาถึงตรงนี้ก็คงจะต้องจบเสียที ด้วยถ้อยคำที่ว่า
ใครก็ตามล้วนมีโอกาสที่จะเคียงข้างชายผู้นี้ไปตลอด
ถ้าคุณวิ่งตามเขาทัน ไม่ต้องเร็วเท่าเขาก็ได้
เพราะเขามักจะแวะหยุดเฮฮากับเพื่อนฝูงข้างทางบ่อยๆ
นั่นแหละเขาละ “แอ๊ด-คาราบาว”
นายยืนยง โอภากุล-ผู้เป็นเสมือนกล่องดวงใจของคาราบาว

สวัสดีครับ..../ ทิวา สาระจูฑะ


เมดอินไทยแลนด์ '40
คำร้อง / ทำนอง : ยืนยง โอภากุล
เรียบเรียงดนตรี : Hann Vermeulen

เมดอินไทยแลนด์ เมืองแมนหม่อนไหม
มีหนังลุงหนังใหญ่ ทั้งดีดไหตีโทน
เราเล่นโซนโนราห์ ล้วนสืบทอดกันมาบรรพชน ( มันดีอยู่แล้ว )
ไม่ใช่เมืองร็อคแอนด์โรล ไม่ใช่เมืองแร๊บอัลเทอร์

เมดอินไทยแลนด์ ทั้งผู้แทนผู้ทน
ทั้งยากดีมีจน อย่าให้คนอื่นเขาดูแคลน
ทำไมไปยอมจำนน ไปลุ่มไปหลงอิทธิพลคนต่างแดน
ทีของไทยไม่หวงแหน แหมทีของนอกละบ้าเห่อ

เมดอินไทยแลนด์ ควรทดแทนบุญคุณ
ค่าแผ่นดินเกื้อหนุน เป็นหน่อเนื้อเชื้อไข
เราเกิดมาเป็นคน พึ่งใบบุญล้นพ้น-แผ่นดินใด?
ก็นี่มันพื้นดินไทย อย่างไงก็พื้นดินเรา

เมดอินไทยแลนด์ แฟนๆ ต่างรู้ดี
ว่าบ้านเมืองทุกวันนี้ กำลังจะเดินไม่ไหว
เศรษฐกิจย่ำแย่ คนต้องร่วมกันแก้
คนต้องร่วมกันใช้ เหลียวแลเห็นใจ
ซื้อแต่สินค้าไทย เพื่อคนไทย เมืองไทย
( เออ...ต้องอย่างนั้นสิ )




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ตาพรานบุญ วันที่ : 28/10/2008 เวลา : 01.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ta-pran-boon
ตาพรานบุญ

หลากหลายคำอธิบายทำให้เข้าใจคนๆนี้มากขึ้น การเดินหนีไม่ใช่ยอมแพ้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ChaiManU วันที่ : 28/10/2008 เวลา : 00.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

“เอาไมเคิล แจ๊คสันคืนไป เอาพระนารายณ์คืนมา”

แต่ตอนนี้ พี่แอ๊ด ยังนึกไม่ออก

จะเอาอะไร ไปแลก เขาพระวิหารคืนมาดี

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน