*/
  • หน่อไม้ไร่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-01-15
  • จำนวนเรื่อง : 128
  • จำนวนผู้ชม : 408148
  • จำนวนผู้โหวต : 367
  • ส่ง msg :
  • โหวต 367 คน
<< เมษายน 2015 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2558
Posted by หน่อไม้ไร่ , ผู้อ่าน : 1304 , 16:37:58 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

เทพีเอื้องดอย

- 1 -

 

         ในยุคที่สังคมออนไลน์ หรือที่เรียกว่า Social Network กำลังบูม…

         ผมก็เป็นคนหนึ่ง…ที่ชอบเล่นเฟซบุ้คมาก

         วันๆ หนึ่งจะต้องอัพเดทสถานะไม่ต่ำกว่าสิบรอบ ไม่ว่าจะทำอะไร รู้สึกอะไร หรือกำลังจะกินอะไร ผมก็โพสต์แหลก คอยรายงานเขาไปทั่ว

         จำนวน Friend ของผมในเฟซบุ้คน่ะเหรอ เกือบสองพันคน และแน่นอน…90% เป็นสาวสวยๆ ทั้งน้าน…ใครไม่สวย ผมไม่แอด

         ทำไงได้ล่ะ ก็ผมยังโสด เลยกะเอาดีหาแฟนทางนี้เสียเลย เผื่อฟลุ๊ค

         ทว่า…ปีนี้ก็ย่างเข้า 27 แล้ว ยังหาใครมาคบกันจริงๆ จังๆ ไม่ได้เลยสักคน

         บ่อยครั้งที่ผมมักจะนั่งคิดคำพูดคมๆ เด็ดๆ เอามาโพสต์ให้คนอื่นมากดไลค์เล่นๆ จนเพื่อนแซวว่า จะเอายอดไลค์ไปแลกข้าวกินเรอะ ทำไมไม่เอาเวลาไปทำมาหากินอย่างอื่น

         แหม…ก็ผมมีงานประจำที่มั่นคงอยู่แล้วนี่ แล้วทางบ้านก็พอจะมีฐานะ ก็เลยมีเวลาว่างเหลือเฟือ

 

         “สวัสดีเจ้า พี่ต้น”

         ข้อความทักทายหวานๆ บนหน้าจอแชท จากสาวเหนือคนหนึ่ง ที่ผมเพิ่งรู้จักจากเมื่อวานส่งเข้ามาอีกแล้ว หน้าตาของเธอน่ารักมาก แถมยังเป็นสาวเชียงใหม่ สเป็คผมเลย ไม่แน่ว่าผมอาจจะเจอเนื้อคู่ก็ครานี้

         ผมก็เลยนั่งพิมพ์จีบน้องเขาอยู่นานแสนนาน ด้วยสำนวนน้ำเน่าบ้าง ลิเกบ้าง สลับกันไปอย่างมีความหวัง เพราะดูท่าทีเธอก็ไม่รังเกียจ และดูเหมือนจะชอบคำหวานๆ ที่ผมพร่ำเพ้อพิมพ์ไปให้เสียด้วย

         คุยกันอยู่พักใหญ่ แต่ผมกลับรู้จักข้อมูลส่วนตัวของเธอน้อยนิดมาก ดูเหมือนเธอจะระมัดระวังในเรื่องนี้พอสมควร คงกลัวโดนผมหลอกกระมัง ซึ่งมันก็ไม่แปลก ถ้าผมเป็นเธอ ก็คงไม่ไว้ใจใครง่ายๆ เพราะรู้ๆ กันอยู่ ว่าโลกโซเชียล เป็นโลกที่มีการโกหกหลอกลวงกันมาก

         สรุปได้ความว่า…ชื่อเล่นเธอ น้องมิ้น ชื่อจริง อมินตรา นามสกุลไม่บอก อายุ 19 ปี (หลอกเด็กอีกแล้วเรา) บ้านอยู่สันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เพิ่งเริ่มหัดเล่นเฟซบุ้ค (แบบนี้เข้าทาง) และสุ่มแอดผมเป็นเพื่อนคนแรก (นับเป็นเกียรติและโชคดีของผมอย่างยิ่ง) รูปประจำตัวที่เธอนำมาแสดงมีเพียงรูปเดียว แถมเป็นรูปที่สวยและน่ารักราวกับนางฟ้า ไม่รู้ว่าเป็นรูปตัวจริงหรือไปหาก็อปที่ไหนมาใส่ หากที่สำคัญเธอบอกผมว่า “ยังไม่มีแฟน!”

         เราคุยกันผ่านไปได้สักสองอาทิตย์ ผมชักไม่มั่นใจ และเริ่มเอะใจว่าเธออาจจะมาหลอกผมก็ได้ เพราะเธอไม่ยอมอัพรูปเพิ่มอีกเลย ถือเป็นเรื่องน่าแปลกสำหรับสาวๆ ที่เล่นเฟซบุ้ค ซึ่งมักจะอัพรูปกันเป็นว่าเล่น แถมเพื่อนของเธอ ก็มีเพียงผมคนเดียว ค้างเติ่งอยู่อย่างนั้นนานแล้ว

         หรือว่าเพื่อนของผมแกล้งปลอมมาเป็นหญิง มาอำผมกันแน่เนี่ย อาจจะเป็นใครก็ได้ที่หมั่นไส้ผม เพราะชอบโพสต์คำคมอวดสาวๆ ข้อนี้ก็อาจเป็นไปได้

         “ทำไมไม่แอดเพื่อนเพิ่มล่ะน้อง” “ทำไมไม่อัพรูปเพิ่มอีกล่ะ” ผมเคยถามเธอ

         “มิ้นอาย ไม่กล้าแอดใคร” “มิ้นถ่ายรูปไม่ค่อยขึ้นค่ะ” เธอตอบ

         หลังจากที่ทวงถามไปไม่กี่วัน ผมก็เห็นเพจของเธอกระเตื้องขึ้นมาเล็กน้อย คือแอดเพื่อนเพิ่มอีก 2-3 คน เป็นชายล้วน และมีการอัพรูปของเธอที่คล้ายๆ กันเพิ่มขึ้นมาอีกสองรูป ทำให้ผมมั่นใจขึ้นมาสัก 1% ว่าน่าจะเธอน่าจะมีตัวตนจริงๆ ไม่ใช่ Fake ขึ้นมาแกล้งหลอก แต่ตัวจริงจะสวยเท่านี้หรือเปล่า เพราะเดี๋ยวนี้มีแอพแต่งรูปเจ๋งๆ ทั้งนั้น ซึ่งสามารถถ่ายได้สวยกว่าตัวจริง

         “เบอร์โทร ก็ไม่ยอมให้” ผมก็เลยอดฟังเสียงเธอว่าเป็นผู้หญิงจริงหรือเป็นกะเทยกันแน่ เธออ้างว่า พ่อดุ และไม่ชอบให้คุยกับผู้ชาย กลัวจะเสียการเรียน ให้เรียนจบก่อนจึงจะอนุญาตให้มีแฟนได้ ดังนั้นให้ติดต่อเธอทางแชทนี้เท่านั้น

         จนผมชักเริ่มถอดใจ…

         เวลาผ่านไปสามเดือน ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับมิ้น ก็ยังเคลือบแคลง และคงอยู่ที่เดิมตัวจริงก็ไม่เคยเห็น เสียงก็ไม่เคยได้ยิน มีแต่รูปภาพนิ่งๆ อยู่ 2-3 รูปให้ดูต่างหน้า

         ผมเลยเลิกสนใจเธอ และหันไปคุยกับสาวอื่นที่มีน่าจะมีความหวังมากกว่า โดยจะคุยกับมิ้นเฉพาะตอนที่ผมว่างๆ ไม่ได้คุยโทรศัพท์กับใครเท่านั้น

         จนกระทั่งวันหนึ่ง...เมื่อเรารู้จักกันล่วงเลยไปหกเดือน ครอบครัวของผมมีแพลนจะไปเที่ยวเชียงใหม่ โดยขับรถไปเอง มีพ่อ แม่ และน้องสาว รวมผมด้วยก็สี่คน เรากะจะไปพักโรงแรมที่นั่นสักสามคืน เลยอยากจะนัดเจอมิ้นสักครั้ง

         คืนก่อนการเดินทาง...

         แม่ผมเดินเข้ามากวาดห้อง และสะดุดเข้ากับเพลงที่ผมกำลังเปิดฟังอยู่…เพลงกุหลาบเวียงพิงค์

         “เพลงเพราะดีนี่ต้น แม่ไม่ยังกะรู้แกก็ฟังเพลงอย่างนี้เป็น” แม่พูดพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงขณะที่มือยังถือไม้กวาดอยู่

         “อ๋อ พอดีมีสาวน้อยเชียงใหม่ ส่งมาให้ผมฟังน่ะแม่ ส่งมาให้เป็นอัลบั้มเลย”

         “เหรอ แสดงว่าสาวน้อยคนนี้หัวโบราณนะเนี่ย นี่มันเพลงรุ่นแม่ทั้งนั้น หายากนะ เดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่เขาไม่ฟังกันแล้ว”

         พอเพลงแรกจบ เพลงที่สองก็ขึ้นต่อ…เพลงสาวสันป่าตอง…อ้ายเอยบ่มีใจฮักข้าเจ้า แล้วหนอ…

         “เฮาเกยจ้อยซอ ดีดซึงที่สันป่าตอง” แม่ร้องต่อเฉยเลย “เฮ้ยต้น เพราะทุกเพลงเลยอ่ะ เดี๋ยวไรท์ให้แม่แผ่นนึงนะ จะเอาไปฟังในรถ”

         “นั่นไง แม่ชอบซะแล้ว”

         “ไหนๆ ขอแม่ดูหน้าเด็กคนนี้หน่อย” แม่ชักอยากเห็นหน้า

         ผมก็เลยเปิดเฟซบุ้คให้ดู...

         และพอได้เห็น “โอ้โฮ! สวยนี่นา รูปก็งาม นามก็เพราะ จีบต่อเลยต้น แม่สนับสนุนเต็มที่”

         คะแนนนิยมของเธอพุ่งพรวด เมื่อแม่ของผมเริ่มชอบและถูกชะตา แถมยังยุยงส่งเสริมไม่หยุดหลังจากนั้น

         ไม่เพียงเท่านี้ ตอนทานมื้อเย็น แม่ก็โพทะนาให้พ่อฟัง พ่อถึงกับตาลุก อาจเป็นเพราะดีใจที่บ้านนี้กำลังจะมีวี่แวว มีลูกสะใภ้กะเขาเสียที หลังจากนิ่งมานานจนชาวบ้านคิดว่าผมเป็นเกย์

         “อื้ม…ก็ไม่เลวนะแม่ ได้ลูกสะใภ้เชียงใหม่ เขาว่าเก่งงานบ้านงานเรือน นิสัยก็เรียบร้อย” ประเด็นนี้พ่อเห็นด้วย

         “ดีเลยพี่ พวกเราจะได้มีบ้านอีกหลังที่เชียงใหม่ เอาไว้ไปเที่ยวตอนสงกรานต์ไง” แม่น้องสาวตัวดีโพล่งสนับสนุนขึ้นมาอีกแรง “ว่าแต่พี่เค้าชื่อ อมินตรา เหรอ ชื่อเหมือนหนังแขกเลยแฮะ แปลกดี แต่ก็เพราะ”

         ไหนก็จะขึ้นเชียงใหม่ดังนั้น...“พรุ่งนี้นัดเจอเลย” ทุกคนแทบจะพูดเป็นเสียงเดียวกัน

         ผมส่ายหน้า กึ่งรับกึ่งสู้ “ผมไม่รับปากนะ ว่าเขาจะมาตามนัดหรือเปล่า”

         “ก็ไหนว่ารู้จักกันมาได้ครึ่งปีแล้วไง” แม่ย้อน

         ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงดี กับความสัมพันธ์อันน้อยนิดและเจือจางกับน้องมิ้น แต่เมื่อเห็นแววตาอันลุกโชนและรอยยิ้มที่กระชุ่มกระชวย มีชีวิตชีวา อย่างที่ไม่เคยมีมานานบนโต๊ะอาหารของครอบครัวเรา ทำให้ผมต้องตกปากรับคำ นัดพบตัวจริงของเธอให้ได้

 

         “ฉันว่าเขาไม่มาเจอแกหรอกว่ะ” เป็ด…เพื่อนของผมบอก

         “ใช่ ฟังจากที่แกเล่า โอกาสที่เขาจะมีตัวตนจริงๆ แค่ 1% นะเว้ย” หมง…เพื่อนอีกคนเสริม

         “คุยกันมาตั้งนาน กะอีแค่เบอร์โทรก็ยังไม่ให้ มันน่าสงสัยมาก เผลอๆ เขาอาจจะเป็นผู้ชายเหมือนพวกเราก็ได้ เลยไม่กล้าคุยเพราะกลัวความแตกไง ในโซเชียล ผู้หญิงแกล้งเป็นชาย ผู้ชายแกล้งเป็นหญิงมีออกเยอะแยะไป งานนี้แกกินแห้วแน่ๆ เผื่อใจเอาไว้บ้างนะเพื่อน อย่างไปหวังมาก” เป็ดพูดพลางเดินมาตบไหล่เตือนสติ

         หมง เป็นคนที่เรียนเก่งและฉลาดทันคนมาตลอด ทำน้ำเสียงจริงจังบอกกับผมว่า “ฉันขอพูดกับแกตรงๆ ในฐานะเพื่อนสนิท อย่าโกรธกันนะโว้ย ถ้าเขาสวยขนาดนั้น จะมาสนใจแกซึ่งหน้าตาก็ไม่ได้หล่อเหลาจนถึงขั้นเลอเลิศ หรือมีเงินทองร่ำรวยล้นฟ้าอะไรเลย นิสัยก็แสนจะธรรมดา งานนี้เขาอาจจะมาหลอกเงินแกก็ได้ ระวังให้ดี”

         ฟังเหตุผลจากเพื่อนแต่ละคนแล้ว ทำให้ผมก็อึ้งจนพูดไม่ออก รู้สึกเครียดหนักกว่าเดิมอีก นี่คิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ ที่เอาเรื่องนี้มาปรึกษาพวกมัน

 

 00000

 

- 2 -

 

         จากกรุงเทพถึงเชียงใหม่...ใช้เวลาขับรถประมาณ 9 ชั่วโมง

         พวกผมออกจากบ้านกันตั้งแต่ตอนตีสี่ ในที่สุดก็เดินทางถึงเชียงใหม่อย่างปลอดภัย ในตอนช่วงบ่ายๆ

         และแล้วก็ถึงเวลานัดพบ เวลาที่รอคอย เวลาที่ความจริงทุกอย่างจะกระจ่างแจ้ง

         ในใจของผมวนเวียนลุ้นระทึกอย่างไม่ขาดสาย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่นัดเจอสาวรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าขนาดนี้ ราวกับว่าผมได้กลับไปเป็นหนุ่มน้อย อายุสักสิบสี่อีกครั้ง

         หากครั้นเมื่อเดินไปถึงสถานที่ที่เรานัดกันเอาไว้...

         “น้องมิ้น…”

         ผมตะโกนเรียกอย่างดีใจ เมื่อเห็นเด็กสาวคนหนึ่ง ยืนอยู่ตรงจุดที่ผมนัดหมายเธอเอาไว้ ในที่สุดสิ่งที่ไอ้คุณเพื่อนปรามาสไว้ ก็ไม่เป็นจริง ฮ่าๆๆ

         “น้องมิ้นยอมมาพบพี่แล้ว” ผมรีบวิ่งเข้ามาหาเด็กสาวที่ยืนหันหลังให้นั้น “น้องมิ้น!!! พี่อยู่ทางนี้”

         “พี่ต้น!…” เธอหันมามองตามเสียงเรียก พร้อมกับใบหน้าอันซูบเรียว เหี่ยวแห้ง น้ำเสียงทั้งใหญ่ทั้งแตกเหมือนตะโกนใส่โอ่งในส้วม

         “แว๊ก…กะเทย!!!”

         “น้องมิ้น เป็นกะเทย!!!” ผมสะดุกกึก หยุดฝีเท้าลงทันใดด้วยความตกใจสุดขีด ในที่สุดผมก็ได้คำตอบที่เคลือบแคลงใจมานานแล้ว ไหล่ของเธอกว้างกว่าไหล่ของผมอีก นี่นะหรือ เทพีเอื้องดอยที่ผมใฝ่ฝันหานักหนา

         “พี่ต้นนนนนน” น้องมิ้นตะโกนยาว วิ่งเข้ามาหาด้วยท่าวิ่งแกว่งแขนและซอยเท้าอันฮึกเหิมแข็งแกร่ง สมชายชาตรี ฝุ่นตลบลอยมาด้านหลังตามรอยเท้าย่ำ

         อยู่ไม่ได้แล้ว…ชายร่างเล็กอย่างผมรีบหันหลังกลับวิ่งหนี แต่ขาเจ้ากรรมมันดันมาก้าวไม่ออก เหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์ตกใจจนเข่าอ่อน ซวยแล้ว…ทำไมต้องมาเป็นตอนนี้ ยิ่งรีบๆ กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน

         หมับ!

         ไม่ทันการซะแล้ว เธอวิ่งมาคว้ามือของผมเอาไว้ด้วยท่อนแขนอันทรงพลัง เส้นเลือดปูดโปน

         “จะหนีมิ้นไปไหนคร้าาาา…ก็ไหนบอกว่ารักน้องมิ้นไง หันมาจุ๊บหน่อยซิ จุ๊บๆ คิดถึ๊ง…คิดถึง” เธอทำปากจู๋ รี่เข้ามาหาพร้อมกับกลิ่นสาบเหงื่อ และลมหายใจแรงกระทบต้นคอของผมจังๆ จนสะเทือนหลายเที่ยว

         “ไม่ นี่ไม่ใช่น้องมิ้นนี่”

         “ทำไมจะไม่ใช่ นี่น้องมิ้น อมินตรา ไงล่ะ! ตัวจริง เสียงจริง มามะคนดี มามะ มามะ จ้วบๆๆๆ”

         “ป…ปล่อยพี่ไปเถอะ” ผมเบี่ยงหน้าหลบหลายครั้ง พลางหันไปอีกทางเพื่อเปล่งเสียงร้อง “ช่วยด้วย! มีใครอยู่แถวนี้บ้าง ไอ้เป็ด ไอ้หมง!” พยายามสลัดตัวให้พ้น ขาก็พยายามก้าวออกห่าง 

         “มานี่ นึกว่าจะหนีมิ้นพ้นเหรอ” เธอเอื้อมมือสองข้างออกมารวบตัวของผม

         หมับ!

         แล้วจัดการอุ้มผมขึ้นไปคีบเอวของเธอ กระแทกดังโครม! เป็นการขู่ขวัญ ประดุจเหมือนอุ้มลูกน้อยก็ไม่ปาน ท่านี้มันทำให้ผมจุก Eggs จนร้องแทบไม่ออก

         ตาย…ตายแน่งานนี้ เธอตัวใหญ่มาก ผมรับศึกเธอไม่ไหวแน่

         “อื่อๆๆ” เธอครางในลำคอ พยักหน้าชวนหงึกๆ

         ฝ่ายผมก็ส่ายหน้าดิก ปฏิเสธลูกเดียว “อึ๊ๆๆๆๆ”

         เธอเลยโมโห อุ้มตัวของผมชูขึ้นสูง แล้วยกกระแทกลงมาคีบเอวของเธออีกครั้ง เป็นการขู่ขวัญอีกรอบ

         โครม!!!

         โครตโหดอ่ะ...คราวนี้มีจุกก้นผสมด้วย เจ็บที่แล้วยังพอทนได้ เจ็บอีกครั้งมันทำให้ผมจุกตาลายจนแทบวูบ เห็นดาวเต็มฟ้าเลย

         “ถ้าไม่ยอมไปดีๆ รับรองว่าได้สูญพันธ์ุแน่” เธอขู่ พลางยกตัวของผมขึ้นอีกรอบ ทำท่าง้าง…

         ก่อนที่อวัยวะบางส่วนของผมจะแตกย่อยยับไปเสียก่อน ก่อนที่จะไม่มีโอกาสหนี ผมรีบพยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด อ้าปากจนเห็นลิ้นไก่ ตะโกนร้องลั่นทุ่งให้สุดชีวิต

         “ช่วยด้วยยยยยยยยยยย!!!”

 

         สิ้นเสียงร้อง…ผมก็ผวาตกใจสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นนั่ง เหงื่อเม็ดเท่ามะเขือพวงผุดเต็มหน้าผาก

         “เฮ้ออออออ…” ถอนหายใจยาว

         “ฝันไปหรือเนี่ย น่ากลัวจริงๆ” ผมเอื้อมไปหยิบหมอนข้างมากอด เอานิ้วที่สั่นเทาจิกลงไปที่หมอน นี่คงเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนเล่นแชทอย่างผมเป็นแน่

         “ตัวสั่นเทาเป็นลูกนกเลยตู หลอนสุดๆ” ยกมือขึ้นปาดเหงื่อเบาๆ

         “ขอให้ฝันร้ายกลายเป็นดีด้วยเท้อ…”

         ว่าแล้วผมก็ก้มกราบลงตรงหน้า…สามครั้ง

 

00000

 

         คอมเม้นต์ได้นะครับ ว่าอยากอ่านต่อหรือเปล่า หรือติชมได้ครับ

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
plejang วันที่ : 10/05/2015 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plejang
::  Plejang  ::  + + ... ข อ ใ ห้ รั ก จ ง เ จ ริ ญ ....+ + ::

มาทักทายก่อนคะ เดี๋ยวเลี้ยวกลับมาอ่าน สบายดีนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน