*/
  • หน่อไม้ไร่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-01-15
  • จำนวนเรื่อง : 128
  • จำนวนผู้ชม : 407601
  • จำนวนผู้โหวต : 367
  • ส่ง msg :
  • โหวต 367 คน
<< เมษายน 2015 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2558
Posted by หน่อไม้ไร่ , ผู้อ่าน : 1023 , 19:16:27 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

*

 

<ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 1 คลิกที่นี่>

<ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 2 คลิกที่นี่>

 

- 4 -

ร่วมสืบสาน ฮีตฮอย ป๋าเวณีล้านนา

(ร่วมสืบสาน จารีต ประเพณีล้านนา)

 

            ผมแทบจะไม่ได้เตรียมแผนสำรองเอาไว้เลย ว่าจะทำยังไงต่อไปดีหลังจากพบหน้าเธอแล้ว

            มัวแต่พะวง กลัวว่ามิ้นจะไม่ใช่ผู้หญิงแท้ๆ จนน่าตำหนิตัวเอง

            เสี้ยววินาทีนั้น ผมก็เลยตัดสินใจใช้มุขเดิมอันเคยชิน คือชวนเธอไปทานข้าวแล้วเดินห้าง หากนึกเสียดายอยู่ไม่น้อย ว่าความจริงควรเตรียมการให้พร้อมกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือสถานที่ท่องเที่ยว อุตส่าห์นัดเดทกับสาวงามทั้งที พลาดได้ไง...

 

            "เดี๋ยววันนี้ พี่ขอเลี้ยงมื้อเที่ยงมิ้นเองนะ” ผมบอกกับเธอ

            “นี่มันเลยเที่ยงแล้วนะคะ” เธอย้อน

            “เอ้อ...จริงสิ” ลืมดูเวลา...หน้าแตกอีกแล้วเรา นี่แหล่ะหนา ทำอะไรฉุกละหุก ผมเลยรีบยื่นข้อเสนอใหม่ พยายามหากิจกรรมที่จะดึงเธออยู่ด้วยกันนานๆ ให้ได้ “งั้นไปหาไอติมหรือขนมหวานกินกันไหมจ๊ะ แล้วก็ไปเดินห้างรับแอร์เย็นๆ สักแปปนึง...พี่ว่าอากาศข้างนอกมันร้อนนะ”

            เธออมยิ้มก่อนจะตอบ “ก็ได้ค่ะ แต่พี่ต้องส่งมิ้นไปฟ้อนโชว์ที่งานประเพณีประตูท่าแพก่อนนะคะ”

            “เอ๋ ฟ้อนโชว์? มิ้นฟ้อนเป็นด้วยเหรอ”

            “เป็นสิคะ เป็นตั้งแต่ชาติที่แล้ว แล้วค่ะ” เธอพูดออกแนวขำ

            “เวอร์ไปรึเปล่าเนี่ย” ผมคิดในใจ แต่ก็ไม่อยากขัดมุขเธอ กลัวเสียคะแนนนิยม

            “แล้วงานนี้ แม่นาย ท่านสั่งให้มาฟ้อนโดยตรงเลย”

            “แม่นาย?”

            “ค่ะ แม่นายเป็นบุคคลที่มิ้นเคารพนับถือมากที่สุด มิ้นกำพร้าแม่มาตั้งแต่เกิด เลยนับถือแม่นายเป็นเสมือนแม่แท้ๆ”

            “อ๋อ...” ผมพยักหน้าเข้าใจ พลางรู้สึกปลาบปลื้มสาวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า ว่าคนรุ่นใหม่อย่างมิ้น ยังอุตส่าห์เชื่อฟังผู้ใหญ่ เรื่องการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าหวงแหน ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา

            มิน่าล่ะ...วันนี้ มิ้นถึงได้ใส่ชุดไทย เตรียมพร้อมฟ้อนมาเลย

           

            เสียงฉั่วสลับกับเสียงกลองเริ่มดังขึ้น หยุดตรึงสายตาทุกคู่ให้อยู่กับสาวงามแห่งเมืองเหนือทั้งแปด ที่ยืนอยู่บนเวทีการแสดงฟ้อนเล็บ หัวใจของผมเต้นแรง เมื่อเห็นน้องมิ้นยืนอยู่เวทีนั้นด้วย เธอยืนอยู่ด้านซ้ายสุดของเวที

            ไม่รู้ว่าคิดไปคนเดียวหรือเปล่า ผมรู้สึกว่าบนเวที ณ ยามนี้ มิ้นดูโดดเด่น สวยและสง่าที่สุด ...เธอน่าจะได้ยืนอยู่ตรงกลางมากกว่านะ หรือนั่นอาจเป็นเพราะว่าผมกำลังตกหลุมรักเธอกันแน่ เลยทำให้รู้สึกเช่นนั้น

            เมื่อสาวงามช่างฟ้อนทุกคนเริ่มเคลื่อนไหว ดั่งเหมือนมีมนต์สะกดให้ทุกคนยืนนิ่ง จ้องมองตามการเคลื่อนไหวของท่าร่ายรำอย่างละสายตาไม่ได้

            ผ่านไปได้สักอึดใจ...

            “โห แฟนพี่รำสวยจังเลย” น้องสาวผมที่ยืนดูอยู่ข้างๆ สะกิดบอก “แต่ทำไมดูไม่ยิ้มเลยล่ะ ดูช่างฟ้อนคนอื่นๆ สิ เขาฉีกยิ้มหน้าบานกันหมด”

            “เฮ้ย...เขากำลังเก็กสวยอยู่ ไม่รู้เหรอ” ผมแก้ต่างให้ หากในใจกลับคิดว่า ใบหน้าที่เรียบเฉยปราศจากความรู้สึกตื่นคนดูหรือตื่นเวทีในยามฟ้อนของมิ้นนั้น แลดูงดงามเหมือนภาพวาด สวยไปอีกแบบหนึ่ง ขณะที่ผมกวาดตามองดูช่างฟ้อนคนอื่นๆ ข้างๆ บางคนก็ดูประหม่า มือสั่น มีรำผิดหรือชะงักกันบ้างเล็กน้อย ถ้าไม่สังเกตดีๆ แบบจ้องจับผิดก็จะไม่มองเห็น ดูเนียนตาไปกับช่างฟ้อนคนอื่นๆ

            แวบหนึ่ง มิ้นแอบเหลือบมองมาทางผม และนั่นทำให้เธอเผลอยิ้มขึ้นมา

            “นั่นไง เค้ายิ้มแล้วเห็นไหม” ผมสะกิดบอกน้องสาว

            “โห...ยิ้มแป็บเดียว ทำไมไม่ยิ้มเยอะๆ อ่ะ เสียดาย...เค้ายิ้มสวยออก”

            “เออน่ะ สไตล์ใครสไตล์มัน” ผมตัดรำคาญ

            ทันใดนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่ง ถือกล้องขนาดใหญ่อลังการ ท่าทางราคาแพง เบียดผ่านผมขึ้นไปด้านหน้า “ขอโทษครับ ขอผมถ่ายรูปหน่อย”

            ผมเกือบจะจะถามไปว่า อันนั้นมันเลนส์กล้องหรือบาซูก้ากันแน่ ทำไมมันใหญ่โตเสียอย่างนั้น

            เขาเล็งกล้องไปที่มิ้น แล้วถ่ายรัวๆ...

            ถ่ายแล้วถ่ายอีก...

            ไม่รู้จะถ่ายไปทำไมเยอะแยะ ตอนแรกนึกว่าจะขอถ่ายแค่รูปเดียว จนผมชักเริ่มรู้สึกหึงเธอขึ้นมา แถมไม่พอ ไอ้หมอนี่ยังมายืนบังผมอีก

            “ขอโทษนะครับ นานๆ จะเจอคนสวยขนาดนี้ ขอผมยืนถ่ายอีกแปบนึงนะครับ” เขาหันมาบอก “เสียดาย ทำไมครูเค้าไม่ให้ยืนตรงกลางน้อ...ไม่งั้นภาพที่ออกมาจะแจ๋วกว่านี้”

            แสดงว่าผมไม่ได้คิดไปคนเดียว ว่ามิ้นดูเด่นที่สุด เพราะสังเกตเห็นกล้องของอีกหลายๆ คนรอบข้าง ก็ชอบถ่ายมิ้นกันบ่อยที่สุด

            “อะแฮ่ม...แฟนผมน่ารักใช่ไหมครับ” ผมเริ่มหวงก้าง และปรามเป็นนัยๆ ในการกระทำของเขา

            “แฟนพี่ชื่อไรเหรอ” เขาหันมาถาม ดูท่าทางเขาแก่กว่าผมอีก แต่กลับเรียกผมว่าพี่

            “มิ้น อมินตรา” ผมตอบแบบฉะฉาน ให้รู้ไปเลยว่าไม่ได้แอบอ้าง

            “ครับ ขอบคุณครับ” เขาทำท่าตัดใจ ยอมหลบออกไปข้างหลัง “ผมชื่อดำดี พอดีผมเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่นี่น่ะครับ เลยอยากได้ข้อมูลอีกสักเล็กน้อย”

            “อายุ 19 บ้านอยู่สันป่าตอง อยากรู้อะไรอีกไหมครับ” ผมทำน้ำเสียงเหมือนกับไม่พอใจ

            “ครับๆ แค่นี้พอแล้วครับ ขอบคุณครับ”

 

            ครูเพ็ญศรี ผู้ควบคุมการแสดงฟ้อน ยืนมองเด็กๆ ที่เธอฝึกมากับมือ ซึ่งกำลังฟ้อนแสดงอยู่อย่างใจจดใจจ่อ พลางคิดในใจ...

            “ยัยแนน นะยัยแนน ดันปวดท้องขึ้นมากะทันหัน ดีนะที่ได้เด็กคนซ้ายสุดนั่นมาแทน ไม่งั้น แย่แน่ๆ เลย งานนี้ต้องขอบคุณครูภักดี”

            เธอหมายถึงครูคู่หูที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังหันมาสะกิดบอกเธอด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้มว่า

            “ดูสิครูเพ็ญศรี ช่างฟ้อนคนทางซ้ายสุดน่ะ หน้าตาสะสวยยังกะเทพีแน่ะ ฟ้อนก็งามแต๊ๆ ครูไปหามาจากไหนเนี่ย”

            “อ้าว?” ครูเพ็ญศรีทำหน้างงๆ “ฉันไม่ได้เป็นคนหามานะ ฉันนึกว่าครูภักดีเป็นคนหามาซะอีก” หล่อนย้อน

            “เฮ้ย ไม่ใช่ผม” คู่หูส่ายหน้าดิก

            “อ้าว แล้วใครพามา? แล้วมาได้ไง?”

            ทั้งสองหันมามองหน้ากันเลิกลั่ก ด้วยความงงงวยครั้งหนึ่ง ก่อนที่ทั้งคู่จะขยับแว่นตา หันไปจ้องมองช่างฟ้อนปริศนาดังกล่าวแทบจะเป็นตาเดียว

            “แต่เค้าฟ้อนสวยมากนะ เป๊ะตามจังหวะทุกกระบวนท่าเลยอ่ะ ใครฝึกให้เค้ากันเนี่ย ดูลูกศิษย์ที่ฉันฝึกมากับมือแต่ละคนสิ เทียบเค้าไม่ติดเลย”

            “อืมมม...” ครูภักดีพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วย “ผมรู้สึกเหมือนกับว่า เรากำลังยืนดูต้นฉบับช่างฟ้อนเลยนะ แบบว่า Original มาเอง”

            “ใช่ ดูแล้วทำให้ฉันนึกถึง สมัยฉันยังสาวๆ ไม่งั้นสูสีเลยนะเนี่ย” ครูเพ็ญศรีวัยห้าสิบเริ่มรำลึกถึงความหลัง

            “ฮั่นแน่ะ จะบอกว่าสมัยสาวๆ ตัวเองก็สวยล่ะซี้...” ครูภักดีแซว

            “ฉันหมายถึงเรื่องฟ้อนต่างหาก!” ครูเพ็ญศรีย้อนเสียงเข้ม

            “อ๋อ กำลังจะบอกว่าตัวเองฟ้อนเก่ง”

            “ป่าว ฉันกำลังนึกถึงอาจารย์ย่าที่สอนฟ้อนฉันมาต่างหาก อาจารย์ย่าของฉันเป็นช่างฟ้อนมาหกสิบปี ก็ฟ้อนสไตล์เนี้ย”

            “อ้อ...”

 

            เวลาห้าโมงเย็น...

            “ส่งมิ้นแค่หน้าบ้านตรงนี้พอแล้วค่ะ เดี๋ยวพ่อเห็น” มิ้นบอกกับผมให้หยุดรถ พลางหันไปไหว้ลาพ่อกับแม่ของผมนี่นั่งอยู่เบาะหลัง และโบกมือบ๊ายบายให้น้องสาว

            “แล้วพบกันใหม่นะลูก” ดูท่าทางแม่ผมจะเอ็นดูเธอมาก คงใคร่อยากจะได้มาเป็นลูกสะใภ้

            “อ่ะ โชคดีนะ โชคดีปีใหม่” พ่ออวยพร

            “ขอบคุณค่ะ”

            “ปีหน้าเจอกันพี่” น้องสาวว่าเสียงแจ้ว

            “จ้ะ”

            กล่าวจบ เธอก็ก้าวลงจากรถ เดินเลี้ยวเข้าไปยังบ้านทรงไทยล้านนาที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึง 50 เมตร พวกเรายังคงรอดูเธอเดินจนลับตาหายเข้าไปในบ้าน

            “ดูบ้านของเขาสิ ยังเป็นทรงโบราณอยู่เลย มิน่าล่ะ เขาถึงได้มีหัวอนุรักษ์ คงถูกปลูกฝังมาดีตั้งแต่เด็ก” แม่เปรย

            “หายากนะ บ้านไม้แถวนี้ เดี๋ยวนี้เค้าเปลี่ยนเป็นบ้านปูนกันหมดแล้ว” พ่อเสริม จากที่ได้เห็นผ่านตามาตามรายทางเมื่อสักครู่

            “แล้วเราล่ะ ว่าไงต้น สนใจเค้าไหม” แม่ย้อนถาม

            “โธ่...จนป่านนี้แล้ว ยังจะถามอีกเหรอแม่”

            “แล้วจะจีบติดรื้อ...” คำพูดของพ่อ ฟังดูไม่เข้าหูยิ่งนัก

            “ไม่ลองไม่รู้น่ะพ่อ” ผมตอบ

 

0000000000

 

<ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 1 คลิกที่นี่>

<ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 2 คลิกที่นี่>

 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน