*/
  • หน่อไม้ไร่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-01-15
  • จำนวนเรื่อง : 128
  • จำนวนผู้ชม : 407402
  • จำนวนผู้โหวต : 367
  • ส่ง msg :
  • โหวต 367 คน
<< เมษายน 2015 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 28 เมษายน 2558
Posted by หน่อไม้ไร่ , ผู้อ่าน : 1084 , 11:52:50 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

<ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 1 คลิกที่นี่>

<ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 2 คลิกที่นี่>

<ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 3 คลิกที่นี่>

*

- 5 -

จุดเปลี่ยน

 

          ยอดเงินคงเหลือของคุณคือ 10.50 บาท…

          “ตายล่ะ เงินในเอทีเอ็มไม่มีเหลือให้กดเลย”

         ผมหยิบบัตรออกจากตู้เอทีเอ็มด้วยความเซ็งปนผิดหวัง

         การขึ้นไปเที่ยวสงกรานต์เชียงใหม่ปีนี้ ทำให้เงินเก็บ (ที่ปกติก็ไม่ค่อยจะมีนัก) หมดเกลี้ยงไปในพริบตา ผมยืนคิดว่าจะทำยังไงดี เพราะอยากจะซื้อแหวนให้มิ้นสักวงหนึ่ง เป็นการเอาใจ เพราะเมื่อสามวันก่อน ตอนพามิ้นไปเดินห้าง เห็นเธอไปยืนจับๆ ลองๆ แหวนวงหนึ่งอยู่นานสองนาน ทำท่าละล้าละลังอยากได้ เผอิญผมตามมาเห็นเข้าพอดี แต่พอผมเอ่ยปากถามประมาณว่าจะซื้อให้ เธอก็ตอบเลี่ยงๆ เปลี่ยนใจไปหาช็อคโกแลตของโปรดกินแทน

         เหลือบดูราคาแหวน โอ้โฮ...สองหมื่นห้า นี่ถ้าราคาสักสองสามพัน ผมคงควักเงินซื้อให้บัดเดี๋ยวนั้นไปแล้ว

         “คิดออกแล้ว ว่าจะหาเงินจากไหน!” ผมดีดนิ้วดังเปาะ

 

         ณ ร้านฟาสฟู้ดชื่อดังแห่งหนึ่ง...สามหนุ่มกำลังนั่งคุยกันไปพร้อมๆ กับมื้อเที่ยง

         “เออนี่ ไอ้เป็ด ไอ้หมง ฉันมีเรื่องจะบอกพวกแก” ผมเริ่มเปิดหัวข้อสนทนาด้วยน้ำเสียงซีเรียส

         “เรื่องอะไรวะ” เพื่อนทั้งสองถามแทบจะพร้อมกัน คงสงสัยไม่น้อยที่จู่ๆ ผมก็รีบนัดพวกมันออกมาแบบกึ่งๆ บังคับ แต่คงพอจะเดาได้จากสีหน้าและน้ำเสียงที่กลุ้มใจของผมออก ว่าเรื่องที่กำลังจะได้ยิน คงเป็นเรื่องไม่สู้ดีนัก

         “เรื่องที่พวกแกสองคนเคยตั้งข้อสันนิษฐานไว้ต่างๆ นานา เกี่ยวกับมิ้นน่ะ”

         “มิ้นเหรอ...” เพื่อนทั้งสองทำท่านึก “มิ้นไหนวะ”

         “มิ้น อมินตรา”

         “อ๋อ...สาวน้อยที่แกจีบในเฟซบุ้คน่ะเหรอ”

         “อื้ม ใช่”

         “แล้วยังไงวะ”

         “ก็พวกแกน่ะ หาว่ามิ้นเป็นผู้ชายมั่ง เป็นกะเทยมั่ง รู้ไหมว่าเมื่อสามวันก่อนที่ฉันไปเชียงใหม่มา ฉันนัดเจอมิ้นเรียบร้อยแล้ว”

         “หา!!!” สองคนนั้นอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ คาดไม่ถึงว่างานนี้ผมจะเป็นจริงเป็นจัง ก่อนหมงจะตั้งสติได้ก่อน ถามว่า “แล้วสรุปว่าเป็นยังไง...ตัวจริงเค้าเหมือนในรูปไหม”

         “ไม่เหมือนว่ะ” ผมตอบ

         “นั่นไง ฉันว่าแล้ว รูปมันหลอกตา ฉันน่ะมองคนไม่เคยผิด” เป็ดได้ทีขี่แพะไล่

         หมงถอนหายใจพลางส่ายหน้า ก่อนจะสรุปว่า “เฮ้อ...คราวนี้นายจะได้เลิกเพ้อฝันสักที ฉันบอกแล้วว่าโลกโซเชียลเป็นโลกแห่งการหลอกลวง”

         ก่อนที่พวกมันจะทับถมไปมากกว่านี้ ผมเลยรีบปราม “เดี๋ยวก่อน...ที่ฉันบอกว่าไม่เหมือนน่ะ หมายความว่า ตัวจริงเค้าสวยกว่าในรูปโว้ย”

         “อ้าว!?!”

         “ฉันเชื่อแล้วว่าเค้าถ่ายรูปไม่ขึ้น” ผมเกทับ

         “แล้วทำไม วันนี้แกถึงได้ทำหน้ากลุ้มใจอย่างนี้ล่ะ” เป็ดไม่เข้าใจกับสีหน้าของผม “ถ้าเค้าสวยขนาดนั้นจริง ก็เป็นเรื่องน่ายินดีไม่ใช่เหรอ”

         “เอ้อ ก็เพราะสวยนั่นแหล่ะ...ฉันถึงได้กลุ้มไง กลัวจีบไม่ติด แล้วพวกแกก็ต้องรับผิดชอบด้วย ที่พูดจาใส่ร้ายน้องเค้าสารพัด หาว่าเป็นกะเทยมั่งล่ะ ขี้เหร่มั่งล่ะ”

         “รับผิดชอบยังไง” สองคนนั้นถามพร้อมกันอีก

         “อะแฮ่ม...ในฐานะเพื่อน เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนใช่ไหม พวกแกสองคนเอาตังค์มาให้ฉันยืมซะดีๆ สองหมื่นห้า”

         “ชะ!…สองหมื่นห้า เอาไปทำอะไรวะ” เป็ดทำท่าอยากจะถอย แทบอยากจะเผ่นหนีไปในบันดลเมื่อได้ยินเรื่องยืมเงิน

         “ไม่บอก”

         “เฮ้ย ถ้าแกไม่บอกพวกฉันไม่ให้ยืมนะเว้ย” หมงตั้งข้อแม้

         ผมก็เลยตัดบท “อ่ะๆๆ บอกก็ได้ ฉันจะเอาไปซื้อแหวนให้มิ้น”

         “แหวนอะไรวะ ทำไมแพงจัง แหวนหมั้นเรอะ”

         “เออน่า...”

         “เขาขอให้แกซื้อให้รึไง?”

         “ป่าว มิ้นไม่ได้ขอ เค้าไม่ใช่คนปอกลอกอย่างนั้น พอดีฉันแอบสังเกตเห็นเอง ว่าเขาอยากได้ จับๆ วางๆ ใหญ่เลย ฉันเลยกะจะเอาไปเซอร์ไพรส์”

         “เฮ้ย...ของแบบนี้มันมารยากันได้ ไม่เคยได้ยินเหรอ ว่าผู้หญิงน่ะ มารยาร้อยเล่มเกวียน เธออาจจะแกล้งทำทีอยากได้ให้นายเห็นก็ได้นะ”

         “ฉันว่าแกเนี่ย ชักจะทำตัวเป็นป๋าใหญ่แล้วนะ เจอกันแค่แป๊ปเดียว ซื้อนั่นซื้อนี่ให้ซะละ แถมยังของแพงๆ ด้วย” เป็ดแย้ง

         หมงไม่เว้นจังหวะให้ผมเถียง รีบเสริมว่า “แกก็รู้นี่ว่าในอินเตอร์เน็ตไว้ใจใครได้ซะที่ไหน อีกหน่อยเดี๋ยวเค้าก็ปั้นเรื่องโน้นเรื่องนี้มาโกหก หลอกเอาเงินแกจนหมดตัวหรอก เชื่อฉันสิ”

         พอได้ยินคำพูดไม่ค่อยเข้าหูอย่างนี้ ผมซึ่งกำลังเครียดและกลุ้มใจอยู่เป็นทุน ก็ชักเริ่มหงุดหงิดอารมณ์เสีย เลยพาลใส่พวกมัน “เออๆๆ พวกแกสองคนไม่ช่วย ก็อย่าช่วย พวกแกอิจฉาที่ฉันกำลังจะได้แฟนน่ารักกว่าใช่มะ!”

         พูดจบผมก็เดินลุกหนีออกจากโต๊ะอย่างอารมณ์เสีย ทิ้งข้าวครึ่งจานเอาไว้อย่างนั้น เดินออกจากร้านไปโดยไม่หันกลับมามองหน้าเพื่อนทั้งสอง

         คำพูดผมออกจากแรงไปสักนิด แต่มันทนไม่ไหวจริงๆ ชอบมาว่ามิ้นเสียๆ หายๆ งานนี้โกรธกันเป็นโกรธ ถ้าจะเสียเพื่อนกันเพราะเรื่องนี้ ก็ช่างหัวปะไร

 

         อีกสองวันถัดมา...

         “พี่ต้น มิ้นมีเรื่องด่วนจะบอกพี่” มิ้นส่งข้อความแชททางเฟซบุ้คมาให้ผม

         ผมดีใจที่มิ้นแชทมาหา รีบตอบกลับไปทันควัน “เรื่องอะไรจ๊ะ” พลางแอบคิดในใจ จะมาสารภาพรักเรารึเปล่าหว่า...อิอิ

         “พรุ่งนี้จะมีคนมาขอหมั้นมิ้นแหล่ะ”

         “ห๊า!!!”

         “ค่าสินสอดทองหมั้น แสนหนึ่ง”

         “แล้วพ่อมิ้นว่ายังไงบ้างล่ะ ก็ไหนว่าจะรอให้มิ้นเรียนจบก่อนแล้วค่อยมีแฟนไง” ผมพิมพ์ตอบกลับไปมือสั่น ตอนแรกก็อุตส่าห์เย็นใจ ไม่รีบจีบ ที่ไหนได้...กำลังจะโดนมือดีตะครุบไปเสียแล้ว

         “พ่อมิ้นอาจจะยอมตกลงรับหมั้นก็ได้ เพราะตอนนี้ครอบครัวของเรากำลังมีปัญหาเรื่องเงิน”

         อ่านแล้วผมใจเสียขึ้นมาทันที พ้อกลับไปด้วยความน้อยใจว่า “อ้าว แล้วพี่ล่ะ...”

         “พี่ก็มาขอหมั้นมิ้นตัดหน้าสิคะ ไม่เห็นยาก อิอิ เกทับไปเลย สองแสน รับรองพ่อโอเคแน่”

         “โห...ถ้าต้องหมั้นกันพรุ่งนี้ พี่คงเตรียมการไปไม่ทันหรอก”

         “อืม...งั้นก็เอางี้สิ พี่ก็โอนเงินมาให้มิ้นก่อนก็ได้ เดี๋ยวมิ้นจะเอาไปบอกพ่อเอง แต่ด่วนเลยนะพี่ โอนวันนี้เลย สองแสน...”

 

         ผมเห็นพ่อนั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่ห้องนั่งเล่น จึงเดินเข้าไปหา

         “พ่อครับ ผมขอเงินสองแสนหน่อยสิ”

         พ่อแทบจะสำลักกาแฟ ดีที่กลืนได้ทัน ก่อนจะค่อยๆ ตั้งตัวได้ ถามว่า “เอาไปทำไมต้น เงินไม่ใช่น้อยๆ”

         “เอาไปหมั้นสาวครับ”

         “ว่าไงนะ!?”

         ผมก็เลยเล่าให้พ่อฟัง ว่าพรุ่งนี้จะมีคนหอบเงินแสนมาขอหมั้นมิ้น พ่อมิ้นกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินอยู่ อาจจะตอบตกลงได้ง่าย แต่ถ้าผมโอนเงินไปให้มิ้นล่วงหน้าก่อนสองแสน พ่อมิ้นก็จะเปลี่ยนใจ ชะลอเรื่องหมั้นของชายคนนั้นออกไปก่อน หลังจากนั้นผมก็ค่อยพาพ่อกับแม่ขึ้นไปสู่ขอมิ้นทีหลัง

         พอพ่อได้ฟังจบ ก็ขมวดคิ้วใช้ความคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะตอบว่า “พ่อว่ามันแปลกๆ นะต้น นี่เรื่องจริงหรือเรื่องหลอกกันแน่”

         “เรื่องจริงสิครับพ่อ” ผมทำท่าร้อนรน เซ้าซี้จะเอาให้ได้ “เร็วๆ เข้าเถอะพ่อ เดี๋ยวธนาคารปิด เราจะไปเบิกเงินไม่ทัน จะสามโมงแล้วเนี่ย”

         อยู่ดีๆ กำลังจะเสียเงินสองแสน พ่อเลยนิ่งทำท่าคิดหนัก ก่อนจะปรามให้สติว่า “ต้น...ไม่มีใครบ้าพอที่จะโอนเงินสองแสน ซึ่งถือว่าเยอะสำหรับครอบครัวเรา ไปให้ผู้หญิงที่เพิ่งเจอหน้ากันเมื่อไม่กี่วันนี้หรอกนะ เจอกันยังไม่ถึงสัปดาห์ด้วยซ้ำ เรายังไม่รู้จักเค้าดีพอเลย อยู่ดีๆ จะโอนเงินไปให้เค้าง่ายๆ ฟรีๆ ถ้าเกิดเขาปั้นเรื่องขึ้นมาหลอกเราล่ะ เรามิกลายเป็นหมูให้เขาหลอกกินง่ายๆ เหรอ”

         แม่ยืนปอกผลไม้อยู่แถวนั้นก็ได้ยินด้วย เสริมขึ้นมาว่า “แม่ก็ว่าฟังดูแปลกๆ นะต้น วันที่เจอกัน ทำไมเค้าไม่บอกเรื่องนี้กับเราตรงๆ ล่ะ”

         “ก็เหตุการณ์มันเพิ่งเกิดวันนี้นี่ครับ” ผมแย้งน้ำเสียงแทบจะอ้อนวอน

         “ครอบครัวของเค้า คิดจะทำอะไรก็ทำง่ายๆ อย่างนี้เลยน่ะเหรอ ไม่มีปี่มีขลุ่ย แม่ว่า...ผู้หญิงยิ่งสวยยิ่งอันตรายนะ กุหลาบยิ่งสวยยิ่งมีหนามคม”

         "อ้าว ไหงแม่พูดอย่างเงี้ย..." ผมชักเริ่มไม่เข้าใจ วันก่อนยังเห็นแม่ออกจะเอ็นดูเธอ เห็นดีเห็นงาม...อยากได้มาเป็นลูกสะใภ้ ทำไมตอนนี้ถึงไม่เข้าข้างผมเสียอย่างนั้น

         พ่อเห็นด้วยกับแม่ “เอาอย่างนี้ดีกว่าต้น รอดูสถานการณ์ไปก่อนดีกว่าไหม เค้าแค่หมั้นเฉยๆ ยังไม่แต่งนี่ ก็ไหนว่าพ่อของเค้าจะรอให้ลูกสาวเรียนจบก่อน แล้วค่อยมีแฟนไง ไอ้เรื่องที่ได้ยินวันนี้ พ่อว่ามันฟังดูขัดแย้งกันนะ”

 

         ผมเดินสโลสเลกลับมาที่ห้องนอน...อย่างหมดแรง

         ทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงอย่างสิ้นหวัง

         ทำไมกันนะ...คนรอบข้างผม ถึงไม่มีใครเข้าใจ คอยแต่จะใส่ร้ายมิ้นอยู่ตลอด ว่ามาหลอกลวงผม มันผิดด้วยหรือ ที่ผมอยากจะมีแฟนสวยๆ สักคน...

         ผมอยากได้มิ้นเป็นแฟน ผมอยากเป็นลูกเขยเชียงใหม่ เราจะแต่งงานกันแล้วมีลูกสักสองคน...

เสียงข้อความจากมิ้น รัวส่งเข้ามาที่เฟซบุ้ค อย่างเร่งเร้า

         “ว่าไงคะพี่ต้น คุยกับพ่อแล้วสำเร็จไหม”

         “ท่านตกลงไหมคะ”

         “ช่วยตอบด้วยค่ะ ด่วนๆ เลย”

         “มิ้นรอคำตอบอยู่นะ”

         “พี่ต้น?...”

         ผมไม่กล้าพิมพ์ตอบกลับไป เพราะไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี เลยปล่อยให้ข้อความขึ้นโชว์หราอยู่อย่างนั้น

ยิ่งคิดผมก็ยิ่งกลุ้ม ว่าจะหาเงินจากไหนโอนไปให้มิ้นดีในวันนี้

         “ยืมเพื่อนหรือ? …แค่สองหมื่นห้า พวกมันยังไม่ให้เลย”

         “ปล้นธนาคารดีไหม? พ่อเก็บปืนเอาไว้ที่ไหนนะ อา...ที่ลิ้นชักโต๊ะทำงานไง”

         “หรือว่า...จะแอบเอารถพ่อไปจำนำดี”

         เฮ้อ...หาทางออกไม่เจอเลย

         ผมยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้าง หัวสมองมันไม่อยากจะรับรู้อะไรทั้งสิ้น น้ำตาก็ปริ่มจะไหลออกมาด้วยความอัดอั้น ทำไมเราทำอะไรไม่ได้เลยนะ จะปล่อยให้เป็นเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ น่ะหรือ?

         แล้วผมก็ผล็อยหลับไปอย่างไม่รู้ตัว เปิดคอมฯ แชทข้อความกับมิ้นค้างเติ่งเอาไว้อย่างนั้น ด้วยความเหนื่อยล้า...อ่อนอกอ่อนใจ

         ใครเล่าจะรู้ว่า..ตรงนี้จะเป็นจุดเปลี่ยน...ครั้งสำคัญของชีวิตผม และครอบครัว

 

 0000000000

 

<ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 1 คลิกที่นี่>

<ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 2 คลิกที่นี่>

<ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 3 คลิกที่นี่>

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน