*/
  • หน่อไม้ไร่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-01-15
  • จำนวนเรื่อง : 126
  • จำนวนผู้ชม : 276615
  • จำนวนผู้โหวต : 359
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน 2560
Posted by หน่อไม้ไร่ , ผู้อ่าน : 488 , 20:14:29 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

*****

บันทึกหนึ่งแห่งกาลเวลา

ขอร่วมสืบสานอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นไทยให้คงอยู่ชั่วลูกหลาน

*****

 

แปลเนื้อเพลง เสเลเมา

 

           เพลงเสเลเมา เป็นเพลงโบราณที่แต่งขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว เล่าถึงบรรยากาศการเดินทางไปเมืองโก (อยู่ในประเทศพม่า) กับพี่ชาวเงี้ยว ของชายคนหนึ่งชื่อ “เสเลเมา” ผ่านไปทางอำเภอพานจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีหนทางคดเคี้ยว ยากลำบาก ต้องข้ามผ่านแม่น้ำลึก ดงหนามหญ้าไมยราบ และเมื่อไปถึง ก็พาลูกหลานไปนั่งเล่นไพ่ป๊อก (ชาวอังกฤษที่เข้ามาล่าอาณานิคมในพม่านำเข้ามาเผยแพร่) จนเสียหมดตัว แต่ในท้ายที่สุด ก็ฟื้นตัวกลับมาร่ำรวยด้วยการไปหาซื้อช้างดี มารับจ้างลากไม้ที่เชียงแสนและเชียงดาว

          เสเลเมา เป็นชื่อตัวละครสมมุติที่ร่วมขบวนเดินทางไปด้วย เป็นเพศชาย นำลูกและหลานติดสอยห้อยตามไปพร้อมกัน และตามเนื้อเพลง จะเป็นคนมีอุปนิสัยทำอะไรเปิ่นๆ เพื่อให้เพลงเกิดความสนุกสนาน

          เพลงนี้โด่งดังมากในสมัยก่อน มีผู้นำไปขับร้องเป็นทำนองซออย่างแพร่หลาย จนทำให้ชื่อเพลงเสเลเมา กลายเป็นชื่อเรียกทำนอง “ซอเงี้ยว” นี้แทนในเวลาต่อมา กลายเป็น ทำนองเสเลเมา

          เวอร์ชันที่จะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นของศิลปินล้านนาชื่อดัง จรัล มโนเพ็ชร ซึ่งมีการแต่งเนื้อร้องเพิ่มขึ้นมาอีกสองท่อนจากต้นฉบับ คือ ท่อนเกริ่นหัวและท่อนปิดท้าย ทำให้เพลงมีอรรถรสน่าฟังขึ้น และได้มีการเปลี่ยนเนื้อร้องบางคำ ซึ่งทำให้ฟังเข้าใจง่ายขึ้น แต่ก็ต้องแลกกับการเสียสัมผัสของเพลงไป ในที่นี้จึงขอสงวนสัมผัสเพลงไว้คงเดิมตามต้นฉบับ (ที่เป็นตัวอักษรสีชมพูในท่อนเนื้อเพลง)

 

* สีดำ = เนื้อร้อง

* สีแดง = คำแปล

* สีเขียว = ขยายความ

 

ลิงค์เพิ่มเติม : สาวน้อยภาคเหนือ : https://line.me/S/sticker/1206267

สาวน้อยช่างฟ้อน : https://line.me/S/sticker/1321372

 

เพลง เสเลเมา

 ทำนอง ดัดแปลงจากเพลงฟ้อนของชาวเงี้ยว (ไทใหญ่) เรียกว่าซอเงี้ยว

 

ไก่แจ้ขันเหนอกุง นกยูงขันเหนอห้อย ก้อยข้านี้ ไผจักมา ตั๊ดกม แลๆๆๆ...

          แปล : ไก่แจ้ขันเหนือกรุง นกยูงขันเหนือห้วย (ในป่า) ตัวข้านี้ ใครจักมาเหมาะกัน ล่ะ...

          เสริม : เพลงนี้เป็นภาษาเหนือสำเนียงชาวเงี้ยวปนอยู่ด้วย โดยเฉพาะท่อนพูดเกริ่นนำท่อนแรกนี้ ค่อนข้างจะไปทางภาษาเงี้ยว ดังนั้นจะมีคำที่ออกเสียงแปลกออกไป (พูดไม่ชัด) เช่น เหนอ = เหนือ, ห้อย = ห้วย

          ก้อยข้า = ตัวข้า

          ตั๊ด = ตรง

          ตั๊ดกม = ตรงกันพอดีเป๊ะ, เหมาะกัน, เหมาะเหม็ง, คู่ควรกัน

 

 (ดนตรี มงแซะ มงแซะ แซะมง ตะลุ่มตุ้มมง)

 

อะโล โลโล ไปเมืองโกตวยปี้เงี้ยว

          แปล : อะโลๆๆ ไปเมืองโกกับพี่ชาวเงี้ยว

          เสริม : อะโลๆๆ เป็นคำอุทานเชิงอวดที่นิยมของคนรุ่นเก่าแถบภาคเหนือ มีความหมายใกล้เคียงกับคำภาคกลางปัจจุบันว่า เริ่ด เด็ด โอ้โฮเฮะ

          เมืองโก เป็นเมืองหนึ่ง อยู่ในประเทศพม่า มีชาวเงี้ยว (ไทลื้อ) อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

          เงี้ยว ในท่อนเพลงไม่ได้เป็นชื่อคน แต่เป็นพวกชาวเงี้ยว คำว่า "เงี้ยว" เป็นคำที่คนไทยใช้เรียกชาวไทใหญ่

          ตวย = ไปกับ, ด้วย

          ปี้ = พี่

 

หนตางก๊ดเลี้ยว ข้าน้อย ขอเหลียวหลังถาม

          แปล : หนทางคดเลี้ยว ข้าน้อยขอเหลียวหลังถาม

          เสริม : หนทางลดเลี้ยว ซับซ้อน ไปยากลำบาก จึงขอถามทางกับผู้คนรายทางไปเรื่อยๆ

          ก๊ด = คด

          * เวลาร้องให้รวบคำว่า “ข้าน้อย” ให้อยู่ห้องเดียวกัน จะทำให้คำว่า “ก๊ดเลี้ยว” ไปสัมผัสกับคำว่า “ขอเหลียว” พอดี แล้วจึงลากเสียงอีกสองคำคือ “...หลัง...ถาม” ตามมา เฉลี่ยให้ลงคำละ 1 ห้อง จะครบท่อนพอดี โดยสามารถลากเสียงสูงคำสุดท้ายคือคำว่า “ถาม” ไปยาวๆ ได้ตามเอกลักษณ์หรือเทคนิคลูกเล่นส่วนบุคคล

 

หนตางเส้นนี้ เป็นถนนก่อเมิงพาน

          แปล : หนทางเส้นนี้ ก็เป็นถนนเมืองพาน

          เสริม : เมืองพาน = อำเภอพานจังหวัดเชียงราย

 

เฮย...ป้อเฮย ผ้าสีปูเลย ป้าดเกิ่งตุ๊มเกิ่ง

          แปล : เฮ้อ...พ่อเอ๊ย ผ้าสีม่วงคล้ำ (ที่พาดบ่ามา) พาดครึ่งห่มครึ่ง (จะหลุดแหล่มิหลุดแหล่ ทุลักทุเลน่าดู)

          เสริม : ปูเลย เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ดอกมีสีม่วงอมดำ เนื้อในของหัวใต้ดินมีสีเหลืองคล้ายขมิ้น ภาคกลางเรียก สีไพล

          ป้าด = พาด

          เกิ่ง = ครึ่ง

          ตุ๊ม = ห่ม

 

(ดนตรี มงแซะ มงแซะ แซะมง ตะลุ่มตุ้มมง)

 

เสเลเมา บ่าเด่วเปิ๊กเซิ๊ก

          แปล : เสเลเมา ตอนนี้เปียกโชก

          เสริม : เปิ่กเซิ่ก เป็นคำสร้อยขยายอาการเปียกชนิดหนึ่ง ซึ่งเปียกมากๆ จนผมฟูยุ่งเหยิง หมดสภาพ เช่น หัวเปียกเปิ่กเซิ่ก

          บ่าเด่ว = เดี๋ยวนี้, ตอนนี้

 

ข้ามน้ำเลิ้ก ก็บ่ได้ขอดขาโถง

          แปล : ข้ามน้ำลึก ก็ไม่ได้ขมวดปมขาถุงย่าม (อาจทำให้ข้าวของในถุงย่ามหล่นหายลงน้ำได้)

          เสริม : เลิ้ก = ลึก

          โถง = ถุงย่าม

          ขอด = ขมวดปม

 

หนามเก็ดเก๊า มาจ้องเอาขนก่อแมวโพง

          แปล : หนามหญ้าไมยราบ คอยจ้องจะเกี่ยวขนแมวโพง

          เสริม : หนามเก็ดเก๊า = หนามหญ้าไมยราบ ตามเนื้อเพลง ต้นหนามนี้น่าจะขึ้นตามแม่น้ำที่กำลังข้าม ทำให้ข้ามยาก

          แมวโพง = แมวชนิดหนึ่ง หากินเวลากลางคืน อาจเรียกรวมไปถึงแมวป่า ไม่ชอบสุงสิงกับมนุษย์ ชอบหลบๆ ซ่อนๆ บ้างก็ว่าเป็นแมวผี พิจารณาตามเนื้อเพลงท่อนนี้แล้ว ไม่น่าจะมีการนำแมวโพงติดคณะเดินทางไปด้วย เพียงแต่เป็นการเอ่ยลอยๆ บอกว่า หนามยาวๆ แหลมๆ ของหญ้าไมยราบเหล่านี้ คอยจะเกี่ยวขนแมวป่าดีนักแล และน่ากลัวว่าจะเกี่ยวผู้คนที่กำลังข้ามแม่น้ำด้วย

 

ต๋าวันลง เจ้นจะแผวต๋าฝั่ง

          แปล : ตะวันลับฟ้าโน่น ชาติหนึ่งจะถึงฝั่ง

          เสริม : ต๋าวัน = ตะวัน

          แผว = ถึง

          เจ้น = ชาติหนึ่ง, ฉันนั้น (มักใช้เป็นคำประชด เช่น ถ้าจะรอของขวัญจากอ้าย เจ้นจะไคออกดอกปู๊น... = ถ้าจะรอของขวัญจากพี่ ชาติที่ตะไคร้ออกดอกโน่น)

 

(ดนตรี มงแซะ มงแซะ แซะมง ตะลุ่มตุ้มมง)

 

เสเลเมา บ่าเด่วป็อกซ๊อก

          แปล : เสเลเมา เดี๋ยวนี้จ๋อย

          เสริม : ป็อกซ้อก = จ๋อย, หงอย, เศร้าซึม, นั่งซมตัวลีบ

 

ไปเล่นพ้ายป๊อก ก่อเสเติงลูก ก่อเติงหลาน

          แปล : ไปเล่นไพ่ป๊อก ก็เสียทั้งลูก เสียทั้งหลาน

          เสริม : พาลูกหลานไปเล่นไพ่ด้วย แล้วก็พากันเล่นเสียทั้งครอบครัว ไม่ได้แปลว่าเสียถึงลูก เสียถึงหลาน เพราะนั่นจะตีความหมายว่าเสียเยอะเกินไป เสียเกินกว่าเนื้อร้องท่อนถัดไป (ซึ่งเนื้อร้องท่อนถัดไปจะต้องเสียเยอะกว่า)

 

เล่นไปแหมหน้อย ก่อเสเติงปิ่น ก่อเติงลาน

          แปล : เล่นไปอีกหน่อย ก็เสียทั้งปิ่นปักผมและต่างหู

          เสริม : แหมหน้อย = อีกหน่อย

          ลาน, ลานหู = ต่างหู (คำเรียกสมัยโบราณ)

          เติง = (คำว่า ตึง ของภาษาเหนือ) = ทั้ง, ถึง, ทุก, ยังไงก็

 

เหนาะเจ้าปี้เหนาะ จักขี่เฮือเหาะขึ้นบนอากาศ

          แปล : น้อ...เจ้าพี่น้อ จะขี่เรือเหาะขึ้นบนอากาศ

          เสริม : ท่อนนี้เป็นคำประชด น้อ...เจ้าพี่น้อ... (ลากเสียงยาว) หมายถึงว่า สิ่งที่คู่สนทนากระทำอยู่นั้น สำเร็จได้ยาก (ในที่นี้คือ การเล่นไพ่ให้ได้กำไร) แทบอยากจะขี่เรือเหาะขึ้นบนอากาศเพื่อเยาะเย้ย ซึ่งการขี่เรือเหาะก็เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เทียบเคียงเสมอกัน

          *เรือเหาะในที่นี้ มิได้หมายถึงเครื่องบิน เพราะสมัยนั้นยังไม่มี แต่ในวรรณคดีของภาคเหนือ มีเรื่องราวกล่าวขานถึงเรือที่เหาะได้ เป็นพาหนะที่บินได้ชนิดหนึ่ง

 

(ดนตรี มงแซะ มงแซะ แซะมง ตะลุ่มตุ้มมง)

 

อะโล โลโล ส้มบะโอ จิน้ำพริก

          แปล : อะโลๆๆ ส้มโอจิ้มน้ำพริก

 

เหน็บดอกปิ๊กซิก มาแป๋งต๋าเหลิก ก่อต๋าแล

          แปล : ทัดดอกไม้ (ที่ใบหู) กระจุ๋มกระจิ๋ม มาทำตาเหลือกตาแล

          เสริม : ปิ๊กซิก เป็นคำสร้อยขยายสิ่งของที่มีลักษณะเล็กๆ น่ารักๆ

          ต๋าเหลิกต๋าแล = ชะม้ายชายตาไปมา (อาการอยากอวด)

 

ไปตางปู๊น เป๋นปะตู๋ก่อต้าแป

          แปล : ไปทางโน้น ก็เป็นประตูท่าแพ

 

งามนักแก อะโลโลโล แม่ฮ้าง แม่หม้าย

          แปล : งามนักหนา อะโลๆๆ แม่ร้าง แม่หม้าย

          เสริม : แม่ฮ้าง = ผู้หญิงที่หย่าร้างกับสามี

          แม่หม้าย = ผู้หญิงที่สามีตาย

          คำว่า “แม่ฮ้าง แม่หม้าย” ที่ต่อท้ายในท่อนเพลง เป็นคำเรียกผู้หญิงเหล่านี้ให้มาดูประตูท่าแพที่สวยงาม มิได้เป็นคำชมว่า “แม่ฮ้าง หรือแม้หม้าย” ที่อยู่บริเวณประตูท่าแพนั้นสวย

 

(ดนตรี มงแซะ มงแซะ แซะมง ตะลุ่มตุ้มมง)

 

เขี้ยวล้า สันโถ่ต้มเน้อ ปี้บ่ย้อนเมียงหมาง น้องโล..

          แปล : เมื่อยฟัน ก็เพราะว่าถั่วต้มเน้อ พี่ไม่ได้หยอกน้องให้โกรธน้า... (พูดจริง เมื่อยจริง)

          เสริม : สัน = ก็เพราะว่า

          โถ่ต้ม = ถั่วต้ม

          โล, ลอ (คำลงท้ายคำพูด) = นี่นา, นะ, น้า...

         

ยะล่ะต้มตวยสูปี้เล้า แล...

          แปล : ทำไมต้องต้มตัวพี่ตามไปด้วยเล่า แล...

          เสริม : ยะล่ะ = (คำศัพท์คนสมัยเก่า) ทำไมเล่า, ทำไมต้อง, ทำไมถึงทำอย่างนั้น

          สูปี้ = ตัวพี่

          * ท่อนเกริ่นนี้ สันนิษฐานว่า อาจจะไปนั่งจีบสาว แล้วสาวเอาถั่วต้มมาให้กิน หรือไม่ก็ไปนั่งจีบสาวแม่ค้าขายถั่วต้ม (น่าจะเป็นอย่างหลังนี้มากกว่า เพราะมีสต็อคถั่วเก็บไว้ในปริมาณมาก) ซึงได้นั่งกินไปเป็นจำนวนมาก จนเมื่อยฟัน เคี้ยวต่อไปไม่ไหว จึงเอื้อนเอ่ยรำพัน (บ่น) ออกมา ทำให้เนื้อเพลงดูขำขัน สนุกสนาน

 

(ดนตรี มงแซะ มงแซะ แซะมง ตะลุ่มตุ้มมง)

 

เสเลเมา บ่าเด่วป๋านกว้าง

          แปล : เสเลเมา เดี๋ยวนี้กว้างขวาง

 

ไปเซาะซื้อจ๊าง ก่อได้ปู๊เอกงาขาว

          แปล : ไปหาซื้อช้าง ก็ได้ตัวผู้ตัวเอก (เด็ดที่หนึ่ง) งาขาว

 

เอาไปลากไม้ ตี้เจงแสน ก่อเจงดาว

          แปล : เอาไปลากไม้ที่เชียงแสน และเชียงดาว

          เสริม : สำเนียงคนเงี้ยว จะออกเสียงคำว่าเชียง เป็น เจง

 

เหนาะเจ้าปี้เหนาะ ผักกาดเกาะ จิน้ำพริกหนุ่ม ฮิ้วววว...

          แปล : น้อ...เจ้าพี่น้อ ผักกาดเกาะ จิ้มน้ำพริกหนุ่ม ฮิ้วววว...(จบ)

          เสริม : ผักกาดเกาะ คือ ผักกาดที่ปลูกตามเกาะของแม่น้ำ (ชาวบ้านเรียกตามแหล่งที่ปลูก ปัจจุบันไม่นิยมเรียกแบบนี้กันแล้ว) ฤดูแล้ง..เมื่อน้ำในแม่น้ำลำคลองลดลง จะพอมีที่ดินโผล่เป็นเกาะอยู่กลางน้ำเป็นแห่งๆ ชาวบ้านนิยมไปทำการเพาะปลูกพืชผักสวนครัวที่มีช่วงอายุการเก็บเกี่ยวสั้นๆ เช่น ผักกาด ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว พริก เป็นต้น เพราะเป็นดินทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง

 

อ้างอิง : หน่อไม้ไร่ : www.oknation.net/blog/normairai

อีเมล์แนะนำติชม : a_sajjathum@yahoo.com

 

บทสรุปการแปลเพลง

 
          เพลงนี้ใช้ภาษาที่ค่อนข้างเข้าใจยาก แม้แต่คนภาคเหนือเองแท้ๆ ที่ใช้ภาษาเหนือสื่อสารกันอยู่ทุกวัน ก็ยังฟังไม่ค่อยออก ความท้าทายและความยากในการแปลเนื้อเพลงนี้ มีอยู่ 3 ชั้นด้วยกัน คือ
          ชั้นที่ 1 เป็นภาษาเหนือโบราณสมัยเก่า ซึ่งบางคำเลิกใช้ไปแล้ว หรือไม่นิยมใช้แล้ว ทำให้คนเหนือรุ่นใหม่ ฟังแล้วไม่เข้าใจ
          ชั้นที่ 2 ใช้ภาษากวีในการบรรยายเพื่อให้เกิดความสวยงามทางคีตศิลป์ จึงมีการใช้คำเลี่ยง คำเปรียบเปรย หรือคำกล่าวอ้อมๆ ไม่ได้บอกกริยาที่กระทำโดยตรง เช่น เปิ๊กเซิ๊ก ซึ่งไม่ได้บอกว่า เปียกเปิ๊กเซิ๊ก (ให้ตีความเอง), หรือ ป๊อกซ๊อก ซึ่งไม่ได้บอกว่า นั่งเหงาป๊อกซ๊อก เป็นต้น
          ชั้นที่ 3 มีภาษาเงี้ยวและคำพูดภาษาไทยไม่ชัดของชาวเงี้ยว ปะปนอยู่ ต้องอาศัยประสบการณ์ หรือชาวไทใหญ่ ช่วยฟังช่วยแปลให้

 

ตัวอย่างเพลงเสเลเมา - จรัล มโนเพ็ชร - สุนทรีย์ เวชานนท์



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน