เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
คำหยาด-เพียงความเคลื่อนไหว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nowwarat
วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม 2550
Posted by เนาวรัตน์_พงษ์ไพบูลย์ , ผู้อ่าน : 1878 , 20:57:46 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กระดองของบรรพชิต 
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ 
………………………. 

“ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแต่ก่อน เต่าตัวหนึ่งเที่ยวหากินตามริมลำธารในตอนเย็น สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งก็เที่ยวหากินตามริมลำธารในตอนเย็นเช่นเดียวกัน   
เต่าตัวนั้นได้เห็นสุนัขจิ้งจอกซึ่งเที่ยวหากิน (เดินเข้ามา) แต่ไกล ครั้นแล้วจึงหดอวัยวะทั้งหลาย มีศีรษะเป็นทีห้า เข้าในกระดองของตนเสีย เป็นผู้ขวนขวายน้อยนิ่งอยู่
” 

แม้สุนัขจิ้งจอก ก็ได้เห็นเต่าตัวที่เที่ยวหากินนั้นแต่ไกลเหมือนกัน 

ครั้นแล้วจึงเดินตรงเข้าไปที่เต่าคอยช่องอยู่ว่า  

“เมื่อไรหนอ เต่าจักโผล่อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งออก ในบรรดาอวัยวะทั้งหลาย มีศีรษะ เป็นที่ห้า แล้วจักกัดอวัยวะส่วนนั้น คร่าเอาออกมากินเสีย”
  

ดังนี้
 

“ภิกษุทั้งหลาย ตลอดเวลาที่เต่าไม่โผล่อวัยวะออกมา สุนัขจิ้งจอกก็ไม่ได้โอกาส ต้องหลีกไปเองฯ” 

นี้เป็นข้อความแปลจากบาลี พระพุทธภาษิตสฬายตนวัคค์สังยุตตนิกาย ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ฉบับแปลของ ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม ชุด “ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์”   

เรื่อง ภิกษุ “สันดานกา” ที่ศิลปินนำมาเขียนรูปได้รางวัล จนเป็นข่าวอื้อฉาว ก็รวมอยู่ในหนังสือชุดนี้ด้วย 

นอกจากภิกษุ “สันดานกา” แล้ว ก็ยังมีภิกษุที่พระพุทธองค์ทรงยกขึ้นเปรียบเทียบ เพื่อมิให้ “ภิกษุทั้งหลาย” ประพฤติเช่นนั้น

คือภิกษุไม่พึงเป็นเยี่ยงนี้ เช่น
 

กอดกองไฟ – ถูกแทงด้วยหอก – จีวรที่ลุกเป็นไฟ – สุนัขขี้เรื้อน –เต่าติดชนัก – ราคีของนักบวช – ไม่คุ้มค่าข้าวสุก- ขี้ตามช้าง – นกแก้วนกขุนทอง- กูเป็นโค – สมณะแกลบ-ดาบที่หมกอยู่ในจีวร – ลิงติดตัง * เถระพาล – เถระวิปริต- เถระโลเล- นรกของสมภารเจ้าวัด – กระดองของบรรพชิต ฯลฯ 

แต่ละตัวอย่างที่พระพุทธองค์ทรงยกมานี้ ก็เพื่อเปรียบเทียบชี้โทษ ทั้งที่ไม่ควรประพฤติ และที่ควรประพฤติ 

เสมือนว่าพระพุทธองค์ทรงนำประสบการณ์ในขณะนั้น ๆ มาว่ากล่าวชี้คุณชี้โทษ แก่ภิกษุสงฆ์สาวกทั้งหลาย 

ดังทุกเรื่อง จะขึ้นต้นว่า
“ภิกษุทั้งหลาย...” ในทุกครั้งไป 

เพราะฉะนั้น การนำพระพุทธภาษิตเหล่านี้มาเป็นอุทาหรณ์เพื่อชี้โทษจึงเสมือนเป็นการ
“ชี้ขุมทรัพย์” ให้แก่ผู้ปฎิบัติธรรมโดยตรง

ดังพุทธภาษิตว่า
 

“คนเราควรมองผู้มีปัญญาใด ๆ ที่คอยชี้โทษคอยกล่าวคำขนาบอยู่เสมอไป ว่าคนนั้นแหละ คือผู้ชี้ขุมทรัพย์ และควรคบบัณฑิตที่เป็นเช่นนั้น” 

พุทธภาษิตนี้ มีอยู่ใน ปณฑิตวตฺค พระธัมมบทขุททกนิกาย

ดังความต่อไปนี้
 

“อานนท์ เราไม่พยายามทำกะพวกเธออย่างทะนุถนอม เหมือนพวกช่างหม้อ ทำแก่หม้อ ที่ยังเปียก ยังดิบอยู่ 
อานนท์ เราจักขนาบแล้ว ขนาบอีก ไม่มีหยุด 
อานนท์ เราจักชี้โทษแล้ว ชี้โทษอีกไม่มีหยุด 
ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ฯ” 

พุทธภาษิตบทนี้แหละคือ “ผู้ชี้ขุนทรัพย์” 

ภิกษุ “สันดานกา” มีอยู่ใน ทสกนิบาต อังคุตรนิกาย

พระพุทธองค์ ตรัสเป็นใจความโดยย่อว่า 

“ภิกษุทั้งหลาย กาเป็นสัตว์ที่ประกอบด้วยความเลวสิบประการ แล้วทรงแจกแจงความเลวของกาเปรียบความเลวของภิกษุ เช่น 

“ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุลามก ก็เช่นเดียวกับกานั้นแหละ เป็นคนประกอบด้วย อสัทธรรมสิบประการฯ


อสัทธรรมสิบประการนี้ คือ 

เป็นคน 1. ทำลายความดี 2. คะนอง 3. ทะเยอทะยาน 4. กินจุ. 5.หยาบคาย 6.ไม่กรุณาปรานี 7. ทุรพล 8. พูดเสียงอึง 9. ปล่อยสติ 10. สะสมของกิน 

ทรงกล่าวสรุปว่า 

“ภิกษุลามก เป็นคนประกอบด้วยอสัทธรรมสิบประกานเหล่านี้ แล” 

ภาพภิกษุสันดานกา ดังปรากฏเป็นข่าว นั้นแลคือ “ภิกษุลามก” โดยแท้จริง 

คือยิ่งดูยิ่งน่ารังเกียจ 

งานศิลปะนั้น เป็นงานสื่ออารมณ์ความรู้สึก ศิลปินใดสร้างผลงานให้ผู้ดูหรือผู้เสพ เกิดอารมณ์ความรู้สึกร่วมได้ นับเป็นความสำเร็จชั้นหนึ่ง ของงานศิลปะนั้น ๆ หรือของศิลปินนั้น ๆ 

แต่ศิลปินไม่เพียงสร้างงาน เพื่อสื่อความรู้สึกเท่านั้น งานศิลปะที่ดีต้องเป็นองค์รวมของ
“ปัญญา” ด้วย 

งานภิกษุสันดานกานี้ หากดูเพียงผิวเผิน ก็จะได้แค่อารมณ์ความรู้สึก ซึ่งหมิ่นเหม่ต่อผู้ถือเอา
“ศรัทธา” เป็นที่ตั้ง พลอยให้วิตกวิจารณ์ไปในด้านลบ ด้านเสื่อมเสีย ดังเป็นข่าว 

แต่หากดูอย่างพินิจ ก็จะเห็นว่า ภาพนี้ได้
“ชี้ขุมทรัพย์” ให้แก่พุทธบริษัทอย่างสำคัญ 

ด้วย กา ตัวนี้ก็คือ กาตัวเดิม ที่พระพุทธองค์ทรงยกเป็นอุทาหรณ์เปรียบ
“ภิกษุลามก” นั่นเอง เพียงแต่ศิลปินได้ถอดถ่ายขยายออกเป็นภาพให้ได้ในมิติของศิลปะ อันเป็นขนบที่ปฎิบัติกันมาแต่โบราณ ที่ศิลปินมีหน้าที่เขียนข้อคติธรรมอันเป็น “นามธรรม” ให้เป็น “รูปข้อคติธรรมอันเป็น “นามธรรม” ให้เป็น “รูปธรรม”   

ดังปรากฏในจิตรกรรมผ่าผนังตามโบสถ์วัดต่าง ๆ นั้น 

คุณอนุพงษ์ จันทร ศิลปินผู้เขียนรูปภิกษุสันดานกานี้ ยังสร้างงานทำนองนี้ไว้อีกหลายภาพ 

ขอแนะนำให้รวบรวมภาพเหล่านี้ จัดแสดงเดี่ยวสักครั้ง

แล้วเขียนภาพพระพุทธองค์ทรง
“ชี้ขุมทรัพย์” ดังบทพระบาลีเรื่อง “สมณะแกลบ” ในอัฎฐกนิบาตอังคุตตรนิกาย ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ที่ริมฝั่งสระโบกขรณีคัดครา 

เนื่องจากมีภิกษุรูปหนึ่ง ถูกเพื่อนโจทด้วยอาบัติแล้ว แกล้งปิดเรื่องของตนไว้ หรือชวนไถลพูดออกนอกเรื่องเสีย และแสดงทำโกรธไม่พอใจออกมาให้เห็นชัด 

พระพุทธองค์ทรงเปรียบภิกษุเหล่านี้เป็น
“ต้นข้าวผี”   

พระองค์ตรัสว่า 

“ทุกคนพึงร่วมมือกันกำจัดเขาออกไปเสีย ทุกคนพึงช่วยกันทึ้งถอนบุคคลที่เป็นดุจต้นข้าวผีนั้นทิ้ง พึงช่วยกันขับคนกลวงเป็นโพรงไปให้พ้นพึงช่วยกันคัดเอาคนที่มิใช่สมณะแต่ยังอวดอ้างตนว่าเป็นสมณะออกทิ้งเสีย ดุจชาวนาโรยข้าวเปลือกกลางลม เพื่อคัดเอาข้าวลีบออกทิ้งเสียฉะนั้นฯ” 

หวังจะได้เห็นงานนิทรรศการภาพทำนองนี้ แล้วมีภาพพระพุทธองค์ทรงชี้ยังภาพอันน่าสังเวช เอน็จอนาถดังสันดานกา และภาพอื่น ๆ ของภิกษุลามกทั้งหลายเหล่านี้   

พร้อมคำบรรยายว่า
 

“ภิกษุทั้งหลายจงดูเยี่ยงนี้ แต่อย่าเป็นอย่างนี้”


................................ 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ผมทำจริง วันที่ : 24/11/2007 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Go888
ผมทำจริง นายต้นไม้ ครับ  หรือ ยูบู๊ดฮ่า เกิดมาทำ

คนบนโลกมนุษย์เราส่วนมาก ชนะตลอด แต่ที่ไม่ชนะเลย คือชนะใจตนเอง มักแพ้กิเลส ข้างในใจตนเอง

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
หนึ่งมิตรชิดใกล้ วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 21.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skylove
นิราศรักหน้าถ้ำ : ร่ายโคลงร่ำเมรัยอาลัยรัก / กลุ่มเขียนข้าว 

โทษของบุคคลอื่นเห็นได้ง่าย
โทษของตนเห็นได้ยาก

เพราะฉะนั้นต้องตรวจตราตนเองให้มากๆเข้าไว้

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
xpresso วันที่ : 06/11/2007 เวลา : 09.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/xpresso
The Power of Crack!!   ขออภัยในความไม่สะดวก!

ครับผม

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ป้ารุ วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 15.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ
ได้รับความรู้ที่ชัดเจนเป็นอย่างมาก
บทความนี้น่าจะเกิดประโยชน์แก่ผู้สนใจทุกคนเป็นอย่างยิ่ง
อย่างน้อยที่สุดก็จะได้ไม่ถกเถียงกันอย่างไม่มีทิศทางต่อไป

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

ได้ความรู้มากเลยค่ะ
เห็นความขัดแย้งเรื่อง ภิกษุสันดานกา หลายสัปดาห์เลยน่ะค่ะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ลดความศรัทธาในศาสนาพุทธลงค่ะ เพราะศรัทธาที่คำสั่งสอนของพุทธองค์ มากกว่าภิกษุ ที่ยังถือว่าเป็นปุถุชน ที่กำลังศึกษาธรรมะ อาจเกิดการหลงผิดทางได้ เป็นธรรมดาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
นางฟ้าแสนซน วันที่ : 28/10/2007 เวลา : 10.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Butterflyeffect
 ผู้หญิงธรรมดาที่เป็นได้ทั้ง...นางฟ้า และนางมาร 

มาอ่านคำของคุณอาคะ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
กรศิริวัฒโณ วันที่ : 27/10/2007 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korn2

เข้ามาเยี่ยมพี่เนาว์ครับ
คิดถึงพี่เสมอ
เรื่อภิกษุสันดานกา น่าสนใจมาก
ผมเห็นว่าศิลปินต้องการจะปกป้องพระศาสนามากกว่าครับ
ฟังพวกที่ออกมาคัดค้านแล้วน่าหมั่นไส้จริงแหละ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 27/10/2007 เวลา : 14.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

มาอ่านงานครูครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
กันเอง วันที่ : 27/10/2007 เวลา : 02.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guneng

มาอ่านงานท่านอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
นานาจิตตัง วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 19.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yorwor
บ้านหลังใหม่ฮะ --- >>>> http://www.oknation.net/blog/mouthshell

อ.เอาบทความมาจาก มติชนสุดสัปดาห์
ใช่ไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
เบส วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 16.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bass

ด้วยความเคารพครับ ท่านอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
sat11 วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saturday11


ในความคิด ศิลปินต้องการสะท้อนความจริงที่เห็นและเป็นอยู่ไม่คิดว่าจะเป็นการลบหลู่
การที่พุทธบริษัทสี่ต่างตรวจสอบกันเองน่าจะเป็นเรื่องที่ดีถึงเป็นมาตการควบคุมพฤติกรรมซึ่งกันและกันไม่ให้นอกลู่นอกทาง

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
daveelapa วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 14.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/daveelapa

สวัสดีคะอาจารย์
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับความรู้ที่ทำให้สังคมได้กระจ่าง ทำความเข้าใจได้อย่างชัดแจ้ง หากมีความเป็นกลาง มนุษย์ทุกคนคงมองอย่างมีปัญญา ไร้อคติ และ ลดความขัดแย้งลงได้เยอะ ดีใจที่ประเทศไทยยังมีผู้รู้ที่เป็นหลักให้คนรุ่นหลังได้ ขอบคุณเป็นอย่างสูง

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
Globe วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 13.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/goodjai
พอใจย่อมไร้ทุกข์ .. ทำดีย่อมมีสุข .... รวมโลก ย่อมได้ สันติภาพ เสรีภาพ และความรักสามัคคี  

กระผมเห็นว่า
เราสามารถสรุปรวมคำสอนของทุกศาสนามาเป็นหลักธรรมสั้นๆ ให้คนได้จดจำง่ายๆ และสามารถใช้เตือนตนในทุกขณะดังนี้ครับ

"พอใจ ==> ไร้ทุกข์" .. "ทำดี ==> มีสุข"
หรือ
"ไร้อยาก ==> ไร้ทุกข์" .. "รู้เหตุ .. รู้ผล ==> รู้ตน .. รู้สุข"
หรือ
"พอใจ .. ไร้อยาก ==> ปราศจากทุกข์" .. "คิดดี .. ทำดี .. มีเหตุผล ==> ตนเป็นสุข .. โลกสงบสุข"

(ความหมายเดียวกันทั้งสิ้นครับ .. กล่าวคือ ถ้าเราหมดจากความอยาก เราก็พ้นทุกข์ .. สังเกตได้จากเมื่อเราสบายใจ เราไม่มีความอยากได้สิ่งใด .. และถ้าเราทำอะไรให้ถูกต้องตามหลักการเหตุผล ตามกฏธรรมชาติแล้ว เราก็จะมีความสุข)

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
อังศนา วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/angsana
เฉลียงหลัง : http://www.oknation.net/blog/uam

๏ เต่าตื่นตระหนกเต้น.........ตาพอง
หัวยื่นนอกกระดอง.............กระดกเท้า
สีหมากสุกที่ครอง...............เปื่อยขาด
โทสะโมหะเร้า...................ออกร้อนลืมศีล๚ะ

ข้าพเจ้าจะบาปไหมน้ออ..
ที่เห็นพระสงฆ์บางรูปเป็นแบบนี้

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ริมโขง วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mitsunjon

สวัสดีค่ะอาจารย์
แวะมาอ่านเรื่องราวดีดี
ได้รับความรู้แสงสว่างมากมาย
แวะมาชวนทำบุญสวดมนต์เพื่อพ่อค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
กระเช้าสีดา วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanapa

สวัสดีค่ะอาจารย์
ชาวพุทธที่แท้จริงอย่างไรเขาก็ยังยึดมั่นในพุทธศาสนา
และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่มีวิจารณญาณ ในเมื่อเราก็รู้ก็เห็นกันออกบ่อย กับเรื่องการประพฤติของภิกษุที่ไม่ดี

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ทวิน วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 11.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/twin

ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลความรู้ที่นำมาแบ่งปันให้อ่านกันครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
feng_shui วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 10.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ข้าพเจ้าว่า สันดานกามีในทุกชนชั้นอาชีพ ไม่ว่าพระ สงฆ์ ไม่ว่าศิลปิน แลเมื่อเอาอัตตามาเป็นที่ตั้งอีล่ะก็ จะเกิดกรณีความขัดแย้งอย่างนี้ร่ำไป
เราไม่มีสิทธิรู้เจตนาเบื้องลึกของศิลปินท่านนั้น นอกจากเจ้าตัวเอง
อย่างไรเสีย ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้บริโภคเป็นตัวตัดสินว่าจะเลือกเสพแง่มุมใด
สำหรับข้าพเจ้าขอเสพรูปพวกนี้ในแง่ของการสะท้อนสังคม ว่ามีทั้งดี/เลว แม้ในสังคมของสมณะสงฆ์ ในรูปของศิลปะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
กาลครั้งหนึ่ง_ในฝัน วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 09.04 น.

ครั้งแรกที่เห็นภาพนี้
ใจกลับไม่ได้คิดว่านั่นคือภาพภิกษุเลยด้วยซ้ำ
แต่คิดไปว่าเป็นภาพสะท้อนความจริงบางอย่างภายใน
ของคนที่แต่งกายเยี่ยงภิกษุเท่านั้น
***************
ฉันก็เป็นชาวพุทธคนนึง
ไม่ว่าใครจะตีความเช่นไร
ก็ไม่ได้ทำให้ฉันเสื่อมศรัทธาในพระศาสนา
ภาพภิกษุที่ผ่องใส มีวัตรปฎิบัติที่งดงาม
ก็ยังกระจ่าง แจ่มชัดอยู่ในจิตใจของฉันเสมอค่ะ


ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 08.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

ทุกคนที่เป็นชาวพุทธพึงสำเหนียกเรื่องนี้นะครับ

เราควรชี้ขุมทรัพย์หรือประจานพระสงฆ์ที่ทำผิดกันแน่

ถามว่าในสังคมนี้ไม่รู้กันหรือว่ามีพระสงฆ์เลวอยู่มาก แต่จำเป็นต้องลากมาประจานขึ้นหน้าหนึ่งให้เสื่อมไปทั้งพุทธบริษัทหรือ ทำไมไม่ทำเงียบ ๆ จัดการเป็นคน ๆ เป็นกรณีไป

ตีพิมพ์ภาพอย่างนี้ไปทั่วโลก ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอารองเท้าไปวางใกล้พระพุทธรูป แล้วฝรั่งอ้างว่านี่คือการหลู่เฉพาะพระสันดานกาเท่านั้น อ้างได้ไหมครับ

หรือว่าพระที่เป็นปูนปั้นหลู่ไม่ได้ แต่พระที่มีเลือดเนื้อจิตใจหลู่ยังไงก็ได้

คนเขียนนั้นไม่ได้เขียนเพื่อศาสนาหรอกครับ เขาเขียนเพื่ออัตตา เขาเขียนเพื่อความดัง เขาเขียนเพื่อขายรูป

โลกนี้ยังมีศิลปินทำอะไรฟรี ๆ อีกหรือครับ
เอ๊ะ นี่คงไม่ได้หมิ่นศิลปินสันดานกาที่หลงตนว่าฉลลาดกว่าคนอื่น คนอื่นต้องมานอบน้อมคล้อยตามตน ไม่งั้นถือว่าเป็นคนหยาบไม่เข้าใจศิลปะถ่องแท้หรอกนะครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 08.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

อีก1เดือนก็ลืมกันไปหมดแล้ว

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 04.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

ขอบคุณในแสงสว่างทางปัญญาครับอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ครูส้ม วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 01.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/krusom

สวัสดีค่ะอาจารย์
พุทธศาสนิกชนยุคปัจจุบันหลายคน
ยอมรับกับตัวเองว่า ไม่ค่อยแน่ใจที่จะกราบ
หรือทำบุญกับพระสงฆ์บางรูป
แต่ก็ยังเต็มใจและอิ่มใจที่จะทำบุญกราบพระ
เพียงคิดว่าได้กราบผ้าเหลือง ทำบุญกับศาสนา

ไม่แปลกใจที่ยังมีภิกษุ แบบนี้อยู่
เพราะแม้ครั้งพุทธกาลก็ยังมีเช่นกัน

ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
จันทร์จ้า วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 01.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suthaneeya

ถูกต้องเลยค่ะ
“ภิกษุทั้งหลายจงดูเยี่ยงนี้ แต่อย่าเป็นอย่างนี้”

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นายสาระแมน วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 00.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/DJHomeOut
http://www.chaiyaphumlink.com ชัยภูมิลิ้งค์ดอทคอม สังคมใหม่ของคนชัยภูมิ

เมื่อวานนี้เพิ่งได้รับจดหมาย . . . ที่ไม่ระบุที่มาและที่ไป
มีเพียงลายมือหวัดๆ เขียนไว้พอให้อ่านได้ว่า "กลุ่มชาวพุทธ"

ส่งข้อความที่ตัดข่าวมาจากหนังสือพิมพ์ต่างๆ . . . พร้อมทั้งข้อความ

กล่าวหาว่าคุณอนุพงษ์ จันทร เป็นคนทำลายศาสนา
ซ้ำยังให้ที่อยู่ เลขที่บ้านของคุณอนุพงษ์ หวังให้คนส่ง จ.ม.ไปด่า

วิธีการนี้เป็นแบบเดียวกับที่เคยใช้ กรณีบรรจุ ไม่บรรจุ
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติใน รธน.

ผมไม่รู้ว่า "กลุ่มชาวพุทธ" นี้เป็นใคร
เพราะเวลาไม่พอใจใคร ไม่ได้อะไรอย่างต้องการ
ก็ด่า หาว่าเขาชั่ว เลว บ่อนทำลายพระพุทธศาสนา

ไม่รู้ว่า "กลุ่มชาวพุทธ" ที่ว่า
ที่บ้านมีกระจกไหม?

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
พิราบดำ วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 23.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pat-1
เมืองมะขามหวาน  

ความดีที่ ไม่สามารถ หาซื้อได้ .........ถ้าคุณอยากได้ต้อง ทำเอาเอง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
papa2496 วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 23.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/papa2496
คนเมืองลิง


ขอบคุณมากครับ
ได้รับความรู้มากเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
chompoopookha วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 22.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

ศิษย์แวะมาอ่านค่ะ อาจารย์...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Patong วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Patong

ภาพเขียนภิกษุสันดานกา ได้สะท้อนความจริงโดยแก่นแท้ของชาวพุทธแล้ว...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สุวิริโย วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 21.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...


อ่านหัวเรื่องแล้วตกใจ พออ่านเนื้อเรื่องแล้วถึงบางอ้อครับ ระเบียบแบบแผนต่างๆที่มีในศาสนาล้วนแล้วแต่ชี้นำผู้ปฏิบัติไปสู่จุดหมายปลายทางอันมีผลเลิศ เปรียบด้วยการชี้ทางไปสู่ขุมทรัพย์ ผมก็พยายามทำเช่นนั้นอยู่เช่นกัน และอีกหลายคนที่กำลังพยายาม หากแต่ความเข้าใจในหลักคำสอนของพระพุทธองค์ เป็นสุดยอดแห่งศาสน์ทั้งปวง ความรู้ความสามารถของผู้ศึกษาไม่เท่ากัน นี่ถือเป็นเรื่องปรกติ ผู้มีกิเลสเบาบางมีสติปัญญาดีย่อมมีโอกาสในการเข้าถึงธรรมอย่างแท้จริงมากกว่าคนทั่วไป ที่ผ่านมาผมข้อนข้างมีทัศนคติในด้านลบเกี่ยวกับภาพภิกษุสันดานกา ถ้ามีโอกาสผมจะส่งบทความของอาจารย์ไปที่ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา เพื่อปรับทัศนคติให้ถูกต้อง ผมว่าน่าจะมีหลายท่านที่มีใจเปิดกว้างยอมรับความจริงในข้อนี้ได้ ขอบคุณอาจารย์มากครับสำหรับข้อมูลเหล่านี้ อนุโมทนาครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
SOMBOONTIEW วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 21.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somboontiew
เราจักทำเวบหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ด้วยใจต้องการบูชาพระคุณ หลวงปู่ www.luangputim.com

แค่ได้อ่าน ไม่ว่าผ่าน ไม่ผ่าน ก็นับเป็นวาสนาของสายตา ของคนอ่อนด้อยทางกวี อย่างผม

แต่เป็นความภูมิใจที่นับถือพุทธศาสนา ไม่ว่าความเข้าใจในเรื่องพุทธศาสนา จะมากน้อยเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่ในใจคือการบำรุงศาสนา
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สีน้ำเงิน วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 21.15 น.

ขออนุญาต เขียนความเห็นแบบนี้

หากพุทธบริษัท ที่เขาถึงเนื้อในของพระพุทธศาสนา
ก็ไม่จำเป็นต้องอาศัยภาพของศิลปินในการชี้แนะ

หากนับถือพุทธโดยไม่เข้าใจในสาระของพระพุทธศาสนา
เมื่อเห็นภาพ ก็ยิ่งไม่อาจเข้าใจ หรือ สำคัญผิดไป
แล้วจะเป็นอย่างไร

ไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่แบนนี้ของศิลปิน เพราะเรื่องนี้ รู้มาตั้งนานแล้ว
หรือสังคมส่วนที่เห็นกับการนำเสนอ กำลังจะบอกว่า
สังคม ของคนที่เรียกตัวว่า พระ กำลังเป็นส่วนที่อ่อนด้อยที่สุด ในด้านวินัยและความประพฤติ

แต่ดิฉันไม่ได้สนใจกับรางวัลที่เขาได้รับนะคะ
และไม่เกี่ยวกับผู้ที่ไปประท้วง ติเตียนเรื่องรางวัล
เพียงแต่จะบอกว่า ในคนที่ไม่เข้าใจศาสนา แล้วเขาเห็นภาพแบบนี้ โดยไม่มีใครชี้แนะ จะยิ่งไปกันใหญ่หรือเปล่า

ขออภัย หากเขียนแบบไม่ค่อยสุภาพกับท่าน ซึ่งเป็นผู้อาวุโสกว่ามาก ทั้งทางคุณวุฒิ วัยวุฒิ ค่ะ

เป็นการแสดงความเห็นเท่านั้นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
naitiwa วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 21.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitiwa
...ที่เห็น ที่เป็นไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่สำคัญ...

สวัสดีครับ ครูเนาว์
ระหว่างเปลือกกับแก่น
บางทีผมก็ไม่แน่ใจครับว่า
บรรดาผู้ปวารณาตัวเข้าสู่ร่มกาสาวพักตร์
คิดอย่างไร
เพราะที่เห็นกระทำ
บางทีก็ไม่ใคร่แน่ใจว่า
ยึดติดอะไร
แหะ แหะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน