• วารี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ns26_room@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 434
  • จำนวนผู้ชม : 256934
  • ส่ง msg :
  • โหวต 107 คน
เรื่องเล่ารอบตัว
เรียนรู้จาก "เรื่องเล่ารอบตัว" นำเสนอเป็นข้อคิดเล็กๆ มาเล่าสู่กันฟังเพื่อแลกเปลี่ยน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nsdiary
วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน 2557
Posted by วารี , ผู้อ่าน : 1763 , 18:36:22 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ni_gul , มะยง และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

บันทึกห้องพยาบาล เรื่องเล็กๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ตอนที่ 3 เรื่องเล็กๆ ของ มะเร็ง

 

           ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องมะเร็ง  ไม่เคยไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านมะเร็ง (เป็นหลักสูตรอบรมเฉพาะทาง ต่อเนื่องจากการเรียนในสาขาวิชา เหมือนที่แพทย์ก็ต้องมีหลักสูตรเฉพาะทาง) เลย   แต่ฉันเป็นพยาบาล  แล้วก็ทำงานอยู่ที่หอผู้ป่วยมะเร็งนรีเวชวิทยา (มะเร็งเฉพาะของสตรี) ที่รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด มา ๑๒ ปี   เคยไปดูงานเกี่ยวกับผู้ป่วยมะเร็งที่ประเทศเกาหลีใต้ ๓ เดือน  แม้ว่าทั้งหมดนั่นจะนานมากแล้วก็เถอะ  แต่บางอย่างก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก  คงพอจะแลกเปลี่ยน บอกเล่าอะไรเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับมะเร็งได้บ้าง

           อ้อ แล้วฉันก็มีประสบการณ์กับญาติพี่น้องใกล้ตัว (มาก) ไล่มาตั้งแต่คุณแม่ที่เคยเป็นมะเร็งของกระดูกซี่โครงบริเวณหน้าอกข้างขวา  ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ฉันเลือกเรียนพยาบาล (ทั้งที่อาชีพพยาบาลไม่ใช่อาชีพในฝันเลยสักนิด  ก็เข็มฉีดยามันน่ากลัวจะตาย  แถมยังต้องอดนอนอีก  ผีๆ สางๆ ก็เป็นที่กล่าวขานกันว่าในรพ. น่าจะมีเยอะ บรื๋อ)  คุณลุงฉันคนหนึ่งท่านก็เป็นมะเร็งผิวหนัง (ญาติข้างแม่ เสียชีวิตแล้ว)  ลูกพี่ลูกน้อง (ข้างแม่อีกแหละ) ก็เป็นมะเร็งที่ไหนจำไม่ได้แล้ว  แต่รักษาแล้วยังปกติดี   ลูกพี่ลูกน้องอีกคนหนึ่ง (ครั้งนี้ข้างพ่อ) ก็เป็นมะเร็งของกระดูกที่ขา (คนนี้ก็เสียชีวิตแล้ว)  ยังไม่หมด เร็วๆ นี้น้าฉันก็เพิ่งตรวจเจอว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรก  ฉายแสงแล้ว ก็อยู่ในระหว่างตรวจติดตาม  แล้ววันนี้ ลูกพี่ลูกน้องของฉันอีกคนหนึ่ง (ญาติข้างแม่) เพิ่งตรวจพบว่า เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ กำลังไปตรวจติดตามการรักษาอยู่  ว้าว เป็นไง ประสบการณ์ตรงเพียบ    เป็นว่าฉันจะใช้สิ่งที่เรียนรู้มาตอนที่ทำงานในหอผู้ป่วยมะเร็ง  กับ ประสบการณ์ตรงจากญาติใกล้ตัวมาเล่าสู่กันฟังแล้วกัน

            ....................   

            มะเร็ง ก็เป็นเนื้อของอวัยวะของเรานี่แหละ  เพียงแต่ว่า ถูกกระตุ้นด้วยอะไรก็ไม่รู้ทำให้โตเกินที่ควรจะเป็น คือ ยังไม่มีใครบอกสาเหตุที่ชัดเจนได้ทั้งหมด  นอกจากมะเร็งบางชนิดที่พอบอกสาเหตุได้ว่า มีปัจจัยนำคืออะไร เช่น มะเร็งปากมดลูก ที่สาเหตุนำคือ การติดเชื้อ HPV จากการมีเพศสัมพันธ์ (Human Papilloma Virus : มักพบในเพศชาย)  หรือมะเร็งต่อมลูกหมากก็สันนิษฐานว่า เชื้อ HPV ก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง 

            เนื้องอกไม่ว่าจะพบที่ใดก็ตาม  ถ้า ขนาดโตมากกว่าหรือเท่ากับ ๓ เซนติเมตรขึ้นไป ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็น มะเร็ง  อันนี้เป็นสิ่งที่ฉันเรียนรู้มาจากการฟังอาจารย์แพทย์สอนแพทย์ประจำบ้านที่ตึก  แต่คงมียกเว้นบ้าง เช่น กรณีของมะเร็งผิวหนัง  เพราะคุณลุงฉัน ท่านเป็นมะเร็งผิวหนังที่เริ่มต้นจาก การเป็นไฝ  ไฝของท่านเม็ดไม่ใหญ่มาก  น่าจะไม่ถึง 1 cm  แต่ท่านคงรำคาญก็เลยจับ ลูบ เกาอยู่บ่อยครั้ง จนแดงอักเสบ  ท่านก็เลยมาให้ฉันพาไปพบแพทย์เพื่อตัด    แรกที่ตัดผลเนื้อเป็นมะเร็งชนิดหนึ่ง  แต่ท่านไม่ยอมรักษาต่อด้วยการฉายแสง  ต่อมาตอนหลังมะเร็งนั่นก็กลายเป็นอีกชนิดหนึ่ง  ลุกลามรุนแรง เจ็บทั่วตัวเพราะลงเส้นประสาท ก่อนที่จะเสียชีวิต

            ถึงแม้สาเหตุของมะเร็งยังบอกไม่ได้ชัดเจน  แต่เท่าที่มีประสบการณ์ ความเครียดมีผลอย่างยิ่งต่อมะเร็ง  เนื้อของอวัยวะที่ถูกกระตุ้นให้โตผิดปกติอาจจะเป็นผลจากความเครียดทำให้กลไกของร่างกายเพี้ยนไป  หรือพอรู้ว่าเป็นมะเร็ง ความเครียดที่เกิดขึ้นก็มีส่วนกระตุ้นให้โรคลุกลามได้เร็วขึ้น  และยังทำให้กลไกการรักษาเยียวยาตัวเองของร่างกายทำงานได้ลดลง (เรื่องนี้มีข้อสรุปแล้วว่า ความเครียดมีผลต่อกลไกการเยียวยาตัวเองของร่างกาย)   การจับดู ลูบคลำบ่อยๆ ก็มีน่าจะส่วนกระตุ้นให้กลายเป็นมะเร็งได้เหมือนกัน เพราะเนื้อนั่นมีความเครียดถูกกระตุ้นจากการจับ ลูบบ่อยๆ งัย

            เมื่อรู้ หรือ ตรวจพบว่า มีก้อนเนื้อต้องสงสัยอยู่ในร่างกาย  สิ่งที่แพทย์จะทำก็คือการตรวจสืบค้นเพื่อวางแผนการรักษา  ซึ่งประกอบไปด้วย

            ๑. ตรวจให้รู้แน่ชัดว่าเป็นมะเร็ง ซึ่งต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจทางรังสี (เอกซเรย์ หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์)  การส่องกล้องเข้าไปที่อวัยวะนั้นๆ เลย  อาจมีการฉีดสีร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้  และหากทำได้ก็จะ ตัดชิ้นเนื้อออกมาตรวจ ด้วย  และมักจะมี การตรวจเลือดเพื่อหาสารบ่งชี้ว่าเป็นมะเร็ง (Tumor marker)  ซึ่งตรงนี้หลายคนมักเข้าใจผิด 

            สารบ่งชี้ว่าเป็นมะเร็ง (Tumor marker) นั้น ต้องแปลผลร่วมกับการตรวจร่างกาย  หมายถึงว่า ควรจะต้องตรวจพบว่ามีก้อนเนื้อที่สงสัยก่อน  แล้วจึงตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็ง     การตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งเฉยๆ โดยไม่มีการตรวจร่างกายพบเจอก้อนมาก่อน อาจทำให้เกิดการแปลผลผิดพลาด  ทั้งทำให้เกิดความชะล่าใจว่า ฉันไม่เป็นมะเร็งนะ (เช่น ตรวจเลือดไว้เมื่อ ๒ เดือนก่อนปกตินี่  มาตรวจพบก้อนตอนนี้ก็ไม่ใช่มะเร็งแหง) หรือทำให้กังวลไปก่อนหน้า (ตรวจเลือดพบว่า ค่าบ่งชี้มะเร็งเพิ่มขึ้นกว่าปกติ  ก็คิดเลยไปว่าเป็นมะเร็งแหง กินไม่ได้นอนไม่หลับไปเลย  ทั้งที่ค่าบ่งชี้มะเร็งบางครั้งก็อาจพบได้ในกรณีของเนื้องอกทั่วไปด้วย)

            ๒. ตรวจให้รู้แน่ชัดถึงขอบเขตของมะเร็ง  คือ ตรวจดูให้ทั่วร่างกายว่า มีการกระจายของมะเร็งไปที่ไหนแล้วบ้างเพื่อจะได้วางแผนการรักษาให้เหมาะสม ครอบคลุม   การรักษามะเร็งก็เหมือนการรักษาโรคติดเชื้อน่ะแหละ  ถ้าเราจะรักษาก็ต้องให้ปริมาณยาที่เหมาะสม พอดีกับโรค  ให้จนมั่นใจว่าเชื้อโรคถูกกำจัดไปหมดจริงๆ  ถ้ารักษาไม่จบ กินยาไม่ครบ ไม่ตรง  เชื้อโรคก็จะมีเวลาพอที่จะเรียนรู้ ปรับตัวสู้กับยาจนดื้อยา  ทีนี้การรักษาก็จะยากขึ้นอีกเพราะมันดื้อยาไปแล้ว  แถมพอมันดื้อยาปั๊บก็จะจัดการแพร่พันธุ์ที่ดื้อยาไว้   จนทำให้คนอื่นก็มีสิทธิ์ที่จะรับเชื้อสายพันธุนี้เข้าไป  แล้วก็เดือดร้อนให้แพทย์ต้องพัฒนา ค้นคว้าหายาใหม่ขึ้นมาสู้อีก  จนบางครั้ง บางโรค ก็หมดหนทาง  ต้องแก้ไขด้วยการฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง  รักษาตามอาการ  ให้กลไกของร่างกายจัดการกับเชื้อโรคเอง  มะเร็งก็เช่นเดียวกัน  ดังนั้น การคำนวณขนาดการรักษา ทั้งยา แสง ล้วนจำเป็นและสำคัญมาก

             การตรวจหาขอบเขต  โดยทั่วไปก็มักจะมีการเอกซเรย์ปอด ตรวจระบบทางเดินน้ำเหลือง (ดูการแพร่กระจายของมะเร็งไปที่ทางเดินน้ำเหลืองว่ามีมั้ย ถ้าพบว่ามี ก็มีโอกาสที่จะกระจายไปที่อื่น) ตรวจเอกซเรย์กระดูกทั่วร่างกายดูการแพร่กระจายของมะเร็ง  ซึ่งในขณะที่ทำการตรวจดูการแพร่กระจายของมะเร็ง  ก็มักจะตรวจดูความสมบูรณ์ ความพร้อมของร่างกายไปด้วยเลย  เพราะว่าการรักษามะเร็งนั้นต้องมีผลกระทบต่อร่างกายแน่นอน   ความแข็งแรงพื้นฐานของร่างกายจะเป็นตัวบ่งชี้ว่า จะสามารถให้การรักษาได้เต็มที่ตามจริง  หรือต้องปรับลดลงบ้างเท่าที่ร่างกายจะสามารถรับได้  หรือต้องบำรุงซ่อมเสริมร่างกายก่อนเริ่มให้การรักษา

              ๓. สิ่งสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ ตรวจให้รู้แน่ชัดว่า เป็นมะเร็งของอวัยวะใด  การตรวจพบก้อนเนื้อที่อวัยวะใด ไม่ใช่สิ่งยืนยันว่า เป็นก้อนมะเร็งของอวัยวะนั้น  อาจเป็นก้อนมะเร็งที่แพร่กระจายมาจากที่อื่น   ตรงนี้เป็นเรื่องที่ตรวจค้นยาก ต้องเป็นแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์จริงๆ  แล้วก็ยากที่จะอธิบาย  แต่เท่าที่พอรู้ สิ่งที่พอจะบอกได้คร่าวๆ ในเบื้องต้นก็คือ ผลชิ้นเนื้อซึ่งจะระบุชนิดของเซลมะเร็ง จะพออนุมานได้ว่า น่าจะเป็นมะเร็งของอวัยวะใด  อวัยวะแต่ละชนิดก็จะมีลักษณะของเซลที่เฉพาะ  อาจมีที่ใกล้เคียงกันบ้างแต่ก็ไม่ทั้งหมด

           กรณีของแม่ฉันนั่นงัย  ตรวจพบก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างขวา  เข้าใจว่า เป็นมะเร็งเต้านม  รักษามากว่าสิบปี ตั้งแต่อายุ ๓๐ เศษ  จนหายสนิทไปนานนม  มาเข้าคลินิกวัยทอง ถึงได้รู้ชัดเจน (ตอนนั้นคงฟังไม่ถนัดมั้ง) ว่า เป็น มะเร็งของกระดูกซี่โครงที่แพร่กระจายมาที่เต้านม  มารู้เฉลยเพราะชื่อของเซลมะเร็งแหละ  คุณหมอท่านอธิบาย

           ขั้นตอนในการตรวจสืบค้นเพื่อวางแผนการรักษา มักจะใช้เวลานาน  เพราะต้องมีการตรวจหลายอย่าง ส่งตรวจหลายแผนก  ต้องเรียงตามลำดับ ตามคิว  ตรงนี้หลายๆ คนมักจะเป็นกังวล  ซึ่งก็ไม่แปลก เป็นใครก็คงกังวล  รู้/สงสัยว่าเป็นมะเร็งก็อยากจะรีบรักษาให้มันจบๆ ไป  ต้องรอตรวจโน่นนี่นั่น  เดี๋ยวมะเร็งก็แพร่กระจายไปทั่ว   นั่นเป็นเสียงบ่นให้ได้ยินอยู่เสมอ รวมถึงญาติฉันรายล่าสุดนี่ด้วย   และมักจะพาลประมาณว่า เป็นรพ.รัฐบาลเลยช้า  ต้องรอคิว  ถ้าตรวจที่เอกชนจะเร็วกว่า    ตรงนี้ก็อาจมีส่วนบ้างเพราะปริมาณคนไข้  แต่ก็ไม่ทั้งหมด   และที่สำคัญ ถ้ามะเร็งที่เป็นของคนไข้รายนั้น มีความเสี่ยงที่จะแพร่กระจายรวดเร็ว อันตราย ก็ จะมีเส้นทางลัดให้ได้คิวก่อน   ตรงนี้เป็นสิ่งที่พวกเรารู้กันดีและมักพบเจออยู่บ่อยๆ  คนไข้ที่ตึกฉันส่วนใหญ่เป็นคนมีฐานะยากจน ส่งตัวมาจากต่างจังหวัด  บางทีก็มักจะได้รับการแทรกคิวไปตรวจก่อนเพราะก้อนมะเร็งอยู่ระยะลุกลาม

          โดยปกติของมะเร็ง  ช่วงที่อยู่ในระยะที่ ๑ ถึง ๓  การลุกลามจะเป็นไปได้ช้า  แต่ถ้าจากระยะที่ ๓ ไปแล้วการลุกลามจึงจะรวดเร็ว รุนแรง   การตรวจชิ้นเนื้อที่พบจะพอบอกได้คร่าวๆ ว่าน่าจะเป็นระยะไหนและลุกลามรุนแรงมั้ย  ชนิดของเซลล์มะเร็งก็พอบอกได้เหมือนกัน ...

           เอาละ ชักจะยืดยาวไปแล้ว  เป็นว่าจบแค่ขั้นต้น ของการวางแผนการรักษาก่อนนะคะ   ขอพักไว้ก่อน  ครั้งต่อไปมาว่ากันถึงแนวทางการรักษา  ไว้เจอกันค่ะ

วารี

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 มะอึก ถูกใจสิ่งนี้ (1)
มะยง วันที่ : 09/06/2014 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paphat
นานนานมาที ตามเรื่องตามราว

.
คุณวารี
.
อธิบายได้ละเอียดชัดเจนดีมากค่ะ
.

ความคิดเห็นที่ 3 มะอึก ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กำหนัน วันที่ : 08/06/2014 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับ บล็อกนี้อย่างน้อยก็เรียกกำลังใจจากผู้ป่วยได้นะครับ มีประโยชน์มากครับ

ความคิดเห็นที่ 2 มะยง , กำหนัน และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
วารี วันที่ : 07/06/2014 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nsdiary

ตอบพี่มะอึกค่ะ
มะเร็ง ก็แค่โรคๆ หนึ่ง เป็นได้ก็หายได้ ร่างกายเราน่ะเจ๋งสุดยอดค่ะ ระบบมันซับซ้อนซะขนาดนั้น มีทั้งตัวแก้ ตัวกัน ตัวฉุกเฉิน ... สารพัดไปหมด ในเมื่อมันซับซ้อนซะขนาดนั้น เป็นไปไม่ได้ที่ธรรมชาติจะไม่เตรียมการแก้ไขรักษาร่างกายกรณีถูกโจมตีไว้ วารีคิดแบบนี้แหละตอนที่ป่วย ขอแค่เราเชื่อมั่นในร่างกายของเรา นิ่งสงบ ฟังร่างกาย แล้วพยายามฟื้นฟู ดูแลร่างกายให้ดี แล้วกลไกของร่างกายจะช่วยเยียวยาเองค่ะ ขอแค่เรา "ตั้งใจฟังและตอบสนอง" ร่างกายให้ถูก ให้เป็นเท่านั้น ทุกอย่างก็จะราบรื่น สวยงาม
สู้สู้ค่ะ เอาใจช่วยทุกคนเลย
วารี

ความคิดเห็นที่ 1 กำหนัน , วารี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
มะอึก วันที่ : 06/06/2014 เวลา : 20.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

เรื่องนี้...คนที่ยังไม่เคยเป็นมะเร็งอ่านแล้วอ่านจะเข้าใจไม่ลึกซึ้งนัก
แต่คนที่กำลังเป็นมะเร็งอย่างผม อ่านแล้วเข้าใจครับ
.
ขอบพระคุณครับ
.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน