• วารี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ns26_room@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 434
  • จำนวนผู้ชม : 258132
  • ส่ง msg :
  • โหวต 107 คน
เรื่องเล่ารอบตัว
เรียนรู้จาก "เรื่องเล่ารอบตัว" นำเสนอเป็นข้อคิดเล็กๆ มาเล่าสู่กันฟังเพื่อแลกเปลี่ยน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nsdiary
วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน 2557
Posted by วารี , ผู้อ่าน : 1583 , 19:45:24 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน มะยง , ณัฐรดา และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

บันทึกห้องพยาบาล เรื่องเล็กๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ตอนที่ 3 เรื่องเล็กๆ ของ มะเร็ง (ต่อ)

 

           หลังจากได้รู้รายละเอียดของการตรวจสืบค้นเพื่อวางแผนการรักษาเรียบร้อย  คราวนี้ก็มาถึงวิธีการรักษา  ตรงนี้หลายๆ คนคงพอจะมีความรู้กันบ้างแล้ว  ก็ลองฟังเอ๊ยอ่านตามดูแล้วกันค่ะเผื่อจะเข้าใจมากขึ้น เอหรือว่าจะงงมากขึ้น ฮาฮา

           ๑.การผ่าตัด  แน่นอน อันนี้ชัวร์ค่ะเจอก้อนผิดปกติเก็บไว้ทำไมให้ ... ก็ต้องผ่าตัดแหง  แต่จะผ่าตัดได้ทันทีเลย หรือว่าต้องทำอย่างอื่นก่อนตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ หรืออาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ใช้วิธีอื่นแทน (พบน้อย)

            ขนาดของก้อนเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญ  ถ้าขนาดก้อนใหญ่มาก การผ่าตัดจะค่อนข้างเสี่ยง  เพราะตามธรรมชาติก้อนเนื้อที่มีขนาดใหญ่  แน่นอนอย่างแรกที่ต้องคิดถึงคือ มันต้องเบียดแนบชิดกับอวัยวะใกล้ๆ มันแน่  ถ้าผ่าตัดพลาด ไม่ระวังให้ดีก็จะทำให้อวัยวะที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยเลยเสียหายไปด้วย

            อย่างที่สอง ก้อนเนื้อยิ่งมีขนาดใหญ่ ก็ต้องมีอาหารเพียบ  แล้วอาหารจะมาเลี้ยงก้อนเนื้อได้ก็ต้องมีหลอดเลือดหลายเส้น หรือเส้นใหญ่เบ้งๆ ไปเลย   ดังนั้นการผ่าตัดก็ต้องระวังมาก  เสียเลือดเยอะเป็นเรื่องที่เสี่ยงพอควร    แล้วบางทีก้อนมันเองน่ะแหละที่เบียดชิดกับหลอดเลือดใหญ่  อย่างกรณีของพี่ชายของฉันที่ตรวจเจอมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลายนั่นไง  เดาได้ไม่พลาดเลยว่าต้องเบียดชิดกับหลอดเลือดแดงอันเบ้อเร่อตรงขาหนีบ  เส้นนี้น่ะใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ในร่างกาย (๑ ใน ๓ อันดับแรก) เลย   ถ้าโดนเส้นเลือดนี้ไปล่ะก็ อันตราย  แถมอวัยวะที่ต้องใช้เลือดจากเส้นเลือดนี้ (ที่หมอพูดก็คือขาข้างซ้าย) ก็จะพลอยโดนหางเลขไปด้วยน่ะสิ

            อย่างที่สามที่ต้องคิดถึงคือ การผ่าตัดอาจเป็นตัวช่วยพาก้อนมะเร็งก้อนเล็กๆ ประมาณหน่อของมะเร็งกระจายไปมากขึ้นอีกต่างหาก  เพราะก้อนมันใหญ่ การกำหนดขอบเขตให้เลาะก้อนออกโดยที่ก้อนไม่เสียหาย ทำได้ยากมากๆๆๆ    แล้วถ้าพลาดเฉือนก้อนไป ก้อนเล็กๆ ที่หลุดลอยไปในน้ำเลือดท่วมจอก็จะไปเกาะติดที่ไหนบ้าง  ยากจะจินตนาการจริงๆ นะ 

            ฉะนั้นก็เลยต้องมีการรักษาอื่นนำหน้ามาก่อนที่จะผ่าตัด  กรณีที่ก้อนใหญ่  แต่ถ้าก้อนเล็กก็อาจจะผ่าตัดอย่างเดียวก็พอ  หรือถ้าก้อนไม่ใหญ่มาก แค่ฉายแสง หรือ ให้ยาก็อาจจะฝ่อไปหมดโดยไม่ต้องผ่าตัดออกก็ได้เหมือนกัน

            ๒. การฉายแสง วิธีนี้คนค่อนข้างกลัวกัน พูดกันไปต่างๆ นานา ซึ่งก็มีส่วนจริง การฉายแสงก็คือใช้แสงน่ะแหละไปแผดเผาทำลายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนเนื้อและก้อนเนื้อให้ฝ่อไปซะ  ขนาดก็จะเล็กลงหรืออาจจะเล็กจนไม่ต้องทำอะไรต่อแล้ว  ร่างกายสามารถทำลายต่อได้เองก็ได้   ในการฉายแสงก็จะต้องมีการตรวจวัดขอบเขตก้อนให้ชัดเจน  เพื่อจะได้วางแผนการวางตำแหน่งของแสงให้พอดีเป๊ะกับก้อนเนื้อให้มากที่สุด  จัดการหาบล็อกมากั้นแสงให้ชิดที่สุดเพื่อให้แสงส่วนเกินท้นออกไปเจออวัยวะอื่นๆ ใกล้เคียงให้น้อยที่สุด (แปลว่า ยังไงก็ต้องท้นออกไปบ้าง)  แค่ฟังก็สยองจริงมั้ย  แต่ลองคิดให้ดี เจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ในนั้น เจอแสงอยู่ทุกวันนะ  ถึงแม้จะเป็นหางๆ แสงตอนที่เข้าไปจัดท่าและตอนที่ไปจัดเก็บอุปกรณ์ก็เถอะ  ก็อันตรายไม่แพ้กันหรอก  เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานนี้ก็เลยจะมีกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ หน้าตาคล้ายเพจเจอร์ติดตัวกันไว้  เป็นตัวคอยวัดปริมาณรังสีที่ร่างกายเขาน่าจะได้รับ  ถ้าพบว่าปริมาณรังสีเกินจนอยู่ในเกณฑ์อันตราย ก็จะถูกส่งตัวอออกไปนอกพื้นที่เพื่อให้เวลาร่างกายในการกำจัดออก   ผู้ป่วยน่ะเจอแค่ระยะสั้นๆ นะถึงจะเข้มข้นก็เถอะ  แต่ก็มีการคำนวณบล็อกกันแล้วอย่างดี  แต่เจ้าหน้าที่สิเจอทุกวี่วันถึงจะใส่เสื้อ การป้องกันตัว หลบมุมกันแล้วอย่างดีก็ยังมีโอกาสรับมากกว่านะ  แต่ของอย่างนี้มันแก้ไขป้องกันได้  อย่ากลัวเกินไป 

            ๓. การให้ยาเคมีบำบัด อันนี้หลายๆ คนก็สยอง  ที่ตึกฉันน่ะพวกเราเจ้าหน้าที่ก็ไม่ต่างจากเจ้าหน้าที่ห้องฉายแสงหรอก รับยาเคมีบำบัดกันไปบ้างแหละ จากการสูดดม  บางทีตอนให้ยาก็พลาดจิ้มตัวเองบ้าง  แล้วเราก็มีอาการผมร่วงนิดๆ บ้างเหมือนกัน   แต่แล้วมันก็ถูกขับหมดไปเองแหละ  คนไข้ก็เหมือนกัน ยาเคมีบำบัดอาจคงอยู่ในร่างกายเรา ก่ออาการข้างเคียงพวกคลื่นไส้ ผมร่วง เม็ดเลือดต่ำบ้าง  แต่ในที่สุดมันก็จะถูกกำจัดหมดไปเอง  ขอแค่เราดูแลร่างกายเราให้ดีแล้วกัน   ยาเคมีบำบัดมีทั้งรูปแบบการฉีดเป็นเข็ม  บางทีก็มีสีแดงสวย  สีน้ำเงินประมาณดอกอัญชัน  สีเหลืองใส (ฟังแล้วน่ากินมั้ยน่ะ ...) หรือใสไม่มีสี  ขุ่นเล็กน้อยก็มี แล้วแต่ชนิดของยา   ให้ในรูปของการหยดผสมน้ำเกลือ หรือรูปแบบเม็ด  อันนี้ต้องแล้วแต่โรค ระยะที่เป็น  ตัวยาสำหรับมะเร็งแต่ละชนิดก็ต่างกันไป  อาจมีตัวที่เหมือนกันแต่ผสมกับตัวที่ไม่เหมือนกัน  เป็นสูตรเฉพาะ 

          ทั้งการผ่าตัด การฉายแสง การให้เคมีบำบัด  บางทีก็ใช้การรักษาชนิดเดียว  แต่บางทีก็มีการผสมกันไปมา  อาทิเช่น

          ผ่าตัดก่อนเพราะก้อนเล็ก หลังจากผ่าตัดก็มาให้ยาเคมีบำบัดหรือฉายแสงต่อ เพราะไม่มั่นใจว่าก้อนเล็กๆ จะมีหลุดรอดไปมั้ย หรือว่าก้อนตัดออกได้ไม่หมด มันเสี่ยงเกิน  ก็เลยตัดออกบางส่วนแล้วมาต่อวิธีอื่นให้หมดจริง  แล้วอาจวนไปผ่าตัดอีกรอบ

          บางทีก็เริ่มต้นจากการฉายแสง หรือให้ยาเคมีบำบัดเสียก่อน  แล้วแต่ว่าก้อนมะเร็งนั้นน่ะมันตอบสนองกับวิธีไหน  แล้วค่อยมาสรุปว่าจะต่อด้วยผ่าตัด หรือจบแค่นั้น โดยสำหรับการให้ยาเคมีบำบัด มักจะให้ยาเคมีบำบัดไปสัก ๓ ครั้งแล้วตรวจประเมินว่าได้ผลหรือไม่ยังไง แล้วก็อาจเปลี่ยนยาหรือให้ต่อจนจบ  ส่วนการฉายแสงนั้นมักจะให้ไปจนจบเลยทีเดียว  หลังจบก็จะตรวจติดตามแล้วสรุปอีกทีเหมือนกัน

 

          ทั้งหมดทั้งมวลนั่น ก้อนมะเร็ง เป็นผู้มีสิทธิ์เลือกแต่เพียงผู้เดียว ค่ะ  ฟังดูดีนิ  เราอาจต่อรองได้นิดหน่อย  แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงถ้าไม่ยอมตามใจก้อนมะเร็งนะ ขอบอก

          จะเห็นว่า เวลาที่ใช้ในการรักษามะเร็งจะค่อนข้างนาน  อย่างน้อยก็มักจะหลักปีขึ้นไป  และภายหลังรักษาเรียบร้อยก็จะมีการตรวจติดตามอีกจนครบ ๑๐ ปีถึงจะถือว่าหายขาด  อันนี้เป็นข้อกำหนดมาตรฐาน

ถ้าภายใน ๑๐ ปี  ไม่พบการกลับเป็นซ้ำของมะเร็ง  ถือว่า การรักษามะเร็งชนิดนั้นหายขาด

          แต่ถ้าภายหลัง ๑๐ ปีไปแล้ว มีการกลับเป็นมะเร็งอีกครั้ง ไม่ว่าจะที่เดิมหรือที่ใหม่  ก็ถือเป็นการตั้งต้นใหม่  ไม่ถือว่าการรักษาครั้งก่อนล้มเหลว  ถือเป็นการเป็นใหม่ซิงๆ เพราะว่าคนที่เคยเป็นมะเร็ง  แปลว่า ร่างกายของเขามีความไวต่อการถูกกระตุ้นให้เป็นมะเร็งได้ง่ายกว่าคนทั่วไป  ตราบเท่าที่เขายังคงพฤติกรรมเสี่ยงที่ช่วยกระตุ้นโอกาสกลายเป็นมะเร็งไว้ต่อไป  ก็เป็นได้ที่จะเป็นมะเร็งอีกครั้งที่อื่น  เว้นเสียแต่ว่า เขาจะเปลี่ยนพฤติกรรม การดำรงชีวิตของเขาได้จริงๆ   ไอ้เจ้าความไวที่ว่านี่น่ะ อาจเป็นลักษณะทางพันธุกรรมของเขาเองก็ได้  ตรงนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน  หรือว่าอาจเป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเขาเองที่ไปกระตุ้น ปรับเปลี่ยนให้กลไกในร่างกายเพี้ยน  จนทำให้เพิ่มโอกาสการกลายเป็นมะเร็งเองก็ได้

           เท่าที่พอรู้ (ถ้าจำมาไม่เพี้ยน) ตอนนี้เหมือนจะมีคำพูดจากนักวิชาการบางท่านทำนองว่า

          ในร่างกายของคนเราแท้จริงมี เซลต้นกำเนิดมะเร็ง กันอยู่แล้วทุกคน  เพียงแต่ว่าเซลนี้น่ะจะทำงานได้มีประสิทธิภาพได้แค่ไหน (หมายถึงว่า ช่วยให้กำเนิดโรคมะเร็งได้ดีแค่ไหน ฟังดู ... ฮื่ม) ก็ขึ้นกับวิถีชีวิต พฤติกรรมของเราเองและสิ่งแวดล้อมด้วย 

           ฟังเอ๊ยอ่านแล้วอย่าเพิ่งหมดหวังนะ  เรื่องของสิ่งแวดล้อมน่ะเราอาจจะรู้สึกแย่ที่กำหนด ควบคุมได้ยากมากกกก  เพราะมันต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจ ความเข้าใจของคนทั้งโลก ย้ำ ทั้งโลกที่ช่วยกันปรับเปลี่ยน 

           แต่แค่ ๑ คน  แค่เรา พยายามปรับเปลี่ยน  อย่างน้อยสิ่งแวดล้อมก็ยังได้รับการเยียวยาบ้างแหละน่า  ๑ คนก็อาจขยับเป็น ๑ ครอบครัว   แล้วขยับออกเป็น ๑ องค์กร ๑ ชุมชนได้นะ 

            แล้วถ้าหลายๆ คนคิดเหมือนกัน ร่วมมือกัน   การขยับมันก็จะเร็วขึ้น  สิ่งแวดล้อมก็จะค่อยๆ ได้รับการเยียวยาทีละนิด อาจจะน้อยอาจจะช้า  แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

            แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำ เราแก้ไข กำหนดได้เองแน่ๆ คือ พฤติกรรมของเรา  วิถีชีวิตของเรา เอง

ขอแค่พยายามที่จะรับผิดชอบชีวิตของเรา พฤติกรรมของเรา

ให้ดูแลตัวเราให้ดีที่สุด ครบถ้วนให้มากที่สุด  

เลิกหรือละวิธีการที่จะทำร้ายร่างกาย ทำร้ายธรรมชาติให้น้อยลงให้มากที่สุด

เท่าที่จะทำได้ สำหรับกรอบวิถีชีวิตของเราขณะนี้

แล้วมันก็จะค่อยๆ มากขึ้น จนสมบูรณ์ได้ในที่สุดสำหรับเราเอง

เท่านี้ โอกาสในการเป็นมะเร็งก็จะลอยห่างเราไปจนเกินเอื้อมมือคว้าแน่นอน

 

บันทึกแนบท้าย

           เพื่อนคนหนึ่งเคยถามฉันว่า อยู่กับคนไข้มะเร็งทุกวัน  เห็นคนไข้มาตลอดตั้งแต่เริ่มรับจนเลิกรา (แล้วแต่ว่าจะเลิกราแบบไหน) กลัวบ้างมั้ย   ฉันตอบเพื่อนไปว่า

           ไม่ใช่แค่คนไข้นะ  ญาติพี่น้องทั้งข้างพ่อและข้างแม่ก็ป่วยด้วยโรคมะเร็งกันหลายคน พันธุกรรมเข้มข้น  ขืนกลัวตอนนี้ก็เหนื่อยตายเลย  เสียแรงเปล่า  กลัวแล้วก็ไม่ได้แปลว่าจะหยุดไม่ให้เป็นได้  รอไว้ให้เป็นจริงๆ ค่อยคิดกลัวตอนนั้นก็ไม่สาย  เอาเวลาที่เสียไปกับการกลัว มาเข้มงวดกับการดูแลตัวเองดีกว่ามั้ง  ถ้าต้องเป็นจะได้เป็นอย่างที่น้อยที่สุด รุนแรงน้อยที่สุด มีโอกาสรักษาได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะต้นทุนร่างกายที่ดีพอ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
วารี วันที่ : 11/06/2014 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nsdiary

ตอบพีมะยง ขอบคุณค่ะ พี่มะยงทำให้วารีนึกได้ว่า ยังไม่ได้เขียนเกี่ยวกับการดูแลขณะได้รับการรักษา ความจริงวารีเคยเขียนไปแล้วเพื่อลงนิตยสาร Health Today แล้วเหมือนจะลงบล็อกไปแล้ว แต่ยังไงก็ควรเขียนอีกครั้ง ขอเป็นพรุ่งนี้นะคะ สัญญาค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่อ่าน หวังว่าคงพอได้ประโยชน์และไม่กลัวจนเกินไปนะคะ ขอเอาใจช่วยทุกคนค่ะ
วารี

ความคิดเห็นที่ 5 วารี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
มะยง วันที่ : 09/06/2014 เวลา : 20.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paphat
นานนานมาที ตามเรื่องตามราว

.
ได้มาอ่านข้อมูลดีๆ..อย่างละเอียด.
.
เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลพี่มะอึก
.
ขอบคุณค่ะ...คุณวารี
.

ความคิดเห็นที่ 4 วารี , มะยง ถูกใจสิ่งนี้ (2)
กำหนัน วันที่ : 08/06/2014 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับพี่สาววารี และพี่บ่าวมะอึกคนเก่งด้วยครับ ทีำไปที่มาของโรคนี้หายากใหมครับ พี่บ่าวมะอึกตรวจพบเมื่อไหร่ครับ พี่ยังแข็งแรงดีมากเลยครับขอให้หายเร็วๆจากการรักษาของแพทย์นะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 วารี , กำหนัน ถูกใจสิ่งนี้ (2)
รักแห่งสยามประเทศ วันที่ : 08/06/2014 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panuwat838084
Facebook: Panuwat Sangpum

สหสาขาวิชาชีพครับ ... ให้คนไข้เป็นศูนย์กลาง แล้วทุกวิชาชีพเปิดใจทำงานร่วมกัน

ความคิดเห็นที่ 2 วารี , มะยง และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
มะอึก วันที่ : 08/06/2014 เวลา : 18.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

วิธีการรักษาละเอียดดีครับ....
ผมเป็นมะเร็งที่ต่อมทอลซิลฉายแสงไปแล้ว ๘ ครั้ง
คีโมแล้ว ๑ ครั้ง
ยังไม่มีผลข้างเคียงอื่นใดครับ

ความคิดเห็นที่ 1 กำหนัน ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วารี วันที่ : 07/06/2014 เวลา : 19.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nsdiary

เคยมีเพื่อนคนหนึ่งทักว่า ทำไมฉันถึงไปทำหน้าที่แทนแพทย์ ทำไมไม่ทำหน้าที่ในส่วนของพยาบาล เยียวยารักษาใจ ฉันว่าแพทย์กับพยาบาลพวกเราคิดเหมือนกัน อะไรที่พอจะช่วยเหลือ แบ่งปันกันได้ ก็จะทำ ทั้งหมดก็เพื่อคนไข้ทั้งนั้น ไม่มีคำว่าก้าวก่าย เป็นแค่เสริมกำลังกัน ในบทบาทของแพทย์ บางทีก็ช่วยได้มากในการเยียวยาใจ ในบทบาทของพยาบาล บางทีก็ช่วยแพทย์อธิบายต่อได้ เพราะโอกาสพบเจอ คลุกคลีกับคนไข้มีมากกว่า แล้วพื้นฐานความรู้ของเราทำให้เราฟังแพทย์แล้วเข้าใจได้ง่ายกว่า เราแค่ช่วยกันทำหน้าที่ดูแลคนไข้ร่วมกันเท่านั้นเอง วารีหวังว่าเพื่อนคงเข้าใจนะคะ ได้แค่หวังเพราะเพื่อนหายตัวไปเลยน่ะ
วารี

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน