• วารี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ns26_room@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 435
  • จำนวนผู้ชม : 265398
  • ส่ง msg :
  • โหวต 107 คน
เรื่องเล่ารอบตัว
เรียนรู้จาก "เรื่องเล่ารอบตัว" นำเสนอเป็นข้อคิดเล็กๆ มาเล่าสู่กันฟังเพื่อแลกเปลี่ยน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nsdiary
วันศุกร์ ที่ 13 มิถุนายน 2557
Posted by วารี , ผู้อ่าน : 2430 , 20:15:02 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน ชบาตานี , ทางแก้ว และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

บันทึกห้องพยาบาล เรื่องเล็กๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ตอนที่ 3 เรื่องเล็กๆ ของ มะเร็ง ตอนจบ (อีกครั้ง)

 

       ฉันเขียนเรื่องเล็กๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ .. เรื่องเล็ก ๆ ของมะเร็ง ในส่วนของการทำความรู้จักกับโรค และแนวทางการรักษาไปแล้ว  และก็คิดว่าคงจะจบแค่นั้น แฮ่ะแฮ่ะ  ลืมไปซะงั้นว่ายังไม่ได้เขียนเรื่องการดูแลตัวเองขณะได้รับการรักษาไปเสียสนิทเลย  ต้องขอบคุณคำทักทายของพี่ในโอเค (พี่มะยง) ที่ทำให้คิดได้ค่ะ

       การรักษามะเร็ง ถ้าไม่นับการผ่าตัดซึ่งตรงตัวคือ ตัดเอาเนื้อเยื่อที่เป็นปัญหาออกซะ   ทั้งการฉายแสง  การให้ยาเคมีบำบัดน่ะ  มันไม่รู้หรอกว่าเซลหน้าตาแบบนี้คือเซลมะเร็ง   มันไม่ได้มุ่งตรงไปกำจัดทำลายเซลที่มียี่ห้อมะเร็งแปะอยู่   แต่วิถีทางของมันคือ การมุ่งกำจัดทำลายเซลที่เจริญเติบโตเร็ว ซึ่งหมายถึง เซลทั้งหมดที่มีลักษณะเติบโตเร็ว  ยกเว้นกรณีให้ยาเคมีบำบัดตรงไปที่อวัยวะนั้นๆ โดยตรง ได้แก่ การฉีดยาเข้าไปที่ก้อนมะเร็ง  ซึ่งวิธีนี้อวัยวะ/เซลอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องจะโดนผลกระทบน้อย  หรือการฉายแสงซึ่งเราตั้งวิถีของแสงให้พุ่งตรงไปที่ก้อนและมีแนวป้องกันไว้ ผลกระทบจึงน้อยกว่า  แต่รัศมีของแสงที่แผ่พ้นแนวกำลังที่เราวางไว้ก็อาจจะทำลายเนื้อเยื่อใกล้เคียงบ้าง        อวัยวะในร่างกาย พวกเนื้อเยื่ออ่อนทั้งหลาย เช่น เยื่อบุทางเดินอาหาร เม็ดเลือดชนิดต่างๆ  รวมถึงเส้นผม ผิวหนัง  พวกนี้ต่างก็มีการเจริญเติบโต ผลัดเปลี่ยนค่อนข้างเร็วเช่นกัน    ก็เลยได้รับผลกระทบจากยาไปด้วยบ้าง   นั่นคือคำอธิบายว่า ทำไมคนที่ได้รับยาเคมีบำบัด (เข้าทางหลอดเลือด กล้ามเนื้อ หรือการรับประทาน) ถึงมีอาการข้างเคียง  เช่น  คลื่นไส้อาเจียน ผมร่วง  ผิวหนังเปลี่ยนสีคล้ำลงเป็นแผลง่าย  มีอาเจียนเป็นเลือด มีแผลในปาก  ปัสสาวะเป็นเลือด ฯลฯ ได้บ้าง   

       ความรุนแรงของผลข้างเคียงที่เกิดจากการให้ยาเคมีบำบัดนั้นแตกต่างกันในแต่ละคน และแล้วแต่ชนิดของยา  แม้ว่าจะเป็นยาชนิดเดียวกัน โรคระยะเดียวกัน  แต่คนไข้คนละคนก็จะมีการตอบสนองต่อฤทธิ์ของยาต่างกัน   ส่วนหนึ่งเป็นลักษณะเฉพาะลักษณะเฉพาะของเซลล์ของแต่ละคน ซึ่งตรงนี้คงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้  กับอีกส่วนหนึ่งที่มีผลเกี่ยวข้องอย่างยิ่งคือ ความรู้สึกทางจิตใจต่อโรค ต่อการรักษา   เริ่องนี้ฉันเคยสังเกตจากคนไข้ในตึก (ซึ่งตอนหลังมีงานวิจัยรับรองแล้วว่า ความเครียดนั้นมีผลต่อโรค อาการของโรค และการตอบสนองต่อการรักษาโรคจริง)   คนไข้ที่ตึกเมื่อมารับยาครั้งแรก ทุกคนจะเหมือนกันคือ คลื่นไส้อาเจียนมากน้อยตามชนิดของยา  ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไร  แต่พอครั้งที่ ๑ ผ่านไปจะเริ่มเห็นความแตกต่าง  ทุกเช้าพอใกล้จะถึงเวลาให้ยา คนไข้ที่เมื่อเช้าก็ยังดูดีอยู่ บางคนก็จะเริ่มออกอาการคลื่นไส้อาเจียนนำหน้าไปเลย  ทั้งที่ยาเคมีบำบัดน่ะยังอยู่ในห้องผสมยา  คนไข้มักจะบอกประมาณว่า ได้กลิ่นยา   ทั้งที่คนผสมยาและพวกเราที่อยู่ในห้องการรักษาซึ่งอยู่ติดกับห้องผสมยาแท้ๆ กลับไม่ได้กลิ่นสักนิด  ในขณะที่คนไข้บางคนกลับปกติ เฉยๆ  และบางคนดูราวจะอาเจียนลดน้อยลงด้วยซ้ำ            

         มีการทดลองหนึ่งที่ได้เรียนในชั้นมัธยม (มั้ง) เป็นการทดลองกับสุนัข ให้มีการสั่นกระดิ่งปั๊บ อาหารก็จะวางให้สุนัข  ทำซ้ำๆ กันหลายครั้ง พอครั้งต่อมาแค่สั่นกระดิ่ง อาหารยังไม่มาวางเลยด้วยซ้ำ สุนัขก็จะมีน้ำลายไหล  

         ความรู้สึกทางจิตใจที่กลัว กังวลผลของยา ทำให้สมองสั่งให้เกิดอาการไปก่อน  ทั้งที่ยาเคมีบำบัดนั้นยังไม่ได้เข้าตัวคนไข้ ไม่ได้เฉียดใกล้เลยสักนิดด้วยซ้ำ   บางคนถึงขนาดว่าใกล้ถึงกำหนดนัดก็จะอาเจียนมาจากบ้านเลยเชียว

         ขอแค่จิตใจที่สงบ ผ่อนคลาย  ไม่กลัวหรือ ไม่คาดหวังมากเกินไป  เชื่อมั่นในการรักษา  เชื่อมั่นในร่างกายของเรา ก็จะทำให้ผลข้างเคียงต่างๆ น้อยลงไปได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างยิ่ง ญาติ   ความมั่นใจ เชื่อใจของญาติ  ไม่หวาดกลัว ไม่หวาดหวั่นกับการรักษา และโดยเฉพาะกับโรค  จะมีผลอย่างมากต่อจิตใจของคนไข้

         อาการข้างเคียงต่างๆ ที่เป็นผลจากยานั้น  ในขั้นตอนการรักษาเราจะมียาไว้แก้ ไว้ป้องกันอยู่แล้ว  แต่ก็อาจจะมีผลเล็กน้อยบ้าง ก็แก้ไขไปตามอาการ เช่น

         อาการคลื่นไส้อาเจียนในขณะ ระหว่างที่ให้ยา   วิธีการที่ได้ผล คือ การอมน้ำแข็งก้อนเล็กๆ ขณะให้ยา  ความเย็นของน้ำแข็งจะช่วยทำให้หลอดเลือดบริเวณปากหดตัว  ยาก็จะไหลมาที่หลอดเลือดส่วนนี้น้อยลง  ทำให้คลื่นไส้อาเจียนน้อยลงได้  หรือกรณีของผมร่วงก็เหมือนกัน  ก็จะใช้วิธีการเดียวกัน  ซึ่งต่อมาก็มีการพิสูจน์ว่าได้ผลจริง

         เนื้อเยื่ออ่อนที่ถูกทำลายจากยาก็จะมีผลให้เกิดแผลได้ง่าย  โดยเฉพาะที่มักพบคือ แผลบริเวณปาก หลอดอาหาร  วิธีแก้ที่เราใช้กันคือ การบ้วนปากกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ  น้ำเกลือที่ใช้ล้างตา ล้างแผลน่ะแหละ  อมกลั้วคอไว้สักพัก  น้ำเกลือจะซึมเข้าไปในเยื่อบุต่างๆ ทำให้ชุ่มชื่น  แผลก็จะหายได้เร็วขึ้น  อาการปัสสาวะเป็นเลือดนั่นก็เป็นผลจากเยื่อบุอ่อนในทางเดินปัสสาวะก็อาจจะได้รับผลจากยาบ้าง  การหมั่นจิบน้ำเรื่อยๆ ให้ได้ประมาณ ๒ ลิตรต่อวัน (ถ้าไม่มีข้อจำกัดเรื่องปริมาณของน้ำดื่ม)  ที่สำคัญคือ จิบน้ำเรื่อยๆ ทีละน้อย ก็จะพอช่วยได้บ้าง

         ขณะให้ยาเคมีบำบัด หรือแม้แต่การฉายแสง  อวัยวะที่มีหน้าที่ดูแลขับสารพิษ สารตกค้างของร่างกายออก  ทั้งตับ ไต ย่อมได้รับผลกระทบ  โดยเฉพาะตับจะหนักกว่าเพราะคนไข้คลื่นไส้ รับประทานอาหารได้น้อยด้วย  วิธีแก้ไขก็คือ ให้กินอาหารเลือกชนิดที่ย่อยง่าย ทีละน้อย ให้ครบทุกหมู่อาหาร โดยเฉพาะผัก ผลไม้สด  การกินอาหารเป็นมื้อๆ เหมือนคนปกติจะทำได้ยาก  แต่ถ้าแบ่งกินทีละน้อย  ใช้ผักผลไม้สดนำหน้าอาจช่วยให้กินได้ง่ายขึ้น  การกลั้วปากด้วยน้ำอุ่น  วิธีนี้ก็จะช่วยกระตุ้นการหลั่งของน้ำลาย  ทำให้อยากอาหารเพิ่มขึ้น  ผักสด ผลไม้สด อาหารที่ย่อยง่ายจะช่วยบำรุงตับและพักตับไปพร้อมๆ กัน  เพราะไม่ต้องใช้เวลาในการย่อยนาน  ไม่มีส่วนเกินตกค้างให้เป็นภาระของตับเพิ่มขึ้น

          ในส่วนของไต นอกจากการหมั่นจิบน้ำเรื่อยๆ ทีละน้อยซึ่งจะช่วยดูแลไตแล้ว  เพราะภาระงานของไตคือ การดูแลสมดุลของเกลือแร่  ดังนั้น การกินผัก ผลไม้ซึ่งมีเกลือแร่เป็นองค์ประกอบต้องระวังอย่าให้มากเกิน วิธีการคือ กินผักผลไม้คละชนิด  เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็จะไม่มีเกลือแร่ชนิดใดมากเกิน น้อยเกิน   การระวัง ควบคุมเกลือในอาหาร ทั้งเกลือที่เค็ม และเกลือที่ไม่เค็ม เช่น ผงชูรส สารกันบูด คาเฟอีน  เป็นต้น  ก็จะช่วยดูแลไตได้อีกทางด้วย

          ในส่วนของระบบเลือดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ทำให้เกิดภาวะซีด เลือดออกง่าย ภูมิต้านทานตก  โดยปกติคนไข้จะได้รับยาบำรุงเลือด และได้รับคำแนะนำในการรับประทานอาหารเพื่อเพิ่มเลือดไปอยู่แล้ว  ก็ควรเข้มงวดในการเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยเพิ่มเลือด ได้แก่ พวกเนื้อสัตว์สีแดงทั้งหลาย นม ผักผลไม้สีเขียวเข้ม  ตรงนี้มีข้อขัดแย้งบ้างในบางคน บางทฤษฎีที่พูดว่า เนื้อสัตว์มีผลกระตุ้นการเจริญของมะเร็ง  ก็อาจเลี่ยงไปเป็นโปรตีนชนิดอื่นแทน เช่น นม เพื่อไม่ให้ขาดโปรตีนและเพิ่มเลือดได้บ้าง  กินผักผลไม้สีเขียวเข้ม  กินยาบำรุงเลือดแทน   แต่ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลอย่างยิ่งต่อการสร้างเลือด คือ การพักผ่อนนอนหลับที่เพียงพอ และความเครียด   กลไกการสร้างเลือดจะมีประสิทธิภาพเต็มที่ถ้ามีการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ  จะสังเกตเห็นว่า เมื่อเราไปบริจาคเลือด  ได้รับยาบำรุงเลือดมารับประทาน มักจะให้รับประทานก่อนนอน  เหตุผลเพราะการสร้างเลือดจะเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืด  ดังนั้น การพักผ่อนนอนหลับก่อนสี่ทุ่ม  ปิดสวิทช์สมองก่อนนอนด้วยการออกกำลังกายเบาๆ ในกลุ่มสร้างสมาธิ เช่น แกว่งแขน  เดินช้าๆ สวดมนต์  จะทำให้การพักผ่อนเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและจะส่งผลให้การสร้างเลือดสมบูรณ์มากที่สุด  คอยดูแลระมัดระวังเหตุที่จะทำให้เสียเลือด เช่น มีแผลในทางเดินอาหาร  มีการติดเชื้อพยาธิในร่างกาย  เป็นต้น เพื่อลดการสูญเสียเลือดให้เกิดน้อยที่สุด   สำหรับภูมิต้านทานที่ลดต่ำลงจากการกดการสร้างเม็ดเลือดขาว   การออกกำลังกาย  การดูแลเรื่องความสะอาดปากและฟัน มือ  การระมัดระวังการติดเชื้อ เช่นการปิดปากจมูกเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการรับเชื้อโรค  การหมั่นกินอาหารเพื่อเติมจุลินทรีย์ ดูแลจุลินทรีย์ในร่างกาย ได้แก่ ผักสด ผลไม้สด โยเกิร์ตธรรมชาติ อาหารหมักในกลุ่มของมิโซะ กิมจิ เต้าเจี้ยว ที่สะอาด ปรุงสุก จะช่วยได้   นอกจากนี้ควรงดเว้นการใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ  ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น  ซึ่งรวมถึงยาปฏิชีวนะในรูปของยาอมด้วย  เพราะจะไปรบกวนสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกายได้

         ในส่วนของการฉายแสง  สิ่งที่จะเป็นผลข้างเคียงที่ชัดที่สุด คือ การที่ผิวหนังบริเวณนั้นถูกทำลายจากแสง  โดยเฉพาะในขณะฉายแสง  ผิวหนังบริเวณนั้นจะต้องไม่โดนน้ำเลย  เหตุผลเพราะผิวหนังบริเวณนั้นจะถูกแสงทำลายเพื่อให้แสงสามารถผ่านลงไปที่ก้อนมะเร็งได้ ดังนั้นเยื่อบุผิวหนังบริเวณนั้นจึงไวต่อการติดเชื้อ  การโดนน้ำ ความชื้นจะเพิ่มความเสี่ยง  อีกทั้งยังอาจไปทำให้รอยเส้นที่ตีเพื่อวางขอบเขตการรักษาหายไปด้วย    ซึ่งตรงนี้คุณหมอจะให้ยาและคำแนะนำในการดูแลผิวหนังบริเวณนั้นแล้ว   ภายหลังฉายแสง ผิวหนังบริเวณนั้นก็จะมีรอยดำซึ่งจะค่อยๆ จางลงในที่สุด    เมื่อพ้นกำหนดการฉายแสง ผิวหนังบริเวณที่ฉายแสงสามารถโดนน้ำได้แล้ว  เราอาจใช้วิธีการเดียวกับการดูแลคนไข้ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก คือ ใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำเกลือประคบประมาณ ๕ ถึง ๑๕ นาที  เพื่อเติมน้ำคืนกลับให้ผิวหนังก็จะช่วยได้อีกทาง  แต่อีกอย่างหนึ่งที่คุณหมอมักจะแนะนำคือ เนื่องจากการฉายแสงอาจกระทบกับอวัยวะใกล้เคียง  ทำให้ เกิดรอยพังผืดที่กล้ามเนื้อใกล้เคียง ทำให้ตึง ยึดได้  อย่างกรณีของคุณน้าที่ฉายแสงบริเวณเต้านม คุณหมอก็จะกำชับเรื่องของ การบริหาร ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อป้องกัน ลดทอนผลกระทบนั้นๆ   ลองนึกภาพของคนที่โดนไฟไหม้ดู  ผิวหนังที่โดนไฟก็จะหดตัว จับเป็นปมเกิดเป็นพังผืด  ลักษณะนี้ก็จะพบได้ในการฉายแสงเช่นเดียวกันเพียงแต่พบด้านในร่างกาย  ดังนั้น การหมั่นบริหาร ยืดเหยียดกล้ามเนื้อบริเวณนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำอย่างเคร่งครัด  ถือเป็นยาขนานหนึ่งเลยเทียว

บันทึกแนบท้าย

ผ่านมา  แล้วก็ผ่านไป ....

          ผลกระทบ ผลข้างเคียงจากการรักษาอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์บ้าง เช่น กรณีของผมร่วง สำหรับผู้หญิง   แต่จะคงอยู่กับเราแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ แล้วในที่สุดมันก็จะผ่านไป     ในหลายๆ เคสที่รักษาด้วยยาเคมีบำบัด ผมร่วงไปจนหมด ต้องใส่หมวก ใช้วิกแทนบ้าง  แต่พอผมกลับขึ้นใหม่มักจะพบว่า ผมที่ขึ้นใหม่กลับเป็นเส้นผมที่อ่อนนุ่ม ดำ สลวย ผิดตาไปเลย   คงเป็นเพราะการหลุดร่วงของผมเหมือนเป็นการโละทิ้งของเก่า  ร่างกายก็เลยสร้างใหม่เอี่ยมขึ้นมาแทนที่   ผิวหนังที่คล้ำดำ เปลี่ยนสีเพราะผลจากยาเคมีบำบัด ผลจากแสง  เมื่อผ่านพ้น จบการรักษา ก็มักจะฟื้นคืนเป็นปกติ     โรคมะเร็งก็เช่นกัน  มันอาจจะอยู่รบกวนเราในช่วงสั้นๆ  ให้เราได้เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง ดูแลตัวเอง  ให้เวลากับตัวเองที่จะพักผ่อนทั้งกายและใจเสียบ้าง    แล้วมันก็จะจากเราไป  ขอแค่เรามั่นใจ เชื่อใจในร่างกายของเรา เคารพ และฟัง ตอบสนองให้ถูกต้อง แค่นั้น

The body can heal itself if you know how to activate.

         คำกล่าวของบิดาทางการแพทย์ ฮิปโปเครตีส ยังเป็นจริงเสมอ

         จิตใจที่สงบ ผ่อนคลาย จะเป็นสิ่งที่ทำให้กลไกของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  นั่นเป็นคำอธิบายว่า ทำไมบางคนที่จิตใจสงบ มีรอยยิ้ม แม้ได้รับการวินิจฉัยยืนยันว่าเป็นมะเร็งในระยะลุกลาม  ก็ยังมีชีวิตยืนยาวมาได้ และหายเป็นปกติได้ 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ชบาตานี วันที่ : 15/06/2014 เวลา : 15.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ใครที่เป็นโรคนี้ ตอนไม่รู้ว่าเป็น ก็ดูเหมือนว่า โรคมันจะเฉยๆ เหมือนเพื่อนเราที่อยู่กับเราในแต่ละวัน
แต่พอเจ้าตัวรู้ว่า เจ้าเพื่อนยากมาอยู่ด้วยเมื่อไหร่ อาการทางจิตก็จะปรุงแต่ง จนส่อผลร้ายให้สุขภาพทรุดโทรมทันตาเห็น
แต่ก็อีกนั่นแหละ ก็เห็นมีเพียงไม่กี่คน ที่ทำใจเมินเฉยกับเพื่อนที่ไม่มีใครอยากได้ จนในที่สุด ก็กลายเป็ฯเพื่อนสนิทกันไปเสียงั้น
และดูเหมือนว่า สุขภาพจิตของคนป่วยจะดีวันดีคืน จนเราเองคนข้างเคียงลืมไปแล้วว่า เขาเป็นมะเร็ง
ดังนั้น ทุกข์ เพราะมะเร็ง เพราะใจเราไม่ยอมรับมันว่า มันต้องอยู่กับเรา
หากทำใจให้ยอมรับ และขอบคุณเจ้าเพื่อนยากที่มันมาเยือน เราก็จะสุขที่มีมันอยู่เป็ฯเพื่อน และใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น
จนบ่อยครั้ง ที่ได้ยิน คนที่ทำใจได้พูดว่า "ขอบคุณมะเร็งเจ้าเพื่อนยาก"

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 15/06/2014 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

มีประโยชน์มากทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 เฟื่อง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วารี วันที่ : 14/06/2014 เวลา : 22.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nsdiary

ตอบน้องสาวเจ้าหญิง พี่วารีเคยมีประสบการณ์กับทั้งคนไข้ และญาติที่ต้องถูกมะเร็งคร่าชีวิต และคนไข้ ญาติที่มีประสบการณ์ที่ดีกับการรักษาและหายขาดจากโรค ประสบการณ์ การเรียนรู้ที่ดีที่วารีได้จากคนไข้ เป็นที่มาของเรื่องในบล็อกเกี่ยวกับมะเร็งทั้งหมด และหวังว่ามันคงจะพอช่วยเพิ่มจำนวนคนไข้ที่หายจากมะเร็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดีกับมะเร็งจนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิตไม่ว่าจะหายหรือไม่ก็ตาม นั่นเท่ากับว่า พี่วารีได้ตอบแทนคืนกลับให้กับคนไข้เหล่านั้นแล้ว
มาร่วมด้วยช่วยกันนะคะ น้องสาวเจ้าหญิง เก็บความทุกข์ไว้เป็นพลังผลักดันดีกว่าเก็บไว้ทำร้ายจิตใจนะคะ
พี่วารี

ความคิดเห็นที่ 3 เฟื่อง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วารี วันที่ : 14/06/2014 เวลา : 21.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nsdiary

อ่านที่พี่มะอึกเขียนแล้วชื่นใจจังค่ะ คุณหมอก็น่ารักมากที่มีคำพูดมาให้กำลังใจ ผลการตรวจที่ดีแล้วได้รับคำยืนยันอีกครั้งจากปากคุณหมอ ถ้าเทียบกับผลการตรวจที่ดี (มั้ง) เพราะหมอไม่พูดอะไรเลย แค่นัดวันให้มาตรวจต่อ ย้ำเรื่องออกกำลังกาย มันต่างกันมากจริงๆ วารีเจอมากับตัวตอนพาน้าไปตรวจติดตามหลังการฉายแสง คุณหมอไม่พูดสักนิดว่า ผลตรวจปกติดี ยังไม่พบการกลับเป็นซ้ำของมะเร็ง แค่คำพูดสั้นๆ แค่เนี้ย ให้น้าออกมาพูดว่า ผลการตรวจคงปกติดีนะเพราะหมอไม่ได้ว่าอะไร เฮ้อ
ขอบคุณกำลังใจมากมายจากคนไข้ที่มีประสบการณ์ตรงค่ะ คนไข้ของวารีที่เคยเจอก็น่ารักแบบนี้ทุกคนเลย
วารีกำลังพยายามตอบแทนพระคุณคนไข้ของวารี ที่วารีเคยดูแลเขามาน่ะค่ะ
วารี

ความคิดเห็นที่ 2 วารี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 14/06/2014 เวลา : 20.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

หวัดดีค่ะ พี่วารี อ่านเรื่องของพี่มะอึกจบ มาบ้านนี้ ก็เจอพี่มะอึกมาเจิม..
ยังอ่านไม่จบนะคะ รู้สึกว่าจิตใจจะคิดถึงคนที่เป็นมะเร็งและเสียชีวิตไป..พ่อ..น้า..มันเศร้ามากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 เฟื่อง , วารี และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
มะอึก วันที่ : 14/06/2014 เวลา : 11.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

จิตใจของผมสงบ...ผ่อนคลาย....
ผมเขียนไว้ในเฟสบุคว่า
.
ทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ก่อนจะไปฉายแสง
ผมต้องไปพบหมอผู้ให้การรักษาก่อน
เพื่อหมอจะได้ตรวจผลเลือด ตรวจร่างกายก่อนจะได้ลุยฉายแสงกันต่อไป
.
คนเป็นโรคมะเร็งจะต้องมีความอดทนในการรอคอย
ไม่ว่าจะรอพบหมอ หรือรอฉายแสง ทุกอย่างเป็นไปตามคิว ตามขั้นตอน
อย่าใจร้อนเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เราหงุดหงิด
เชื้อมะเร็ง จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในคนชอบหงุดหงิดและขี้โกรธ หรือคนที่เอาแต่ใจตนเอง
ผมเองโดยส่วนตัวเป็นคนหงุดหงิดยากอยู่แล้ว
ยิ่งช่วงนี้ ผมแทบจะไม่รู้จักกับคำว่าหงุดหงิด โกรธ เอาซะเลยครับ
.
เมื่อยื่นบัตรให้เจ้าหน้าที่แล้วผมจะหามุมที่นั่งเหมาะ ๆ
หยิบหนังสือที่ถือติดมือไปจากบ้านขึ้นมาอ่านช้า ๆ
หรือหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับการเจ็บป่วย
เมื่อเข้าไปพบหมอ
ผมจะจดคำพูดของหมอทุก ๆ คำที่พูดเกี่ยวกับอาการป่วยของผม
หากไม่เข้าใจ ผมก็จะซักไซ้ไล่เรียงจนเข้าใจ
อย่างเช่นวันนี้ คุณหมอบอกว่า
"เกล็ดเลือดคนไข้สมบูรณ์ดีมาก
คนไข้แข็งแรงดี
ห้ามทานของเผ็ด และของร้อน เป็นอันขาดนะ"
.
เพียงไม่กี่ประโยคที่ออกจากปากคุณหมอ
ทำให้ผมมีพลังเพิ่มมากขึ้นอีกมากมายครับ
.
(๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๗)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน