• วารี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ns26_room@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 430
  • จำนวนผู้ชม : 239030
  • ส่ง msg :
  • โหวต 107 คน
เรื่องเล่ารอบตัว
เรียนรู้จาก "เรื่องเล่ารอบตัว" นำเสนอเป็นข้อคิดเล็กๆ มาเล่าสู่กันฟังเพื่อแลกเปลี่ยน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nsdiary
วันพฤหัสบดี ที่ 14 มิถุนายน 2561
Posted by วารี , ผู้อ่าน : 300 , 11:07:58 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน แม่หมี โหวตเรื่องนี้

                                                                 เรื่องเล่าสีขาว  ครั้งหนึ่งในความทรงจำ

              ฉันเคยทำงานห้องพยาบาลคลังสินค้า ห้องพยาบาลของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ  และทำงานอยู่เกือบ 17 ปีเลยเทียว  หนึ่งในงานที่ฉันทำเป็นประจำที่นั่น คือ งานสอนสุขศึกษา แน่นอน การสอนรายบุคคลน่ะเป็นเรื่องปกติที่ "พยาบาล" ต้องทำ ควรทำเป็นปกติวิสัย  แต่งานสอนเป็นรายกลุ่มใหญ่น่ะ มีทำเป็นบางคร้้งตามโอกาสจะอำนวย

              บันทึกฉบับนี้ฉันเขียนขึ้นจากประสบการณ์ตรงในการสอนกลุ่มใหญ่ ค้นเจอก็เลยส่งมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

 

Blog ซูโก ฮาเซโย

 

            ในการทำงานห้องพยาบาล นอกเหนือจากบทบาทในการให้การรักษาพยาบาล ซึ่งหมายรวมถึง การนำส่งผู้ป่วยไปรักษาต่อที่รพ. และการให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพในขณะเจ็บป่วย หรือการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยที่ฉันทำเป็นประจำ ยังมีอีกงานหนึ่งที่แต่เดิมเหมือนเป็นงานเสริม หรือถ้าจะเรียกให้ถูกคือ “เป็นไม้ประดับ” สำหรับงานนี้ การ Induction ยังจำได้ว่าครั้งแรกที่แผนกบุคคลมาขอร้องให้ทางพยาบาลส่งคนไปร่วมในการ induction น่ะให้เหตุผลว่า “มาช่วยให้ความรู้เกี่ยวกับห้องพยาบาลหน่อยค่ะ มาช่วยพูดหน่อย จะแวบไปทำงานก่อน วันนี้ safety พุดนิดเดียว เวลาเหลือเยอะ

                การ Induction หลักๆ หมายถึง การแนะนำรายละเอียดเกี่ยวกับงาน กฎระเบียบของบริษัทฯ เพื่อให้พนักงานใหม่ได้ทำความรู้จัก ในส่วนของห้องพยาบาลก็จะต้องการให้บอกถึงบริการที่ห้องพยาบาลมีให้ ขั้นตอน/วิธีในการใช้บริการ ซึ่งฉันมองว่าแค่นั้นน่ะน่าจะไม่ครอบคลุม ก็เลยเพิ่มการพูดถึงหัวข้อความเจ็บป่วยที่มักจะพบบ่อย วิธีการในการดูแลตัวเอง รวมถึงการป้องกัน/บรรเทาความรุนแรง ความเจ็บป่วยหลักๆ ที่ฉันพูดถึงก็จะเป็นพวกเรื่องระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด หอบหืด ภูมิแพ้ ผื่นคันต่างๆ และ “ปวดหลัง” ปัญหายอดฮิตสำหรับคนทำงาน ในส่วนของเรื่องปวดหลังก็จะเน้นย้ำให้เข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของการปวดหลังว่า เกิดจากการที่ร่างกายอยู่ในท่าทางเดิมซ้ำๆ ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อเกิดภาวะตึงเครียด และเมื่อเสร็จงานก็ไม่มีการคลายกล้ามเนื้ออย่างสมบูรณ์ เมื่อนานวันเข้ากล้ามเนื้อก็เลยขาดความยืดหยุ่น ทำให้เกร็งค้างพอมาเสริมด้วยการเปลี่ยนท่าทางกระทันหัน ก็เลยเกิดการบาดเจ็บตามมา จากนั้นก็จะต่อด้วยคำแนะนำว่าทำอย่างไรจึงจะไม่ปวดหลัง ก็จะเน้นเรื่อง การหมั่นเปลี่ยนอริยาบถ การบริหารร่างกายเพื่อคลายปวด รักษาอาการปวดหลัง ในส่วนของการเกิดอุบัติเหตุ ก็จะเน้นย้ำเพียงเรื่อง การดูแลตัวเองภายหลังบาดเจ็บ เน้นไม่ให้ นวดคลึงด้วยความร้อนทันที ให้ใช้ความเย็นประคบ ซึ่งพบว่า ภายหลังการเข้าร่วม Induction กว่า ๔ ปี รวมกับการที่พยายามเน้นย้ำในห้องพยาบาลรายบุคคล ปัญหาดังกล่าวเริ่มคลี่คลาย ทว่าสถิติของอุบัติเหตุไม่ได้ลดลงเลย บางครั้งเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ โดยเฉพาะหลังๆ มานี่มีพนักงานเข้า-ออกกันเยอะมากขึ้น สถิติอุบัติเหตุก็เพิ่มขึ้นไปตามกัน

                การพยายามลดสถิติอุบัติเหตุด้วยการเข้มงวดให้ทำงานตามระเบียบ การตักเตือน ลงโทษกรณีที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากความประมาท การพูดย้ำให้ตระหนักถึง “การระมัดระวัง รอบคอบในการทำงาน” รวมถึงการป้องกันแก้ไขสิ่งแวดล้อม วัสดุอุปกรณ์เพื่อลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ ที่ทางบริษัทฯ รวมถึงเจ้าหน้าที่อาชีวอนามัย (safety) ได้พยายามทำอย่างต่อเนื่อง เข้มงวดจริงจัง แต่พบว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น บางทีการลดสถิติอุบัติเหตุอาจต้องแก้ไขด้วยวิธีการที่ทำให้พนักงานมีความรักในงานที่ทำและมีความสุขในการทำงาน

ถ้าจะลดสถิติอุบัติเหตุ ก็ต้องแก้ที่ตัวพนักงานเอง ฉันคิดเทียบจากตัวเอง

                เมื่อแรกที่ฉันมาทำงานห้องพยาบาลเต็มตัวจริงจัง ไม่มีงานประจำที่ในรพ.อีก ฉันเองก็รู้สึกจำเจกับงาน เพราะเป็นงานที่ไม่มีสีสรร มาทำงานคนเดียวทุกวัน ลักษณะงานก็ซ้ำๆ มีคนไข้เข้ามา ตรวจอาการ จ่ายยา วันๆ มีคนไข้แค่ไม่กี่คน ไม่มีหัตถการหรูหราจำพวก ให้น้ำเกลือเคสยากๆ เหมือนตอนที่อยู่ตึกเคมีบำบัด ไม่มีการช่วยให้เลือด ฉีดยาเข้าทางหน้าท้อง ไม่มีการทำแผลที่ซับซ้อนเหมือนพวกแผลมะเร็งที่ยาเคมีบำบัดรั่วออกนอกหลอดเลือดที่ฉันเจอเมื่ออยู่หอผู้ป่วย อย่างดีก็มีแผลเรื้อรังจากอุบัติเหตุในงาน อุบัติเหตุมอเตอร์ไซด์ มีส่งไปรพ.บ้างนานๆ ครั้ง เรียกได้ว่างานห้องพยาบาลเนี่ยเด็กๆ เลยเชียว

                แต่ถ้าเรามองอีกด้านหนึ่ง งานห้องพยาบาลถือเป็นงานที่เรามีโอกาสที่จะได้คลุกคลีกับผู้ป่วยในสิ่งแวดล้อมของเขา ได้มองเห็นปัญหาที่ทำให้เขาไม่สามารถไปรพ.ได้ หรือเมื่อไปรพ. ได้รับการรักษามาแล้วไม่สามารถปฏิบัติตามแผนการรักษาได้ ทำให้ผลการรักษาไม่เป็นตามที่คาดหวัง เรามีโอกาสที่จะค้นหาวิธีที่ทำให้เขาสามารถดูแลตัวเองได้ในสภาพแวดล้อมแบบที่เขาอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นเรายังสามารถใช้ความรู้ของเราช่วยเขาให้รู้จักหาวิธีดูแลตัวเองในสภาพแวดล้อมแบบที่เขาเป็นเพื่อให้มีโอกาสเจ็บป่วยน้อยที่สุด ที่ห้องพยาบาลเรามีอิสระที่จะค้นหาวิธีดูแลตัวเอง โดยมีพนักงานทั้งหลายเป็น “case study” โดยเฉพาะในโรคท็อปฮิตอย่าง “ปวดหลัง” หลากหลายวิธีที่ฉันอ่านเจอจากในหนังสือก็มีพนักงานเป็นผู้ที่จะลองทำตามก่อนที่จะพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบจนเหมาะสมกับพนักงานได้ในที่สุด ทว่าน้องพยาบาลคนหนึ่งในทีมของฉัน เธอคิดได้ “ไกล” กว่านั้น

                ทำงานห้องพยาบาลเนี่ย ถ้าเราสามารถทำให้คนไข้เข้าใจวิธีดูแลตัวเองได้ ก็เท่ากับเราช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่จะไปที่ศิริราชให้น้อยลงได้ ทั้งจำนวนและทั้งความรุนแรง คือ ไม่ไปรพ.พร่ำเพรื่อเกิน หรือ ไม่ละเลยรอให้โรคลุกลามก่อนที่จะไปรพ.

                                                     เมื่อเรารักในงานของเรา เห็นคุณค่างานของเราได้

เราก็จะทำงานนั้นอย่างปราณีต

และแน่นอนโอกาสที่จะพลาดก็จะลดลง

                   ในการ induction พนักงานครั้งล่าสุด ฉันให้เวลากับการอธิบายถึงบริการของห้องพยาบาล วิธีการในการใช้บริการห้องพยาบาล แบบฟอร์มต่างๆ ที่จะใช้ เพียง ๑๐ นาที ต่อด้วยคำแนะนำในการดูแลสุขภาพทั่วไป ท่าบริหารง่ายๆ เพื่อกันและแก้ปวดหลัง จากนั้นจึงเข้าสู่หัวใจสำคัญ การชี้ให้พนักงานเห็นถึงคุณค่าของงานที่ตัวเองทำ งานยกของ จัดเรียงสินค้า ถ้าเรามองว่ามันแค่ยกสินค้า เราก็จะทำไปวันๆ เพื่อให้ผ่านไป แต่ถ้าเรามองดูให้ดี งานการยกสินค้า จัดเรียงสินค้าน่ะ ถือเป็นงานที่สำคัญเพราะถ้าพวกเราทำงานได้สมบูรณ์ เวลาที่คนไปจับจ่ายซื้อสินค้าก็จะได้มีสินค้าให้เลือกซื้อ ลองนึกภาพตัวเราเองไปเดินในห้างแล้วพบว่าแต่ละชั้นวางสินค้าว่างเปล่า ไม่มีสินค้าเพราะจัดส่งไปไม่ทัน หรือจัดส่งไปทันแต่อยู่ในสภาพที่ชำรุด ไม่สามารถใช้การได้ เราจะรู้สึกแย่แค่ไหน …..

                หลักสำคัญข้อสุดท้ายที่ฉันเน้นย้ำกับพนักงานคือ “ให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เวลาทำงานอย่าคิดแค่ทำงานของเราเสร็จเรียบร้อย ให้นึกต่อจากนั้นว่าถ้าเราเป็นผู้มารับงานชิ้นนั้นต่อ เราจะทำงานนั้นได้อย่างสะดวกราบรื่นมั้ย ให้นึกเผื่อเพื่อนที่จะมารับงานต่อด้วยทุกครั้ง

การทำงาน หรือ ทำสิ่งของใดก็ตาม หากทำด้วยใจ งานนั้นจะปราณีต งดงาม

หากทำเพียงเพราะต้องทำ

แม้งานนั้น ของสิ่งนั้นจะเสร็จเรียบร้อย หากจะไม่ปราณีต งดงามเฉกเช่นกัน

…………………………….

                เมื่อครั้งที่ฉันไปดูงานที่ประเทศเกาหลี ด้วยระยะเวลาดูงานที่ค่อนข้างนานถึง ๓ เดือน ทำให้ฉันมีโอกาสดูงานในหัวข้อที่หลากหลายที่ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง ทั้งการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งในหอผู้ป่วย การให้การรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด รังสีรักษา การผสมยาเคมีบำบัด งานด้านสังคมสงเคราะห์ และสุดท้ายที่อยากเห็นมากที่สุด งานด้าน Hospice Care การพยาบาลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งตอนนั้นกำลังเป็นที่ฮือฮา มีการเปิดเป็นหอผู้ป่วย อยากดูระบบงานของเขา ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมชมแต่ละหน่วยงาน ก่อนจะลากลับก็จะใช้ประโยคมาตรฐาน “ซูโก ฮาเซโย” ขอให้มีความสุขในการทำงาน คงเหมือนที่ภาษาอังกฤษมักจะพูดว่า “Have a nice day” น่ะแหละ ตอนนั้นฉันพูดเป็นพิธี ก็มันเป็นธรรมเนียมที่เขาพูดกัน               

                  แต่ครั้งนี้เมื่อฉันจะจบหัวข้อของฉันในการอบรมพนักงานใหม่ (Induction) ฉันพูดจากใจจริงของฉัน

                 “ขอให้สุขภาพดี และมีความสุขในการทำงานนะคะ ซูโก ฮาเซโย”ฃ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 14/06/2018 เวลา : 17.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ชื่นชมพี่วารีค่ะ งานหนักแต่ก็ใส่ใจรายละเอียด ใส่ใจผู้ป่วย ผู้เข้ารับบริการ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน