• วารี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ns26_room@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 434
  • จำนวนผู้ชม : 255741
  • ส่ง msg :
  • โหวต 107 คน
เรื่องเล่ารอบตัว
เรียนรู้จาก "เรื่องเล่ารอบตัว" นำเสนอเป็นข้อคิดเล็กๆ มาเล่าสู่กันฟังเพื่อแลกเปลี่ยน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nsdiary
วันเสาร์ ที่ 6 เมษายน 2562
Posted by วารี , ผู้อ่าน : 257 , 15:16:29 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน อดุลย์ , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

เรื่องเล่าสีขาว  เรียนรู้เพื่อเติบโต  ตอน 1

ก้าวแรกสู่ .. ชีวิตการทำงาน

 

                 เมื่อไม่กี่วันมานี้  วันที่ฉันไปหาแม่ที่บ้าน  จำไม่ได้ว่าเรากำลังคุยเรื่องอะไรกันค้างอยู่  แต่อยู่ๆ แม่ก็พูดขึ้นมาว่า

                " น่าเสียดายนะ  ถ้าอยู่ที่ศิริราชมาเรื่อยๆ จนถึงวันนี้  ก็คงจะได้เงินเดือน ได้... หลายสินะ"

                ไม่รู้ว่าฉันแปลภาพ น้ำเสียงตรงหน้าของแม่ผิดไปมั้ย  แต่ดูว่า แม่เสียดายจริงๆ  คงเป็นเพราะความเป็นห่วงตามประสาของคนเป็นแม่หรอก  แต่วันนั้นฉันตอบสวนกลับแทบจะทันทีว่า

                 "ไม่นะคะ  คิดว่าที่ลาออกไปน่ะ  ได้เรียนรู้อะไรมามากๆ เลยล่ะ  คุ้มแล้วที่ออกไป"

                 มันอาจจะดูเป็นการรั้น ประมาณเถียงคำไม่ตกฟากก็ได้นะ 5555 แม่ฉันมักจะพูดแบบนั้นเสมอๆ

                 หรือบางคนอาจจะคิดว่า เป็นการพูดเพื่อไม่ให้เสียหน้าก็ได้ ... ก็นะ

                 แต่ถึงวันนี้ ตอนนี้ ฉันก็ยังกล้ายืนยันว่า ที่ฉันพูดไปน่ะ ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ  อาจมีบางแวบ .. ที่ฉันรู้สึกแย่ๆ บ้าง  แต่ก็ไม่เคยสักครั้งที่จะคิดว่า "ตูออกจากศิริราชทำไมวะ"  อย่างมากก็คิดแค่ว่า เฮ้อ . น่ะ แล้วก็เดินหน้าสู้  จนฉันมีวันนี้ วันที่ได้กลับมาศิริราชอีกครั้ง   มาดูกันมั้ยคะว่า ฉันผ่านอะไรมาบ้าง ... ถ้าอยากรู้ก็ตามมาเลย

......................................

                 ตอนเด็ก ฉันก็เติบโตมาในจังหวัดสระบุรี  เป็นเด็กท้องถิ่นคนหนึ่งละ  เพียงแต่เติบโตในบ้านของ "ครู" 555 ก็ทั้งพ่อแม่ต่างก็เป็นครูนี่   ฉันก็เรียนๆ เล่นๆ ตามประสาละ  ไม่ได้มีฝันอยากเป็นโน่นนี่เลย  แต่ก็มีความชอบเป็นพิเศษ ก็พวกงานเขียน ร้องเพลงประมาณนี้ละ  แต่..มีช่วงนึงที่เลิกไปเลย  เหตุผลก็... (ห้ามบอกแม่เด็ดขาด)

                  เหตุผลคือ โดนบังคับประมาณมีใบสั่งให้ทำไง  มารู้เฉลยเมื่อไม่กี่ปีนี้ว่า

                 เคยมีงานเขียนชิ้นนึงที่แม่แอบเอาไปส่ง ได้รางวัลเป็นหนังสือ..นิยายเล่มหนึ่ง  หลังจากนั้นก็โดนเคี่ยวเข็ญให้เขียน.. ก็เลิกคร้าบ   ส่วนร้องเพลง ก็โดนใบสั่ง  ประมาณให้ร้องเพลง...นี้  ตอนแรกก็โอเคละ  ก็ชอบอยู่แล้ว  แต่หลังๆ เหมือนจะพยายามพาไปประกวดอะไรสักอย่าง ก็เลิก  อ้อ แต่มีอย่างหนึ่งที่ชอบ  แม่สนับสนุนแต่โอกาสไม่อำนวย ... อยากเล่นขิมมาก  ไม่รู้เพราะอะไรนะ  จำได้แต่ว่าคล้ายๆ แม่จะพาไปที่โรงงิ้ว  เหมือนจะให้ไปเรียนด้วยแต่เวลาไม่ลงตัวนี่ละ  ก็..ยังเก็บความชอบไว้

                  ส่วนเรื่องเรียนหนังสือ ก็..มันสนุกดีนี่ ก็เรียนไปเรื่อยๆ  แม่ให้เรียนสายวิทย์ก็..ไม่เป็นไร  สนุกดี  ตอนจบมัธยม เพื่อนๆ ก็แห่ เอ๊ย พากันไปสมัครสอบพยาบาลโน่นนี่ เราก็เอามั่ง  ไม่ได้ฝันอยากเป็นพยาบาลหรอกนะ  แต่ก็ตามเพื่อน  ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย อันนี้ตั้งใจเลือก อยากได้พยาบาลที่ รพ.รามาฯ  ไม่ใช่เพราะชื่นชมอะไรเป็นพิเศษหรอก  ก็แค่ว่าแม่ไปรักษาที่นั่น  ก็อยากรู้ว่า แม่เป็นอะไร  แล้วก็คิดว่า ถ้าเราอยู่ในนั้นคงพอช่วยอะไรได้มากขึ้น  แต่ก็..นะ ธรรมจัดสรร  สอบได้ที่ศิริราชซะง้าน  ไม่เป็นไร  มหาวิทยาลัยเดียวกัน 555 คิดง่ายมาก ก็เดินเปิดแฟ้มไปคุยกับหมอดื้อๆ เลย  พี่หมอ เอ๊ย อาจารย์หมอก็บอกดื้อๆ เหมือนกัน ว่า แม่เป็นมะเร็ง  จบ พอแล้ว ได้รู้แล้วงัย

                   ก็ไม่ได้ช่วยอะไรแม่มากนัก  ได้แค่รู้ว่าแม่เครียดเพราะอะไร  แค่นั้น  แล้วแม่ก็รักษาจนจบและหายแล้วเรียบร้อย  พอมาได้เรียนศิริราช  ธรรมจัดสรรอีกละ  วันนึงก็ได้ยินเสียงขิมแว่วๆ มาจากด้านหลังคณะฯ  ก็เดินตามเสียงไปขึ้นไปบนตึกเก่าริมน้ำ (ตึก OPD เก่า) ชั้น 3 ก็ได้เจอชมรมดนตรีไทยและนาฏศิลป์ มหิดล  ไม่สิ เล่าข้ามไป  ตอนอยู่ปี 2 ก็เดินซนไปเรื่อยๆ ขึ้นไปบนชั้น 2 ของตึก..จำไม่ได้  รู้แต่ว่าเป็นตึกที่ทำกิจกรรม  อ้อ ตึกสันฯ มั้ง  ก็ไปเจอชมรมฯ คือ เจอเครื่องดนตรีไทยตั้งอยู่ ฝุ่นจับ .. เจอพี่คนนึง พี่ก็ชวนคุยประมาณว่า มีพี่ๆ มาเล่นกันเป็นระยะ  แต่บอกไม่ได้ว่าจะมากันเมื่อไร  ก็แค่น้าน  จนมาเจอชมรมฯ ที่ใกล้ๆ คณะฯ ล่ะ  ถึงได้เล่นขิมจริงจัง  ต้องขอบคุณพี่หน่อย  พี่ประพาฬรัตน์  วีรพันธ์  พี่นศพ.ปี 5 มือขิมของชมรมฯ ตอนนั้นที่พยายามหาเวลาขึ้นชมรมฯ มาเพื่อสอน  แต่ก็..นะ  ในที่สุดพี่ชมรมฯ อีกคน  พี่จิ๋ม (พี่พรรณี..) พี่พยาบาลสงสาร  พาไปส่งที่บ้านครูขิม  ครูชยุดี  วสวานนท์ จนได้เรียนขิมจริงจัง  และยังเพราะครู และเพราะขิม ทำให้ช่วงหนึ่งของชีวิต ได้ไปนั่งเล่นขิมในโรงแรมหรู ช่วงบุุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน เล่นขิมให้ฝรั่งฟัง  ว้าว ดูดีนะ  แต่ขอบอกว่า .. มันน่าเบื่อมากกก  การไปนั่งเล่นขิมเหมือนตัวประกอบ  เขาก็ฟังกันไปง้านๆ ละ  จนกระทั่งมีเด็กฝรั่งคนหนึ่ง เธอคงชอบเสียงมั้ง เดินมาคุยด้วย  พ่อแม่เธอตามมาคุยด้วย  ว้าว โลกเปลี่ยนเลย

                    การมีใครสักคนเห็นค่า เห็นตัวตนของเรานี่  มันมีค่ามากมายจริงๆ    จำได้ว่าหลังจากน้องคนนั้นเดินผละไป  ความรู้สึกในการเล่นขิมวันนั้นเปลี่ยนไป  น่าจะในทางที่ดีขึ้นละ เพราะบริกรในโรงแรมที่ทุกทีก็ฟังไปง้านๆ  วันนั้นดูเขาฟังแบบตั้งใจกว่าปกติ

                    เมื่อชีวิตการเรียนสิ้นสุด  ไม่สิ ช่วงชีวิตของการเรียนตั้งแต่ขึ้นชมรมฯ ฉันได้ทำกิจกรรมอะไรมากมาย  ฉัน เด็กที่แสนจะขี้ขลาด  โก๊ะ  อย่างยิ่ง ได้รับโอกาสดีๆ จากการที่ขึ้นชมรมฯ เยอะมาก  ได้ทำกิจกรรมชมรมฯ แบบที่ตั้งใจแค่อยากทำเพื่อช่วยพี่ๆ แค่น้าน  แต่กลับได้รับโอกาสเป็นเลขาชมรมฯ และขึ้นเป็นประธานชมรมฯ  555 ตอนนั้นได้แต่งงว่า ตูเป็นได้ไงกันเนี่ย 

                    ช่วงที่เป็นประธานฯ ก็เป็นช่วงทำละครชมรมฯ  ก็ได้รู้จักการติดต่องาน  ในงานดนตรีไทยอุดมศึกษา  ในวงรวมของมหาวิทยาลัย  พี่ๆ ก็โยนเราขึ้นไปเป็นตัวแทนชมรมฯ ย้ำ โยนจริงๆเพราะมันได้จังหวะมั้ง  แล้วก็เลยเป็นโอกาสดี ได้นั่งเล่นดนตรีร่วมวงพี่ๆ เพื่อนๆ ต่างมหาวิทยาลัยโดยที่มีสมเด็จพระเทพฯ ทรงร่วมร้องเพลงในวงด้วย  ว้าว สุดยอดดปะ

                      พอจบชีวิตการเรียน อืม.. ช่วงก่อนที่จะเริ่มงาน  จำได้ว่าพี่เขาให้โอกาสเลือกว่า อยากอยู่วอร์ดไหน  คือจะมีพี่ๆ ที่ขาดคน  มาอยู่ในการชุมนุมนั้น  ให้พวกเราเลือกก่อน  แล้วพี่เขาก็เลือก  ถ้ามัน match กัน ก็ต่างสมหวังงัย  แต่ถ้าไม่.. พี่เขาเลือกเราก็ต้องไปคร้าบ  แล้ว...ของเราก็แบบนั้นเลย 555 เรายกมือเลือกวอร์ดคลอด Labor  คือ ความรู้สึกเราว่ามันเป็นวอร์ดแห่งความสุข  ทำแล้วก็จบ  คิดง่ายๆ แค่นั้นละ  เพราะคนไข้มาคลอดแล้วก็ไปด้วยความสุข  ถามว่ามีโอกาสทุกข์มั้ย ก็..บ้างแต่ไม่บ่อย  แต่..เออนิ

                       พี่หัวหน้าห้องคลอดบอกว่า พี่ก็เลือกเรานะ  แต่ว่า.. 555 พอดีพี่หัวหน้าตึกผู้ป่วยนรีเวชฯ เลือกเราด้วย  แล้วพี่เขาอาวุโสกว่างัย  ก็..ได้คร้าบ  แต่พอมาอยู่วอร์ดนรีเวชฯ ได้แค่ 3 เดือนมั้ง  วอร์ดก็แยกออกเป็น 2 วอร์ด คือ นรีเวชฯ กับ วอร์ดเคมีบำบัด คือเป็นจังหวะที่เขาจะเปิดหอผู้ป่วยมะเร็งนรีเวชฯ ที่ต้องรักษาด้วยเคมีบำบัดพอดีงัย  เราก็ได้รับเลือกมาอยู่ด้วย.. เออ โลกพลิกเลย  ถามว่า เครียดมั้ย  ก็..ไม่นะ เฉยๆ  เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในความคาดหวังตั้งแต่แรกเท่าน้าน   ใครคร้าบที่จะคาดหวังว่า อยากยู่วอร์ดมะเร็ง 555  มันก็คงมีหรอกนะ  แต่ไม่ใช่ฉันก็แล้วกัน  แต่ก็ทำได้  มันก็คืองานพยาบาล  ฉันคิดแค่น้าน

                ทีนี้สงสัยมั้ย  เออ.. ทำงานอยู่ในศิริราช  อยู่ในบ้านที่แสนจะมั่นคง น่าจะอบอุ่น  ถึงจะอยู่วอร์ดมะเร็งก็เถอะ  แล้วไหงถึงลาออกได้ล่ะ  ออกไปอยู่ไหน เป็นยังไง  แล้ว.. นึกยังไงล่ะถึงกลับมาอีก  

                ทิ้งคำถามไว้นะ  ถ้าไม่..เกินไป คืนนี้จะมาเฉลยคร้าบ  ดีปะ

วารี

เออ... ว่าแต่อ่านมาถึงตอนนี้  อยากรู้ความเห็นของผู้อ่านจังว่า วารีดื้อมั้้ยคร้าบ  555 ตอบได้ตามจริงเลยนะ  วีรกรรมโอเคปะ พอรับไหวมั้ยน่ะ  ไว้มาอ่าน คำเสนอแนะนะ  พอดีตอนนี้เหมือนจะเจอ..อีกครั้งแล้ว จุดเปลี่ยนละ 

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 07/04/2019 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

พี่ไม่ดื้อหรอกค่ะ แต่พี่ทำตามความต้องการของตัวเอง เก่งจัง

อ่านเพลินเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน