• วารี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ns26_room@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 438
  • จำนวนผู้ชม : 306031
  • ส่ง msg :
  • โหวต 107 คน
เรื่องเล่ารอบตัว
เรียนรู้จาก "เรื่องเล่ารอบตัว" นำเสนอเป็นข้อคิดเล็กๆ มาเล่าสู่กันฟังเพื่อแลกเปลี่ยน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nsdiary
วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by วารี , ผู้อ่าน : 1222 , 11:19:55 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , อดุลย์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

เรื่องเล่าสีขาว เมื่อ stress สร้าง stroke

 

          ฮ้าว ง่วงแฮะ           ฉันพูดพลางเอื้อมมือไปเปิดหน้าต่างห้องพระ  ห้องที่เป็นที่นอนประจำของฉันเวลามาบ้านแม่  แล้วก็หันมารื้อจัดที่นอน  ได้เวลานอนละ  ขอพักสักแพรบนะ  ง่วงจังเลย ฉันคิด  แต่ยังไม่ทันจะล้มตัวลงนอน   เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น... ใครนะ

          “พี่ครับ  พี่แมวกำลังถูกพาไปรพ...”

          ฉันรีบผลุนผลันลงมาข้างล่าง  แวะบอกแม่ว่า “ต้องรีบกลับบ้านค่ะ  แมวเขาลืมของ  ต้องกลับไปช่วยดู”

          ระหว่างที่ขับรถไป ก็ได้รับโทร.อีกครั้ง

          “หมอแจ้งว่า คงต้องผ่าตัดด่วนค่ะ  สงสัยเส้นเลือดในสมองแตก”

          “กำลังไปค่ะ  ขอแวะบ้านก่อน  ให้น้องเขาตัดสินใจไปเลยค่ะ  แล้วแต่เขา”  วางสายไปได้สักพัก โทร.ก็ดังขึ้นอีก

           “ตอนนี้คุณอยู่ถึงไหนแล้วคะ  เราต้องให้คนเซ็นยืนยันรับการรักษาค่ะ”

           “ตัดสินใจไปได้เลยค่ะ  ทางดิฉันเห็นด้วย แล้วแต่น้องเขาค่ะ  ให้น้องเขาตัดสินใจได้เลย” พูดไปแล้วก็รีบวางสาย กำลังขับรถอยู่  ในใจก็คิด ... “สงสัยคงเป็นแสนแน่  ไม่เป็นไร ค่อยว่ากัน  ก็คงต้องปิดกรมธรรม์มาละ”

           ฉันไปถึงที่รพ... เวลาประมาณ 17 น.กว่าๆ  เห็นมีลูกน้องเขารออยู่  ถามจากพยาบาลก็ได้ความว่า เข้าไปอยู่ในห้องผ่าตัดแล้ว  จนเฉียด 18 น.เปลก็ถูกเข็นออกมา 

 

           เมื่อคืนวานตอนก่อนจะนอน เฉียดเที่ยงคืน ฉันยังไม่เห็นเขากลับมา

           เช้าขึ้น เวลาประมาณตี 5 เศษใกล้ 6 น.ฉันตื่นได้สักพักกำลังเตรียมอาหาร  ได้ยินเสียงเขาเดินลงบันไดมา

           “จะไปบ้านแม่ใช่ปะ  เอา..ไปด้วยสิ  ไปฝากแม่” เขาพูดพลางชี้มาที่ถุงของกิน ก็คงซื้อมาฝากจากที่ไปทำข่าวซีเกมส์มาละ

            “เดี๋ยวจะเข้าไปทำงาน  แล้วก็คงกลับวันอาทิตย์บ่ายเลย”

            นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่เขาพูดทิ้งไว้

            และนี่คือสิ่งที่น้องเขาเล่าให้ฟัง

            ที่ทำงาน ตอนใกล้เที่ยงขณะเขากำลังนั่งปั่นงานอยู่  ได้ยินเสียงเขาบ่น

            “อือ ปวดตา”  เขาพูดพลางก้มหน้าปันงานต่อ  มือก็ยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ  วางแก้วกาแฟก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ  แล้วก็ปั่นงานต่อ

             จนใกล้บ่ายสาม เขาถึงได้ลุกไปที่ห้องน้ำ  ได้ยินเสียงเขาอาเจียน  แล้วก็เดินมานั่งทำงานต่อ  สักพักก็ได้ยินเสียงเขาอาเจียนอีกครั้ง ก่อนจะฟุบลงที่โต๊ะ

             น้องที่ทำงานลุกมาดู กะจะพาไปนอนพัก ก็เห็นว่าแขนเขาดูเปลี้ย ดูแปลกๆ ก็เลยโทร.ปรึกษาพี่  ก็น้องที่เป็นลูกน้องคนสนิทของเขาละ วันนี้เธอไม่ได้อยู่เวร  เธอก็สั่งว่า ให้พาไปรพ.เลย  จากดินแดงมาด้วยรถข่าว  รพ.ที่ใกล้ที่สุดคือเป้าหมาย

             “เข้าใจว่า เส้นเลือดคงแตกในสมองตั้งแต่ตอนที่คนไข้บ่นว่า ปวดตา ละครับ ก็ประมาณเที่ยงกว่า  มาถึงรพ.ประมาณ บ่ายสามครึ่ง จากผล CT ก็พบว่ามีเลือดออกในสมองส่วน thalamus  ก็เปิดห้องผ่าตัดไม่เกิน 4 โมง  ครับ เราก็ได้เจาะเพื่อใส่สายระบายเลือด (ventriculos drain)   ตอนนี้ก็ต้องรอให้ระบายเลือดออกมาให้หมดก่อน  ค่อยพิจารณาอีกที”  นั่นคือคำอธิบายของแพทย์

             ในส่วนของค่าใช้จ่าย  ทางรพ.ชี้แจงว่า ได้ทำการเบิกสิทธิ ucepให้ อืม ucep มันคืออะไรนะ  และนี่คือ คำอธิบายของ ucep

             Ucep หรือ Universal Coverage Emergency Patients คือ กองทุนสำหรับกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ ใช้ได้ทุกสิทธิการรักษาให้เข้ารับการรักษาในรพ.ที่ใกล้ที่สุดได้ทันที  โดย 6 กลุ่มอาการที่เข้าข่ายวิกฤติ ได้แก่

             1. หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ

             2. หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง

             3. ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น

             4. เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง

             5. แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน หรือ ชักต่อเนื่อง

             6. อาการอื่นที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่เป็นอันตรายต่อชีวิต

            เพราะอาการของเขาถือว่าสามารถใช้สิทธิ ucep ได้  แต่ต้องใช้ร่วมกับสิทธิการรักษาหลักหรือสิทธิอื่นๆ ถ้ามี  โดยของเขามีสิทธิกรมบัญชีกลาง และได้ทำประกันชีวิตไว้  ซึ่งในส่วนของประกันชีวิต เนื่องจากยังไม่สามารถใช้สิทธิ Fax claim ได้เพราะยังส่งเบี้ยประกันได้ไม่ถึง 2 ปี  สรุปคือ ใช้ได้เพียงสิทธิกรมบัญชีกลางเท่านั้น  เมื่อสรุปยอดค่าใช้จ่ายก่อนที่จะรีบทำการย้ายมาที่รพ.วชิระคือ 3 แสนกว่าบาท  โดยเรารับผิดชอบส่วนเกินแค่ 600 กว่าบาท  นอกนั้น ucep รับผิดชอบหมด

            เมื่อครบ 72 ชม.หรือทันทีที่อาการดีขึ้น ต้องรีบย้ายไปรพ.ตามสิทธิ  ซึ่งในกรณีของเขาเราได้ย้ายมาที่ รพ.วชิระ  และได้ทำการรักษาขั้นต่อ คือ ผ่าตัดใส่สายระบายน้ำในสมอง และพักรักษาตัวจนปลอดภัย  จึงได้จำหน่ายกลับบ้าน

 

            เมื่อวานนี้ถ้านับจากวันที่เกิดเหตุ  ก็..จวนครบ 2 เดือนแล้ว ขาดอีกแค่ 5 วัน ที่ nursing home เมื่อฉันมาถึง  เขากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง  ที่คอยังมีท่อเจาะคออยู่  ที่จมูกก็ยังใส่สายให้อาหารอยู่  ข้างเตียงเขาก็มีพี่ๆ น้องๆ มาเยี่ยมกัน อืม..  ได้เวลาออกกำลังกายกันละ

            “ช่วยกันพลิกตะแคงตัวเขานะคะ” ฉันพูดพลางปีนขึ้นเตียง ย้ำ ปีนขึ้นเตียงคร้าบ  เราช่วยกันพลิกตัวเขาตะแคงซ้ายเพื่อให้มีแรงยันตัวพลิกเท่าที่ทำได้  แล้วก็ช่วยกันจับเขานั่งขึ้นโดยที่ฉันขึ้นไปนั่งด้านหลัง  ใช้เข่ายันตัวเขาไว้

            “พยายามทรงตัวนะ  ถ้ารู้สึกว่าเอียงไปทางขวาเยอะ ก็ดึงตัวกลับมา  ใช้ด้านซ้ายช่วยด้านขวา” ฉันพูดสั่งพลางพยายามผลักศีรษะเขากลับ

            “ค่อยๆ คิดนะว่า จะทำยังไงให้ทรงตัวตรงได้” ฉันพูดพลางสั่งห้ามเมื่อเห็นรุ่นน้องเขา ยื่นมือมาจะช่วย “อย่าใช้มือประคองช่วยค่ะ  ให้เขาพยายามทำเอง ช้า.. ไม่เป็นไร  แต่ต้องให้เขาคิดเอง”

            เห็นเขาค่อยๆ ขยับขาจัดท่า  มีเอียงตัวบ้าง ฉันก็พูดซ้ำๆ “คิดดู ทำยังไงตัวจะตรงได้ ไม่ล้ม  ให้ฝั่งซ้ายช่วย”

            เขาค่อยๆ เอียงตัวช้าๆ  ใช้มือไปจับราวข้างเตียง ดึงช่วย แม้จะเซๆ บ้างเราก็ช่วยยันไว้ แต่ไม่ทำให้ทั้งหมด  เขานั่งได้ตรงพอควรละ   พอเขาเริ่มทรงตัวได้  เราก็เริ่มฝึกให้เขาจิบน้ำ  ใช้หลอดฉีดยา (syringe) ขนาด 5 cc หยอดน้ำลงไป ให้เขาค่อยๆ จิบ 

            “ต้องให้ทีละน้อยจะได้ไม่สำลักค่ะ  เขายังกลัวๆ อยู่  ใส่เร็วเกินสำลักเข้าปอด ติดเชื้อ อันตราย  ไม่คุ้ม” ฉันอธิบายกับรุ่นน้องเขาที่คอยช่วย   ระหว่างนั้นก็ฝึกแขน ยกขึ้นลงบริหาร 

เสียงเชียร์จากรุ่นน้องเขาดังลั่น  ภาพรุ่นน้องเขาที่เชียร์ยังอยู่ในสายตาฉันขณะนี้  อีกไม่นาน.. ไม่ว่าจะดีขึ้นสักแค่ไหนก็ตาม  ขอแค่เขาทำได้เต็มที่มันก็คือดีที่สุดแล้วละ

 

บันทึกแนบท้าย

               ถ้าถามฉันว่า ทำไมเขาถึงเส้นเลือดแตก  จากพฤติกรรมของเขา ที่มักจะสูบบุหรี่  แม้จะลดลงบ้าง  แล้วก็กินกาแฟเป็นนิสัย โดยเฉพาะมื้อเช้า มื้อแรกของวัน  แล้วมีปัจจัยร่วม หรือจะพูดว่า ผู้นำก็คงไม่ผิดมั้งคือ เขาอดนอน เพิ่งกลับจากต่างประเทศ  เพิ่งถึงบ้านน่าจะดึก หลังเที่ยงคืนแน่ๆ แล้วเช้าขึ้นก็ตื่นมาตั้งแต่ 6 โมง  สังเกตจากว่าตื่นแล้วไม่นั่งหน้าคอมฯ ก็แปลว่า คงนั่งพิมพ์ส่งงานไปแล้วก่อนจะนอน  ก็น่าจะนอนเกินเที่ยงคืนแน่นอน  แล้วไปเกิดเหตุที่ทำงาน ... ฉันออกจากบ้านตอนใกล้ 9 โมง เขาก็น่าจะออกจากบ้านไล่เลี่ยกัน ก็เท่ากับว่าไม่ได้นอนเลย

               สรุปคือ เครียด เพราะอดนอน ปั่นงาน  แถมยังเพิ่มตัวกระตุ้นความดันโลหิตสูง คือ กาแฟ  โดยเฉพาะกินกาแฟมื้อเช้าโดยที่ไม่มีอาหารเช้า  กาแฟทำให้เราหายง่วงเพราะมันช่วยดึงน้ำตาลออกมาในกระแสเลือด  การดึงน้ำตาลออกมาโดยที่ไม่มีน้ำตาลอยู่เดิมเป็นการเพิ่มความเครียดให้กับร่างกายในการหาน้ำตาล   แถมด้วยบุหรี่อีก อืม.... ครบคร้าบ  นับว่ายังดีที่เขาน่าจะยังไม่มีโรคความดันโลหิตสูง  5555 ที่บอกว่า น่าจะเพราะยังไม่เคยเห็นเขากินยา

               ตำแหน่งที่เส้นเลือดแตกในสมอง นับว่า อันตรายมาก เพราะเป็นสมองส่วนที่ควบคุมความปกติของชีวิต ทั้งอุณหภูมิ ความดันโลหิต ชีพจร  คือ คอยคุมให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เช่น ถ้ามีไข้จากติดเชื้อ ก็จะคุมไม่ให้ไข้สูงเกินจนเป็นอันตราย หรืออย่างกรณีตื่นเต้น ความดันโลหิตก็จะขึ้นไม่สูงเกินไปจนเป็นอันตราย  แต่เพราะสมองส่วนนี้เสียหาย ในช่วงแรกของอาการ ไข้จะสูงเฉียด 40 ตลอด  ความดันโลหิตก็สูงมาก  จนเมื่อผ่านไปสัก 7 วัน สมองเริ่มฟื้นตัว ความดันโลหิต ชีพจรก็เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

               นับว่าโชคดีมาก ที่เข้ารพ.ได้เร็ว  หมอก็อยู่ในรพ.ขณะนั้นพอดี  เปิดห้องผ่าตัดได้เร็วและตัดสินใจได้ถูก การฟื้นตัวนับว่าดีมาก  แต่จะดีที่สุดแค่ไหนยังไง  คงต้องรอดูต่อไป




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่หมี วันที่ : 11/02/2020 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เล่าละเอียดดีค่่ะ วัยนี้ก็ต้องระวังมากๆเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Chaoying วันที่ : 11/02/2020 เวลา : 06.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

หวัดดีค่ะ พี่วารี นานๆ จะเห็นพี่วารีโพสต์ ยุ่งมากไหม เหนื่อยมากไหม คิดถึงนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน