• คนช่างเล่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-25
  • จำนวนเรื่อง : 307
  • จำนวนผู้ชม : 870907
  • จำนวนผู้โหวต : 1063
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1063 คน
<< สิงหาคม 2011 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 27 สิงหาคม 2554
Posted by คนช่างเล่า , ผู้อ่าน : 6748 , 15:58:46 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 13 คน



(ภาพ คุณลุงณรงค์  รังกุพันธุ์ ผู้บุกเบิกนิคมโรคเรื้อน)

ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่จงรักภักดี ตลอดมา ปัจจุบันทำบุญ ทำกุศล ไปสร้าง รั่ววัด

ยาวนับสิบกิโลเมตร ท่านมัีกนำเรื่องเล่า มาพูดคุย ให้ผมฟัง เสมอ พร้อมนำหนังสืออนุสรณ์งานพระราช

ทานเพลิงศพ นายแพทย์ สมพงศ์  ขุทรานนท์ มาให้ เพราะท่านทราบว่าผมสนใจเรื่องญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก

ที่นครศรีธรรมราช ผมจะขออนุญาต ทายาท เขียนอ้างอิง เรื่องที่คุณหมอเล่าไว้ ผมเขียนไปรษณียบัตร

ไปหาลูกสาวคุณหมอ แต่ไม่ได้รับตอบมา คุณลุงณรงค์ฯบอกว่าผมจะเรียนทายาทให้ครับ กราบขอบ

พระคุณ คุณลุงมากๆ คือผม เขียน เรื่องจารชนคนญี่ปุ่น ที่มาฝั่งตัวอยู่เมืองนครศรีธรรมราชนั้นเอง เขียน

ไว้ในวันที่ญี่ปุ่น ย่ำยี้บี้ทา หัวใจดวงเล็กๆของคนไทย อนุญาต ให้ใครเข้าญี่ปุ่น เชิญอ่านต่อไปแล้วจะทราบ




คุณลุงณรงค์  รังกุพันธุ์ ชาวอ่างทอง ไปรับราชการที่นิคมโรคเรื้อน บ้านพุดหง อำเภอร่อนพิบูลย์

จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อ ปี พ.ศ. 2496 จนไปเป็นเขยเมืองนครศรีธรรมราช มีธิดา 2 คน

เป็นข้าราชการกระทรวงแรงงานหนึ่งคน และอีกคน เรียนจบปริญญาเอกมาจากอเมริกา ชื่อ

ดร.สุดา รังกุพันธุ์ ดำรงต่ำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุณแม่ของธิดาท่านคือ สุภาภรณ์  (ศุกระกาญจน์ )   ชาวนครศรีธรรมราช

ขอเล่าเสริมนิด คุณลุงเล่าว่า..ท่านพักอยู่บ้านคุณประสิทธ์ ศิลปรัศมี พี่แช่มภรรยาเจ้าของบ้าน ง้างศร

กามเทพ ให้รักคุณสุภาภรณ์ฯ  ท่านเล่าว่า พี่แช่มเป็นลูกสาวกำนันขำ ที่ใครๆ ชอบลดตำแหน่งให้มาเป็น

ผู้ใหญ่ขำ ผู้ใหญ่ขำ  ฮาๆๆลองผวนดู



ภาพเขียน นายแพทย์ สมพงศ์  ขุทรานนท์ จากหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ของท่านเอง
************************************************************************


รายงานฉบับนี้ ที่กล่าวถึงปักษ์ใต้ ไว้ค่อนข้างละเอียด มาก อาจารย์ เก้า หรือ เคียงดินอยากเห็นภาพหน้าปก

ผมนำมาให้ดูในเอนทรีนี้ เรื่องราวของเมืองนครศรีธรรมราช เรื่องการเผยแพร่ศาสนาคริสเตียน พระนิพนธ์

ไว้ค่อนข้างละเอียด ใช้สืบค้นได้ครับ ชุมชนคนมอญ ข้างวัดศรีทวี คุณอนันต์  สิงหโกวินท์ กล่าวถึงผมจะบ้า

ประวัติศาตร์ไปสืบค้นให้ครับ เรื่องราวการปฏิสังขรณ์ พระบรมธาตุ เมื่อ หนึ่งร้อยปีเศษมาแล้วอยู่ในเล่มนี้ด้วย

+                                +                              +                                 +
หมอมาลู คนญี่ปุ่น 2 คนผัวเมีย ที่ มาตั้งรกรากที่นครศรีฯก่อนสงครามมหาเอเซีย
    นายแพทย์ สมพงศ์ ขุทรานนท์ คนเกิด ตรอกวัดท่าโพธิ์ ตำบลท่าวัง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีฯ
บันทึกไว้ในงานเขียน นครศรีธรรมราช เมื่อวันวิกฤต 8 ธันวาคม 2484 บันทึก จากความทรงจำในช่วงเมื่อเริ่ม
เกิดสงครามมหาบูรพาอาเซีย สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเหตุการณ์ ที่จะนำ ประวัติศาสตร์ ญีปุ่นบุกท่าแพ
เป็นจุดขาย.ในการท่องเทียวได้มากมาย หรือการท่องเทียว จังหวัดนครศรีธรรมราชไม่สนใจ ที่ผมฉงนใจ มาก
เมื่อผมกลับไปบ้านที่นครศรีธรรมราช เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ผู้สูงอายุ ที่นั่งอยู่ กับเจ้าของร้าน ขายของฝากใกล้ๆ
สีแยกคูขวาง กล่าวว่า ทางราชการนครศรีธรรมราชมันโง่...เจ็บกระดองใจจัง เราก็คนในวงการราชการนี่...น่า..!
จุดขายญี่ปุ่นขึ้นท่าแพ จ่าดำ การสร้างถนน สาย นครศรีฯ-ปากพนัง การที่ญีปุ่นปลอมตัวมาเป็นพ่อค้าแร่ และหมอ
มาลู หมอสายลับญีปุ่นผุดขึ้นมา ร้านหมอมาลู อยู่หน้าวัดเสาธงทองนั้นเอง นี่คือจุดขาย  ผม แฉว๊บ ขึ้นมาใน
ความคิด...!
 ที่เราจะจัดทัวร์ เหตุการณ์ สงคราม ได้ไม่แพ้ สะพานมรณะ กาญจนบุรี ตรงนี้เอง แป๊ะ ท่านนั้นจึงด่าว่าโง่
    หนังสืออนุสรณ์ งานพระราชทานเพลิงศพ นายแพทย์ สมพงศ์  ขุทรานนท์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่
18 เมษายน พ.ศ. 2545 ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม ผมกราบขอบคุณ คุณลุงณรงค์ รังกุพันธุ์ ที่มอบหนังสือ
อนุสรณ์เล่มนี้ให้ผม จึงขออนุญาต ทายาทของคุณหมอ นำเรื่องญี่ปุ่นขึ้น เมืองนครศรีธรรมราช มาเขียนในวัน
ที่ รัฐบาลญี่ปุ่น เปิดโอกาส ให้ ทักษิณ ชินวัตร เข้าประเทศญี่ปุ่น วันที่ 22 ส.ค.54 โดยตั้งใจแก้กฏหมายช่วย
การแถลงนโยบาย คุณปู ยิ่งลักษณ์ ฯ จึงทำให้ ผู้กำกับเวที ขุนค้อน เสียสุนัขไป กลางดึกวันที่ 24 ส.ค. 54 บ่าย
วันที่ 25 ส.ค.54 เปิดสภาต่อ เพราะคืนนั้นไม่ครบองค์ประชุม แล้วจะมีใคร ร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความไม่ละนี้
เพราะ เกิน 15 วันไป (กฏหมายว่าต้องแถลงภายใน 15 วัน)
    ในหนังสือ จากงานเขียนคุณหมอ ว่ามีคน ญี่ปุ่นสองคนผัวเมียมาตั้งร้าน สมัยก่อนเปลี่ยนการ
ปกครอง(ก่อน ปี พ.ศ. 2475) ตั้งชื่อว่าร้าน หมอมาลู  นี่คือการวางแผนสงครามมายาวนานแล้ว เขาเข้ามา
เป็นสายลับ หรือจารยชนนั้นเอง คุณหมอ เขียนเล่าไว้สนุก ว่าในวัน ที่ 8 ธันวาคม 2484 หมอคนนี้แต่งตัว
ชุดร้อยเอก เสียโก๋หรู่ วิศวกรสร้างทาง ถนนสายปากพนัง นครศรีธรรมราช  หายหัวเดินทางไปรับพรรค
พวก ที่ล่องมาทางเรือกันหมด นั้นคือจารชนคนสร้างทาง แต่ที่ซวยบรมซวย  ก็พ่อค้าแร่ 7 คน ที่เป็นสายลับ
ปลอมตัวมาเป็นพ่อค้ารับซื้อแร่ เพิ่งเข้ามาใหม่ๆ พูดภาษาไทยไม่ได้ สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ว่า แค่ทหารญี่ปุ่น ขอ
เป็นทางผ่านไป พม่าแค่นั้น ถูก ตำรวจไทย ซัดโป๊งๆๆ ตายเกลี้ยง จน ทหารญี่ปุ่น เรียกไปสอบสวน ดาบเกื่อบคืน
สนองดังศรีปราชญ์ เคยแช่งไว้ ทหารจารชนนั้นไม่ทันแช่ง ตายเสียก่อน (ทหารญี่ปุ่นเรียกตำรวจไปสอบสวน
ถึงการยิงทิ้งจารชนคนญี่ปุ่น นายแพทย์ สมพงศ์ ขุทรานนท์ เขียนเล่าไว้)
หมอมาลูรับทำฟันพร้อม รับถ่ายรูป ล้างรูป
    นายแพทย์ สมพงศ์  ขุทรานนท์ เขียนเล่าว่า สมัยเด็กๆ แต่งตัวยุวชน ฝึกแบบทหาร เจ้าของร้านถ่าย
รูปมักถามโน้นนี้นั้น แบบคุยกับเด็ก..นั้นคือการวางแผน เข้ามาฝั่งตัวก่อนสงคราม....และ
    ..รับทำฟัน รับทำร้านถ่ายรูป คุณหมอเขียนว่า ชาวญี่ปุ่นผู้ชายชื่ออะไรเราไม่ทราบ แต่ใครๆเรียก
หมอ มาลู ส่วนภรรยาหมอ มีชื่อ ลงท้ายด้วยสิๆๆ พวกชาวบ้านเรียกว่าแม่ศรี หรือแม่สี ทั้งสองคนมาตั้งรกราก
อยู่นาน พูดภาษาไทย ภาคใต้ได้ดี แต่งตัวแบบไทยๆ นานๆจะเห็นแต่งตัวแบบญี่ปุ่น นานๆจะเห็นนุ่ง กิโมโน
    นานๆมักจะเห็นลูกจ้างวัยหนุ่ม ผลัดเปลี่ยน หมุนเวียน กันมา พูดภาษาไทยไม่ค่อยชัด คุณหมอกล่าว
ว่าคงหัดพูดภาษาไทยได้น้อย (นั้นคือ ทหารญี่ปุ่นสายลับที่มาฝั่งตัวอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราช)
ร้านตั้งอยู่หน้าวัดเสาธงทอง ริมถนนราชดำเนิน ตำบลคลัง ตั้งอยู่ระหว่างสีแยกท่าวัง กับวัดวังตะวันตก เป็น
ร้านใหญ่ 3 คูหา นี้คือร้านสายลับญี่ปุ่น ที่มาฝั่งตัวอยู่ เมื่อก่อน เกิดสงคราม แต่มาแต่งตัวเป็นนายทหาร เมื่อ
เกิดการบุกเมืองนครศรีธรรมราชกันในวันที่ 8 ธันวาคม 2484
    ที่กล่าวมาแล้วนั้นคือ ร้านสายลับญี่ปุ่นที่เข้ามาฝั่งตัวอยู่ในเมืองนครศรีธรรมราช ก่อนเกิดสงคราม
โลกครั้งที่ 2 การทำงานของญี่ปุ่น ทำงานอย่างมีระเบียบระบบ น่าศึกษาเรื่องเหล่านี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีฯ
หรือกรมศิลปากร ควรทำป้ายบอกตรงนี้ไว้ ทราบว่าธิดา นายแพทย์สมพงศ์ ขุทรานนท์ ทำงานที่กรมศิลป์ด้วย
    การสร้างถนน จากสีแยกหัวถนนไปปากพนัง ในหนังสือ หน้า 129 น่าสนใจอีกเช่นกัน คุณหมอ
เขียนเล่าไว้แบบนักประวัติศาสตร์ คุณหมอกล่าวว่า มีบริษัทต่างๆเข้าประกวดราคาก่อสร้าง แต่บริษัทที่ชนะการ
ประมูล คือ บริษัทเคียวแอไค บริษัทญี่ปุ่น บริษัทประมูลได้ราคาต่ำสุด ก่อสร้างรุดหน้า ไปถึงคลอง ข้ามคลอง
ปากนคร ที่หัวตรุดสะพานข้าม"สะพานหัวตรุด" สร้างแคมป์ชั่วคราว เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น วิศวกรญี่ปุ่น คุณหมอเขียน
เล่าไว้  ผมคิดว่าเรื่องราวเหล่านี้ในแง่ประวัติศาสตร์การท่องเทียว องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเคยทราบหรือไม่
คุณหมอเขียนไว้น่าศึกษา น่าจัดเป็นแหล่งการท่องเที่ยวมาก แม้กระทั้ง รายงานเสด็จตรวจมณฑลปักษ์ใต้ ของ
สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ กล่าวถึง คณะมิชชั่นนารี เข้ามาเผยแพร่ศาสนาครั้งแรก  มีกล่าวไว้ในราย
งาน ที่ถวายพระพุทธเจ้าหลวง เมื่อ  ร.ศ. 115 หรือพ.ศ. 2439  เรื่องราวเหล่านี้สอดคล้องกับงานเขียนของคุณ
หมอ สมพงศ์  ขุทรานนท์ ชาวบ้านวัดท่าโพธิ์ อย่างน่าศึกษาเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการท่องเทียว ญี่ปุ่นขึ้นท่าแพ
เกียวข้องกับ ญีปุ่น ที่เข้ามาในรูป หมอมาลู มาในรูปบริษัทสร้างเส้นทาง เมื่อ 8 ธันวาคม 2484 พวกนี้แปลง
ร่างเป็นทหารญี่ปุ่น ยศนายร้อย ชั้นสัญญาบัตรทั้งสิ้น นี้คือ ความอดทนของญี่ปุ่น ที่ต้องการเผด็จศึกสงคราม
    ผมกลับไปนครศรีธรรมราช มีผู้สูงวัยขายของอยู่ใกล้ๆสีแยกคูขวาง กล่าวว่าทางราชการบ้านเรา
โง่ ส่งเสริมการท่องเทียวไม่เป็น เมื่อผมกล่าวชื่นชม และดีใจ ว่าคนมาเทียวนครศรีฯมากขึ้น เครื่องบินขึ้นลง
วันละหลายเทียวบิน มีหลายบริษัท ที่เข้ามาบิน ทำให้สดวกเดินทาง  เอ่ไงชาวบ้านว่าทางราชการโง่ ทั้งๆ
ที่ผมชื่นชม เมืองนครศรีธรรมราช



การทำขนมห่อด้วยใบกะพ้อ ชาวเมืองนครศรีธรรมราช ทำในเทศกาลออกพรรษา

(ไม่เกี่ยวกับเรื่อง แต่อยากเล่าไว้)



เอกสารอ้างอิงหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ นพ.สมพงศ์ ขุทรานนท์
ขอบพระคุณ คุณลุงณรงค์ รังกุพันธุ์ ผู้บุกเบิกโรงพยาบาลโรคเรื้อน นิคมพุดหง



เอกสารในเล่มนี้ ใช้สืบค้นเมืองนครศรีธรรมราช ลักษณะภูมิประเทศไว้ค่อนข้างละเอียด ในแง่การปกครอง

สมเด็จฯกรมพระดำรงราชานุภาพ พระนิพนธ์ ว่าทรงฉงนมากๆที่เมืองนครศรีธรรมราช จัดการปกครองไว้ทัน

สมัยมาก ไปตรงกับแนวคิดสมัยใหม่ ที่พระองค์ ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงมาหาดไทย







ประเทศชาติ จะมั่นคง เจริญต่อไปได้เราจะต้องรู้ประวัติศาสตร์ของเราเอง


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 36
พญาสุขุม วันที่ : 29/12/2011 เวลา : 18.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangrak

(0)
สมนามคนช่างเล่าจริงจริงครับ
ความคิดเห็นที่ 35
ครูแดง วันที่ : 31/08/2011 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

(0)
-สวัสดีค่ะคุณนุ...

-ใกล้จะได้นั่งอ่านและนั่งเขียนเต็มตัวแล้วนะคะ
ความคิดเห็นที่ 34
Chaoying วันที่ : 30/08/2011 เวลา : 10.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

(0)
มาหวัดดี ฮาริกาโตะ ก่อนนะ ที่เขียนเรื่องทหารญี่ปุ่น ..รู้นะว่า คนช่างเล่า อ่านหนังสือเผื่อเจ้าหญิงด้วยนิ
ทำงานก่อน งานยุ่ง เพิ่งกลับมา เดียวมาอ่านอย่างเนียนๆ ละเลียดๆ นะคะ
ความคิดเห็นที่ 33
ลุงชาติ วันที่ : 29/08/2011 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongchat
http://www.facebook.com/lungchati

(0)
สวัสดีครับ
เข้ามารับความรู้ด้วยครับ
ในยุคนี้ดูเหมือนจะไม่มีวิชาประวัติศาสตร์
ให้ได้เรียนกันในโรงเรียน
ความคิดเห็นที่ 32
ยายเช้า วันที่ : 29/08/2011 เวลา : 17.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/titletete
หนังสือย่อโลกให้เล็กลง การอ่านขยายโลกให้ใหญ่ขึ้น 

(0)
อ่านแล้วก็อยากเป็นสปายกับเค้าบ้าง

ความคิดเห็นที่ 31
นายยั้งคิด วันที่ : 29/08/2011 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

(0)
จขบ.คนช่างเล่า เล่าประวัติศาสตร์ตอน'ญี่ปุ่นบุก'ให้ได้อ่านกันก็ดีมากเลยครับ เด็กรุ่นหลังจะได้เรียนรู้เอาไว้ นอกจากนั้น จขบ.เคยเล่าเรื่อง'จ่าดำ'แห่งนครศรีฯเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือครับ
ความคิดเห็นที่ 30
พันธุ์สังหยด วันที่ : 29/08/2011 เวลา : 08.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

(0)
เรื่องเก่า ๆ ต้องเอามาเล่าบ่อย ๆ เรื่อย ๆ นะครับ
ไม่งั้นหายหมดแหละครับ
เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่ยิ่
ไม่ค่อยสนใจประวัติศาสตร์บ้านตัวเองอยู่
โหวตครับ
ความคิดเห็นที่ 29
Maira วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

(0)
สวัสดีค่ะคุณ ..คนช่างเล่า


คำว่า "จารชน" นี้ฟังแล้วน่ากลัวกว่าคำว่า "สายลับ" นะคะ

คนไทยเรามีนิสัยที่เป็นกันเองกับคนทั่วไป
คงจะตกใจมากที่อยู่ๆหมอฟันกลายเป็นนายทหาร ..

ขอบคุณมากค่ะสำหรับเกร็ดประวัติศาสตร์
และเรื่องเล่าดีๆนี้ค่ะ..
ความคิดเห็นที่ 28
ลุงตุ่ย วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 18.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

(0)
เรื่องราวน่าสนใจครับพี่
ความคิดเห็นที่ 27
กำหนัน วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 15.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

(0)
สวัสดีครับคุณลุง ขอบคุณมากครับ
ความคิดเห็นที่ 26
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 14.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

(0)
......................
สมัยเมื่อครั้งทำงานที่หาดใหญ่ ปี 49-51 ตลาดน้ำคลองแหยังไม่มีอะไรเลย นายกหัวมัน (เสียชีวิตแล้ว) ในสมัยนั้น มีแนวคิดอย่างเดี่ยว ในการหาเสียงคือ ผมจะทำตลาดน้ำที่คลองแห...

แล้วก็สามารถทำได้จริง ๆ ครับ...

แนวคิดและวิธีทำคือ เทศบาลคลองแห อกตังส์อยากเดียว แล้วประกาศหามืออาชีพมาทำ

เริ่มตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ ลงมือสร้าง ต่อไปถึงแผนการตลาด และบริหารการตลาดในเบื้องต้น สุดท้ายตลาดน้ำที่หน้าวัดคลองแห ติด เป็นที่กล่าวขานของนักท่องเที่ยวต่างชาติ...

แนวคิดสมัยนั้นมีการคิดไว้เรื่องของการเชื่อม ารท่องเที่ยวมาถึงพัทลุง และเชื่มสินค้าการเกษตรจากนครศรี .อ.ชะอวด แต่เสียดายที่นายกหัวมันมาเสียชีวิตเสียก่อน

วกกลับมาที่ท่า แพทำเลที่ตั้งทุกอย่างได้เปรียบและภาษีดีกว่าที่อื่น ก็น่าจะทำได้

"หากทุกอย่างเกิดและสำเร็จ

นักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักจากรุ่งเทพออกบินเที่ยวเช้า ไปถึงนครศรีประมาณ 7 โมงกว่า ๆ เที่ยวปากพนัง เี่ยวตลาดท่าแพ ทานอาหารซีฟู้ดสด ๆ ที่ท่าแพ ตอนเย็น- ค่ำ เสร็จ นั่งเที่ยวบินสุดท้ายกลับบางกอก เที่ยวได้ภายในหนึ่งวัน

หากจัดโปรแกรมและวางแผนดี ๆ สามารถไปเที่ยว วัดพระธาตุ หรือแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอื่น ได้อีก

หากจะค้างคืน ภาคกลางคืนมีการแสดง เกี่ยวกับการยกพลขึ้นบกของทหารญี่ปุ่น ที่ท่าแพให้ชม

หัวรุ่งลงเรื่อที่ท่าแพ ออกเรือไปถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นกลางทะเล หรือถ่ายภาพหัวแหลมตะลุมพุกยามเช้าได้อีก"
ความคิดเห็นที่ 25
hayyana วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 13.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

(0)
แวะมาอ่านครับ
ซื่อบื้อได้ถ้วยครับ การท่องเที่ยวไทย
ดีแต่จะดักจับนักท่องเที่ยวชั้นกระจอกมาเที่ยวผู้หญิง มาเมายา
ความคิดเห็นที่ 24
ภาษาหลากสี วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

(0)
ได้เกร็ดความรู้น่าสนใจมากเลยคะ
ความคิดเห็นที่ 23
อธิฏฐาน วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

(0)
อ่านเรื่องจารชนญี่ปุ่น คิดถึงก๋งเลยค่ะพี่นุ ตอนเล็ก ๆ ก๋งมักจะเล่าเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้ฟัง
ความคิดเห็นที่ 22
คนริมคลอง วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konrimklong
เสียงจากประชาชนกลุ่มน้อยของประเทศไทย

(0)
...แวะเข้ามาเปิดหูเปิดตากับความรู้ใหม่ๆครับ...
ความคิดเห็นที่ 21
BlueHill วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 12.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
จำได้่ว่า สมัยนั้นกองทัพญี่ปุ่นส่งสปายไปตั้งหลักปักฐาน ทำหน้าที่ล้วงความลับประั้เทศต่าง ๆ เกือบหมด ดูอย่างกองเรือที่เพิร์ล ฮาเบอร์ ของสหรัฐ โดนถล่มเละก็เพราะัสปายญี่ปุ่นนี่แหละครับพี่
ความคิดเห็นที่ 20
พิชช่า วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelearnlife

(0)
ที่เมืองกาญจน์มีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับตำนานทั้งคนญี่ปุ่น และเชลยสงครามมากมายค่ะ...คนรุ่นหลังๆก็รู้จักแต่สะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานสงครามจักรภพอังกฤษ และพิพิธภัณฑ์ทหารอักษะ
ได้อ่านเรื่องราวนี้ทำให้นึกถึงเส้นทางที่ทหารญี่ปุ่นเข้ามาสร้างทางรถไฟค่ะ
ความคิดเห็นที่ 19
Toitoi วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 10.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Toitoi

(0)
โหวตให้เลยครับ
ความคิดเห็นที่ 18
สุรศักดิ์ วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 10.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ (ได้จากที่นี่เลย) "เชื่อไหมว่า "บ้านโดมสร้างจากโฟม" จะแข็งแรงทนทานแผ่นดินไหวได้ !!"รุณคลิกลิงก์บรรทัดบน

(0)
เรื่องราวของหมอมาลู สายลับญี่ปุ่นนั้น น่าสนใจ
มากครับ และเรื่อง สมเด็จฯกรมพระดำรงราชานุภาพ
ทรงฉงนมาก ๆ ที่เมืองนครศรีธรรมราช จัดการปกครอง
ไว้ทันสมัยมาก ไปตรงกับแนวคิดสมัยใหม่ ที่พระองค์
ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

เรื่องเหล่านี้ เป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ควรค่าแก่
การรวบรวมและพิมพ์ขึ้นมาใหม่ เพื่อรุ่นหลังจะได้ทราบ
และไว้ศึกษาค้นคว้ากันต่อไป

โหวตครับ
ความคิดเห็นที่ 17
ลุงวอ วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 09.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

(0)
ความคิดเห็นที่ 16
chailasalle วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 02.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

(0)
ว้าวขนมห่อใบกระพ้อ เท่มาก ว่างๆมาขยายนะครับห่อได้สวยมากๆๆขอบอก
ความคิดเห็นที่ 15
ฅนสยาม วันที่ : 28/08/2011 เวลา : 00.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

(0)
โหวต 6 คน โหวตเรียบร้อยแล้ว....

สวัสดียามดึกครับ..พี่นุ..

อ่านเรื่องเล่า..เพลินไปกับความรู้เรื่องจารชน..ครับ

ความคิดเห็นที่ 14
OXYGEN2 วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 22.40 น.
http://www.oxygen2.me/


(0)
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
ความคิดเห็นที่ 13
จันทน์ผา วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 22.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/janpha

(0)
ตอนเด็กๆ แม่ซึ่งขณะนี้อายู 90 ปีแล้ว เคยเล่าให้ฟังว่า วันหยุด หมอมาลูชอบพาลูกน้องไปลอยเรือตกปลา ที่แท้คือไปวัดความลึกของคลอง
ความคิดเห็นที่ 12
พิทักษ์ วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

(0)
ขอบคุณเรื่องราว ความหลัง
ความคิดเห็นที่ 11
feng_shui วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 20.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

(0)
โหวตตตตตตตตต เรยยยยยยยยยยยค่ะพี่นุ


.
ความคิดเห็นที่ 10
ครูหนวด วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 19.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/livinginusa2009

(0)
ข้างบ้านปู่ผมที่พัทลุง
เป็นที่ตั้งแคมป์ชั่วคราวสมัยญี่ปุ่นสร้างถนน

ปู่เคยเล่าให้ฟังว่า มีเชลยที่มาทำถนน แอบไปลักไข่ไก่ที่บ้าน ปู่ไปบอกทหารญี่ปุ่น เชลยถูกทำโทษ โดนเฆี่ยนหูขาด ปู่เสียใจมาก ตั้งแต่นั้นไม่เคยบอกอะไรกับทหารญี่ปุ่นอีก มีแต่แอบช่วยใแบ่งปันข้าว ผลไม้ให้
ตอนเด็กๆผมจำได้ว่า มีเชลยคนหนึ่งที่หนีได้ ชาวบ้านช่วยกันปกปิด จนตอนหลังได้แต่งงานกับคนไทย และอยู่ในหมู่บ้าน

ความจำค่อนข้างเลือนและไม่ได้สอบซักบันทึกไว้ให้ชัดเจนน่าเสียดาย วันหลังมีโอกาสจะลองดู
ความคิดเห็นที่ 9
NN1234 วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 19.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

(0)
พยายามอ่าน ทำความเข้าใจ และจับใจความสำคัญ
เพราะพี่นุให้ภาษาพูดมาเป็นภาษาเขียนเพื่อสื่อความมายังเราผู้อ่าน
เรื่องราวน่าสนใจดีมากครับ หากเขียนเป็นสารคดีการท่องเที่ยวดีๆ ก็จะเป็นประโยชน์ สร้างความสนใจ ใคร่ท่องเที่ยวได้ดีทีเดียว
ความคิดเห็นที่ 8
คนชั้นล่าง วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 18.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/culminate
JACk

(0)
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
ความคิดเห็นที่ 7
Cat@ วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

(0)
ภาพคุณลุงณรงค์ หน้าตาดี ยิ่งกว่าพระเอกหนังอีก

.....................

เชิญนะค่ะ
มาร่วม พบปะ คุยกัน
ตอน
วันเสาร์ ที่ 27 สิงหาคม 2554
Buffet แบบง่ายๆ ชีส องุ่น ขนมปัง

ตามลิงค์
http://www.oknation.net/blog/catadler/2011/08/27/entry-1
ความคิดเห็นที่ 6
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 18.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

(0)
สมัยเมื่อครั้งการเลือกตั้งนายกอบจ.นครศรี เมื่อเกือบ 2 ปี ก่อนผมเคยคุยกับพรรคพวกเรื่องการสร้าง ตลาดน้ำที่ท่าแพ
ซึ่งสามารถเชื่อมโซนภูเขา อ.พรหมคีรีและแหลมตะลุมพุกอ.ปากพนังเข้าด้วยกันได้โดยคลองท่าแพ

ซึ่งคลองท่าแพนี้มีแหล่งกำเนิดมาจากน้ำตกพรมโลก หากล่องขึ้นไปตามลำคลองไปท่าแพ ก็สามารถล่องขึ้นไปได้ถึงบ้านน้ำแคบ (บริเวณนี้อยู่ห่างจากสนามบินนครศรี ประมาณ 2 กม. ตัดกับถนนสายเบญจม-บางปู)
ตรงจุดนี้หากจัดการบรหารดี ๆ นักท่องเที่ยวที่เช็ดอินที่สนามบินเรียบร้อยแล้ว และยังมีเวลาเหลือ สามารถล่องมายังท่าแพ ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบิน ประมาณ 2 กม. เช่นกัน การเดินทางก็สะดวก รถไปติด ทั้ง 2 จุด ดินทาง ไปมาประมาณ 5-10 นาที จากสนามบินก็ถึงที่หมาย

และจากท่าแพห่างจะเดินทางไปแหลมตะลุมพุก ก็สามารถลงเรื่อที่ท่าแพได้เลย ตรงนี้ใช้เวลาเดินทาง ไม่เกิน 1 ชั่วโมง ก็ถึงแหลมตะลุมพุกแล้ว ซึ้งห่างเดินทางโดยรถยนต์ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง

นอกกจากการได้ชื่นชมกับธรรมชาติ 2 ข้างคลองแล้ว
ในเชิงประวัติศาสตร์ผมว่าน่าสนใจมากเช่นกัน

แต่น่าเสียดาย ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบไร้กึ่น
ความคิดเห็นที่ 5
หวานหวาน วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

(0)
ขอบคุณที่เล่าให้ฟังค่ะพี่นุ
ทหารญี่ปุ่นก็เคยมาตั้งค่ายอยู่ในสวนของคุณปู่ของหวานหวาน ที่ราชบุรีค่ะ
คุณป้าและคุณพ่อเคยเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้ท่านทั้งสองจากไปแล้ว

ยังมีทหารญี่ปุ่นที่หนีทัพ ไม่ยอมกลับบ้านเพราะหลงรักสาวไทยด้วยค่ะ

โหวตค่ะพี่นุ
ความคิดเห็นที่ 4
ชบาตานี วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 18.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

(0)
ได้รับู้เกร็ดความรู้เพิ่มอีกมากมายค่ะพี่นุ
ว่าแต่ข้าวต้มจะทำอีกทีก็ตอนชิงเปรตโน่นแหละค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
เคียงดิน วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

(0)
ขอบคุรพี่หลวง รับทราบเรื่องหลักฐานข้อมูลค่ะ ตานี้อยากได้เนื้อในต่อ ทำพรื้อดี
ความคิดเห็นที่ 2
Cat@ วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

(0)
โหวต 2 คน โหวตเรียบร้อยแล้ว
ความคิดเห็นที่ 1
ประยูร วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 17.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/StayFoolish

(0)
คุณนุฯครับ
สาระเนื้อหาครบถ้วนเช่นเคยครับ
ขอบคุณ ที่ช่วยรวบรวม เรียบเรียงให้อ่าน
อ่านแล้ว มีความรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง
ไม่โหวต ..ได้ไง ??
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน