• คนช่างเล่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-25
  • จำนวนเรื่อง : 307
  • จำนวนผู้ชม : 929944
  • จำนวนผู้โหวต : 1063
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1063 คน
<< กันยายน 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 6 กันยายน 2554
Posted by คนช่างเล่า , ผู้อ่าน : 4965 , 06:01:38 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 14 คน





ภาพ ปากคลอง เลียบฝั่งอ่าวไทย จากถนน อำเภอปากพนัง ไปอำเภอหัวไทร ไปสู่อำเภอระโนต

จังหวัดสงขลา ยามทัศนวิสัยย์ ดีๆ จะมองเห็นเทื่อกเขา ทางทิศตะวันตก พาดผ่าน จากทิศเหนือ

จรดใต้ ที่นั้น คือแหล่งต้นน้ำ หล่อเลี้ยงชีวิต ชาวลุ่มน้ำปากพนัง ด้านฝั่งทะเลเลียบฝั่งอ่าวไทย

และอีกสายน้ำ ของแม่น้ำหลวง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ได้

เปลี่ยนชื่อมาเป็นแม่น้ำตาปี  ต้นน้ำ ที่เกิดจากเทื่อกเขาหลวง ไหล่ไปทางทิศตะวันตก ไปออก

ปากแม่น้ำ ที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี ไปออกอ่าวบ้านดอน









ชายฝั่งอ่าวไทย ที่ พวกเล(ชาวประมง) ท๋อง (ทุ่ง) ในเขา ( พี่น้องที่อยู่ที่ป่าต้นน้ำ) ต่างเกื้อกูลต่อกันมา

ยาวนาน ต่างเป็นญาติไปมาหาสู่กัน กับชาวลุ่มน้ำปากพนัง ในอดีต สมัยรัชกาลที่ 5  ลุ่มน้ำปากน้ำปากพนัง

กับ พี่น้องทั้งสามแห่งต่างเกื้อกูล กันมา ยามฤดู น้ำหลาก ชาวบ้านริมแม่น้ำต้องใช้เรือ เป็นยานพาหนะ ในการ

เดินทางไปมาหาสู่ ชาวในท๋อง(ทุ่ง) ปลูกข้าว ชาว เล หาปลาทะเลแลกเปลี่ยนกัน  นั้นคือวิถีชีวิตทีผู้ใหญ่บอกเล่า

ให้ผู้เขียนฟัง และผมพบมาเองในชีวิต ที่ผู้ใหญ่ไปหาไม้ มาทำเรือมาด



ในช่วงวัยเด็ก ที่จำได้ คุณพ่อ มีเรือรับจ้าง ทำมาหากินนอกเหนือ การทำนาเป็นอาชีพหลัก

คุณพ่อถูก ตำรวจน้ำจับ ข้อหาไม่ได้พกใบอนุญาต ติดไว้ในเรือ หลังจากเกิดวาตภัย 25 ต.ค.05

นั้นคือสร้างความเจ็บปวดให้กับครอบครัว ปัจจัยเหล่านี้ จึงสร้างแรงกดดัน ให้ลูก บุตรหลานชาว

ลุ่มน้ำปากพนัง มุ่งมั่นการศึกษา จากที่พ่อท่าน ม่วง อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าโพธิ์ ได้ให้การศึกษาไว้

ลูกหลาน จบปริญญาเอกรุ่นที่ ด๊อกเตอร์ นับหัวได้ ก็เพราะเหตุนี้ ผมขอเล่าถึงญาติๆที่มุ่งมั่น

ในการศึกษา เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม จากเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เรียนจน จบต่ำแหน่งสุดท้าย

เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด พวกเรานั่งคุยเล่นๆกันเรื่องในอดีต ว่าเอ่อ ดี พวกข้าราชการมันรังแก สร้าง

แรงบันดาลใจให้ ลูกหลานเล่าเรียนกัน  ผมเตื่อน ตรงนี้ว่า พวกที่จับเรือหาปลาต้องให้ความเป็นธรรมตรงนี้



เอนทรีนี้คิดว่าเป็นโรงเล่าอดีตก็แล้วกัน  ผมกำลังจะเขียนเล่าเรื่องสายน้ำในอดีต ที่ผูกพันกันมาในอดีต

เมื่อฟังข่าว ว่า ข้าราชการ กรมประมง ไล่บี้จับ พวกพี่น้อง ชาวเล ฟังแล้วอาดูรใจจริงๆ อย่าลืมกำพืดซิ หลายๆ

คนเราเป็นใคร ดังที่เล่ามาแล้ว เราก็เคยลำบากมาก่อนมิใช่หรือ จะต้องให้พี่น้องมาปิดร่องน้ำปากนัง(พนัง)

ทำไหม หรือความเื้กื้อกูลมันหดหายไปแล้ว มันจะเหมื่อน พวกซุ่มริมถนน ละพวกซุ่มริมเล ที่จับเรือเล็กหาปลา



ภาพมุมสูง แหลมตะลุมพุก ผมถ่ายภาพมาเองครับ ปากอ่าวนี้แหละ ที่พี่น้องชาวเลปิดประท้วง 4 ก.ย.54

พวกใช้อำนาจรัฐ แบบเมร่อๆ หรือ เมล่อๆ ชาวบ้านเขาด่าเช่นนั้นจริงๆ ผมว่าข้าราชการประมงไม่น้อย

ก็เป็นลูกชาวบ้านดังที่ผมกล่าวมาแล้ว


ตลาดขายปลา ริมท่าเรือวันนี้ ในอดีตคือท่าเรือฝั่งตะวันออก

บริเวณ นี้เ็ป็นท่า เรือยนต์ แล่น มาจาก หัวไทร มาจากชะอวด มาจากเชียรใหญ่

ผมเขียนเรื่อง สร้างถนน สาย สีแยกหัวถนนศาลามีช้ย ไปอำเภอปากพนังไว้แล้ว

มีโอกาสแล้ว จะเล่าให้ฟัง เรื่ม ตั้งแต่ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จตรวจ

มณฑลปักษ์ใต้ ร.ศ. 115 (พ.ศ. 2439)  มีแนวคิดจะสร้างทางไว้  แต่มาสร้างได้จริงๆ

ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือญี่ปุ่น ยกพลขึ้นบกเมืองนครศรีธรรมราช

(ญี่ปุ่นยกพล เมื่อ  8 ธ.ค. 2484)


**************************************************************************

        ชีวิตกับสายน้ำ
     สิบปีเศษที่ผมเคยอ่านไดอารีย์ ชีวิตกับสายน้ำ ตอนนั้น นายทหาร
คือพล.อ.วิมล วงศ์วานิช เป็นประธานกรรมการธนาคาร ทหารไทย พิมพ์แจก
ในหนังสื่อเตื่อนไว้ให้รักษ์ป่ารักธรรมชาติ กล่าวว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นมหาอำนาจอันยิ่ง
ใหญ่ ที่มวลมนุษย์ควรช่วยกันดูแลรักษา นั้นมันนานสิบปีเศษมาแล้วที่ท่านเตื่อน
และมีบทกลอนที่เข้ากับบรรยากาศทางภาคใต้วันนี้ดังนี้
        ฟ้าโอบเขา เขาโอบป่า ป่าโอบน้ำ
    เหมื่อนจะย้ำให้เห็นเป็นเป็นสักขี
    อยู่รักร่วมรวมกันสามัคคี
    ปฐพีที่ครอบครองของผองไทย
(จากไดอารีย์ ธ.ทหารไทย ปี 2542)
    สภาพทั่วไปของลุ่มน้ำปากพนัง
พื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัด
    1.จังหวัดนครศรีธรรมราช มี 10 อำเภอ ดังนี้
       1.1 อำเภอปากพนัง
       1.2 อำเภอหัวไทร
       1.3 อำเภอเชียรใหญ่
       1.4 อำเภอชะอวด
       1.5 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
       1.6 อำเภอจุฬาภรณ์
       1.7 อำเภอร่อนพิบูลย์
       1.8 อำเภอพระพรหม
       1.9 อำเภอเมือง ( ตำบลท่าเรือ ตำบลบางจาก ตำบลท่าไร่)
       1.10 อำเภอลานสกา ( ตำบลขุนทะเล )
    2. จังหวัดพัทลุง มี 2 อำเภอ
       2.1 พื้นที่บางสวนอำเภอควนขนุน (ตำบลแหลมตะโหนด)
       2.2 อำเภอป่าพยอม (ตำบลลานข่อย )
    3. จังหวัดสงขลา มี 1 อำเภอ
       3.1 อำเภอระโนต (ตำบลคลองแดน)
ลักษณะภูมิศาสตร์ของลุ่มน้ำปากพนัง
    พื้นที่ทิศตะวันตก เป็นเทื่อกเขาสูง เป็นเนินเขา เหนือจรดใต้ มีความสูงจาก
ระดับน้ำทะเล ลำน้ำสาขาไหลลงสู่ที่ราบ ลำคลอง เป็นทางน้ำไหลลงสู่แม่น้ำปากพนังเช่น
    1. คลองลาไม    2.หัวยถ้ำพระ
    3. คลองกุ่ม    4. คลองฆ้อง
    5. คลองโคกยาง    6. คลองเสาธง
    7. คลองชะเมา    8. คลองบางไทร
ลักษณะภูมิศาตร์ของตัวเมืองนครศรีธรรมราช เป็นสันทราย จากอำเภอเชียรใหญ่ ไปจรดอำเภอ
ท่าศาลา
    ด้านทิศตะวันออกของภูเขา เป็นที่ราบเนิน ลาดต่ำลงไปเป็นป่าพรุ่ ลาดต่ำไปจรด
หาดทรายแก้ว ทางป่าพรุ่เป็นที่รับน้ำในอดีต มีป่าไม้ เช่นป่าในกลองพื้นที่ป่าพรุ่ อยู่ในเขต
อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอชะอวด อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอจุฬาภรณ์ ป่าไม้จะเป็นตัวเบรกน้ำ
ไม่ให้ไหลลงสู่ที่ราบชายฝั่งรวดเร็วในอดีต เพราะเป็นที่ลุ่มทุ่งหญ้า มีพรรณไม้ต่างๆมากมาย
ทรัพยากรป่าไม้ ป่าพรุแหล่งเพาะพันธุ์ปลา ถิ่นนั้นปลาลำพัน คล้ายๆปลาดุกอุ๋ยสูญพันธุ์ไปแล้ว
    พื้นที่ป่า สองฟากฝั่งแม่น้ำสาขาของแม่น้ำปากพนัง มีป่าดอนทราย ป่าในกลอง
ป่าคลองฆ้อง ป่ากุมแป ป่า เขาพระบาท อยู่รอยต่ออำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ ป่าบ้านในลุ่ม
ป่าช้างข้าม ป่าพรุ่ควรเคร็ง บ้านย่านแดง ตำบลเคร็งอำเภอชะอวด แหล่งป่าใหญ่ในอดีต ป่าไม้ที่นี้
คนพื้นราบ ตัดไม้ ล่องซุงล่องแพ ในฤดูน้ำหลาก ช่วงเดือน พ.ย.และ ธ.ค. ช่วงปี พ.ศ. 2500-2505
ยังมีภาพล่องซุ่ง ใช้ไม้ ต้นขนาดใหญ่ ตัดล่องกันมา บนแพมีกระแช่ง กันแดด ฝน ร่อนแรมล่อง
ไปตามสายน้ำ ในลุ่มแม่น้ำ มีโพงพาง (ที่ดักปลา)

ต้นน้ำที่เกิดแหล่งต้นน้ำ
    น้ำตกพรหมโลก เป็นต้นน้ำคลองปากพูน คลองปากพญา คลองปากนคร เกิดจากเทือก
เขาคีรีวงศ์ ที่ตำบลกำโหลน อำเภอลานสกา
    ไหลผ่านอำเภอเมืองเรียกคลองท่าดี ไหลผ่านตำบลกำแพงเซา ตำบลมะม่วงสองต้น
    คลองแบ่งแยกออกหลายสาย เส้นทางระหว่างเขากับนา ของอาจารย์เก้า
    น้ำตกกะโรม เป็นต้นกำเนิด คลองเสาธง ไปออกเขาแก้ว เลี้ยวมาโคกคราม
ไม่ไกลบ้านผม ไหลไปคลองชะเมาบางจาก มีเรื่องที่คุณพ่อเล่าให้ฟังมากมาย ที่สำคัญ
เทื่อกเขาหลวงของจังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านตะวันตก ทำให้เกิดแม่น้ำหลวง
29 ก.ค. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.6 พระราชทานชื่อว่า
แม่น้ำตาปี ไหลไปออกปากแม่น้ำที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี
คือที่ตั้งตลาดเสาธงวันนี้ เส้นทางนี้แหละ เป็นเส้นทางเดินทางไปนา ไปเล ของพวกในเขา
ความสำคัญ พวก เลพวกเขา พวกทุ่ง(ในท๋อง) เกื้อกูลกันมาตลอด การใช้อำนาจรัฐที่ไม่เป็น
ธรรมของเจ้าหน้าที่ บ้านเมือง ตรงนี้แหละเป็นที่มาของการมุ่งมั่นศึกษา ของคนลุ่มน้ำปากพนัง
ญาติผู้พี่ ของผม มุ่งมั่น ว่าจะต้องเรียนให้ จบ จะนั่งบนบันลังค์ให้ได้ เขาทำได้สำเร็จ และจะเป็น
ข้าหลวงให้ได้ เขาทำสำเร็จ พ่อท่านม่วง ผู้ก่อตั้งเบญจมราชูทิศ ชาวลุ่มน้ำปากพนัง พ่อท่านผุด
หรือพระพุทธิสาร เกื้อกูล ชาวลุ่มน้ำปากพนังมาตลอด จนท่านไปสำนักสงฆ์ คลองงา อำเภอฉวาง
หรือช้างกลางวันนี้ ถ้าจำไม่ผิด ผิดขออภัยด้วย ข้าราชชั้นผู้ใหญ่หลายคน มาจากลุ่มน้ำปากพนัง
วันก่อนไปทานข้าว บ้านน้องแมน หรือนายหัวหัวไทร บรรณาธิการคมชัดลึก นั่งคุยกันเรื่องไปป่า
ไปขุดเรือหาไม้ตะเคียน ที่คลองเสาธง ไปน้ำตกกะโรม เรื่องราวในอดีต ที่ต่างเกื้อกูลกันเด็กรุ่น
หลังจะไม่ทราบ ว่า  พวกเล (ชาวทะเลหาปลา) ชาวท๋อง(ทุ่ง ปลูกข้าว) พวกเขา (พวกทำสวนทำไร่)
ในอดีตก็เป็นญาติๆไปมาหาสู่กัน(หมายเหตุ ญาติ น้องแมนทำงานหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผมอยากพบ
เพื่อสืบค้น เรื่องไป หาไม้ขุดเรือมาด ที่ต้นน้ำตกกะโรม) ล่องมาคลองเสาธง มาเชียรใหญ่ จะเขียน
เรื่องชาวประมงปิดอ่าว ดันมาออกป่าต้นน้ำ เกริ่นเสียยาวไว้มีโอกาสจะเขียนเรื่องปากพนังอีก
วันก่อนเวบไซด์ หนึ่ง ยกบล็อก ไปทั้งเอนทรี เปลี่ยนชื่อ คนเขียน เนื้อหาภาพนำของผมไปทั้งหมด
ถ้าท่านสนใจแค่ให้เครดิตผมบ้างก็นำไปอ้างอิงได้ครับ เพราะภาพเหล่านี้ผมถ่ายมาเอง บ้างก็มุมสูง
ถ่ายจากเครื่องบิน







ภาพนี้ผมถ่ายมาเอง คราวไำปเป็นหัวหน้าส่วนรัฐวิสาหกิจในเมือง แท่งโดมแหล่งปัญญาให้เรียนรู้

แม้ตัวผมเอง ได้แค่เดินเฉียด ไม่ได้เข้าเรียน แต่ก็โชคดี ที่ได้อยู่ใกล้ชิด ดร. ศรีราชา เจริญพานิช

ผม เรียน ด้วยทำงานด้วย ส่งตัวเองเรียน เป็นลูกพ่อขุน



อย่าใช้ อำนาจ บาตรใหญ่ เคยมีคำเตื่อนมานานแล้ว บาตรใหญ่จริงๆ แผ่นดินรา้วร้านดูที่วางซิ

ภาพนี้ผมถ่ายเอง ยุค ชมพูครองเมือง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 35
นายนกฮูก วันที่ : 09/09/2011 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonsong

(0)
ประวัติศาสตร์นี่สำคัญนะครับ
คนรุ่นหลังไม่ค่อยใส่ใจประวัติศาสตร์
ก็เลยลืม กำพืด ตัวเอง พอพูดฝรั่งได้ ก็เลยลืม ภาษาเตี่ย
พอดื่มไวน์แพงๆมันก็ลืมน้ำหวานเมา(กะแช่)......(....)
ผมก็บ่นตามประสา..อย่าว่ากันเนอะ...
ความคิดเห็นที่ 34
ภาษาไทย วันที่ : 08/09/2011 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

(0)
สวัสดีค่ะ คุณพี่นุ
เข้ามาอ่านแล้วได้รับความรู้มากมาย ลุ่มน้ำ ป่าเขา ชาวเล อุดมสมบูรณ์มาก ๆ ภาพสวยทุกภาพเลยค่ะ
คราวก่อนไปเวียนเทียนที่วัด เจอบาตรใหญ่กว่านี้อีกค่ะ ถ่ายภาพมาแต่ไม่รู้อยู่คอมพ์เครื่องไหน อิอิ

อย่าใช้อำนาจ ให้ไปขัดบาตรใหญ๋ เพราะมันคงขัดให้เงาไม่ไหว

โหวต ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 33
ting วันที่ : 08/09/2011 เวลา : 00.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

(0)
สวัสดีคะคุณนุแวะมาอ่านความรื่รมณ์ของประเทศคะ
ความคิดเห็นที่ 32
ประยูร วันที่ : 07/09/2011 เวลา : 09.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/StayFoolish

(0)
โหวต... ก่อนครับ
มาเร็วทันใจ ทันควันจริงๆครับ
จนมาไม่ทันอ่าน ..
เห็นด้วยครับ จะไล่จับอะไรกับคนทำมาหากินด้วยสุจริต
เขาทำกินมาเช่นนี้ ตั้งแต่บรรพบุรุษ
หากมีข้อจำกัด หรือ ปัญหาที่ต้องแก้ไข
ข้าราชการ ก็ต้องหาทาง ให้เขาปรับตัว
ไม่ใช่ไปไล่จับ
ต้องการไล่คนทำอาชีพสุจริต ให้เป็นโจร หรือไง ??
ความคิดเห็นที่ 31
feng_shui วันที่ : 07/09/2011 เวลา : 08.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

(0)
โหวตตตต ก่อนค่ะพี่

.
ความคิดเห็นที่ 30
พิชช่า วันที่ : 07/09/2011 เวลา : 07.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelearnlife

(0)
ตั้งแต่วับรุ่นจนบัดนี้..ไม่เคยรู้สึกยกย่องนักการเมือง ข้าราชการบางคนทั้งตัวเล็กตัวใหญ่...ดูจะใหญ่คับบ้านคับเมือง...หันมองรอบตัวภัยธรรมชาติสาหัสขนาดไหน..
ยังมัวแต่คิิดถึงผลประโยชน์ตัวเอง..
ความคิดเห็นที่ 29
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 07/09/2011 เวลา : 07.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

(0)
สวัสดีตอนเช้าครับคุณนุ

ข้าราชการ คือข้าแห่งใต้ฝ่าพระบาท ที่ต้องทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนแทนพระองค์

การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สร้างสรรค์ แทนที่จะเข้าไปมีส่วนในการช่วยเหลือเกื้อกูล แต่กลับเป็นว่า ไล่บี้จับ พี่น้อง ชาวเล ฟังแล้วก็อาดูรใจร่วมจริง ๆ ท่านข้าราชการครับ ถ้าเปลี่ยนพฤติกรรมได้จะดีมาก ๆ ครับ

โหวดครับคุณนุ
ความคิดเห็นที่ 28
รินรู้ดี วันที่ : 07/09/2011 เวลา : 07.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinrudee

(0)



สวัสดีค่ะ พี่นุ

เห็นท่าเรือขายปลาสด แล้ว คิดถึง

เยี่ยมระโนดเมื่อใด ต้องไปหาซื้อปลาของสด

ขอบคุณพี่นุมากค่ะ สำหรับเรื่องเล่า
จะผ่านไปกี่ปี ปากพนัง ยังมีมนต์เสมอ
สวยๆ จริง ยิ่งช่วงเช้าๆ ยืนดูทะเล
ความคิดเห็นที่ 27
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 07/09/2011 เวลา : 05.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

(0)
พ่อมาเลิกอาชีพล่องเรือจากลานสกกไปค้าขายที่เสาธง
ประมาณ ปี2509

ต่อมาเมื่อทางการจึงมีโครงการทำฝ่ายทดน้ำที่ต.ขุนทะเล เมื่อปี 2519 ลำนำสายคลองเขาแก้ว ซึ่งเปรียบเสมือนทางเชื่อมระยะหว่างเกลอสองฝากฝั่งก็ถูกปิดลง
...........................

แก้ไขตัวตัวปี พศ. ประมาณ ปี 2509 พ่อเลิก

........................

ตามนี้นะครับ...
ความคิดเห็นที่ 26
คนช่างเล่า วันที่ : 07/09/2011 เวลา : 04.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

(0)
เรื่องป่าไม้เมืองตรัง สะบ้าก่อเดียว เป็นอย่างไรมั่ง
คงนิสัยไม่ดีซิ ถูกจับอมรมบ่อยๆฮาๆๆ
ดีนะไม่พาไปอบรม เมืองนอกเหมื่อนครั้งก่อนๆ
แล้วนี้ จะอ้าง กล่าวถึงน้องสาวเรื่องที่จอดรถยนต์ ที่โรงพยาบาลรามาได้ไม่ละนี้ ย้ายออก ตึกบัญชาไปที่ตึกอื่น
ความคิดเห็นที่ 25
หน่อผุด วันที่ : 07/09/2011 เวลา : 03.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

(0)
ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าชีวิตชาวเลค่ะ

ธรรมชาติ สมบัติที่มวลมนุษย์พึงช่วยกันรักษา
ถูกยื้อแย่งแข่งขันเพื่อจะเอามาเป็นสมบัติส่วนตัวกันมากขึ้นทุกวัน
ทรัพยากรมีจำกัด แต่อยากกระหายของคนไม่มีขอบเขตจำกัด
ความคิดเห็นที่ 24
คนช่างเล่า วันที่ : 07/09/2011 เวลา : 03.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

(0)
ความเห็นที่ 22 กำหนัน คนกระบี หลานชาวลุ่มน้ำปากพนัง ดีใจที่มาช่วยเสริม
วิถีชีวิต ชาวลุ่มน้ำปากพนัง ประมาณ ปี พ.ศ. 2480 การเปลี่ยนแปลง อพยพย้ายถิ่นฐาน
ค่อยๆเกิดขึ้น โดย เดินทาง ทางเรือ พนั่งเรือแจว เรือพาย เข้าทาง อำเภอเชียรใหญ่
เข้าทางปากน้ำปากนคร ปากพูน ปากยิง
เพราะ ชาวเหนือ (เรียกคนที่อยู่ภูเขา ที่สูงว่าเหนือ) ที่ทำสวน ทำไร่ น้ำผลผลิต ด้านการเกษตร
ในสวน เช่นผลไม้ สติ มังคุด ลางสาด ขนุน อื่นๆ ไปแลกข้าว โดยลงไปช่วยเกี่ยวข้าวกัน
คนนอก หรือ คนท๋อง(ทุ่ง) มักให้ข้าวสาร กลับมา ถ้าไปหาญาติ ที่อยู่ เล(ทะเล) ก็ได้ปลาทะเล
มา การเข้าแผ้วถางที่รกร้าง ของชาวทุ่ง เข้ามาอยู่ที่แถวบ้างจาก บ้างสระ แถวบางหว่า ชะเมา
(พี่สาวปู่อยู่ละแวกนั้น) ไว้เกษียณ แล้วจะตามหาเส้นทางอพยพ
การไปกระบี ไปที่อื่นๆนั้น ไปเมื่อ ทางคมนาคมสะดวกแล้ว ประมาณ ปี พ.ศ. 2490
การเป็นเกลอ (เพื่อนรัก) ของสามถิ่นฐานนี้ น่าศึกษา ในแง่ประชากรศาสตร์
เคยคิดจะเรียนต่อ ป.โท นะ คิดจะทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ แต่ภาระมันมาก จึงไม่ได้เรียน
อยากให้ใคร ศึกษาเรื่องราวเหล่านนี้มากครับ
เมื่อวันก่อนไป นั่งค้นหา เรื่องราว หอจดหมายเหตุ เรื่อง นายนวล โชติประดิษฐ์ ชาวขนาบนาก ไปอยู่
คลองแดน ตั้งสนามหัวชน แข่งกับบ่อนระโนต
ความคิดเห็นที่ 23
Chaoying วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 23.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

(0)
มาเยี่ยม มาอ่านได้นิดเดียว ต้องไปนอนก่อนนะคะ ฮิๆ คนขี้คร้านอ่านหนังสือ มาอ่านบ้านนี้ได้ ฮิๆ ไม่ต้องไปค้นหานานๆ ขอบคุณมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 22
กำหนัน วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

(0)
สวัสดีครับคุณลุง แม่เฒ่ามีอาชีพงมกุ้ง ก่อนปี ๒๔๙๘ ใช้มืองมจับกุ้งนำมาขาย นำมาฝากคนบี คิดว่าปากนังคือแหล่งทรัพยากรทางน้ำที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดครับ แปดโหวดครับ
ความคิดเห็นที่ 21
คนช่างเล่า วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 20.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

(0)
ผมขอตอบ ผ่านเอนทรี ของผม นะครับวันนี้ จริงๆแล้วจะตามไปตอบ
ท่านที่บล็อกของท่าน แต่งานยุ่งจริงๆครับ 30 ก.ย. 54 นี้ปิดเกมส์ทำงานแล้ว
-ความเห็นที่ 1 อาจารย์ เก้าครับ เรามาเขียนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกันนะ
วันก่อนไป นั่งค้นหา เรื่องราวที่หอจดหมายเหตุ ได้ความรู้เรื่องราวบ้านเรามากมาย
-ความเห็นที่ 2 คุณศุภวรรณ ครับเรื่องราวเหล่านี้ ถ้าไม่เขียนจะหายไปครับ
-ความเห็นที่ 3 น้องชบาตานี ครับ เกษียณแล้ว จะไปเก็บ เรื่องราวในอดีตมาเล่า
-ความเห็น ที่ 4 น้องคนสยาม เมื่อวานพี่ไปพบเรื่องราวราชบุรีที่หอจดหมายเหตุมากมาย
-ความเห็นที่ 5 ขอบคุรครับคนดีมีวินัย เรื่องราวในอดีตต้องบันทึกไว้
-ความเห็นที่ คุณ บอน 09 ขอบคุณครับ เรื่องราวในอดีตใช้สอนคนชั่วได้นะครับ
-ความเห็นที่ 7 คนขายปุ๋ย ครับบาตรใหญ่ ผมถ่ายจากที่ทำบาตรบ้านบาตร
-ความเห็นที่ 8 กราบขอบพระคุณ ท่านอาจารย์สุรศักดิ์ ท่านเปรียบดังครูสอนบล็อกผม
-ความเห็นที9 นมัสการท่านลานเทวา ปากพนังมีตำนานยาวนาน
-ความเห็นที่ 10 ปองเพียงหทัย ขอบคุณครับ เรื่องราวธรรมชาติเอาคืนน่ากลัว
-ความเห็นที่ 11 ขอบคุณครับน้องหวาน หวาน ยังเหลื่อโค้งเบญจม แล้ว จะเกษียณ แม่เกิด ตุลาคม
เลยได้แถมอีกปี เมื่อปีที่แล้ว
-ความเห้นที่ 12 คุณไมรา ระโนตมีเรื่องราวในอดีต ลองเข้ากูเกิ้ล แล้วพิมพ์ ว่าลอยอังคารระโนต
จะพบนักประวัติศาสตร์ เอนก นาวิกมูลครับ
-ความเห็นที่ 13 พี่ยังไม่ลืมเรื่องไปในเพลา ขนอม รออีกนิเดียว
-ความเห็นที่ 14 อาจารย์ลำบู ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สุราษฏร์ธานี มีเรื่องราวมากมายครับ
อพยพไปจากเมืองนครศรีฯ ด้นๆก็มาก
-ความเห็นที่ 16 น้องลูกแมวโรงหนังตลุง ประวัติศาสตร์ บ้านเรา เราต้องช่วยกัน ขอบคุณที่มาช่วยเสริม
ไว้เกษียณ แล้ว จะตามหาเรื่องเหล่านี้มาเขียน ไม่นานจะชวน น้องบลูฮิล ไปเที่ยวเขานั้น
-ความเห็นที่ 17 ขอบคุณครับ มาเสริมเรื่องราวในอดีตให้สมบูรณ์
-ความเห็นที่ 18 คุณป้าเรือนข้าหลวง เมื่อวันนั้นงานศพ ผมกับลูกพี่ดาบยังพูดถึงป้าเลย ครับคิดถึงปากพนัง
-ความเห็นที่ 19 คุณผักบุ้งไต่ราว ครับทำให้ผมคิเรือเหนือ ที่บรรทุกผลไม้ ไปหาญาติ ท้องทุ่ง แล้วได้ข้าวมา
-ความเห็นที่ 20 ขอบคุณไอ้บ่าวบิหลาหาดใหญ่
ความคิดเห็นที่ 20
บินหลาหาดใหญ่ วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 16.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witphoto
APICHART AMMUAY Photographer Journalist

(0)
หร๊อยครับลุงคนช่างเล่า
ความคิดเห็นที่ 19
ผักบุ้งไต่ราว วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 16.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pakbungtairao

(0)
ได้ความรู้เพิ่มเติมมากมายครับ
เรือสินค้าที่ล่องมาจากลานสกาฝั่งโน้น
ผู้เฒ่าผู้แก่ เรียก "เรือเหนือ" ผมไม่แน่ใจว่า
ล่องมาถึงปากพนังหรือมั้ยครับ
ความคิดเห็นที่ 18
เรือนข้าหลวง วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 16.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/banklangtung

(0)
ปากนังผูกพันกับตัวเองมาก
เพราะเป็นบ้านเกิดเมืองนอนพ่อ
แต่ทุกอย่างเกี่ยวกับปากนังลางเลือน
จำได้แต่ว่า..บ้านปู่อยู่ที่ท่าญา
เราต้องนั่งเรือที่ย่าแจวไปส่งที่ปากนังนานมาก
ขอบคุณที่ทำให้ปากนังชัดเจนยิ่งขึ้น
ความคิดเห็นที่ 17
thienchai วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaizenza

(0)
ผม เด็กนอกท่อง ของแท้ จากตำบลขนาบนาก ได้อาศัยและใช้ชีวิตนอกท่องอยู่ 18 ปี พอได้อ่าน entry นี้แล้วรู้สึกอยากกลับบ้านวันนี้เลย ตอนนี้วิถีชีวิตชาวบ้านกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างมาก ด้วย
คิดถึง = น้ำผึ้งจาก
คิดถึง = ลาทับ
คิดถึง = เรือยาว ม้าวิ่ง/ สิงห์คนอง/แสงราหู
คิดถึง = เรือจ้าง
คิดถึง = หอยเสียบ
คิดถึง = ลูกจากทรามกิน
คิดถึง = บรรยากาศตอนเย็นๆ ที่แม่เรา แม่เพื่อนเดินหาผักทำแกง
คิดถึง = ทุกคนที่ปาก นัง
ฯลฯ
ความคิดเห็นที่ 16
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 14.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

(0)
เข้ามาอ่าน 2-3 รอบ แต่ไม่มีเวลานั่งเขียน..

ตัดความมาที่การขุดเรื่อจากไม้ตะเคียนแล้วล่องมาตามลำน้ำคลองเขาแก้ว... ผ่าน ต.ขุนทะเล เข้่าบ้านเสาธง ..

วกกลับไปสมัยพ่อยังอยู่พ่อเคยเล่าให้ฟังว่า สมัน่พอรุ่น ๆ พ่อกับตา (สามีของน้องสาวย่า) เอาทุเรียน มังคุดและผลไม้ ใส่ลำเรือล่องไปตามคลองวัดเจดีย์ (ต้นกำเนิด อยู่ในตำบลลานสกาคลองสายนี้จะไหลมารวม(บรรจบ) กันกับคลองเขาแก้ว ที่ละแวกบ้านวัดไทรงาม)

ล่องไปตามลำน้้ำ เพื่อไปขายที่ตลาดเสาธง (ตั้งอยู่บนถนนสายนครศรีฯ-ทุ่งสง ห่างจากตัวเมืองประมาณ15 กม.)บางครั้งอาจจะถึงบ้านหัวพานเมา (บ้านชะเมา รอยต่อ 4 อำเภอ ตั้งอยู่บนถนนสายนครศรี-สงขลา ห่างจากตัวเมืองประมาณ 23 กม.)

พ่อทำอย่างดีอยู่หลายปี

พ่อมาเลิกอาชีพล่องเรือจากลานสกกไปค้าขายที่เสาธง
ก็เมื่อทางการมีดครงการทำฝ่ายทดน้ำที่ต.ขุนทะเล เมื่อปี 2519 ลำนำสายคลองเขาแก้ว ซึ่งเปรียบเสมือนทางเชื่อมระยะหว่างเกลอสองฝากฝั่งก็ถูกปิดลง

ประกอบกับระยะหลังป่าไม้ถูกทำลายการพังทลายของหน้าดินมีมากขึ้น คลองที่เคยลึกและกว้าง ตื้นเขิน น้ำไม่ลึกพอให้ล่องเรือไปมาหาสู่กันได้

ความตอนต้น นั้นความพ่อเล่า

แต่ความที่เห็นและได้รับรู้เอง สมัยเรียนประถม มีชาวบ้านจากปากพนัง มาขุดเรือจากบ้านตะเคียน อยู่ที่สวนของยาย
ญาติ ๆ กัน (ผู้สูงอายุมาก ๆ แถวบ้านจะเรียกยาย สำหรับผู้หญิง ส่วนผู้ชายเหมาเป็นตาหมด)

ขุดอยู่หลายเดือน เมื่อถึงเดือน 12 ฤดู น้ำท่วม ขณะนั้นน้ำท่วมสะพานข้ามคลองหน้าวัดเจดีย์ เดินทางข้ามคลองไม่ได้ ก็ได้เรือขุดจากไม้ตะเคียน 2 ลำนี้แหละครับทอดยาวขวางลำคลองให้แม่และเพื่อบ้านได้แบกข้าวสารกลับบ้าน

หลังจากนั้นเมื่อน้ำลดระดับมา แต่ก็มากพอที่จะล่องเรือไปได้ เรือ ขุดจากไม้ตะเคียน 2 ลำดังกล่าวก็ออกจากหน้าท่า
ที่วัดเจดีย์

ปล.เมื่อน้ำท่วมสูงสุดช่วยให้ 2 ข้างคลองกว้างขึ้น ด้วยไม้จำพวกไม้ไผ่ เลา ราโพ ฯ ถูกน้ำพัดพา ให้ราบเรียบไป
ความคิดเห็นที่ 15
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

(0)
ที่ปากพนัง ก่อนหน้านี้ไปบ่อยค่ะ คนช่างเล่า ช่วงวันหยุด เพราะติดตามสามี ไปบ้านลูกค้างานอินทีเรีย ลูกค้า เป็นเจ้าของบ้านนก เค้าจะใจดีมากค่ะ นำเที่ยวไปหลายที่ทุกครั้ง ที่เราไป บรรยากาศเงียบๆ สงบ น่าอยู่นะคะ ปากพนัง ...

มีความเป็นธรรมชาติของบ้านเมืองหลงเหลือยู่เยอะมากทีเดียวค่ะ
ความคิดเห็นที่ 14
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

(0)
เอนทรีนี้คิดว่าเป็นโรงเล่าอดีตก็แล้วกัน ผมกำลังจะเขียนเล่าเรื่องสายน้ำในอดีต ที่ผูกพันกันมาในอดีต

เมื่อฟังข่าว ว่า ข้าราชการ กรมประมง ไล่บี้จับ พวกพี่น้อง ชาวเล ฟังแล้วอาดูรใจจริงๆ อย่าลืมกำพืดซิ หลายๆ

..........................................................

ชอบ โรงเล่า ในอดีตจังเลยค่ะ ตอนแรกคิดว่า คนช่างเล่า พิมพ์ผิดซะอีก ปรากฏว่า พอเหลือบตาไปเห็นคำว่า โรงเล่า ในภาพ ก็เลยเข้าใจ

ชมเลยนะ คนช่างเล่า ช่างเล่าจริงๆ อ่านแล้วชอบนะ เหมือน มีคนมายืนเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง แม้กระทั่ง เรื่องแม่น้ำตาปี ที่บ้านตัวเองแท้ๆ ยังไม่ทราบเรื่องราวเท่ากับคนช่างเล่าเลย นับถือจริงๆ

...

และอีกสายน้ำ ของแม่น้ำหลวง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ได้

เปลี่ยนชื่อมาเป็นแม่น้ำตาปี ต้นน้ำ ที่เกิดจากเทื่อกเขาหลวง ไหล่ไปทางทิศตะวันตก ไปออก

ปากแม่น้ำ ที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี ไปออกอ่าวบ้านดอน
ความคิดเห็นที่ 13
BlueHill วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
ฟ้าโอบเขา เขาโอบป่า ป่าโอบน้ำ
เหมื่อนจะย้ำให้เห็นเป็นเป็นสักขี
อยู่รักร่วมรวมกันสามัคคี
ปฐพีที่ครอบครองของผองไทย

ชอบนักครับ กลอนบทนี้
ฟ้าโอบเขา เขาโอบป่า ป่าโอบน้ำ
นี่คือธรรมชาติที่คนไม่เข้าใจ ดันไปเอาคนมาโอบทั้งเขา ป่า และน้ำ ความพินาศจึงมาเยือนธรรมชาติครับพี่
ความคิดเห็นที่ 12
Maira วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

(0)
สวัสดีค่ะคุณคนช่างเล่า..

ตอนเป็นเด็กเคยตามคุณพ่อไปเที่ยวอำเภอระโนด
จำได้ว่าประทับใจมาก ..
มีโอกาสต้องกลับไปเยี่ยมอีกค่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
หวานหวาน วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 10.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

(0)

สวัสดีค่ะพี่นุ
ตามมาเรียนรู้กะพี่ค่ะ
และมีแกงเทโพมาฝากด้วยนะคะ

กด 3 โหวตให้กำลังใจค่ะพี่
ความคิดเห็นที่ 10
ปองเพียงหทัย วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetrypong

(0)
ชาวบ้านที่กำลังทะเลาะกัน เรื่องเปิดน้ำปิดน้ำ ควรหันมาดูการเกื้อกูลกันอย่างนี้นะคะ
ความคิดเห็นที่ 9
ลานเทวา วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

(0)
งามนัก ปากนัง
ความคิดเห็นที่ 8
สุรศักดิ์ วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 08.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

(0)
ข้าราชการที่ใช้อำนาจในทางที่ผิด รังแกชาวบ้าน
ก็แย่เหมือนกัน เมื่อไรจึงจะหมดไปจากประเทศไทย
เสียที แต่ก็ช่วยให้เป็นแรงบันดาลใจให้ส่งลูกหลาน
ได้เรียนสูง ๆ เพื่อไว้ทัดทานอำนาจเถื่อนบ้าง

บทกลอนนี้ดีมากครับ ไว้เตือนใจให้หวนแหน
อนุรักษ์ป่า อนุรักษ์ธรรมชาติ

ฟ้าโอบเขา เขาโอบป่า ป่าโอบน้ำ
เหมื่อนจะย้ำให้เห็นเป็นเป็นสักขี
อยู่รักร่วมรวมกันสามัคคี
ปฐพีที่ครอบครองของผองไทย

๒ โหวตครับ คุณนุ
ความคิดเห็นที่ 7
คนขายปุ๋ย วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 08.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpm

(0)
มาเรียนรู้ "วันวาน สืบสานวันใหม่" ครับ
เฮอ!! นึกถึงการใช้อำนาจบาตรใหญ่ของข้าราชการ มีให้เห็นทุกยุคทุกสมัย มักจะเกิดขึ้นกับตาสีตาสา มีให้เห็นตั้งแต่ทำบัตรประชน ท้องถนน ถึงในสภาฯ การศึกษาเท่านั้นจริงๆ ที่ช่วยได้
ขอบคุณเรื่องเล่าดีๆ สู่ลูกหลานคนรุ่นหลังครับ
ความคิดเห็นที่ 6
bon09 วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 07.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

(0)
มาติดตามเรื่องราวเก่าๆที่มีคุณค่า
ความคิดเห็นที่ 5
คนดีมีวินัย วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 07.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nard
ธรรมชาติของชีวิต..คือ..ชีวิตธรรมดา

(0)
ขอบคุณครับ สำหรับเรื่องราวดีๆเล่าสู่กันฟัง เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ ผมเพิ่งได้เห็นภาพแหลมตะลุมพุก ทางอากาศ...คราวนี้เองครับ ถูกใจมาก สำหรับ โรงเล่า ครับ
ความคิดเห็นที่ 4
ฅนสยาม วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 07.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

(0)
โหวต 2 คน โหวตเรียบร้อยแล้ว...

สวัสดียามเ้้ช้าครับ...พี่นุ..

ต่อไปพี่คงมีเวลามากขึ้นที่จะนำเรื่องเล่าดีๆมาฝากเพื่อนๆ้น้องๆนะครับ..
ความคิดเห็นที่ 3
ชบาตานี วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 06.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

(0)
ทึ่งกับโรงเล่าจังเลยค่ะพี่นุ
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 06.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

(0)
อรุณสวัสดิ์ค่ะ ..

ตามมาเรียนรู้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
เคียงดิน วันที่ : 06/09/2011 เวลา : 06.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

(0)
นั่งท้าวคาง ท่าหนังสือโหย่วค่ะพี่หลวง
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน