• นักษรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vongkae@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 658
  • จำนวนผู้ชม : 115577
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
นักษรา
การเขียนได้และได้เขียนยังต้องการอีกสิ่งหนึ่งที่นักเขียนทุกคนกระหาย..นั่นคือการได้ปรากฎตัวของผลงานเกรงว่าถ้าไม่สามารถสักวันไฟที่ลุกโพลงอยู่ในความคิดจะมอดลง..ซึ่งเป็นหายนะของชีวิตนักเขียน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara
วันเสาร์ ที่ 18 มีนาคม 2560
Posted by นักษรา , ผู้อ่าน : 304 , 02:39:42 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๒๐.๑

 ใบหน้าของบิดาสลดลง แต่เขาก็ลุกขึ้นตามการขยับตัวของบุตรี และยังจับมือเธอไว้แม้เมื่อเธอเปิดประตูออกไปภายนอก ประชาสัมพันธ์เปลี่ยนเป็นคนที่มาทำหน้าที่แทนช่วงพักเที่ยง เพื่อที่เจ้าของตำแหน่งจะได้ออกไปพักรับประทานอาหาร นนท์นลินไม่เห็นความจำเป็นที่เธอจะต้องแนะนำบิดากับใคร จึงพาเขาเดินออกไปจากบริษัทเงียบๆ ยังจุดหมายปลายทางที่เธอบอกเขาไว้

************

 หญิงสาวกลับเข้ามาที่แผนกของเธอเมื่อเลยเวลาบ่ายไปเกินครึ่งชั่วโมง นึกถึงที่คุณอายุธสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ แล้วก็รับประทานอย่างเชื่องช้า...เธอรู้ดีว่าพ่อเจตนาถ่วงเวลาเพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆเธอให้นานขึ้น และเพราะการรับรู้นั้น ทำให้เธอปล่อยให้เขาทำตามสบาย เพื่อเขาจะได้ไม่กลับไปวางแผนเพื่อจะได้กลับมาพบเธอใหม่เร็วเกินไป

เธอเห็นอรรธกรรณอยู่ในห้องทำงานของเขาแล้ว จะไม่ไปถามไถ่อะไรเขาเสียเลย...เดี๋ยวเขาก็ต้องหาเรื่องเรียกเธอเข้าไปหาอยู่ดี เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่า เขาโกรธบิดาหรือเปล่าที่หลอกให้เขาไปรอเก้อ

ชายหนุ่มหันหน้ามามองเมื่อเธอเดินมาหยุดที่หน้าประตู สีหน้าเขาดูแปลกๆ...ชำเลืองมองไปที่เก้าอี้ข้างๆพลางพยักเพยิดแทนคำพูด เธอเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งโดยไม่ได้มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด

“คุณพ่อคุณไม่ได้ไปตามนัด ผมทายว่า...ท่านมาหาคุณที่นี่”

นนท์นลินเกือบจะหัวเราะ รู้ทันกันไปหมดทีเดียวนะ

“ทำไมต้องทำหน้าแบบนี้คะ...ถ้าเดาอะไรได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนั้น ก็แสดงว่าคุณอ่านแผนของพ่อออก เขาทำอย่างที่คุณคิด...แล้วดิฉันก็ทำอย่างที่คุณยายสอน”

“มันไม่ใช่เท่าที่คุณคิด เรื่องมันแย่กว่านั้นนะนนท์...คุณพ่อคุณส่งน้องสาวคุณมาคุยกับผมถ่วงเวลา เธอช่างพูด...พูดเจื้อยแจ้วยังกับเธอกับผมเรียนมาด้วยกัน แล้วเธอ...เอ้อ...พยายามทำท่าสนิทสนม...คือ...”

อาการพูดจาอึกๆอักๆของชายหนุ่มทำให้เธอมองหน้าเขาด้วยสายตาฉงน

“ทำไมคะ...ยังไงก็ต้องนับว่าเขาเป็นรุ่นน้องของคุณอยู่ดี ถึงจะเรียนมาด้วยกันหรือเปล่าก็เถอะ เขาต้องทำท่าสนิทสนมซิ ไม่งั้นจะดึงคุณไว้จนถึงบ่ายได้ยังไง คุณมีปัญหาอะไรกับการทานข้าวแล้วก็คุยกับน้อง...”

“คุยกันธรรมดาก็คงไม่มีปัญหาหรอก แต่การที่เธอทำท่าสนิทสนมกับผมเป็นพิเศษ...มันทำให้มีเรื่อง เธอเลื่อนเก้าอี้มานั่งใกล้ผมมาก ตักนั่นตักนี่ให้ ความจริงหน้าที่บริการสุภาพสตรีมันควรเป็นของผม...ซึ่งจะทำให้คนที่มองเห็นรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ อย่างน้อยก็ปกติตามมารยาทของสังคม แต่การปฎิบัติตัวของเธอ ทำให้มันกลายเป็นความผิดปกติ...แล้วก็เคราะห์ร้ายที่...มีคนสำคัญเผอิญมาเห็นเข้า...”

“คนสำคัญ?...น้าดาหรือคะ...”

“ถ้าเป็นคุณดา ยังจะพอพูดจาอธิบายกันได้ แต่นี่เป็น...คุณแม่คุณ”

“คะ!...”

“ท่านมาทานข้าวกับเพื่อน...”

“ซึ่งไม่ใช่อดัม...”  เสียงของเธอแปรเป็นห้วนกระด้างไปทันควัน ชายหนุ่มพูดต่อด้วยอาการคาดคะเน

“มาเป็นกลุ่ม...มีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศ ผมจำได้ว่าคนนึงในนั้นเป็นนักลงทุนที่มีชื่อเสียงพอตัวอยู่ ทุกคนก็ท่าทางเป็นนักธุรกิจทั้งหมด เหมือนมาปรึกษาหารือกันเรื่องงาน...”

“แม่ไม่ได้ทำงานประจำที่ไหนนะคะ...”

“นักธุรกิจสมัยนี้ ไม่จำเป็นต้องนั่งประจำทำงานที่ออฟฟิศกันแล้ว โดยเฉพาะพวกที่เป็นนักธุรกิจทางการเงิน...”

“แม่...” 

เธอหยุดถ้อยคำไว้เมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า แม่ก็เรียนจบมาที่เดียวกับพ่อ...คณะและสาขาวิชาเดียวกัน ความสามารถในการทำงาน...ถ้าอยากจะทำ ก็คงอยู่ในระดับเดียวกันนั่นแหละ เพียงแต่เธอปิดหูปิดตา ไม่เคยสนใจว่าแม่ทำงานอะไร...ก็แม่ไม่เห็นเคยพูดเรื่องงาน เจอกันทีไรก็ควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้าใครจะไปคิดว่าแม่ก็ทำงานเป็นกับเขาด้วย

“ผมคิดว่าเข้าใจไม่ผิด...นักธุรกิจกลุ่มนั้นทำงานอิสระทางการเงิน เขาอาจทำงานเป็นกลุ่ม แลกเปลี่ยนความรู้...ข่าวสาร แล้วก็ลงทุนในกลุ่มเดียวกัน การทำงานเป็นกลุ่มจะทำให้มีอำนาจในการคอนโทรล และชี้นำ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น...เรื่องสำคัญคือคุณแม่คุณเดินตรงเข้ามาหาผมแล้วถามถึงคุณต่อหน้าอิงครัต...ท่านใช้คำพูดที่...เอ้อ...”

“เข้าใจละ...แม่คิดว่า คุณแอบควงเด็กสาวคนใหม่ลับหลังลูกสาวท่าน...”

นนท์นลินหัวเราะชอบใจที่เห็นเขาทำหน้าปั้นยากอย่างกลัดกลุ้ม

“แม่น่ะปกติก็พูดจาไม่ประหยัดถ้อยคำอยู่แล้ว เวลาโกรธขึ้นมาคงจะหนักกว่าเดิม แล้วแม่ก็คงโกรธ เพราะคราวที่เจอกันที่รีสอร์ท แม่คงมโนว่าคุณเป็นแฟนของลูก แล้วคุณก็คงเป็นที่ถูกตาถูกใจของแม่มากอยู่...”

“อิงครัตน่ะเป็นเด็กที่โตมาจากเมืองนอก...เธอไม่ได้มีสัมมาคารวะ อดออมถ้อยคำเวลาโต้ตอบกับผู้ใหญ่ที่เธอไม่เคยรู้จัก แล้วจู่ๆก็แว้บเข้ามาพูดจากระทบกระเทียบเปรียบเปรย ผมพูดไม่ทันเธอทั้งสองคนเลย คุณแม่คุณก็เลยยิ่งโกรธหนักขึ้นไปอีก...ผมกลัวความโกรธของท่านจัง...”

อารมณ์สนุกสนานของนนท์นลินหายวับไปเมื่อได้ยินคำพูดของเขา เอาละ...พ่อคงทำเรื่องวุ่นอีกแล้ว ถ้าแม่เกิดรู้ว่า เด็กสาวที่แม่เห็นแฟนของลูกชวนไปกินข้าวกันตามลำพัง เป็นลูกสาวของศัตรูคู่อาฆาต แม่ต้องอาละวาดเป็นพายุทอร์นาโดแน่ จะซวยกันไปตามๆอีกแล้วละซิ...

“ดิฉันเพิ่งพยายามชักแม่น้ำทั้งห้า โน้มน้าวพ่อไม่ให้ไปวุ่นวายกับแม่ เรื่องยังไม่มีท่าว่าจะสำเร็จเลย มีมาใหม่อีกเรื่องแล้วหรือ โอ้ย...กลุ้มใจจริงๆ เขากลับมาทำไมกันนะ”

“ทำยังไงท่านจะรู้ว่าท่านเข้าใจผิด ถ้าท่านคิดว่าผมป็นแฟนคุณ แล้วไปควงน้องสาวคุณไปทานข้าวสองต่อสอง แล้วยังกำลังพยายามจะเป็นน้าเขยของคุณอีก...ท่านคงไม่ปล่อยให้ผมลอยนวลแน่...”

“กลัวอะไรคะ แม่น่ะได้แต่อาละวาดไปตามประสา ทำอะไรใครไม่ได้หรอก แม้แต่ตัวดิฉันเองก็ใช่ว่าแม่จะมีสิทธิ์มาบงการอะไร ดิฉันจะอธิบายให้แม่เข้าใจเอง อย่าวอรี่ให้มากไปนักเลย คุณก็พยายามเล่าให้น้าดาฟังไว้ก่อนที่แม่จะเล่าก็แล้วกัน อือม์...หรือดิฉันจะเป็นคนเล่าเองดี ยังไงก็ต้องเล่าให้คุณยายฟังอยู่แล้วเรื่องที่พ่อมาหาที่นี่ เย็นนี้ไปทานข้าวที่บ้านมั้ย ดิฉันจะได้เล่าเสียทีเดียวเลย แล้วคุณค่อยเสริมเรื่องอะไรที่คุณยายควรรู้ ดีรึเปล่า...”

“คุณชวนผมไปทานข้าวบ้าน?” 

อรรธกรรณทำหน้าเหมือนเห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกมาปรากฏอยู่ตรงหน้าจนอีกฝ่ายอดหัวเราะคิกคักไม่ได้

“อย่ามาแอ๊บทำเป็นตื่นเต้นไปหน่อยเลย ถึงดิฉันไม่ชวน คุณก็หาทางไปเองได้อยู่แล้ว คุณยายน่ะให้ท้าย ถือหางคุณออกจะเต็มตัวขนาดนั้น...”

“อ้าว...พูดดีๆนะนนท์  ฟังดูเหมือนผมเป็นตัวอะไรที่มีหางอย่างนั้นแหละ...”

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ยิ่งทำให้เธอหัวเราะหนักขึ้น

“แล้วมาคุยว่าเป็นหลานรักของคุณย่า ใครเขาพูดสำนวนโบราณหน่อยก็ไม่รู้จักซะแล้ว ให้ท้าย ถือหางนี่เขาหมายถึงเรือ...คนที่คอยคัดท้าย ถือหางเสือ ก็เป็นคนกำหนดทิศทางของเรือนั่นแหละ”

“ใครจะไปรู้...แล้วคุณพ่อคุณท่านมาว่ายังไงบ้าง”

“พ่อคงวางแผนไว้เสร็จสรรพว่า ถ้ามาหาดิฉันก่อนแล้วไม่มีเรื่องอะไรกันก็จะเดินหน้าขั้นต่อไปด้วยการดอดไปหาแม่ ดิฉันคงไปขวางพ่อไม่ได้ แต่คงต้องไปหาทางทำให้แม่เย็นลงเสียหน่อยก่อน...”

“แน่ใจนะว่าตั้งใจจะไปทำให้คุณแม่เย็นลง ไม่ใช่ไปทำให้ท่านไฟลุกพรึ้บขึ้นมาก่อนจะได้เจอคุณพ่ออีก”

“ดิฉันไม่ใช่ลูกทรพีนะ จะได้อยากยุแยงให้พ่อกับแม่ทะเลาะกัน”

“ผมก็ไม่ได้ว่าคุณจะไปยุให้ท่านทะเลาะกัน...แต่สำนวนโวหารของคุณน่ะ...”

“ดิฉันรู้หรอกน่าว่าตอนไหนพูดอะไรได้ หรือไม่ได้ ไม่ใช่เด็กอมมือ วันนี้ก็พูดกับพ่อจนคอแห้ง แต่...ดิฉันมันคงพูดอะไรดีๆกับใครเขาไม่ค่อยเป็น เวลาพยายามมันถึงไม่ค่อยจะได้ผล”

“บางทีความตั้งใจที่จะทำอะไรดีๆของเราก็ไม่ได้เห็นผลทันตาหรอก แต่ถ้าไม่ถอดใจเสียก่อน...ความพยายามอยู่ที่ไหน...”

“ความพยายามก็อยู่ที่นั่น...” เธอพูดสวนขึ้นทันทีจนอรรธกรรณอดหัวเราะไปด้วยไม่ได้

“ดิฉันรู้ว่าความสัมพันธ์ของพ่อกับแม่ ถึงดิฉันจะใช้ความพยายามทำให้กลับมาดี...เอาแค่ที่เขาจะยังเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อน ความพยายามก็คงจะเป็นได้แค่ความพยายามอยู่นั่นแหละ แล้วพูดจริงๆ...ดิฉันก็ไม่ได้อยากให้พ่อกับแม่กลับมาพูดจาวิสาสะกันดีๆ ถ่านไฟเก่าน่ะมันไว้ใจไม่ได้หรอก

เมื่อก่อน แม่เป็นภรรยาที่ถูกต้องของพ่อ แม่เป็นฝ่ายถูก...อยู่ในฐานะเป็นผู้ถูกกระทำ แต่ตอนนี้...เมียน้อยของพ่อ เขากลับกลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายไปแล้ว ดิฉันไม่มีวันยอมให้แม่ลดตัวลงไปอยู่ในฐานะที่ต่ำกว่าผู้หญิงใจต่ำคนนั้น

ดิฉันพยายามจะรักษาความสงบด้วยการเอาตัวเองไปยืนอยู่ตรงกลาง กันการปะทะ เพื่อให้ต่างคนต่างอยู่ โดยยอมรับความจริงว่า ทั้งพ่อและแม่มีสิ่งที่ผูกพันกันก็เพียงดิฉันที่เป็นลูก เด็กที่เกิดมาตามธรรมชาติเมื่อถูกทำให้เกิด ไม่มีสายสัมพันธ์ใดๆโดยตรงระหว่างกันหลงเหลืออยู่...ดิฉันหมายถึงความสัมพันธ์ดีๆ...ถึงพ่อ...ดิฉันก็ว่าเขาแค่อยากจะแก้ตัว เพราะคิดว่าตัวเองมีความผิดติดค้างอยู่เท่านั้น...”

“รู้มั้ยนนท์...บางทีสิ่งที่คุณพูดถึงจะไม่ใช่คำหยาบคาย แต่ความหมายของมันหยาบคาย เหมือนอย่างที่พี่เมฆเขาเคยบอก”

“ดิฉันก็แค่พูดตรงๆในเรื่องที่มันเกิดขึ้นแล้ว หรือมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้เท่านั้น...ไม่ได้ไปเสกสรรปั้นแต่งว่าร้ายใส่ความใคร...”

“คุณพูดแต่ความเป็นไปทางความเห็นของคุณ มันไม่ใช่คำอธิบายของเรื่องทั้งหมด ผู้ชายผู้หญิงที่แต่งงานกันแล้วมีลูก เด็กที่เกิดมาไม่ใช่เป็นเพียงผลพลอยได้ของพฤติกรรมตามธรรมชาติ...”

“ดิฉันไม่ได้บอกว่ามันเป็นเรื่องปกติโดยทั่วไป สำหรับคนอื่นก็ใช่อย่างที่คุณพูด แต่สำหรับดิฉัน...มันเป็นแค่นั้นแหละ พอแม่ท้องพ่อก็ทิ้งไปมีเมียใหม่...พอดิฉันเกิด แม่ก็ทิ้งลูกไว้กับญาติยังกับลูกเป็นต้นไม้ ดิฉันไม่ได้เจ็บปวดอะไรกับเรื่องนี้หรอก คนเราเกิดมาแล้ว ถ้าไม่ตายมันก็ต้องโตเป็นเรื่องธรรมดา ดิฉันก็โตมาอย่างที่ไม่ได้คิดว่าตัวเองมีปมด้อยอะไร...”

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 rkii ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นักษรา วันที่ : 18/03/2017 เวลา : 14.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara

อาคิที่รัก...ป้าไม่สามารถปลูกไม้ดอกเลย ถึงตอนซื้อมาจะมีดอกติดมากับต้นแต่พอมาอยู่กับป้า ก็จะออกดอกแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว โชคดีมันก็จะกลายสภาพเป็นไม้ใบ มีแต่ใบเฟื่องฟู โชคร้ายก็จะค่อยๆใบร่วงแล้วก็เสียชีวิตในที่สุด

กุหลาบกับป้าคงจะไม่ถูกกันยิ่งกว่าดอกอื่นๆทั้งหมด ป้ามีเพื่อนที่ชอบกุหลาบขึ้นสมอง เขาปลูกกุหลาบเต็มหน้าบ้าน วันดีคืนดี กำลังฉีดยาฆ่าแมลงให้มันอยู่ด้วยความรัก ก็ล้มฟุบไปเฉยๆ ไปไม่ถึงรพ. เสียชีวิตระหว่างทาง ป้าแทบจะเกลียดกุหลาบตั้งแต่บัดนั้น

มีไม้ดอกที่ชอบและอยากปลูกจริงๆคือชมนาด น้องพยายามหามาให้หลายครั้งทั้งๆที่มันหายาก ป้าก็ว่าดูแลรดน้ำอย่างดีสม่ำเสมอ แต่ก็ไม่เคยรอดจนบอกทุกคนว่า ไม่ต้องไปหามาอีก...สงสารมัน

ป้าจะยอมรับความจริงในความสามารถของตัวเองนะอาคิ บางอย่างที่คนอื่นทำได้เป็นเรื่องพื้นฐานแสนธรรมดา ป้าก็กลับทำไม่ได้ซะงั้น ยกตัวอย่างที่ง่ายสุดเลยก็คือการขี่จักรยาน...น่าขำมั้ยคะ ฮี่ฮี่

ความคิดเห็นที่ 1 นักษรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rkii วันที่ : 18/03/2017 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rkii

สวัสดีค่ะคุณป้า ^^ คุณลุงทำสวนบ้านคิบอก กุหลาบชอบแดดปลูกง่ายที่สุดแค่หักมาทิ่มดินก็ขึ้น ปลูกกันมั๊ยคะคุณป้า คิจะลองดู ป้าแมบอกว่าพลูด่างที่คุณป้าเล่านั่นป้าแมปลูกแล้วชักแหง่กชักแหง่กตลอดไม่เคยรอด ฮี่ฮี่ หนูอาคิเอง สบายดีค่ะ ฮี่ฮี่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน