• นักษรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vongkae@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 709
  • จำนวนผู้ชม : 133601
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
นักษรา
การเขียนได้และได้เขียนยังต้องการอีกสิ่งหนึ่งที่นักเขียนทุกคนกระหาย..นั่นคือการได้ปรากฎตัวของผลงานเกรงว่าถ้าไม่สามารถสักวันไฟที่ลุกโพลงอยู่ในความคิดจะมอดลง..ซึ่งเป็นหายนะของชีวิตนักเขียน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara
วันจันทร์ ที่ 19 มิถุนายน 2560
Posted by นักษรา , ผู้อ่าน : 376 , 23:49:08 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๔๓.๑

 งานแต่งงานที่จัดพร้อมกันสองคู่ ถือได้ว่าเป็นงานใหญ่ของทั้งสองครอบครัว แม้พิธีการช่วงเช้าจะจัดขึ้นที่บ้านของฝ่ายเจ้าสาว ตั้งแต่พิธีตักบาตร...การรับขันหมากหมั้นและสินสอดอย่างเป็นทางการ...พิธี รดน้ำที่มีแขกผู้ใหญ่จำนวนมาก แต่บ่าวสาวทั้งสองคู่ก็ยิ้มแย้มสดชื่น ไม่ได้มีอาการเหน็ดเหนื่อยแสดงออกให้เห็น

ญาติๆพากันชื่นชมที่ฝ่ายชายก็ดูสง่างาม เข้มแข็ง และฝ่ายหญิงก็อ่อนหวานนุ่มนวล ดูแบบบาง สะสวยจนเจ้าบ่าวทั้งสองแทบจะไม่ยอมออกห่าง ราวจะเป็นงานรวมญาติครั้งสำคัญที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานหลายปี

งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสยิ่งใหญ่กว่างานช่วงเช้า เพราะเป็นการรวมทั้งญาติ และเพื่อนฝูงของเจ้าบ่าวเจ้าสาวทั้งสองคู่ ซุ้มดอกไม้และอุปกรณ์ตกแต่งในงานล้วนเป็นสีขาวชมพูหวานซึ้งงดงาม ส่วนประกอบทุกอย่างของงานจัดโดยออร์แกนไนเซอร์ที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้า โดยอรรธกรรณเป็นคนให้แนวคิดทุกอย่างด้วยตัวเอง

วิดีโอแนะนำบ่าวสาว และภาพพรีเวดดิ้งที่แสดงอยู่ที่หน้างานให้ความรู้สึกราวกับภาพคู่ของดารานำแสดงในภาพยนต์รักคลาสสิค ที่พระเอกนางเอกสุขสมหวังในความรักแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง

ทั้งสองคู่ยืนรับแขกอยู่ด้วยกันที่หน้างาน แต่ก็แยกกันรับแขกเฉพาะของตัวเองไปพร้อมๆกันด้วย เกือบจะถึงเวลาที่จะต้องเข้าไปภายในงาน เพราะจะต้องเริ่มพิธีการบนเวทีที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องขึ้นรับฟังโอวาทและคำอวยพรจากแขกผู้มีเกียรติ

พรรษกรบีบมือนนท์นลินเมื่อสายตาคมไวของเขาเหลือบไปเห็นกลุ่มบุคคลที่กำลังเดินขึ้นบันไดเวียนมาด้วยกัน ก่อนจะหันไปบอกน้องชายกับเจ้าสาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ด้วยเสียงเน้นหนักจริงจัง

“แมน...พาคุณดาเข้าไปข้างในก่อน...”

“ทำไมเราไม่เข้าไปพร้อมๆกันล่ะครับ...”

แต่เขาไม่ต้องฟังคำตอบ เมื่อร่างสูงสง่าในชุดสากลเนี้ยบกริบ สีเข้มพ้นจากบันไดขึ้นมา ทั้งซ้ายขวามีเด็กหนุ่มสาวอีกสองคนอยู่ขนาบข้าง...ชายหนุ่มดึงมือธีรดาพาเดินเข้าไปในห้องบอลล์รูมที่ใช้จัดงานก่อน...อย่างเร็วเสียด้วย

นนท์นลินก็ยืนนิ่งไปเหมือนกัน เธอรู้ว่ายังไงเสียพ่อก็จะมางานของเธอแน่ แต่น้องสองคนอยู่เหนือความคาดหมาย ทั้งบ่าวสาวพนมมือทำความเคารพผู้เป็นบิดาพร้อมกัน และรับไหว้เด็กหนุ่มสาวทั้งสองไปด้วย

“ดีใจที่พ่อมาได้นะคะ...”

“ทำไมพูดแบบนั้นลูก...ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน พ่อไม่มีวันพลาดงานสำคัญในชีวิตของลูก...”

เมื่อเขากางแขนออก...ร่างแบบบางในชุดเจ้าสาวขาวสะอ้านงดงามก็ก้าวเข้าสู่วงแขนที่กอดรัดเธอไว้แนบแน่น

“ขอให้ลูกของพ่อมีความสุขสมบูรณ์ในชีวิตคู่นับจากนี้..รักและดูแลกันตลอดไปเหมือนเป็นชีวิตเดียวกันนะลูก..”

คนเป็นเขยพนมมือรับคำอวยพรนั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบาน อายุธกอดลูกไว้เป็นครู่ ก่อนจะคลายแขนออกเมื่อคิดว่าควรจะคืนเจ้าสาวให้กับเจ้าบ่าวที่ทำท่าให้รู้ว่า เขาต้องการให้เธออยู่เคียงข้างเขาตลอดเวลา แต่นนท์นลินกลับหันไปทางน้องทั้งสองของเธอเมื่อพ้นจากอ้อมแขนของบิดา

น้องชายแม้อายุน้อยกว่า แต่เขาตัวสูงกว่าพี่สาว และเมื่ออยู่ในสูทเนี้ยบสไตล์เดียวกับผู้เป็นพ่อ เขาก็ดูคล้ายจะล่ำสันกว่าเด็กหนุ่มสูงเก้งก้างที่เธอเคยเห็นคนนั้น...น้องสาวในชุดราตรีสีน้ำผึ้ง ดีไซน์สวยมีระดับจากห้องเสื้อชั้นนำ ทำให้เธอดูเป็นสาวขึ้นกว่าเด็กสาวที่ทำท่าโฉบเฉี่ยวในงานกาล่าดินเนอร์ที่สมาคมนักเรียนเก่าอเมริกาวันนั้นเช่นกัน

คนหนึ่งยังทำหน้าเฉยๆตามปกติของเขา แต่อีกคนมีน้ำตาคลอตา...

“อิ๊งค์อยากอวยพร...ให้...พี่...นนท์ ด้วย”

เธอพูดขาดเป็นห้วงๆด้วยอาการบังคับตัวเอง นนท์นลินโอบแขนไปกอดน้องไว้ และอิงครัตก็กอดตอบพร้อมอาการสะอื้นฮักๆ หญิงสาวลูบผมน้องเบาๆอย่างปราณี...รู้ดีถึงความสับสนในใจของการ’ยอม’ หรือ’ไม่ยอม’รับความเป็นพี่ของเธอ ทั้งที่คงตั้งใจมาแล้วว่าจะรับ

“พี่ขอบใจน้องทั้งสองคน...พี่ดีใจมากเลยที่น้องมางานของพี่ได้ มันมีความหมายกับพี่...เราสองคนเป็นส่วนสำคัญของความสุขของพี่วันนี้นะ”

“พี่...จะ...ให้อภัย ความโง่เขลา ไม่มีความคิดของน้อง...ได้มั้ย”

“พี่ไม่เคยคิดว่าน้องของพี่โง่เขลาเลย เด็กก็จะคิดอะไรอย่างเด็ก...แล้วพี่ก็เข้าใจดีเพราะพี่ก็เป็นเด็กมาก่อน เมื่อก่อนถึงรู้ว่าตัวเองมีน้อง แต่มันก็เลือนรางเหมือนความฝัน มันดีจังที่รู้สึกว่าตัวเองได้เป็นพี่ใหญ่...แล้วมีน้องอีกสองคน พี่เคยเป็นแต่คนที่เด็กที่สุดในบ้าน เป็นลูกแหง่ตลอดเวลา ตอนนี้ก็เลยรู้สึกว่าใหญ่โตขึ้นมาก...มากจริงๆ...”

อายุธมองดูลูกทั้งสามของเขาด้วยดวงตาที่คลอด้วยน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ เขากางแขนโอบตัวลูกรักทุกคนไว้ด้วยกัน

“พ่อไม่เคยรู้สึกมีความสุขมากขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต”

“เราเข้าไปข้างในกันเถอะครับ แขกเข้าไปในงานกันเกือบหมดแล้ว อีกสักครู่พิธีการบนเวทีคงจะเริ่ม...”

พรรษกรหลบให้บิดาและน้องชายหญิงของเจ้าสาวเดินไปข้างหน้าเป็นการให้เกียรติ ตัวเองจับแขนเธอไว้เบาๆ แต่ก็บอกเป็นนัยว่า เขาต้องการให้เธอเดินอยู่ข้างๆเขา ไม่โผไปกอดใครหรือไปให้ใครกอดอีก...แต่ก็ คงจะหมดแล้วละ มารดาของเธอและคู่หมั้น มารดาของเขาพร้อมสามี บิดาของเขาพร้อมคุณปู่คุณย่า คุณยายของเธอและป้านัญ ทุกคนก็อยู่ในงานหมดแล้ว

แต่แขกคนที่เพิ่งพ้นบันไดมานั่นซิที่เขารู้สึกว่าทำให้นนท์นลินชะงักไปอีกครั้ง ชายหนุ่มใช้สายตามีคำถามมองหน้าเธอ...ก็รู้ละว่าแขก แต่ทำไมเธอต้องทำตัวแข็งแบบนี้

ชายหนุ่มร่างสูง และสตรีสาวที่มีเค้าหน้าคล้ายคลึงกัน ใครอีกล่ะ...ไม่น่าใช่เพื่อนเธอ หญิงสาวพึมพำเบาๆแต่เสียงสั่นทีเดียว

“คุณชัชวาล!...”

ชื่อนั้นทำเอาพรรษกรต้องหยุดนิ่ง ตั้งท่ารับโดยอัตโนมัติ เขาได้ยินกิตติศัพท์ของผู้ชายคนนี้มาหลายครั้ง เคยนึกสงสัยว่าคนที่เกือบจะได้เป็นเจ้าบ่าวของน้องสะใภ้จะหน้าตาท่าทางเป็นยังไง ธีรดาไม่ได้ตื่นเต้นกับหนุ่มหล่อ ดีกรีสูง และดูจะเพียบพร้อมทุกอย่างเช่นน้องชายของเขา ก็แสดงว่า คนที่เกือบจะเป็นคนของเธอก็คงจะไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน

เพิ่งเห็นกับตาว่า ชายหนุ่มคนนั้นคมสัน สง่างามสมกับความคาดหมายของเขา  และเมื่อนนท์นลินพนมมือไหว้ตามธรรมเนียม คนเป็นเจ้าบ่าวก็จำต้องทำตาม...คนเป็นแขกมองดูทั้งสองด้วยแววตาแสดงความประหลาดใจ

“คุณคงเป็นหนูนนท์...ไม่น่าเชื่อว่าจะโตเร็วอย่างนี้ โตทันแต่งงานพร้อมน้าเลย แล้วทำไมดาถึงไม่อยู่ตรงนี้ด้วย”

“จวนถึงพิธีการบนเวทีแล้วค่ะ เราต้องช่วยกันดูแลแขก น้าดากับคุณแมนก็เลยเข้าไปในงานก่อน พอดีมีแขกที่มาล่าอยู่สองสามคน แล้วก็เป็นแขกของดิฉัน เราก็เลยต้องอยู่ต้อนรับ ...เชิญข้างในเลยค่ะ”

“ผมแวะมาอวยพร แล้วก็เอาของขวัญมาแสดงความยินดี แต่เดี๋ยวต้องไปงานแต่งอีกงาน...เพื่อนของน้อง พอดีงานนั้นเป็นงานของเด็กๆ ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนงานนี้ ก็เลยต้องมาที่นี่ก่อน เดี๋ยวมาสายจะไม่เจอใคร...แต่นี่...ก็คงสายไปแล้ว...”  เสียงเขาแกมเยาะนิดๆแต่ไม่รู้ว่าเยาะใคร แล้วยังทอดถอนใจ หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“ถ้าอยากเจอน้าดาก็เข้าไปข้างในซิคะ...ไม่เห็นจะสายอะไรเลย น้าดาคงดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่า”

“สายไปแล้วสำหรับผม...เดี๋ยวผมจะเซ็นอวยพรให้บ่าวสาวในสมุด แล้วก็ฝากของขวัญไว้กับเจ้าหน้าที่เขาก็แล้วกัน ตั้งใจว่าจะมาให้ทันเจอแค่ที่หน้างาน พอดีวันนี้รถมันติดมาก...ผมตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่า จะไม่เข้าไปในงาน ถึงไม่เจอตัว...เห็นแค่รูปพรีเวดดิ้ง ผมก็รู้แล้วว่าเธอมีความสุข...ก็...คงจะพอแล้ว...”

เจ้าสาวชิงยกมือไหว้อีกครั้งเป็นการตัดบท...ไม่เข้าไปก็ดี...ฉันก็ไม่ได้อยากให้คุณเข้าไปก่อกวนความสงบในจิตใจของเจ้านายฉัน ไม่รู้ว่าคนนั้นจะมีปฎิกริยายังไงถ้าได้เจอโจทก์เก่าของเจ้าสาวของเขา

“ช่วยบอกดาด้วยว่า...ผมดีใจที่เขามีความสุข...”

“ขอบพระคุณนะคะ ดิฉันจะบอกน้าดาตามนั้น แต่ตอนนี้ถ้าคุณไม่เข้าไปในงาน ดิฉันกับคุณเมฆต้องขอตัวก่อน...ท่านผู้ใหญ่คงจะรอเราแล้ว...”

ชัชวาลก้มศีรษะให้นิดหนึ่ง น้องสาวของเขาก็ทำอาการเดียวกัน ทั้งคู่แยกไปที่โต๊ะยาว ที่วางสมุดประสาทพรสมรสไว้ให้แขกที่มาในงานเซ็นอวยพรคู่บ่าวสาวแยกเป็นแต่ละคู่ โต๊ะวางของขวัญ กล่องรับซอง และเจ้าหน้าที่สาวสวยหลายคนที่ล้วนเป็นญาติเด็กๆของเจ้าภาพที่มาคอยอำนวยความสะดวกให้แขกและแจกของชำร่วย

พรรษกรดึงมือนนท์นลินเดินเข้าไปในงาน เขาก็ค่อนข้างโล่งใจที่ชัชวาลไม่ได้ตามเข้ามา นายแมนมันทำปากแข็งว่าไม่รู้สึกอะไร ถ้าจะต้องเผชิญหน้ากับอดีตคนรักของเจ้าสาว...แต่มันแน่หรือเปล่า เขาเคยลองสมมุติเล่นๆว่า...ถ้าเกิดนนท์นลินเคยมีคนรักถึงขั้นเตรียมการจะแต่งงานกัน...แล้วต้องกลับมาเจอกันอีกต่อหน้าต่อตา ในเวลาที่เธอเป็นคู่แต่งงานของเขา...เขาจะรู้สึกเฉยๆได้มั้ย ไม่ได้...ไม่ได้แน่ๆ

ตอบตัวเองเสร็จสรรพ เขาก็คิดว่าเข้าใจความรู้สึกของน้องชายได้ดี นายนั่นมันคงจะยิ่งอาการหนักกว่าเขา ยังไงเขาก็รู้ว่า เจ้าสาวของเขาไม่เคยมีใคร...สมมุติยังไงมันก็ไม่มีทางได้ความรู้สึกที่แท้จริง แต่น้องรักผู้หญิงของเขาอย่างทุ่มเทมาตั้งแต่ต้น แค่เธอพูดจากับคนรักเก่าแบบธรรมดาๆ ก็อาจสร้างบาดแผลขึ้นในใจคนที่มองดูอยู่ได้ง่ายๆ

อรรธกรรณและธีรดาเคลื่อนกายอยู่ในหมู่เพื่อนฝูงที่ค่อนข้างจะสนุกสนานเฮฮา พรรษกรต้องดึงนนท์นลินเข้าไปในกลุ่มพื่อนของเขาและของเธอด้วย เผลอไม่ได้...เธอทำท่าจะถลาเข้าไปหากลุ่มญาติ พ่อ แม่ คุณยาย คุณย่า คุณปู่ คุณป้า และน้องๆของเธออยู่เรื่อย

แต่ยามเมื่ออยู่ในกลุ่มเพื่อน เธอก็ร่าเริงแจ่มใสตามวัยของตัวเอง เขาต้องคอยจับมือเธอไว้...คอยเตือนว่าเธอกำลังเป็นเจ้าสาว จะพูดจารื่นเริงบันเทิงใจตามประสาที่เธอเคยพูดอยู่ประจำไม่ได้

พิธีกรบนเวทีเริ่มเชิญบ่าวสาวทั้งสองคู่ขึ้นไปรับฟังโอวาทของแขกผู้ใหญ่...หลังจากนั้นมีการสัมภาษณ์ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงตามธรรมเนียม ก่อนจะมีการเสิร์ฟอาหารให้ที่โต๊ะของแขกอาวุโส ที่ทางฝ่ายจัดงานจัดโต๊ะไว้ให้ด้านหน้าเวที ทั้งสองด้าน

แขกหนุ่มสาวมีซุ้มอาหารหลากหลายจากครัวของทางโรงแรมที่ตั้งไว้ให้เลือกได้ตามความพอใจติดผนังทั้งสองด้านของฮอลล์ตลอดครึ่งหลังด้านตรงข้ามกับเวที พนักงานเสิร์ฟในเครื่องแบบของโรงแรมพร้อมถาดเครื่องดื่มชนิดต่างๆ กระจายกันบริการทั่วทั้งงานตลอดเวลา

เมื่อเสร็จสิ้นการรับประทานอาหารได้สักพักใหญ่ ก็เป็นพิธีการตัดเค้กแต่งงานที่จัดคู่กันเป็นสองด้าน แสงไฟในห้องหรี่ลงเพื่อให้ทั้งสองคู่บ่าวสาวได้ขึ้นไปจุดเทียนที่เค้กก่อนจะตัดเค้กเพื่อนำกลับไปให้ญาติผู้ใหญ่ตามธรรมเนียม แสงแฟลชจากช่างภาพมืออาชีพของงาน และจากกล้องมือถือจำนวนมากสว่างวูบวาบตลอดเวลา เพื่อบันทึกภาพที่สวยงามมีความสุขราวกับเทพนิยาย

งานเลี้ยงเริ่มเลิกราเมื่อเวลาประมาณสี่ทุ่ม เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่หลังจากถ่ายรูปตามโต๊ะของเพื่อนๆกันจนหน้าจืดไปตามๆ ก็ต้องออกมายืนส่งแขกที่เริ่มทยอยกันลากลับ ซึ่งกว่าแขกจะกลับกันหมดก็เกือบจะห้าทุ่ม

ทางโรงแรมเปิดห้องสวีทเป็นห้องพักสำหรับคู่บ่าวสาวไว้ให้สองห้อง และจะใช้เป็นห้องหอเพื่อทำพิธีส่งตัวกันที่นี่เลย...ผิดคาดที่นนท์นลินคิดว่าทั้งคุณยายและคุณย่าจะให้โอวาทมากมายในพิธีสุดท้ายนี้ แต่ท่านทั้งสองกลับพูดกันคนละสั้นๆพอเป็นสังเขป พ่อกับแม่ก็เหมือนกัน ทั้งพ่อแม่เธอ และพ่อแม่เขา 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน