• นักษรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vongkae@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 729
  • จำนวนผู้ชม : 139784
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
นักษรา
การเขียนได้และได้เขียนยังต้องการอีกสิ่งหนึ่งที่นักเขียนทุกคนกระหาย..นั่นคือการได้ปรากฎตัวของผลงานเกรงว่าถ้าไม่สามารถสักวันไฟที่ลุกโพลงอยู่ในความคิดจะมอดลง..ซึ่งเป็นหายนะของชีวิตนักเขียน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara
วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม 2560
Posted by นักษรา , ผู้อ่าน : 413 , 14:34:20 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๒๘.๑

 

 

 

 

เสียงแจ๋วๆเล่าเรื่องให้เขาฟัง สำเนียงออกจะสนุกสนานเสียด้วยซ้ำ ขณะที่ชายหนุ่มขมวดคิ้วจนหัวคิ้วแทบจะชนกัน อยากจับตัวเธอมาเขย่าสั่งสอนให้รู้ว่าอะไรควรไม่ควรเสียบ้าง แต่เมื่ออีกฝ่ายเล่าจบและสอดมือเข้ามาในมือของเขา แทรกนิ้วเรียวเล็กในมือนุ่มไว้ระหว่างนิ้วของเขา แล้วดึงมือไปแนบไว้กับริมฝีปาก คนที่ตั้งใจจะว่ากล่าวด้วยถ้อยคำดุเดือดก็กลับรู้สึกเหมือนพูดไม่ออก

“ณิชมน คุณรู้ใช่มั้ยว่า....ถ้าเคราะห์ร้ายคุณเป็นอะไรไป ผมกับรัญชนาจะเป็นยังไง...”

“ดิฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ยายคนนั้นก็ไม่ใช่ว่าท่าทางจะยิงปืนแม่น แต่พ่อเล่นยืนเป็นเป้านิ่งยังกับเอาไว้ให้เขาซ้อมยิง ดิฉันก็เลยต้องเข้าไปขัดตาทัพนิดหน่อยเท่านั้นเอง เจ็บตัวนิดเดียวได้รู้เรื่องดีๆตั้งเยอะ...คุ้มจะตาย...”

ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ พูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้

“ผมนึกภาพคุณเป็นแม่คนไม่ออกเลยนะ จะไปเล่นขายของกับลูกหรือเปล่าเนี่ย”

“คุณวีร์ ถึงดิฉันจะแก่นกะโหลกยังไงก็ยังอายเป็นอยู่นะคะ....พูดจา”

เธอทำท่าค้อนประหลับประเหลือกจนชายหนุ่มอดหัวเราะไม่ได้ เสียงเคาะประตูเบาๆ ก่อนพยาบาลสองคนจะผลักประตูเข้ามา

“คุณหมอให้ฉีดยาให้คุณอีกเข็ม แล้วนี่คุณฉวีวรรณค่ะ....เธอจะเป็นพยาบาลพิเศษของคุณคืนนี้ เธอจะมารับหน้าที่ประมาณทุ่มนึงนะคะ หรือถ้าคุณต้องการให้มาเร็วกว่านั้น.....”

“ไม่ต้องค่ะ...สามีดิฉันจะอยู่ด้วยจนถึงทุ่มนึง มาตอนนั้นก็ดีแล้ว”

เธอจับมือเขาไว้แน่นจนศิรวีร์อดนึกขันไม่ได้...ดูเธอจะบอกใครต่อใครว่าเขาเป็น ‘สามี’ คล่องปากไม่มีขัดเขินอะไรเลย....

“คุณทานอาหารอ่อนๆได้แล้วนะคะ อีกสักครู่อาหารก็จะมา น้ำเกลือหมดขวดนี้ก็พอแล้ว”

พยาบาลฉีดยาเข้าในสายน้ำเกลือ แล้วหันกลับไปจัดอุปกรณ์ที่เป็นเวชสัมภาระ รอเวลาให้น้ำเกลือหมดขวดอยู่อีกพักใหญ่ ก่อนจะถอดสายน้ำเกลือออกแต่ยังทิ้งเข็มน้ำเกลือพันติดไว้ที่ข้อมือ แล้วจึงออกไปจากห้องทั้งคู่ อีกไม่กี่นาที พนักงานของโรงพยาบาลก็นำ ‘อาหารอ่อน’ เข้ามาให้...ศิรวีร์ชะโงกหน้าเข้าไปดู...ข้าวต้มอะไรสักอย่าง...

“หิวหรือเปล่า...ของกินไม่เห็นน่ากิน ผมไปดูของอร่อยๆให้เอามั้ย...รอเดี๋ยว...”

“ไม่ค่ะ...อร่อยมั้ยอร่อยก็ช่าง ดิฉันไม่ให้คุณไปไหน...”

“โธ่เอ๊ยคนดี....ผมไม่ได้จะไปไหนไกล...”

“ออกไปพ้นสายตาดิฉันก็เรียกว่าไกลแล้ว คุณป้อนดิฉันซิคะ...อะไรที่คุณป้อนมันก็อร่อยทั้งนั้นแหละ...”

“อย่าพูดอะไรให้ผมคอนโทรลตัวเองไม่ได้”  เขามองดูเธอด้วยแววตาของความรักเต็มเปี่ยม

“หมุนหัวเตียงขึ้นหน่อยซิคะ”

“คุณจับมือผมไว้แน่นขนาดนี้จะไปทำอะไรได้” เขาบอกเธอขันๆ เห็นหญิงสาวทำหน้าง้ำ

“ก็ดิฉันกลัวคุณจะหนีไป”

“พูดอะไรนะ....ผมจะหนีไปไหน อยู่ถึงไหนก็วิ่งโร่มาหาคุณอยู่นี่ มา...เดี๋ยวผมป้อนข้าวให้..”

ศิรวีร์ค่อยดึงมือออกจากมือเธอ หมุนเตียงขึ้นจนเธอนั่งเอนๆอยู่ในท่าสบาย ลากโต๊ะสำหรับวางอาหารของคนไข้มาเทียบให้ที่เตียง ขนมหวานน่าจะเป็นวุ้นสังขยาชิ้นเล็กๆ น้ำผลไม้ และน้ำเปล่า เห็นเธอทำท่ากระตือรือร้น...ไม่ได้สนใจอาหารหรอก เธอคงอยากรู้ว่า เขาจะป้อนเธอท่าไหนมากกว่า แล้วก็อดนึกสมมุติในใจไม่ได้...นี่ถ้าคนที่แต่งงานกับรัญชนาเป็นเขาแทนที่จะเป็นนิติธร...เธอก็จะคือลูกสาวของเขานะ

“ทำไมทำหน้าแปลกๆ ไม่เคยป้อนข้าวผู้หญิงหรือคะ”

“ไม่เคย”

“เคยแต่ถูกผู้หญิงป้อนละซิ...”

“อย่ามาหาเรื่อง...”  เขาส่งอาหารคำแรกไปถึงริมฝีปากเธอ ก่อนที่ปากบางช่างเจรจาจะพูดจาหาเรื่องเขาต่อไป และคำที่สอง ที่สามก็ตามไปถี่ยิบ จนเธอต้องจับข้อมือเขาไว้

“นี่เป็นคนไข้นะคะ ไม่ใช่เครื่องจักรรับอาหาร”

“ขืนปล่อยให้ปากว่าง จะได้พูดจาหาเรื่องผมไปเรื่อยๆละซิ”

“ถ้าไม่อยากให้พูด ไม่พูดก็ได้นะ...”

“พอเลิกจากพูดมากก็จะแสนงอน มีเท่านั้นแหละ...ใช่มั้ย ถ้าไม่ยอมอ้าปากจะถูกจูบนะ”

“ไม่กลัว...”

เธอทำหน้าเชิดจนคนนั่งข้างๆอดไม่ได้ที่จะจับปลายคางไว้ แล้วยื่นหน้ามาจูบติดๆกันสองครั้งก่อนจะหัวเราะเบาๆเมื่อมองหน้าคนแสนงอน

“ยังไม่รู้นะว่าอีกหน่อยต้องป้อนข้าวลูกกับเมียพร้อมกันหรือเปล่า”

เธอกำมือทุบที่หัวไหล่เขา แต่พอออกแรงก็รู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาจนต้องสูดปากเบาๆ ชายหนุ่มวางถ้วยข้าวต้มลง หน้าเสียจนอีกฝ่ายกลับต้องเป็นฝ่ายปลอบ

“ไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ อย่าตกใจเลย หมอบอกแล้วว่าอย่าเพิ่งให้กระเทือน...เผอิญดิฉันก็ไม่ใช่คนเรียบร้อยแบบกุลสตรี”

“นั่งดีๆแล้วก็ทานข้าว อยากทุบผมเมื่อไหร่ก็บอก จะได้เข้ามาให้ทุบใกล้ๆ ไม่ต้องออกแรงให้เจ็บ...”

เธอมองหน้าเขาตาหวานจนศิรวีร์เริ่มใจคอไม่ดีอีก ได้ยินเธอแสร้งทำเสียงเล็กเสียงน้อย

“ถ้าอยากทำอย่างอื่นล่ะ”

“นี่มันโรงพยาบาล...ไม่รู้ว่าใครจะโผล่เข้ามาตอนไหน ไว้อยู่ที่บ้านเราก่อนนะ คุณจะทำยังไงกับผมก็ได้ทั้งนั้น”

“พูดจริง!”

“จริง...ไปบ้านคราวหน้านี่ คุณจะไปในฐานะภรรยาของผม”

พอเขาพูดเอาจริงเอาจังเข้า ณิชมนก็เป็นฝ่ายอายม้วนไปเสียเอง เขาลูบแก้มใสที่ซับสีระเรื่อขึ้นทันทีที่เขาพูดจบอย่างเอ็นดู

“ทานข้าวต่อเถอะ เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อย...ของยิ่งไม่ค่อยอร่อยอยู่แล้วด้วย..” เขาลงมือป้อนข้าวให้เธออีกครั้ง

“คุณเชื่อหรือเปล่าว่า...มันเป็นข้าวต้มที่อร่อยที่สุดในโลก” เธอพูดพลางแตะมือเขาไว้เบาๆ

“ถ้าผมเป็นคนกิน ผมก็คงรู้สึกแบบนั้น...กินไปจูบกันไป  เออ...แล้วคุณพ่อคุณจะกลับมาอีกมั้ยเนี่ย...”

“วันนี้คงไม่แล้วละค่ะ พ่อหาพยาบาลพิเศษไว้ให้แล้ว ก็คงกะแค่อยู่รอดูให้เห็นกับตาว่าลูกฟื้นแล้วจริง ค่อยกลับบ้าน เผอิญเจอคู่ปรับเข้าเสียก่อน ใจถึงนะ...ทิ้งลูกไว้กับคู่แข่ง”

“เขารู้ว่าผมไม่มีปัญญาทำอะไรคุณในโรงพยาบาลหรอก คงกลับไปตั้งหลักว่าจะทำยังไงกับมันดี”

“คุณกะจะทำยังไงต่อล่ะคะ ไปเปิดศึกกับพ่อแบบนี้”

“คงต้องทำไปตามเหตุการณ์ แต่เราบอกเขาแล้วว่าเราจะแต่งงานกัน นั่นก็เปิดทางไว้ตั้งครึ่งตั้งค่อนแล้ว ลูกสาวก็ยอมรับผมเป็นสามีหน้าชื่นตาบานอยู่แล้ว ผมถือไพ่เหนือกว่าเห็นๆนะตอนนี้”

“อย่าผยองไปหน่อยเลย รู้ก็ทั้งรู้ว่า คนที่จะได้ไปน่ะ..ร้ายแค่ไหน”

“ร้ายแค่ไหนก็รักไปแล้ว ช่วยไม่ได้แล้วละ”

“คุณวีร์...”

“อย่าทำท่าแบบนี้น่า เดี๋ยวก็ถูกปล้ำในโรงพยาบาลหรอก”

“เก่งแต่ปาก...อยู่บ้านยังวิ่งหนีไปรอบบ้าน...”

ณิชมนเพิ่งเห็นเขาทำตาเจ้าชู้แวววับเป็นครั้งแรก เมื่อจับปลายจมูกเธอบีบเบาๆ ริมฝีปากได้รูปงามกล่าวคำคาดโทษ

“ผมบอกแล้วว่า กลับไปบ้านอีกครั้งทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม แล้วคอยดูว่าใครจะต้องเป็นฝ่ายวิ่งหนีไปรอบบ้านกันแน่...”

***************

รัญชนาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอน เมื่อพยาบาลประจำตัวกลับไปหลังจากดูให้เธอกินยาตอนเย็นเรียบร้อย เธอรู้ตัวว่าหลังกลับจากโรงพยาบาลครั้งหลังสุด ทุกคนดูประคับประคองเธอมากกว่าปกติ แม้แต่สามีที่ก่อนหน้านั้นมักจะมีวาจาเหน็บแนมแปลกๆ เวลาเขาเกิดอารมณ์เสียขึ้นมา

เดี๋ยวนี้อาการนั้นก็เหมือนจะถูกเก็บใส่ลิ้นชักปิดกุญแจ เพราะพอรู้สึกตัวว่าจะอารมณ์ไม่ดี นิติธรก็จะทำอีกอย่าง คือพยายามถอยฉากออกไปจากเธอ แล้วบางครั้งเขาก็หายไปนานๆ

เธอเก็บความสงสัยไว้ จนเมื่อการตรวจเช็คร่างกายครั้งสุดท้าย เมื่อมีโอกาสอยู่ลำพังกับนายแพทย์ประจำตัว เธอก็พยายามเลียบเคียงถามเขาว่าเธอเป็นอะไร ทำไมทุกคนจึงดูระมัดระวัง ราวกับเธอเป็นแก้วเจียรนัยที่พร้อมจะแตกร้าว หากถูกกระทบกระทั่งแม้เพียงเล็กน้อย และคำตอบที่ได้ก็ทำให้เธอนิ่งอึ้งไปพักใหญ่

“ความจริงหมอไม่อยากบอกให้คุณมีกังวล แต่มาคิดดูอีกที ถ้าคุณรู้ตัวไว้อาจจะทำให้การดูแลรักษาตัวเองได้ผลมากขึ้น คุณเป็นโรคหัวใจที่มีอาการของกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม ไม่ได้เกี่ยวกับหลอดเลือดที่เข้าไปเลี้ยงหัวใจเพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถผ่าตัด ทำบอลลูน ทำบายพาสได้ ต้องให้ยารักษาสภาพความเป็นปกติเอาไว้

การได้ยาที่ถูกต้อง ตรงเวลา อยู่ในการดูแลอาการอย่างใกล้ชิดของบุคลากรทางการแพทย์จึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้ารักษาทุกอย่างให้อยู่ในความเป็นปกติแบบนี้ ก็จะชะลอพยาธิสภาพของโรค ให้อยู่ในระดับที่คนไข้จะไม่ต้องทุกข์ทรมาณ ทุกคนในครอบครัวของคุณถึงได้พยายามให้คุณได้อยู่ในภาวะที่ราบรื่น ไม่มีอะไรมากระทบกระเทือน

แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่คุณต้องช่วยเหลือตัวเองและคนอื่นด้วย ใครที่ไหนเขาจะมารู้สภาพจิตใจของเราเท่ากับตัวของเราเอง และสภาพแบบนั้นก็สามารถจะคอนโทรลได้ ด้วยตัวของเราเองเท่านั้น

คุณจะต้องไม่ปล่อยให้ตัวเองเกิดความรู้สึกรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านไหนทั้งสิ้น เพราะมันจะกระทบกระเทือนกับการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ หมออยากจะขอให้คุณรักษาระดับความรู้สึก นึกไว้เสมอว่า คุณเป็นคนที่มีค่าของครอบครัว...ทุกคนถนอมคุณ แต่ถ้าคุณไม่ถนอมตัวเอง การถนอมของคนอื่นก็จะไร้ค่า....”

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน