• นักษรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vongkae@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 767
  • จำนวนผู้ชม : 181114
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
นักษรา
การเขียนได้และได้เขียนยังต้องการอีกสิ่งหนึ่งที่นักเขียนทุกคนกระหาย..นั่นคือการได้ปรากฎตัวของผลงานเกรงว่าถ้าไม่สามารถสักวันไฟที่ลุกโพลงอยู่ในความคิดจะมอดลง..ซึ่งเป็นหายนะของชีวิตนักเขียน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara
วันศุกร์ ที่ 26 มกราคม 2561
Posted by นักษรา , ผู้อ่าน : 951 , 15:21:49 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๓๓.๑

 

 

 

 

หญิงสาวยังคงนั่งคิดไตร่ตรองอยู่ อีกวันสองวันแม่ก็คงกลับบ้านได้ เมื่อแม่กลับมา เธอไม่อยากให้มีเรื่องอะไรมากระทบกระเทือนใจแม่อีก แม่ที่หวานอมขมกลืนกับเรื่องของพ่อมานาน พอหมดเรื่องที่พ่อระแวงแม่ เธอก็กำลังจะส่งเรื่องให้แม่ระแวงพ่อเข้ามาต่อเนื่อง...มันจะดีหรือนี่

หรือจะปล่อยให้เรื่องนี้เป็นความลับตลอดไป แต่...ใครๆก็บอกว่า ความลับไม่มีในโลกนี่นะ ถ้ามันไม่ได้ถูกเปิดเผยในเวลาอันสมควร แต่เกิดไปปูดขึ้นมาในเวลาที่ไม่มีใครคาดฝัน...ผลของมันจะเป็นยังไง

พ่อของเธออาบน้ำแต่งชุดลำลองแบบอยู่กับบ้าน พอจิตใจปลอดโปร่ง พ่อก็กลับไปเป็นหนุ่มหล่อรวดเร็วเหมือนที่เธอคาดไว้ เขาโกนหนวดเคราจนใบหน้าเกลี้ยงเกลาแจ่มใส ไม่ดูทรุดโทรมเหมือนเมื่อสองสามวันก่อน เมื่อเขาเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆ เธอก็ถามยิ้มๆว่า

“พ่อเข้าออฟฟิศบ้างหรือเปล่าคะ”

“เอาปัญญาที่ไหนไปเข้า ทั้งลูกทั้งเมียนอนแบ่บอยู่โรงพยาบาล”

“เราหายไปทั้งคู่เป็นอาทิตย์...”

“ช่างเถอะ...มันไม่ล้มเลิกกิจการไปแค่เราไม่ไปทำงานอาทิตย์เดียวนี่หรอก แกคิดจะบอกเรื่องจริงๆให้แม่เขารู้หรือเปล่า....”  คนเป็นพ่อมีสีหน้ากังวลใจ แต่พยายามทำเสียงให้เป็นปกติ

“ไม่จำเป็นจนหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คงไม่บอกค่ะ พ่อจัดการเรื่องทางพ่อให้เรียบร้อยเถอะ”

“ความจริงพ่อไม่อยากมีเรื่องอะไรปิดบังแม่เขานะ รู้แล้วว่าเรื่องลับลมคมในมันทำร้ายชีวิตพวกเรา แต่คงต้องดูโอกาส สุขภาพเขาไม่ค่อยเอื้ออำนวย...พ่อทำร้ายความรู้สึกเขามามากเกินไปแล้ว”

“หนูก็คิดเหมือนพ่อแหละค่ะ ไม่อยากให้มีอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจแม่อีก ที่กำลังคิดอยู่นี่ก็อีกเรื่องนึง...หนูไม่ค่อยแน่ใจ...”

“มีเรื่องอะไรอีก...” บิดาถามด้วยทีท่าหวาดระแวง

“เรื่องพัทธ์ดนัยค่ะพ่อ”

นิติธรขมวดคิ้ว จ้องหน้าบุตรีเขม็ง แล้วใจเขาก็ค่อยๆวาบลง....แววตาคมวับของลูกสาวบอกว่าเธอรู้เรื่องบางอย่างลึกซึ้ง...รู้ลึกแค่ไหน  คนเป็นลูกเลื่อนตัวลงนั่งกับพื้นประสานมือไว้บนตักของบิดา

“เขาน่าสงสารนะคะ...เขาเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รู้เรื่องของตัวเอง มีคนรู้เรื่องของเขาหลายคน บางคนรู้ละเอียดหมดจด บางคนรู้ครึ่งๆกลางๆ แต่ตัวเขาเองไม่รู้เลย....”

“แกกำลังพูดเรื่องอะไร!...”

“เรื่องลูกอีกคนของพ่อค่ะ”

“ยายมน”  คนอุทานทำหน้าตกใจ และนิ่งขึงไป แต่ดวงตาแจ่มแจ๋วของลูกสาวมองหน้าเขานิ่งอย่างแน่วแน่

“ทุกคนพยายามปิดเรื่องนี้ บางคนปิดเพราะรักเขา อย่างพวกพันธวัชวงศ์ บางคนก็เป็นห่วง ปกป้องอย่างคุณวีร์...แล้วบางคนก็เพราะกลัว...อย่างพ่อ”

“หือ!”

“พ่อพยายามปิดหูปิดตาเรื่องของเขา...หนูเข้าใจ เพราะพ่อรักแม่ ความจริงหนูควรจะดีใจที่พ่อพยายามทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ พ่ออาจจะไม่รู้ว่าเขามีตัวตนอยู่บนโลกนี้ ไม่รู้จนเมื่อได้เจอกับเขา แต่พ่อรู้แล้วว่าเขามีตัวตน มีเลือดของพ่ออยู่ในตัวครึ่งนึง พ่อจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ มันถูกต้อง ยุติธรรมหรือคะ....

เขาเก่งแบบเดียวกับที่พ่อเก่ง แล้วก็ดีเพราะได้รับการอบรมมาดีจากครอบครัวที่รักเขา หนูเป็นคนเดียวที่มีโอกาสได้รู้ข้อมูลจากหลายด้าน จากแม่ จากตัวเขาเอง จากคุณวีร์....พ่อรู้หรือเปล่าหนูไม่แน่ใจ แต่คุณวีร์ต้องแต่งงานกับคุณแม่ของพัทธ์เพราะคุณตาของเขาต้องการเก็บหลานไว้

ท่านเลี้ยงเขาอย่างทายาทของพันธวัชวงศ์...ยอมแลกอนาคตของคนหลายคน เพื่อให้เขาได้เกิดมาอย่างถูกต้อง มีชีวิตที่มีเกียรติ สง่างามอยู่ในสังคม....อนาคตของลูกสาวคนเดียวของท่าน...ความสุขในชีวิตของเด็กกำพร้าที่ท่านรับอุปการะ....ท่านยอมเสียศักดิ์ศรีขอร้องให้เขา ทำสิ่งที่ท่านรู้ว่าจะทำลายหัวใจของเขา...ของท่านเองด้วย  คนรักเกียรติที่ต้องฝืนใจทำสิ่งที่ทำลายความไว้ตัว..พ่อไม่รู้ว่าพ่อทำร้ายพวกพันธวัชวงศ์แค่ไหนใช่ไหมคะ

ถึงคุณวีร์จะเป็นพ่อจำเป็นของพัทธ์ เขาก็พยายามทำทุกอย่างที่เขาจะทำได้ เขาคิดว่าเขารักพัทธ์เหมือนลูก ปกป้องทุกอย่างเท่าที่คนเป็นพ่อคนหนึ่งจะสามารถทำได้ ที่เขาพูดเต็มปากเต็มคำว่าหนูเป็นเมียเขา ก็เพราะไม่ต้องการให้พัทธ์ทำผิดด้วยความไม่รู้ เขารู้ว่าพัทธ์รักหนู...

และถ้าหนูมีความสัมพันธ์กับคนอื่นที่ไม่ใช่คนที่เขาเข้าใจว่าเป็นพ่อ พัทธ์ต้องใช้ทุกอย่างที่เขามีช่วงชิงหนูไปเป็นของเขา เหมือนที่พ่อเคยทำกับแม่ คุณวีร์ต้องทำให้เขาเข้าใจว่า หนูเป็นผู้หญิงต้องห้าม เป็นเมียของพ่อ ที่เขาไม่มีวันจะแตะต้อง เขา...เขาถึงจำเป็นต้องหลีกทางให้ เขาต้องไปให้ไกลเพราะเหตุผลนี้

คุณวีร์ไม่ได้ล่วงเกินหนูแบบที่เขาพูดให้พัทธ์เข้าใจ เขาบอกหนูเสมอว่า เขาจะถนอมหนูไว้ถึงวันแต่งงาน หนูถึงเชื่อใจเขาเต็มร้อยว่า เขาก็จะปฎิบัติกับแม่แบบเดียวกัน เขาเป็นคนแปลกกว่าผู้ชายทั่วไป แม่เองก็รู้...แม่เคยบอกหนูว่า..เขาไม่ล่วงละเมิดผู้หญิงที่ไม่ใช่สิทธิ์ของเขา ไม่แตะต้องผู้หญิงที่เขาไม่รัก และไม่ทำลายผู้หญิงที่เขารัก....

เพราะเขาเป็นแบบนี้ หนูถึงรักและเชื่อเขาได้สนิทใจ ถึงเขาจะอยู่รุ่นเดียวกับพ่อและแม่ หนูก็แน่ใจว่าหนูกับเขาจะสร้างชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น มั่นคงได้จากความเป็นคนจิตใจสะอาดของเขา พ่อแน่ใจได้เสมอว่าเขาไม่ล่วงละเมิดผู้หญิงคนไหนของพ่อทั้งนั้น แม้แต่แม่ของพัทธ์ดนัยที่อยู่ในฐานะภรรยาของเขามาหลายปี

หนูไม่ได้เจ็บปวดอะไรที่รู้ว่าพ่อมีลูกชายอีกคน...แต่สำหรับแม่ หนูไม่แน่ใจ เพราะแม่เชื่อในสัญญาของพ่อหมดหัวใจ แม่บอกว่า..อะไรที่พ่อสัญญาพ่อไม่เคยผิดคำพูด หนูไม่อยากให้แม่สูญเสียความเชื่อข้อนั้น

ถึงหนูรู้ว่าพ่อไม่ได้ผิดสัญญา เรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนคำสัญญานั้น แต่..ผลของมันกับความรู้สึกของแม่คงไม่ต่าง พ่อคงต้องตัดสินใจเองว่าจะทำยังไง หนูก็ลำบากใจมากเหมือนพ่อ ทั้งแม่ทั้งพัทธ์เหมือนเลือดเนื้อ แขนขาของเราทั้งสองคน ถ้าเขารู้เรื่องนี้เขาจะเจ็บปวดมากกว่ายินดีใช่ไหมคะพ่อ

แม่จะเจ็บปวดที่พ่อผิดสัญญา..ถ้าแม่รู้สึกว่าสัญญาของพ่อไม่มีความหมาย ต่อไปแม่ก็จะหมดความเชื่อถือ ไม่ว่าพ่อจะพูดอะไร แม่คงไม่สามารถจะเชื่อได้หมดหัวใจแบบที่เคยเชื่ออีกแล้ว นั่นมันอันตรายยิ่งใหญ่สำหรับความสัมพันธ์ในครอบครัวของเรา

พัทธ์จะยิ่งเจ็บปวดกว่านั้น เขาจะได้คำตอบว่า ทำไมพ่อที่เขาคิดว่าเป็นพ่อมาตั้งแต่เกิด ถึงไม่ได้ทำตัวเหมือนกับพ่อทั่วๆไป ทำไมไม่สนิทสนม ไม่ประคับประคองอุ้มชู ทำไมช่วยเขาก็ต่อเมื่อเขาร้องขอ ทำไมเหินห่าง ทำไมยอมให้เขาใช้นามสกุลของแม่ ทำไม...ทำไม...อะไรอีกตั้งมากมาย  แล้วก็ต้องยอมรับความจริงที่เจ็บกว่านั้นว่า คนที่เป็นพ่อจริงๆ ไม่ได้ต้องการให้เขาเกิดมา ไม่รับผิดชอบ....

สองคนที่ไม่มีความผิดอะไรเลยจะต้องมารับผลจากความจริงที่....ความจริงตอนนี้มันก็น่าจะเป็นแผลเป็นไปแล้ว แต่เพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อน มันคงทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส หนูไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างที่หนูคิดหรือเปล่า แต่หนูก็ไม่อยากเสี่ยง หนูถึงคิดวนไปวนมาหาทางออกไม่ได้อยู่นี่

พัทธ์กำลังจะไปเรียนต่อที่อเมริกา เขาก็คงไปสักสองปี หนูรู้สึกว่าในฐานะที่เขาเป็นลูกของพ่อคนหนึ่ง พ่อน่าจะมีโอกาสได้มีส่วนในการเจริญเติบโตของเขา แต่...ก็ไม่รู้ว่าพ่อจะทำได้โดยวิธีไหน  คุณวีร์เขารู้ว่าพัทธ์เป็นลูกของพ่อ แต่เขาไม่รู้ว่าหนูก็รู้เหมือนกัน เขาพยายามกันไม่ให้หนูกับพัทธ์มีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวต่อกัน

ยกเอาข้อพิพาทอะไรของครอบครัวขึ้นมาอ้าง...หนูไม่ได้บอกเขาหรอกว่าหนูรู้ ให้ทุกคนรู้สึกว่าจะต้องเก็บความลับก็ดีเหมือนกัน ความลับมันจะได้ยังคงเป็นความลับ....แต่มันจะเป็นกับบางคนเท่านั้น คนที่ไม่ควรรู้จริงๆก็ปล่อยให้เขาไม่รู้ต่อไป เพื่อความสงบสุขในชีวิตของเขา อย่างพัทธ์ดนัยกับแม่

ให้แม่คิดว่าพ่อมีลูกคนเดียวคือหนูอย่างที่พ่อเคยสัญญากับแม่ไว้ ว่าพ่อจะไม่มีลูกกับผู้หญิงคนอื่น แต่พ่อก็รู้ว่าเขาเป็นลูก พ่ออาจหาโอกาสทำอะไรเพื่อเขา ให้อะไรเขาอย่างที่คนเป็นพ่อควรจะให้กับลูก...ในอนาคตมันก็คงจะมีโอกาสเป็นไปได้ เมื่อเรายังอยู่ในธุรกิจเดียวกัน...พ่อว่า พ่อเห็นด้วยกับหนูมั้ยคะ...”

“มน...พ่อภูมิใจในตัวลูก...”

บิดาดึงตัวเธอเข้าไปกอดไว้ ดูเป็นการกอดด้วยความรู้สึกของพ่ออันปราศจากความเคลือบแคลงเป็นครั้งแรก

“หนูเป็นลูกของพ่อกับแม่นะคะ ต้องเก่งเหมือนพ่อ ดีเหมือนแม่อยู่แล้ว”

“แล้วมันเจ้าเล่ห์เหมือนใคร?”

“พ่อก็คิดดูซิคะว่า ระหว่างพ่อกับแม่ ใครเจ้าเลห์”

“ยายมน!..”

“พัทธ์จะไปวันที่ห้าเดือนหน้านะคะ มันแย่จังที่หนูหาเหตุเลี้ยงส่งเขาไม่ได้ เพราะครอบครัวเขาบอกเขาว่า ครอบครัวของเรามีเรื่องบาดหมางทางสายเลือด ที่ไม่สามารถคบหากันได้ตามปกติ เราก็เลยไม่สามารถแม้แต่จะคบกันเป็นเพื่อน แต่หนูจะหาเหตุไปส่งเขาจนได้ เพราะหนูเคยเป็นเพื่อนเขา แล้วก็กำลังจะเป็นแม่เลี้ยงเขาด้วย...”

“โธ่เอ๊ยลูก...”

เสียงบิดาคร่ำครวญ ณิชมนไม่แน่ใจว่าเขาหมายถึงเธอหรือพัทธ์ดนัยกันแน่

“พ่อไปกับหนูนะคะ พ่อรักเขาได้หนูไม่อิจฉาหรอก ถึงยังไงหนูก็รู้ว่าเขาเป็นพี่...เขามาก่อน”

“มน..ถึงยังไง แกก็เป็นพงศ์พิสุทธิ์คนเดียว...”

“ไม่ใช่ค่ะพ่อ...พัทธ์ก็เป็น เพียงแต่เขาไม่ได้มีโอกาสใช้นามสกุลที่เขาควรจะมีสิทธิ์เท่านั้น...ช่างเถอะค่ะ ถ้าเขาตกระกำลำบาก หนูอาจต่อสู้เพื่อให้เขาได้ใช้นามสกุลของพ่ออย่างที่เขามีสิทธิ์ แต่นี่...เขาเป็นทายาทคนเดียวของพันธวัชวงศ์ ไม่ได้มีอะไรน้อยหน้า เผลอๆอาจมีมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

เขาจะใช้นามสกุลอะไรเขาก็เป็นลูกของพ่อ ต่อไปในอนาคตเวลาพ่อเห็นหนูกับเขาเข้าใกล้กัน พ่อจะได้ไม่ต้องตกใจ จะได้ไม่คิดอกุศล พ่อจะได้เข้าใจว่าหนูก็สนิทสนมกับเขาเพราะหนูรู้ว่าเขาเป็นพี่ แล้วเขาก็จะไม่ทำอะไรเกินเลยเพราะหนูเป็นแม่เลี้ยงของเขา....”

“พ่อควรต้องขอโทษศิรวีร์....ควรต้องขอบคุณเขา....”

“พ่อแค่ยกหนูให้เขา...ทุกอย่างก็คงพอหายกัน”

“แกนี่...เคี่ยวเข็ญจะให้พ่อยกลูกสาวคนเดียวให้กับผู้ชายที่แก่ปูนเดียวกัน”

“พ่อยอมรับว่าตัวเองแก่ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“ตั้งแต่ตอนนี้เลย จะเป็นพ่อตาคนอายุขนาดศิรวีร์ ไม่แก่ตอนนี้ไม่รู้จะไปแก่ตอนไหนแล้ว”

************

ชีวิตในบ้านดูมีความสุขมากขึ้นเมื่อแม่กลับจากโรงพยาบาล แม่ยังคงมีพยาบาลพิเศษคอยดูแล แต่คำสั่งห้ามออกจากห้องนอนถูกยกเลิกไปแล้ว แม่ก็ยังมีคนในบ้านคอยดูแลประคับประคองเหมือนเดิม แต่ภารกิจในฐานะคุณผู้หญิงกลับมาอยู่ในมือเธออีกครั้ง แล้วแม่ก็ดูแข็งแรงแจ่มใสขึ้นเมื่อลูกและสามีแทบจะกลับบ้านตรงเวลาเกือบทุกวัน

 นอกจากวันไหนที่มีงานพิเศษที่บริษัท หรือการประชุมที่ยาวนานออกไป ก็จะมีใครสักคนโทรมาบอกล่วงหน้าเสมอ คนในบ้านจึงเห็นคุณท่านและคุณผู้หญิงคลอเคลียกันอยู่แทบจะตลอดเวลาเมื่อเขากลับมาจากที่ทำงาน บางเวลาก็จะมี ’คุณมน’ ร่วมวงสโมสรอยู่ด้วย

ศิรวีร์หายเงียบไปตั้งแต่เธอออกจากโรงพยาบาล เขาอาจจะมีเรื่องวุ่นวายอยู่กับงานหลายอย่างของเขา และกับการเตรียมตัวจะไปอเมริกาของ ‘ลูกชาย’ ณิชมนรู้ดีว่า เขาพยายามทำทุกอย่างในหน้าที่ของ ‘พ่อ’ ให้สมบูรณ์แบบที่สุด ถึงจริงๆเขาจะไม่รู้ว่า ความรู้สึกของความเป็นพ่อเป็นยังไง

คงจะมีงานเลี้ยงส่งพัทธ์ดนัยจากหลายกลุ่ม...เพื่อนๆของเขา พนักงานบริษัท และท้ายสุดก็คงเป็นคนในครอบครัว...ใกล้เวลาที่เขาจะต้องไปแล้ว อีกสองวันเท่านั้น

ก่อนเลิกงานไม่กี่นาที ศิรวีร์โทรศัพท์มาหาเธอ

“คิดถึง...”  เขาบอกง่ายๆเมื่อเธอรับสาย และหญิงสาวก็อดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าคำนี้อึงอลอยู่ในความรู้สึกของเธอตลอดเวลาทุกคืนวัน นับจากเวลาที่ออกห่างจากเขา

“เพิ่งคิดถึงหรือคะ”

“ทุกลมหายใจเข้าออกเลย แต่มีเรื่องต้องทำเยอะมาก จนแทบจะต้องแยกร่าง...ตอนนี้พอมีเวลาหายใจ ก็รู้สึกเหมือนกำลังจะตายเพราะความคิดถึง”

“ทำยังไงจะหายล่ะคะ..” คนถามหยอดเสียงหวาน

“มาที่บ้านของเรา จะให้ผมไปรับหรือจะมาเองก็ได้...”

“พูดจาไม่โรแมนติคเลยนะคะ ฟังดูเหมือนสั่งยังไงไม่รู้”

“คุณก็รู้อยู่แล้วว่า ผมพูดจาโรแมนติคไม่เป็น ตกลงจะมาเองหรือให้ผมไปรับ”

“ดิฉันขับรถมาทำงานนะคะ ให้คุณมารับแล้วจะเอารถไว้ที่ไหน คุณอยู่บ้านใช่ไหมคะ...”

“ฮื่อ...คุณอยากทานอะไรเดี๋ยวจะหาไว้ให้...”

“อย่ามาคุย ในตู้เย็นคุณก็มีแต่อาหารกระป๋อง กับของสำเร็จรูป...เดี๋ยวดิฉันหาไปให้ดีกว่า...”

“อย่าเสียเวลาเลย ผู้หญิงซื้อของต้องหมดเป็นชั่วโมงแน่...ผมนับนาทีรอแล้ว เดี๋ยวเลิกงานก็ออกมาเลยแล้วกัน”

“คุณวีร์...”

“ผมคิดถึงนะ...จะเริ่มนับเวลาตั้งแต่ตอนนี้เลย...”

เขาวางหูแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาไม่รู้หรอกว่าเท่าที่เขาพูดได้แค่นี้ สำหรับเธอก็ไม่รู้จะโรแมนติคขนาดไหนแล้ว เธอโทรไปบอกบิดาว่าวันนี้จะไปทานข้าวกับศิรวีร์...อาจจะกลับดึก พ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง แล้วก็เริ่มลงมือเก็บของ...เขาไม่รู้ว่าเธอเองก็นับนาทีแบบเดียวกับเขาเหมือนกัน

แทบจะทันทีที่รถจอดหน้าบ้าน บานประตูรั้วก็เปิดออกราวกับเขายืนรออยู่ตรงประตู และพอเธอก้าวลงจากรถ เขาก็มายืนอยู่ข้างหลัง วงแขนแข็งแรงโอบกอดเธอไว้จากทางเบื้องหลัง พร้อมลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ที่ซอกคอ

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นักษรา วันที่ : 26/01/2018 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara

นักษราไม่สบายหายไปเสียหลายวัน ไม่มีใครว่าอะไรใช่ไหมคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน