• นักษรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vongkae@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 767
  • จำนวนผู้ชม : 181114
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
นักษรา
การเขียนได้และได้เขียนยังต้องการอีกสิ่งหนึ่งที่นักเขียนทุกคนกระหาย..นั่นคือการได้ปรากฎตัวของผลงานเกรงว่าถ้าไม่สามารถสักวันไฟที่ลุกโพลงอยู่ในความคิดจะมอดลง..ซึ่งเป็นหายนะของชีวิตนักเขียน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara
วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561
Posted by นักษรา , ผู้อ่าน : 2939 , 12:54:33 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ โหวตเรื่องนี้

๑.๑   

อรุณรัมภานั่งอยู่ที่โต๊ะรวมกลุ่มของผองเพื่อน ที่เคยเรียนอยู่ในคณะเดียวกันในมหาวิทยาลัย แม้หลายคนจะอยู่คนละภาควิชา แต่ก็เคยเห็นหน้า เคยเรียนบางวิชาด้วยกัน และยังมีอีกคนที่แม้จะไม่เคยคุ้น แต่วันนี้ก็ทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวมาพร้อมๆกับเธอในพิธีการช่วงเช้า...ศยามล

หลังทำหน้าที่ในพิธีรดน้ำตามประเพณีไทยในตอนเช้าของวันนี้ ที่แขกส่วนมากล้วนเป็นญาติผู้ใหญ่ทางฝ่ายเจ้าสาว มีที่เป็นทางฝ่ายเจ้าบ่าวบ้างก็แค่ไม่กี่คน แล้วจะว่าไป...ทุกคนที่ว่านั้นก็ไม่ได้ทำตัวเหมือนญาติสักเท่าไหร่

เหมือนมาทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จๆ แล้วก็ลากลับ แทบจะไม่มีใครหลงเหลือมาร่วมงานเลี้ยงฉลองในเวลานี้...ไม่เว้นแม้แต่บิดามารดาของเจ้าบ่าว ที่อ้างเอาเรื่องสุขภาพ และโรคประจำตัวขึ้นมาอ้าง

ไม่มีใครไม่แปลกใจสงสัย แต่เมื่อคิดไปถึงว่า ถ้าเกิดท่านทั้งสองเป็นอะไรไปในขณะที่อยู่ในงานแต่งงานของลูกชาย คงจะไม่ใช่เรื่องดีแน่ ท่านก็ไปรดน้ำตอนเช้าแล้ว...งานเลี้ยงฉลองพูดกันตามจริง ก็เป็นเรื่องของความสนุกสนานรื่นเริง จะไปเคี่ยวเข็ญให้คนไม่สบายต้องมาทนนั่งอยู่ในงาน โดยไม่ได้รู้สึกมีความสุขร่วมด้วยไปทำไม

แขกพิเศษของเจ้าบ่าวที่ถูกเชิญไว้ เพื่อขึ้นกล่าวอวยพรเป็นเกียรติกับบ่าวสาวบนเวที ก็ไม่ใช่ญาติผู้ใหญ่แต่เป็นผู้บังคับบัญชาอาวุโสของเขา

หญิงสาวต้องอยู่ในงานฉลองมงคลสมรสของเพื่อน ที่จัดขึ้นที่โรงแรมหรู...มีแขกเหรื่อมากมายที่เธอแทบจะไม่รู้จักใคร  ถ้าไม่นับกลุ่มเพื่อนสาวไม่กี่คนที่นั่งอยู่ในโต๊ะเดียวกันขณะนี้ เธอมางานนี้ทั้งที่แทบจะไม่มีความสะดวกในทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับตัวเอง ตั้งแต่ต้องเดินทางมาจากบ้านคนเดียวด้วยสายการบินในประเทศ...ต่อรถรับจ้างจากสนามบินมาค้างอยู่ที่บ้านเจ้าสาวเพื่อช่วยงานก่อนหน้าวันงานจริงหนึ่งวัน

นิโลบลอ้อนวอนขอให้เธอมาอยู่ด้วยในงานสำคัญของชีวิต โดยยกเหตุผลว่า...เพราะเธอคือเพื่อนสนิทคนเดียว แม้ว่าเธอจะอยู่ไกลกว่าเพื่อนคนอื่นๆมากมาย แม้ไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่อรุณรัมภาไม่รู้ว่า เธอจะหาเหตุผลใดมาบ่ายเบี่ยงได้ ถึงจะรู้สึกว่า...คำว่า’เพื่อนสนิท’ห่างไกลจากลักษณะความสัมพันธ์ของเธอและนิโลบลอยู่ค่อนข้างมาก

เพราะขณะเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย...เธอไม่เคยมีเพื่อนสนิท!

เธอคงต้องอยู่ในงานจนกว่า พิธีการบนเวทีจะเสร็จสิ้น ในตอนแรกพ่อกับพี่ตั้งใจจะขับรถจากบ้านมารับเธอกลับ เพราะไม่ไว้ใจให้เธอเดินทางคนเดียวยามค่ำคืน ตอนจะมาทั้งคู่ก็เตรียมตัวจะมาส่ง กว่าจะหว่านล้อมสำเร็จว่า การเดินทางตอนกลางวันในแบบที่เธอวางแผนไว้ ไม่ได้มีความเสี่ยงอะไรก็เล่นเอาเหนื่อยไปรอบนึงแล้ว

ที่บ้านยอมให้เธอมาค้างกับเพื่อนที่เป็นเจ้าสาวเพียงคืนเดียว เพราะในวันงานจะมีการส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอกันที่บ้านเจ้าสาว และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เธอไปพักที่อื่น เช่นเปิดห้องในโรงแรมพักตามลำพัง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมระดับกี่ดาว เขาคิดวิธีกันต่างๆนาๆจนเธอเกือบเลิกล้มความคิดที่จะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว

แต่คนที่มาทำให้ขบวนการของความยุ่งยากลดน้อยลง ก็คือชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่ของพี่ชาย ที่กำลังมีธุรกิจติดต่อกันอยู่ บังเอิญเขากับพี่โทรคุยกันเรื่องงาน เพราะเขากำลังจะแวะกลับไปเยี่ยมบิดามารดาที่ไร่ใกล้ๆบ้านเธอ...

ที่ซึ่งเขากับครอบครัวคิดจะทำเป็นรีสอร์ทเล็กๆแบบอิงธรรมชาติ และกำลังติดต่อให้พี่ชายเธอเป็นผู้ดูแลเรื่องการสร้างบ้านพัก เขาไปติดต่องานในหน้าที่ของเขาในบริษัทที่ทำงานอยู่ แต่เมื่อเป็นทางผ่านก็จะหาโอกาสกลับไปค้างที่บ้าน คุยกับพ่อแม่สักคืน บ้านเธอก็จะคล้ายๆทางผ่านเหมือนกันเพราะไม่ได้อยู่ไกลจากบ้านเขาเท่าใดนัก

เขาจะขับรถออกจากกรุงเทพตอนกลางคืนหลังจากเลิกงาน...พ่อเป็นเพื่อนกัน และลูกชายก็ทำงานเกี่ยวข้องกันอยู่ พอรู้ว่าพ่อและพี่จะมารับเธอกลับบ้าน เขาก็รับอาสาจะทำหน้าที่รับเธอกลับไปพร้อมๆกันเสียเอง คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้ใหญ่ทั้งสองของเธอจะยินยอม

แต่คิดดูแล้ว...การปฎิเสธก็คงจะลำบากเหมือนกัน ด้วยอาจทำให้ฝ่ายที่ตั้งใจจะช่วยโดยบริสุทธิ์ใจ คิดว่าอีกฝ่ายไม่ไว้วางใจ ผลสรุปก็คือพ่อโทรมาบอกว่า เพื่อนของพี่จะเป็นคนมารับเธอกลับบ้าน ให้เธอโทรติดต่อกับเขานัดแนะเวลากัน แต่ก็ยังกะเกณฑ์ว่า ไม่ควรออกจากกรุงเทพเกินสามทุ่ม

แต่เขาเองที่เป็นฝ่ายโทรมาหาเธอ เพื่อถามถึงเวลาที่เหมาะสมที่จะให้เขามารับออกจากงานพิธีขั้นสุดท้าย ของงานแต่งงานที่เธอมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว

เรียกได้ว่า...อรุณรัมภารู้จักเขาเพียงผิวเผิน แม้เขาจะเป็นเพื่อนที่รู้จักและสนิทสนมกับพี่ชายมานาน ด้วยว่าเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยมต้น เธอเคยพบเขาไม่กี่ครั้งและทุกครั้งก็เป็นการพบแบบฉาบฉวย เพราะขณะเรียนหนังสือก่อนเข้ามหาวิทยาลัย เธอเป็นนักเรียนประจำอยู่ในคอนแวนด์เก่าแก่ ได้กลับบ้านแค่วันเสาร์อาทิตย์

นานๆทีจึงจะประจวบเหมาะกับที่เขามาหาพี่ชายที่บ้าน แล้วก็ชวนกันเข้าไปในฟาร์ม บิดาของเขาเป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ที่จะถูกโยกย้ายสถานที่ทำงานไปตามตำแหน่งงานที่สูงขึ้น เร็วบ้าง ช้าบ้างแล้วแต่ตำแหน่งที่จะถูกปรับเปลี่ยน เขากับพี่ชายของเธอเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันตั้งแต่ชั้นมัธยมต้น

เขาต้องย้ายโรงเรียนบ่อยตอนเด็กๆ และบางทียังโดนลดชั้นเรียนเพราะการย้ายโรงเรียนแบบครึ่งๆกลางๆ กลายเป็นว่า...แม้ตอนเรียนมัธยมต้นจะเรียนอยู่ชั้นเดียวกัน แต่วรงค์กลับอายุมากกว่าพี่ชายเธอราวๆสองปี

เธอไม่เรียกเขาว่าพี่...เพราะแม้พี่ชายแท้ๆเธอก็ไม่ได้เรียกพี่เหมือนกัน มันคงแปลกถ้าไม่เรียกพี่ว่าพี่ แต่กลับไปเรียกเพื่อนสนิทของพี่ว่าพี่แทน เธอพบเขาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่นะ...น่าจะประมาณต้นปี เขากับคุณพ่อของเขามาทานอาหารเย็นที่บ้าน ตามคำเชิญของพ่อและพี่ เพราะธุรกิจที่ทำร่วมกันเริ่มจะผูกพันกันมากขึ้น พ่อคงอยากให้แม่และเธอ กลมกลืนอยู่ในธุรกิจนั้นด้วย

เธอคงจำเขาได้ ถ้าเขามาปรากฏตัวในงานแม้จะไม่ได้พบกันมานาน เพราะเขาก็ดูจะมีลักษณะเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นอยู่ เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงที่ดูจะสูงกว่าพี่ชายของเธอเล็กน้อย ทั้งที่พี่ของเธอก็จัดว่าเป็นคนสูงอยู่แล้ว

อนันยชรูปร่างบางกว่า ซ้ำยังผิวคล้ำกว่าเพราะทำงานตากแดดตากลมอยู่ในฟาร์ม แต่วรงค์เป็นสถาปนิกที่ทำงานประจำในออฟฟิศ จะต้องออกแดดบ้างเวลาไปตรวจงาน ก็ไม่ได้มากมายจนเป็นสาระสำคัญ เธอไม่ได้สนใจอะไรเขานัก จึงทำให้จำได้ผาดๆแค่ลักษณะเด่นของเขาเท่านั้น

พิธีการบนเวทีก็ดำเนินไปเรื่อยๆ แขกผู้ใหญ่ของทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวขึ้นเวทีให้โอวาท สั่งสอน แนะนำการดำเนินชีวิตต่างๆนาๆ พอลงว่าได้พูดและพูดได้เสียแล้ว การจะให้หยุดพูดดูจะเป็นเรื่องยาก แต่ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็คงยินดีจะฟัง

ต่างจากบรรดาแขกที่แรกๆก็ฟังกันเงียบๆอย่างตั้งใจ แต่พอชักนานเข้า เสียงสรวลเสเฮฮาก็เริ่มดังแข่งกับการให้โอวาท...พิธีตัดเค้ก ...การโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาว เป็นความสนุกสนานรื่นเริง ที่รออยู่ในลำดับถัดไป

พนักงานของโรงแรมกระจายกันเสิร์ฟเครื่องดื่ม และบางพวกก็เสิร์ฟอาหารให้กับแขกผู้ใหญ่ ที่โต๊ะพิเศษจำนวนหนึ่งได้จัดเตรียมไว้ทางด้านข้างของเวที ขณะที่โดยรอบห้องจัดเลี้ยง มีซุ้มอาหารตั้งเรียงราย พร้อมผู้ให้บริการประจำซุ้ม

อรุณรัมภาคุยกับเพื่อนๆที่ไม่ได้สนิทกันนัก พอไม่ให้บรรยากาศเงียบเหงา แห้งแล้งเกินไป ตาก็เริ่มชำเลืองมองนาฬิกา...จวนเวลาที่นัดแนะกับวรงค์แล้ว พิธีการยังไม่ไปถึงไหน ต้องหลังจากตัดเค้ก...เอาเค้กไปให้ท่านผู้ใหญ่ แล้วบ่าวสาวจึงจะออกมาเดินถ่ายรูปกับเพื่อนฝูง กับแขกที่มาในงานไปตามโต๊ะต่างๆ ไว้เป็นที่ระลึก

อย่างน้อยเธอก็ควรจะมีรูปแบบนั้นกับเพื่อนสักรูปสองรูปก่อนจะกลับออกไปจากงาน ไม่อย่างนั้นก็จะดูผิดปกติอีก ที่อุตส่าห์มางานแต่งงานทั้งที แล้วจะไม่มีรูปกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวภายในงานเลี้ยงฉลองเลย

พิธีการดำเนินไปอย่างเชื่องช้าจริงๆ...อาจเป็นเพราะเธออยากจะกลับบ้านแล้วก็ได้ แม้เมื่อเธอเห็นร่างสูงของชายหนุ่มที่นัดแนะให้มารับ ปรากฏขึ้นที่ประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยงแล้ว การตัดเค้กของบ่าวสาวก็ยังไม่เสร็จสิ้น

ความจริง นั่นเป็นภาพที่งดงามน่าดู แต่เมื่อไฟในห้องหรี่ลง เพื่อให้บริเวณที่ตั้งเค้ก และเจ้าบ่าวเจ้าสาวโดดเด่น คนที่เพิ่งมาถึงและมองแบบกวาดสายตาเข้ามาในงาน เพื่อหาตำแหน่งของคนที่เขาจะมารับ จึงยากจะมองเห็นเธอได้ จะโบกมือให้เขาหรือ...เธอก็ไม่ได้สนิทกับเขามากพอที่จะทำอย่างนั้น

หญิงสาวจำเป็นต้องขอตัวกับบรรดาเพื่อนร่วมโต๊ะ เพื่อลุกเดินออกไปหาเขา แต่ก่อนที่เธอจะไปถึงบริเวณที่เขาพอจะสังเกตเห็นเธอได้ ก็มีชายหนุ่มอีกคน เดินเข้าไปถึงตัวเขาก่อน

อรุณรัมภาชะงักฝีเท้าไว้ ไม่แน่ใจว่า เธอจะเข้าไปขัดจังหวะการพบปะ ทักทายกันของเพื่อนที่มาพบกันโดยบังเอิญ หรือเขานัดหมายคนอื่นไว้ด้วยหรือเปล่า เพราะชายหนุ่มที่ดูก็จะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาคนนั้น เดินตรงเข้าไปหาเขาแบบรู้จักกันดีทีเดียว แต่ดูจากท่าทีของเขา...น่าจะไม่ได้นัดกัน คงพบกันโดยบังเอิญมากกว่า เพียงแต่ทั้งสองต้องรู้จักกันดีแน่นอน ดูจากลักษณะของการทักทาย

เธอทอดฝีเท้าให้ช้าลงขณะเดินเข้าไปหา หลังจากหยุดให้เขาทั้งสองพูดจากันสักพัก แต่การเคลื่อนที่ของเธอ ก็ทำให้คนที่กวาดตามองหาอยู่ มองเห็นเธอได้ค่อนข้างรวดเร็ว เขาคล้ายจะขอตัวจากชายหนุ่มคนนั้น ที่หันมามอง แล้วก็เหมือนจะเดินแยกออกไปโดยเร็วในทันที ราวกับไม่ปรารถนาจะได้พบปะ ทำความรู้จักกับเธอตามมารยาททางสังคม แต่ก็ไม่เร็วพอที่จะพ้นไปจากสายตาก่อนที่เธอจะเห็นหน้าเขาตรงๆแวบหนึ่ง...หล่อแบบดาราเกาหลีเลยนะเนี่ย

คนที่นัดไว้เดินตรงเข้ามาหา รอยยิ้มเต็มหน้ามาแต่ไกล

“ผมมาช้าไปหรือเปล่า...แขกเยอะมากเลยนะครับ”

“ก็เกือบตรงเวลาที่นัดกันไว้ค่ะ แต่สงสัยว่า เราคงต้องอยู่ในงานกันอีกสักพัก เจ้าบ่าวเจ้าสาวเขาตัดเค้ก แล้วกำลังเอาไปเสิร์ฟให้ญาติผู้ใหญ่ตามธรรมเนียมอยู่ แล้วพอแขกเริ่มทานอาหารกัน สองคนนั่นก็ต้องเดินไปถ่ายรูปกับแขกตามโต๊ะ...ตามธรรมเนียมอีก

อย่างน้อย ดิฉันควรให้เขามีรูปแบบนั้นเก็บไว้เป็นที่ระลึกสักรูปสองรูป ก่อนที่จะชิ่งกลับ จะได้มีหลักฐานว่ามางานแต่งงานเพื่อนแล้วจริงๆ คุณหิวหรือเปล่าคะ...นี่มันจะสามทุ่มแล้ว...”

“ผมมีดิสคัสงานที่ออฟฟิศตั้งแต่ช่วงบ่ายเรื่อยมาถึงเย็น ก่อนจะเลิกเขาก็เสิร์ฟของว่าง น้ำชา กาแฟกันไม่ได้หยุด คุณเถอะ...”

“ที่นี่เขาก็เสิร์ฟเครื่องดื่ม กับพวกของกินเล่นเม็ดมะม่วงอบ มันฝรั่ง ข้าวเกรียบ ตั้งแต่ตอนเราเข้านั่งโต๊ะ กินไปเพลินๆก็เริ่มจะอิ่มแล้วเหมือนกัน...”

“ผมว่าคุณควรหาอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราว ทานให้หนักท้องไว้สักหน่อยนะครับ เราต้องเดินทางไกล อีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน...”

“คุณทำงานมาทั้งวัน ยังต้องขับรถกลางคืน ไม่เหนื่อยแย่หรือคะ...”

“ผมต้องไปทำงานด้วย ถ้าไม่ขับรถไปจะลำบากมากกว่า...ไปเครื่องก็ต้องหารถจากสนามบินไปบ้าน เอารถที่บ้านมาใช้ตอนไปทำงาน พอจะกลับก็ต้องเอารถกลับไปคืนที่บ้านแล้วหารถไปสนามบิน ไม่งั้นก็ต้องกวนให้คุณพ่อท่านขับรถให้ ผมอยากไปเยี่ยมท่าน ไม่ได้อยากไปทำให้ท่านลำบาก

มีเวลาไม่มากด้วย พอดีงานที่จะต้องไปติดต่อลูกค้าอยู่เส้นทางเดียวกับบ้านอยู่แล้ว ผมก็เลยจะถือโอกาสแวะเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่เสียด้วยเลย ไว้ช่วงวันหยุดยาวค่อยไปเครื่อง แล้วชวนยชไปลุยไร่ด้วยกัน”

“ดิฉันก็ยังรู้สึกว่ารบกวนคุณอยู่ดี...พ่อกับยชก็คง...”

“อย่าพูดแบบนั้น...น้องของยชก็เหมือนน้องของผม อือม์...ผมยังสงสัยนะ ทำไมยชเขาถึงเรียกคุณว่ารัมภา ผมว่าเรียกน้องภายังจะน่ารักกว่า...เขาก็รักเอ็นดูคุณยังกับคุณยังเป็นน้องเล็กๆ”

“เรื่องมันยาวค่ะ”

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นักษรา วันที่ : 05/02/2018 เวลา : 13.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara

แล้วคุณหมอชอบนิยายของนักษราหรือเปล่าคะ ขอบคุณที่แวะมาทักทาย ดีใจมากเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 นักษรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 04/02/2018 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

ดีีจังมีนิยายให้อ่าน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน