• นักษรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vongkae@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 767
  • จำนวนผู้ชม : 181114
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
นักษรา
การเขียนได้และได้เขียนยังต้องการอีกสิ่งหนึ่งที่นักเขียนทุกคนกระหาย..นั่นคือการได้ปรากฎตัวของผลงานเกรงว่าถ้าไม่สามารถสักวันไฟที่ลุกโพลงอยู่ในความคิดจะมอดลง..ซึ่งเป็นหายนะของชีวิตนักเขียน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara
วันอังคาร ที่ 20 มีนาคม 2561
Posted by นักษรา , ผู้อ่าน : 803 , 13:58:06 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๙.๒   

 “ยชว่า...อาเชษฐ์เขาคิดอะไรตื้นๆ ถ้าเราเป็นอาพินก็ต้องเดาออกอยู่แล้วว่า อาเชษฐ์จะพาลูกเมียไปหลบที่ไหน ที่จะแน่ใจได้ว่ามีผู้คุ้มครอง นอกจากบ้านเรา ถ้าอาเชษฐ์มาคืนนี้...พรุ่งนี้เช้าอาพินก็คงตามมา แล้วทีนี้ก็จะมาก่อสงครามกันที่นี่...”

“พ่อให้อาเชษฐ์ไปหลบอยู่บ้านอื่นก่อนไม่ได้หรือคะ  น้ำเชี่ยวแบบนี้ถ้าเอาเรือไปขวาง เรือมันจะล่มหมดหรือเปล่า...”  น่าแปลกที่อรุณรัมภาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเท่าที่เธอเคยคิดไว้ คุณก้องเกียรติบอกด้วยอาการสุขุม

“พ่อกำลังคิดอยู่เหมือนกัน แต่จะไปเอ่ยปากกับใคร ก็เหมือนเอาความลำบากไปโยนให้เขา เราก็รู้ๆอยู่ว่านพินเป็นคนยังไง...”

“ยชกำลังนึกถึงบ้านของรงค์ที่กรุงเทพ...เพราะถ้าเป็นบ้านคุณลุงคุณป้า จะเป็นการไปทำลายความสงบสุขของท่าน  แล้วอาพินก็อาจจะสืบรู้ได้ไม่ยาก เรากำลังมีงานเกี่ยวเนื่องกันอยู่

บ้านโน้น...ถึงอาจจะสืบได้เหมือนกันแต่ยังไงก็คงต้องใช้เวลา พอให้มีทางขยับขยายอย่างที่เขาบอก แล้วอาทิตย์ที่แล้วกับอาทิตย์ที่จะถึงนี่ รงค์มันมีงานโครงการที่จะต้องไปตรวจ ก็เลยจะไม่ได้กลับมาบ้าน ถ้าพ่อกับแม่เห็นด้วย ยชจะโทรไปบอกรงค์ พ่อก็โทรคุยกับอาเชษฐ์ เขาจะได้ไม่เดินทางออกจากกรุงเทพให้มันยุ่งยาก  ตอนนี้เขาอาจจะกำลังไปรับลูกเมีย เก็บของจำเป็นที่บ้านผู้หญิง...”

“ทำอะไรก็รีบทำเถอะ...เชษฐาโทรมาเป็นชั่วโมงแล้ว เดี๋ยวมันจะไม่ทันการ...”

“แม่คะ...เขาจะไม่ทำอะไรรุนแรงกันใช่ไหม...”

“ก็ต้องพยายามอย่าให้เจอกันตอนที่อารมณ์มันพร้อมจะระเบิด อุตส่าห์วางแผนอะไรๆซะมากมาย สุดท้ายก็มาจอดเพราะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้...”

“คนเราทุกคนมันก็มีขีดจำกัดของความอดทนด้วยกันทั้งนั้นแหละแม่ รัมภาไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อนไปลูก เดี๋ยวพ่อกับยชจัดการทางนี้แล้ว เราค่อยมาปรึกษาหารือกันใหม่...”

“แม่มีอะไรให้หนูช่วยทำก่อนมั้ยคะ...”

“ไม่มีจ้ะ...ทำอย่างที่พ่อบอกก็ดีแล้วลูก จะได้ใจเย็นลงหน่อย หนูทำท่าตกอกตกใจอีกแล้วนี่...”

เธอต้องตกใจซิ...เธอเกลียดความรุนแรง แล้วก็จินตนาการได้เลยว่า จะเกิดอะไรขึ้น ถ้านพินเจอสามีของเธออยู่กับภรรยาอีกคนต่อหน้าต่อตา คนที่ถือตัวนักว่าอยู่เหนือกว่าตลอดมาจะทำใจได้ยังไง ถ้าสามีที่เคยยอมลงให้เธอในทุกกรณีตั้งแต่ร่วมชีวิตกันมา เลือกที่จะก้าวไปยืนเคียงข้างผู้หญิงคนอื่น...ผู้หญิงที่มีทุกสิ่งทุกอย่างอ่อนด้อยกว่าเธอ

เมื่อเธอกลับลงมาอีกครั้ง แม่กับพี่ชายก็ช่วยกันตั้งโต๊ะกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว...ก็คงทำงานไปปรึกษากันไป พ่อยังคุยโทรศัพท์ไม่เสร็จ...แน่ละ พูดกับเชษฐาต้องยากกว่าพูดกับวรงค์แน่ คนนั้นคงโอเคกับเพื่อนทุกอย่าง เธอรู้สึกอยากจะถอนใจอย่างหนักหน่วงขึ้นมาทันที

“คุณวรงค์เขาว่ายังไงคะ...”

“ไม่มีปัญหาอะไร...แค่เขาติงว่า ถ้าเราคิดว่าอาพินจะเดาต่อได้ว่า ถ้าอาเชษฐ์ไม่ได้อยู่ที่บ้านเรา ก็อาจจะไปอยู่ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่เขา เพราะตอนนี้ครอบครัวของเราก็ทำงานติดพันใกล้ชิดกันอยู่แค่นี้

ถึงไม่เกรงใจบุกไปถึงบ้านท่านแล้วไม่เจอ เขาก็อาจจะหาข้อมูลที่ตั้งบ้านของท่านที่กรุงเทพได้ไม่ยาก เพราะท่านเป็นข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ ในขณะที่มีตำแหน่งหน้าที่ระดับสูงในกระทรวง เขาว่าวันนี้ ไปพักที่บ้านเขาก่อนสักวันสองวัน แล้วเขาจะหาที่อยู่ใหม่ให้...คนนั้นเขาเชี่ยวอยู่ในวงการอสังหา เพื่อนฝูงมากมาย...”

“ถ้าเขาไม่รู้สึกว่าเป็นการรบกวนก็ดีไป ยชบอกให้เขารู้เรื่องนิสัยพื้นฐานของอาพินไว้บ้างหรือเปล่า”

“คุยกันมาหลายรอบแล้ว ตั้งแต่ที่เราเริ่มคิดจะสร้างบ้านหลังเล็กนั่น”

“ให้เขามีพื้นความเข้าใจไว้บ้าง เวลาทำอะไรจะได้รอบคอบ ถึงใครจะพูดว่าคนปากร้ายมักจะใจดี...แต่อาพินน่ะไม่ใช่นะ...”

“คนปากร้ายมันไม่มีทางใจดีได้หรอกรัมภา อะไรที่มันจะออกมาจากปาก มันก็เกิดขึ้นที่ใจก่อนทั้งนั้น...”

“อาพินเขาจะมาบ้านเรามั้ย”

“เขาก็ไม่ใช่คนโง่เท่าไหร่หรอกนะ คงต้องมีคนหาข่าวให้อยู่เหมือนกัน เขาต้องระวังรักษาหน้าความเป็นคุณผู้หญิง...เป็นเอกภรรยาของเขาไว้ ถ้าเขาไม่แน่ใจว่าอาเชษฐ์อยู่ในบ้านเรา...ก็คงไม่กล้าบุกเข้ามา เขาแสดงตัวว่าเขาใหญ่โตอยู่เหนืออาเชษฐ์มาแต่ไหนแต่ไร การตามหึงหวงสามีที่ตัวเองข่มเขาได้มาตลอด มันก็เสียหน้าไม่ใช่เล่นนะ แล้วหน้าคนน่ะ...เสียแล้วมันเอาคืนยาก ถ้าจะลงมือก็ต้องจับให้มั่นคั้นให้ตายเสียก่อน...”

“ถ้าอย่างนั้น...อาเชษฐ์เขาจะกลับเข้าบ้านได้ยังไง แล้วเรื่องที่จะไปรับตำแหน่งใหม่ที่เวียตนามนั่นล่ะ...”

“ยชว่า...ไอ้เรื่องที่จะให้ไปเวียตนามนี่ คงเป็นการเดินหมากของเมียเก่าเพื่อล่อเสือออกจากถ้ำ อาเชษฐ์เขาลื่นเป็นปลาไหล มีเมียน้อยจนมีลูกโตป่านนี้ อาพินก็ยังไม่รู้เรื่อง พอข่าวมันมาเข้าหูถึงต้องทำอะไรสักอย่าง ให้เขาร้อนตัวจนเผลอทำอะไรแปลกๆเพื่อให้จับพิรุธได้...อาเชษฐ์เขาก็ออกตัวซะแรงเชียวนี่...”

“ไม่รู้จะสงสารใครดี”

“มีใครน่าสงสารที่ไหนกันเล่า”

“อย่างน้อยก็เรานี่แหละ...ไม่ได้มีเอี่ยวอะไรกับเขาด้วยเล้ย...”

“พูดอย่างนั้นก็ไม่ได้หรอกนะ ยังไงเขาก็เป็นญาติของพ่อ พ่อน่ะ...เรื่องเดือดร้อนของคนอื่น ก็ยังไม่เคยนิ่งดูดาย จะให้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับญาติพี่น้องของตัวเอง มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว...”

“ตั้งแต่มีเรื่องของอาเชษฐ์กับอาพินนี่ เค้ารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเห็นแก่ตัว...คิดแต่จะเอาตัวรอดยังไงไม่รู้...”

เมื่อน้องสาวทำเสียงอ่อยๆ คนเป็นพี่ก็เอื้อมมือมาขยี้ผมเธอเบาๆ พลางพูดแกมหัวเราะ

”โธ๋เอ๊ย...ยัยเด็กเซี้ยว ตัวมันไม่เคยเจอกับเรื่องแบบนี้ มันก็ต้องกลัว ต้องคิดมาก คนเราตามสัญชาตญาณมันก็คิดหาทางเอาตัวเองให้รอด ปลอดภัยไว้ก่อนด้วยกันทั้งนั้น แต่เชื่อเถอะว่าตัวไม่ได้เป็นคนเห็นแก่ตัวแบบที่ตัวเองกลัว เมื่อมีสถานการณ์บังคับ ลักษณะจริงๆของตัวก็จะเปิดเผยออกมา บางทีตัวเองก็อาจคาดไม่ถึงด้วยซ้ำไป...คอยดูเถอะ”

อรุณรัมภารู้สึกว่าเธอกลัวจริงๆ...นี่คงเป็นผลจากการที่พ่อแม่และพี่ โอบอุ้มประคับประคองเธอมาตั้งแต่เล็ก เธอไม่เคยต้องเผชิญกับปัญหาอะไรตามลำพัง เรื่องที่เธอคิดว่าหนัก กลับมาโอดครวญและได้รับการปลอบประโลมจากที่บ้านอยู่ทุกครั้ง ความจริงมันคงเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเรื่องที่พ่อแม่และพี่ต้องต่อสู้และเผชิญอยู่ในชีวิตเป็นประจำทุกเมื่อเชื่อวัน...นี่แหละที่ทำให้ทุกคนห่วงเธอกันนัก

พ่อกับพี่คงช่วยกันจัดการเรื่องที่เป็นปัญหาทุกอย่างได้เรียบร้อย...ไม่มีใครมาปรากฏกายที่บ้านเธอไม่ว่าจะเป็นโจทก์หรือจำเลย เธอเริ่มคิดไปถึงคนที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอีกคน ที่อยู่ๆก็ต้องเข้ามารับเรื่องเดือดร้อนที่เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยสักนิด...แล้วจะเล่นเอาเถิดเจ้าล่อกันแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนก็ยังไม่รู้

เรื่องเหมือนจะเงียบไปหลายวัน วรงค์ส่งข่าวว่า เขาหาบ้านพัก เป็นบ้านเช่าในหมู่บ้านที่มีรปภ.ดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ จากบริษัทจัดการธุรกิจบ้านเช่าที่มีคอนแทคกันอยู่ และเป็นธุระจัดหาสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิต เพื่อทั้งครอบครัวที่กำลังต้องการหลบเร้น จะได้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในบ้านได้อย่างสะดวก และปลอดภัย

เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก...เรื่องราววุ่นๆคงจะค่อยๆสงบลง เวลาเป็นยาวิเศษใช้ในการรักษาบาดแผลของจิตใจ เชษฐาคงคิดวิธีจัดการกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายของเขา ในลักษณะที่เหมาะสมได้...

แต่เหตุการณ์ร้ายที่ไม่มีใครคาดคิด กลับเกิดขึ้นรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัว!....

 

ขณะที่กำลังพักผ่อนหลังจากรับประทานอาหารค่ำ...คุณก้องเกียรติที่นั่งดูรายการข่าวจากทีวีอยู่ตามปกติ ก็ร้องเอะอะขึ้นด้วยเสียงที่แสดงความตกใจสุดขีด จนสมาชิกในครอบครัวทุกคนพากันวิ่งเข้าไปยืนอยู่รอบๆตัว...

ข่าวที่ปรากฏบนจอเบื้องหน้า...รถเก๋งชนเข้ากับรถกระบะบรรทุก หน้าหม้อพังยับ คนขับถูกอัดก๊อปปี้อยู่กับพวงมาลัยเสียชีวิตคาที่ ภรรยาที่นั่งอยู่ในที่นั่งตอนหน้าบาดเจ็บสาหัส และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล แต่ลูกชายตัวน้อยที่อยู่ในที่นั่งตอนหลัง ได้รับบาดเจ็บทั้งแขนและขาแต่อาการก็ยังไม่ถึงขั้นสาหัส กำลังได้รับการรักษาอยู่ในห้องไอซียู

คนขับรถกระบะคู่กรณีให้การว่า รถเก๋งแล่นสวนทางมาด้วยความเร็วสูง แล้วมีรถมอเตอร์ไซค์พุ่งออกจากซอยข้างทางตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด คนขับรถเก๋งหักหลบ รถแฉลบเข้ามาในเส้นทางของเขา แม้เขาจะพยายามทั้งเบรคและเบี่ยงรถหลบแล้วก็ยังไม่พ้น แต่เพราะเป็นรถหนักและใหญ่กว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงน้อยกว่ามาก

มอเตอร์ไซค์ต้นเหตุหายไปอย่างไร้ร่องรอย แต่เขาแจ้งว่า กล้องหน้ารถของเขาสามารถบันทึกรูปพรรณสัณฐานของรถและคนขับขี่ ลักษณะ และสีจนสามารถระบุได้ว่า เป็นรถยี่ห้ออะไร และมุ่งหน้าไปทางไหน ซึ่งจะทำให้เป็นเบาะแสใช้แกะรอยจากกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่หลบหนีได้...แต่รถเก๋งที่ยับเยินคันนั้น...เป็นรถของเชษฐา!

อรุณรัมภารู้สึกเหมือนตัวเธอเย็นเฉียบ ราวกับโดนน้ำแข็งราดตั้งแต่หัวจรดเท้า ปากค้างแข็งแทบจะขยับไม่ได้ เสียงที่พูดผ่านริมฝีปากจึงแผ่วเบาราวเสียงกระซิบ ทั้งยังสั่นสะท้านแทบจะฟังไม่ได้สรรพ

“ไม่จริงใช่มั้ย...แค่รถสีเหมือนกัน...อาเชษฐ์ต้องอยู่ที่บ้าน...เขาต้องไม่ออกมาขับรถ...”

อนันยชดึงตัวน้องเข้าไปกอดไว้ ดูเหมือนเขาจะเป็นคนที่เข้มแข็งที่สุดของบ้านขณะนี้ เพราะทั้งพ่อทั้งแม่อยู่ในอาการตกตะลึงพรึงเพริด และน้องก็ทำท่าเหมือนกำลังช๊อค

“ตั้งสติไว้รัมภา...นั่นรถอาเชษฐ์จริงๆ แล้วคนที่อยู่กับเขาในรถก็คือเมียกับลูกของเขาแน่ๆ ตอนนี้คนที่ยังรอดคือลูกเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าอาการหนักแค่ไหน...คิดในแง่ดีก็ต้องว่า ตามสถิติ...เวลาเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง คนที่รอดมักจะเป็นเด็ก”

“อาเชษฐ์...ชานนท์ โธ่เอ๊ย...ทำไมต้องเคราะห์ร้ายแบบนี้ ทำไมไม่อยู่ในบ้านกันเงียบๆสักพักอย่างที่รงค์เขาแนะนำ...”

“นั่นซินะ...” พี่ชายพึมพำ “...ถามใครก็คงไม่มีใครรู้เรื่อง เขาอยู่กันลำพังแค่สามคน พ่อแม่ลูก...”

คุณก้องเกียรติผลุดลุกขึ้นเหมือนตัดสินใจแน่นอนแล้ว

“ยช...เราต้องไปโรงพยาบาล เราต้องรู้รายละเอียดมากกว่านี้...”

“เย็นไว้ก่อนครับพ่อ เดี๋ยวขอยชติดต่อกับรงค์ก่อน เขารู้เรื่องหรือยังก็ไม่รู้ ให้รงค์ไปดูให้น่าจะเร็วกว่า เราต้องขับรถอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึง ไปเครื่องก็ยังจะช้ากว่ารงค์แน่ๆ...”

“เราจะกวนรงค์มากไปรึเปล่าลูก...เขาไม่ได้เป็นอะไรกับเชษฐ์นะ”

“ไหนๆเราก็กวนเขามาตั้งมากมายแล้วครับ กวนต่ออีกหน่อยคงไม่กระไรนักหรอก ...พ่อดูรัมภาหน่อยดีกว่าครับ ตัวอ่อนยังกับไม่มีกระดูกไปแล้ว...”

ผู้เป็นพ่อคงเริ่มตั้งสติได้ เขารับตัวลูกสาวไปจากมือของลูกชาย อนันยชคว้าโทรศัพท์มือถือของเขา เดินออกไปห่างจากวงสนทนา เสียงเขาพูดโต้ตอบกับคนรับที่อยูอีกด้าน ด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเคร่งเครียด และยังจะยาวนานอยู่พอสมควร เมื่อเดินกลับมาหลังจากการเจรจา ใบหน้าของชายหนุ่มกลับยิ่งเครียดจัดกว่าเดิม...

 

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน