• นักษรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vongkae@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 767
  • จำนวนผู้ชม : 181114
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
นักษรา
การเขียนได้และได้เขียนยังต้องการอีกสิ่งหนึ่งที่นักเขียนทุกคนกระหาย..นั่นคือการได้ปรากฎตัวของผลงานเกรงว่าถ้าไม่สามารถสักวันไฟที่ลุกโพลงอยู่ในความคิดจะมอดลง..ซึ่งเป็นหายนะของชีวิตนักเขียน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara
วันพฤหัสบดี ที่ 22 มีนาคม 2561
Posted by นักษรา , ผู้อ่าน : 779 , 13:48:24 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๑๐.๑   

 “รงค์บอกว่าเขาไปติดต่อที่โรงพยาบาลให้ตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว เพราะเหตุการณ์เกิดตั้งแต่ช่วงบ่าย เป็นข่าวด่วน เขาอยู่ที่ทำงานกำลังคุยกับลูกค้าช่วงคอฟฟี่เบรก ในห้องรับรองของบริษัทเปิดโทรทัศน์สถานีข่าวไว้ แต่พวกเราตอนกลางวันไม่มีใครเปิดทีวีดูก็เลยไม่รู้เรื่อง รงค์บอกว่าไม่อยากบอกมาก่อนให้ตกใจ เขารู้ว่ายังไงเราก็ต้องรู้ข่าววันนี้ ถึงจะช้าไปหน่อย เขาก็เลยไปหารายละเอียดเท่าที่จะหาได้ไว้ให้ก่อน

เขาว่าเขาแจ้งกับตำรวจกับทางโรงพยาบาลว่าเป็นญาติของอาเชษฐ์ เพิ่งจะหาบ้านพักในกรุงเทพให้เมื่อไม่กี่วันมานี่เอง เพราะก็สนิทสนมกับญาติที่อยู่ต่างจังหวัด เขาเอารูปในมือถือที่ถ่ายตอนไปดูบ้านเช่าให้ตำรวจดู

ก็เลย...ได้เข้าไปดูศพ แล้วยังได้ไปคุยกับคนขับรถกระบะบรรทุกคู่กรณี ที่ตอนนี้เป็นผู้ต้องหา แต่ได้ประกันตัวเพราะเขาไม่ได้คิดจะหลบหนี แล้วก็ให้ความร่วมมือกับตำรวจเป็นอย่างดี ที่สำคัญ...เขาให้รงค์ดูคลิปวิดีโอที่ถ่ายจากกล้องหน้ารถของเขา ที่เขาไม่ได้ให้ตำรวจดูเพราะไม่อยากยุ่งให้เรื่องมันยาว  แต่เห็นรงค์บอกว่าเป็นญาติก็เลยอยากให้รู้ไว้...พอดูแล้ว รงค์มันก็ว่า มีเรื่องน่าสงสัยมากอีกเรื่องนึง...

รถของอาเชษฐ์ขับเร็วมาก แล่นสวนทางกับเส้นทางของรถกระบะ ก่อนที่มอเตอร์ไซค์จะโผล่ออกมาจากซอยข้างทาง แล้วขับตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด แต่ในกล้องก็เห็นรถอีกคันขับตามรถของอาเชษฐ์มาด้วยความเร็วพอๆกัน พอเกิดอุบัติเหตุ...รถคันนั้นกลับขับเลยไป...ไม่ได้สนใจแม้แต่จะชะลอดู หรือให้ความช่วยเหลือ

คนที่หยุดรถลงมาช่วย เป็นรถที่แล่นตามหลังรถกระบะมา คนขับรถคันนั้นยังว่า...ใจดำจัง ขับยังกับแล่นแข่งกันมา ยังไม่คิดจะดูดำดูดี เห็นอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดอยู่ตรงหน้า ยังแล่นเลยไปหน้าตาเฉย

รงค์บอกว่า...ยังไงเขาก็ต้องไปดูให้หายสงสัย เพราะเขาตกลงกับอาเชษฐ์เป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วว่า ขอให้เก็บตัวอยู่ในบ้านเงียบๆอย่างน้อยก็สักอาทิตย์นึง ถือเสียว่าเป็นการได้พักร้อนกับครอบครัว เพราะของจำเป็นทุกอย่างในการดำรงชีวิต รงค์มันจัดการซื้อเตรียมไว้ให้หมดแล้ว เขายังแนะนำให้อาเชษฐ์เอาผ้าคลุมรถไว้ให้มิดชิด จะได้ไม่มีใครเห็นรูปพรรณสัณฐานของรถเวลามองมาจากนอกบ้าน

ตำรวจแจ้งว่า มีเอกสารในรถของผู้ตายเป็นเอกสารสำคัญ...อาเชษฐ์กับคุณวารุณีเพิ่งไปจดทะเบียนสมรสกัน ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุนั่นแหละ มันน่าสงสัยว่า ทำไมเขาต้องฝ่าฝืนมาตรการเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ออกไปจดทะเบียนสมรสกัน ทั้งๆที่มีเวลาจะจดกันตั้งนมนานก็ไม่ยอมจด จนลูกโตป่านนั้นแล้ว...”

“เชษฐ์มันไม่อยากรู้สึกว่า มันทำร้ายจิตใจนพินมากเกินไป มันก็รู้ตัวว่ามันเป็นคนทำผิด ถ้าเมียที่แต่งงานอยู่กินกันมาตั้งยี่สิบกว่าปีไม่ได้จดทะเบียน ถึงมันจะเป็นความต้องการของทางฝ่ายหญิงเอง แต่ถ้ามันไปจดกับเมียอีกคนที่เพิ่งอยู่กินกันไม่ถึงสิบปี คนหลังก็จะมีฐานะเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายไปทันที

ตำแหน่งการเป็นเมียเอกจะเปลี่ยนไป เมียแต่งจะกลายสภาพเป็นเมียน้อย แต่...นพินคงไปพูดอะไรสักอย่างตอนทะเลาะกันครั้งหลังสุด จนทำให้เชษฐ์มันเกิดฮึดขึ้นมา ผู้ชายน่ะ...มันมีความทะนงว่า ฆ่าได้หยามไม่ได้ด้วยกันทุกคน ขีดจำกัดความอดทนเมื่อถูกเมียดูถูก ก็คงเป็นเรื่องสมบัติพัศฐานของเธอนั่นแหละ...เชษฐ์มันอาจอยากแสดงให้เธอเห็นว่า เขาไม่ได้เห็นว่าสมบัติของเธอมันสำคัญกว่าความรักสำหรับเขา”

“แต่อาพินก็ไม่ได้เพิ่งจะมามีพฤติกรรมแบบนี้เมื่อเร็วๆนี้สักหน่อย อาเชษฐ์ก็ทนมาได้เป็นสิบๆปี ทำไมถึงเกิดจะทนไม่ได้ขึ้นมาตอนนี้...”

“เมื่อก่อนคงเป็นแค่การแสดงออกด้วยการกระทำ เชษฐ์มันยังรักก็เลยหาเหตุผลมาข่มใจได้ แต่ครั้งสุดท้ายนี่ น่าจะเป็นการพูดชัดๆออกจากปาก พอเชษฐ์มันได้มีเวลาอยู่ตามลำพังกับเมียใหม่นานกว่าทุกครั้งที่เคย ความน่าสงสารของเธออาจทำให้มันใจอ่อนจนคิดไปว่า...

มันควรตอบแทนความเสียสละอดทนของเธอ ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี ที่คนเป็นสามีควรจะให้กับภรรยา เพราะมันไม่เคยให้อะไรเธอเป็นชิ้นเป็นอันเลยตั้งแต่ใช้ชีวิตด้วยกันมา...แต่มันเป็นบ้าอะไร ถึงต้องมาทำตอนกำลังหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ รอไปอีกสักหน่อยก็คงไม่มีใครถึงกับขาดใจตาย...”

“ตอนนี้ก็เลยได้ตายคู่กัน สมศักดิ์ศรีไปเลย...” 

อนันยชอดประชดอย่างหัวเสียไม่ได้ คุณก้องเกียรติยังติดใจเรื่องที่ลูกชายพูดค้างไว้

“รงค์เขามีประเด็นอะไรหรือลูก ที่เขาคุยกับยชน่ะ...”

“ก็เรื่องรถคันที่ขับแข่งมากับรถของอาเษฐ์น่ะครับ เขาบอกว่าในคลิปเห็นชัดว่าเป็นรถอะไร สีอะไร ถึงจะเห็นใกล้ๆตอนขับผ่านไปแค่แวบเดียว แต่ก็เห็นลักษณะของการขับแข่งไล่ล่าในระยะไกลอยู่นานพอควร พ่ออยากดูคลิปมั้ยครับ...รงค์เขาส่งเข้ามือถือมาให้ดู...” 

อาการของลูกชายแสดงว่าเขาแน่ใจในบางสิ่งแล้ว อนันยชส่งสมาร์ทโฟนของเขาให้บิดา คุณก้องเกียรติจ้องดูคลิปวิดีโอที่ปรากฏแทบจะตาค้าง...เขาไปบ้านของนพินบ่อยๆเพราะไปรับส่งลูกสาวอยู่เป็นประจำหลายปี นั่นเป็นรถคันสุดท้ายของน้องสะใภ้ ที่เพิ่งเปลี่ยนก่อนที่อรุณรัมภาจะสำเร็จการศึกษาไม่นาน...อนิจจา!..เสียงลูกชายยังตวัดนิดๆ

“พ่อจำได้มั้ยฮะ...”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะลูก...ยชยังจำได้เลย นี่มีคนที่บ้านเขาไปติดต่อตำรวจหรือโรงพยาบาลบ้างหรือเปล่า”

“รงค์บอกว่า มีมันคนเดียวตอนนี้ที่ไปติดต่อ แต่ถ้าทางตำรวจกับนิติเวชชัณสูตรศพ เก็บหลักฐานเสร็จแล้ว เขาก็คงอนุญาตให้ญาติรับศพไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลตามศาสนาได้ พ่อว่าเราจะเอาไงดีล่ะครับ”

“พ่อคงต้องคุยกับนพินเขาก่อน ยังไงเขาก็เป็นเมียแต่งของเชษฐ์มายี่สิบกว่าปี ถ้าเขาไม่อยากจะเป็นคนจัดการ เราก็รับทั้งสองศพมาสวดมาเผาที่วัดใกล้บ้านเราดีกว่า ญาติๆของเขาจะได้ไปช่วยงานได้สะดวก ถ้าเป็นวัดในกรุงเทพคงไม่มีใครไปงาน ไม่ใช่ญาติสนิทจนจะต้องลงทุนลงแรงเดินทางไกลกันขนาดนั้น มันไม่มีอะไรรองรับทั้งที่กินที่พัก เรื่องอื้อฉาวขนาดนี้ พวกเพื่อน พวกลูกน้องก็อาจจะขยาดที่จะไปงานด้วย คนตายก็ตายไปแล้ว แต่คนที่อยู่มันยังใหญ่โต”

“พ่อก็รู้ว่าใครฆ่าอาเชษฐ์ พ่อยังคิดจะไปเจรจากับเขา...ผู้หญิงใจร้าย..”

“ยช...อย่าพูดแบบนั้นลูก ไม่มีคนที่อยู่ด้วยกันมายี่สิบกว่าปีคนไหน จะคิดฆ่าแกงกันด้วยเรื่องแค่นี้ เจตนาของเขาก็คงแค่อยากจับให้ได้คาหนังคาเขา จะได้พูด ได้ทำอะไรให้มันแตกหัก เด็ดขาดไปเท่านั้น ถ้าทั้งสองฝ่ายกล้าที่จะพูดความจริงกันต่อหน้า เรื่องมันก็คงไม่มาจบลงแบบนี้...เชษฐ์มันคงทำบุญมาเท่านี้...”

“ถ้าเขาอยากจัดงานศพเอง...แต่จะทำแค่ศพอาเชษฐ์...”

“เขาไม่ทำอย่างนั้นหรอกลูก เขาก็เป็นคนที่มีชื่อเสียงในวงสังคม เขาเลือกได้แค่...ถ้าไม่ทำตัวใจดีเป็นนางฟ้า ยอมรับเป็นเจ้าภาพจัดงานศพให้กับสามีที่นอกใจและเมียน้อย ก็ต้องทำให้สังคมรับรู้ว่า เขาโกรธมากจนจะไม่ดูดำดูดีอีก...แล้วพ่อเดาว่า...เขาจะทำอย่างหลัง

อย่างน้อยก็ทำให้ไม่ต้องแบกหน้าไปนั่งฟังเสียงซุบซิบนินทา กับสายตาสมเพชเวทนา ของคนที่มางานตามมารยาททางสังคมอีกเกือบๆอาทิตย์ มันจะอกแตกตายเสียก่อนจะจบงาน แล้วมันยังจะเปิดทางสะดวกให้เขาจัดการกับสถานะของเชษฐ์ในครอบครัวเขา...ในบริษัทด้วย แต่ถึงยังไงพ่อก็ต้องเจรจากับเขา คนของเราเป็นฝ่ายผิด..”

“อ้อ!...”  อนันยชทำเสียงเหมือนคำราม “...มาถึงตอนนี้ ผมชักไม่แน่ใจเสียแล้ว”

“เรื่องบางเรื่องตัดสินที่ผลไม่ได้ มันต้องดูไปถึงเหตุด้วย เราเป็นญาติของเชษฐา เราเอนเอียงเข้าข้างเขา ยิ่งตอนนี้เขาตาย...เรายิ่งรู้สึกว่าเขาเป็นผู้ถูกกระทำ แต่เพื่อความยุติธรรม เราต้องมองเรื่องนี้ด้วยสายตาของคนนอก เราถึงจะพอเข้าใจว่า...เรื่องมันมีสาเหตุมาจากอะไร...พ่อว่าไม่มีฝ่ายไหนถูกผิดมากกว่ากัน แต่เรื่องทางเชษฐ์มันปรากฏกับสายตาคนภายนอกชัดกว่า....เมื่อเหตุมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็จำเป็นต้องทำหน้าที่ของเรา...”

“จะบอกว่า...คนผิดไม่ต้องรับผิดชอบอะไรหรือครับพ่อ...”

“เราพิสูจน์ได้หรือเปล่าว่าเขาทำผิด องค์ประกอบของการทำผิดมันยังไม่ครบ ขึ้นศาลเขาก็หลุด มีประโยชน์อะไร...การรับผิดมีได้ทั้งทางโลกทางธรรมนะลูก ไม่มีใครหรอกที่ทำกรรมแล้วจะไม่ได้รับกรรม เราไม่จำเป็นต้องไปตัดสินลงโทษใคร ใครทำกรรมอะไรไว้ เขาก็จะได้รับผลจากสิ่งนั้นตอบแทนแน่นอน...

นี่มันเป็นกฎที่ไม่ค่อยจะมีใครเชื่อ ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องจริงที่สุด ยชเตรียมตัวไปกรุงเทพกับพ่อ เราคงต้องไปจัดการเรื่องศพ...”

“พ่อคะ...หนู...”  อรุณรัมภาเงยหน้าชุ่มน้ำตาขึ้นมองบิดา ผู้เป็นพ่อลูบผมเธอเบาๆอย่างอ่อนโยน

“หนูอยู่ทางนี้เถอะลูก ถ้าจำเป็นต้องรับศพอาเขามาทำพิธีที่นี่ หนูจะได้ช่วยไปจัดการเรื่องวัดเตรียมไว้ แต่ถ้าไม่ต้อง...หนูกับแม่ค่อยขึ้นเครื่องตามไปทีหลัง แต่พ่อว่า...หนูดูๆวัดดงตาลไว้หน่อยก็ดี เผื่อว่าเราจำเป็นต้องเป็นเจ้าภาพจะได้ไม่ขลุกขลัก...”

“แล้วลูกของเขาล่ะคะ...ชานนท์น่ะ...”

“พ่อจะไปดูอาการแก...ถ้าไม่หนักหนามาก เราอาจจะขอรับตัวแกมารักษาต่อที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดของเรา จะได้สะดวกเรื่องการดูแล แต่ถ้าแกต้องได้รับการรักษาเป็นกรณีพิเศษ เคลื่อนย้ายแล้วอาจเป็นอันตราย เราก็ให้แกอยู่โรงพยาบาลเดิม จ้างพยาบาลพิเศษดูแลไปก่อน รอให้งานศพพ่อกับแม่ของแกเรียบร้อย แล้วค่อยมาปรึกษากันอีกทีว่าจะเอายังไง...”

“แกยังไม่เดียงสาเลย...อยู่ๆก็กำพร้าทั้งพ่อทั้งแม่”

“ไม่มีอะไรบนโลกนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญนะลูก ทุกอย่างจะเกิดตามกฎแห่งกรรม แล้วความเชื่อมโยงกัน ก็จะเป็นผลมาจากการทำกรรมเกี่ยวเนื่องกันมานั่นแหละ หนูต้องพยายามเอาธรรมะเข้ามารักษาสมดุลของจิตใจ เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เราแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่เราจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อทุกคน เท่าที่เราสามารถจะทำได้...”

พ่อผู้อ่อนโยนของเธอจะเข้มแข็งเป็นหลักให้ยึดเหนี่ยวเสมอเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ เธอได้แต่รู้สึกเศร้าลึกอยู่ในใจ...การอยู่ห่างพ่อห่างแม่ในวัยเด็กของเธอ แค่ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน อย่างครอบครัวที่มีความสัมพันธ์อันดีทั่วๆไปเท่านั้น ก็ยังทำให้เธอรู้สึกว่าเป็นความทุกข์ทรมาณแล้ว แต่สำหรับชานนท์...

เมื่อลืมตาฟื้นขึ้นจากอาการบาดเจ็บ...แกจะต้องรับรู้ความจริงอันแสนโหดร้าย แกจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าหรืออยู่ในอ้อมกอดของพ่อแม่อีกแล้ว...ชั่วชีวิต

**********

เหตุการณ์ส่วนใหญ่เหมือนจะเป็นไปอย่างที่คุณก้องเกียรติคาดไว้...ความกราดเกรี้ยว กล่าวโทษของน้องสะใภ้ ที่พูดราวกับเธอไม่รู้ไม่เห็น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของสามี และภรรยาอีกคนของเขา เขาทรยศ มักมาก ไม่สำนึกบุญคุณที่ครอบครัวของเธอมีต่อเขาอย่างท่วมหัวมาเป็นเวลานาน

เธอหมดสิ้นเยื่อใย และประกาศล้างมือ จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเขาต่อไป ไม่ต้องมาเผาผีกัน แม้จะเหน็บแนมลูกผู้พี่ของสามีบ้างระหว่างการเจรจา  แต่เธอก็ไม่กล้าว่าร้ายอะไรเขาหนักนัก เขาเคยติดต่อกับเธอโดยตรงมาหลายปี เมื่อฝากลูกสาวสุดรักไว้ในความปกครองของเธอขณะอยู่ในช่วงเวลาของการศึกษา

แสดงการยอมรับความเป็นเจ้าของบ้านของเธอ โดยไม่ได้อ้างเอาสถานะของความเป็นพี่สามีมาเป็นข้อต่อรองใดๆ เขาจ่ายค่าตอบแทนสิ่งที่ควรเป็นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันระหว่างพี่น้องตามปกติวิสัย...ทั้งด้วยเงินทอง และของกำนัล ที่สูงเกินค่าใช้จ่ายจริง ของการมาอาศัยอยู่ในบ้านของหลานสาวเพียงคนเดียวของสามี แทบจะเรียกได้ว่าหลายเท่าตัว และเธอก็รับไว้โดยไม่ได้มีอาการตะขิดตะขวงใจ

คุณก้องเกียรติเองก็ไม่ได้เอ่ยถึง สิ่งที่เขาเห็นในคลิปวิดีโอ เขาไม่อยากทำเหมือนคนไม่รู้บุญคุณคน...ไม่อยากซ้ำเติมคนที่ทั้งเสียหน้าและเสียใจ เขายังเชื่อในกฎแห่งกรรม ถ้าเธอจะต้องรับกรรมจากเจตนาร้ายที่เธอทำกับเชษฐาและวารุณี เธอก็คงจะได้รับผลกรรมนั้นตามครรลองของการชดใช้กรรมด้วยตัวของเธอเอง แต่บางที...สิ่งที่เกิดขึ้นกับทั้งสองคนนั่น ก็อาจเป็นการชดใช้กรรมของพวกเขาให้กับเธอได้เหมือนกัน….ใครจะไปรู้ได้

เมื่อการดำเนินการทางกฎหมาย และระเบียบปฎิบัติของทางราชการเสร็จสิ้น คุณก้องเกียรติก็แสดงตนเป็นญาติขอรับศพของน้องชายและน้องสะใภ้ กลับไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด โดยผู้เป็นเอกภรรยาไม่ยื่นมือเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ตามที่เธอลั่นปากไว้ก่อนหน้านั้น




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน