• นักษรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vongkae@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 767
  • จำนวนผู้ชม : 181114
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
นักษรา
การเขียนได้และได้เขียนยังต้องการอีกสิ่งหนึ่งที่นักเขียนทุกคนกระหาย..นั่นคือการได้ปรากฎตัวของผลงานเกรงว่าถ้าไม่สามารถสักวันไฟที่ลุกโพลงอยู่ในความคิดจะมอดลง..ซึ่งเป็นหายนะของชีวิตนักเขียน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara
วันจันทร์ ที่ 26 มีนาคม 2561
Posted by นักษรา , ผู้อ่าน : 678 , 10:16:39 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๑๑.๑   

 คุณก้องเกียรติและคุณอรดีมาถึงงานเมื่อการสวดจบแรกเพิ่งสิ้นสุดลง ผู้เป็นพ่อเห็นลูกสาวนั่งอยู่ที่เก้าอี้ยาวที่จัดไว้สำหรับเป็นที่นั่งของเจ้าภาพและแขกรับเชิญอาวุโส มีชายหญิงอีกคู่หนึ่งนั่งอยู่ด้วย ปกติทั้งลูกสาวลูกชายจะปล่อยที่นั่งนั้นไว้ให้พ่อแม่และแขกผู้ใหญ่ที่มักจะไม่ใช่ญาติ

ส่วนบุตรชายนั่งอยู่ในที่นั่งด้านหลัง น่าจะถูกดึงตัวไว้เป็นแหล่งข้อมูลของบรรดาญาติที่นั่งอยู่รอบๆตัวเขา ดังนั้นพอเห็นพ่อกับแม่ อนันยชก็เหมือนกับได้โอกาสที่จะชิ่งออกจากสถานะที่เขาคงจะไม่พึงประสงค์สักเท่าไหร่ในทันที

“ลูกสาวอาเชษฐ์...เขามากับอาจารย์ของรัมภา เจ้าหล่อนจุดธูปไหว้พ่อเสร็จก็ลุกขึ้นไปนั่งที่นั่น รัมภากับอาจารย์ก็เลยต้องตามไปนั่งด้วยแบบเลยตามเลย จะปล่อยให้เจ้าหล่อนไปนั่งเดี่ยว เดี๋ยวก็จะมีเรื่องอีกตอนที่พระสวดเสร็จแล้วเจ้าภาพต้องทำพิธีต่อ...”

เขารายงานเสียงขุ่น ทั้งสำนวนและสำเนียงบอกชัดถึงความไม่พอใจ แต่ผู้เป็นพ่อเพียงพยักหน้าเป็นการรับรู้ แล้วดึงมือภรรยาเดินเข้าไปนั่งบริเวณที่ลูกเพิ่งลุกออกมา ชายหนุ่มทำอย่างอื่นไม่ได้นอกจากกลับเข้าไปนั่งที่เดิม เพื่อฟังพระสวดจนเสร็จ จนเมื่อเจ้าหน้าที่ของวัดเชิญให้ผู้มีเกียรติและเจ้าภาพขึ้นถวายของและทอดผ้าบังสุกุล...

อรุณรัมภาจึงลุกขึ้น เธอทำอาการให้รู้ว่า เชิญให้ผู้ที่นั่งอยู่ด้วยทั้งสองคน ไปร่วมทำหน้าที่นั้น ก่อนจะหันกลับมามองหาบิดามารดาซึ่งคาดว่าน่าจะมาถึงก่อนแล้ว คุณก้องเกียรติแตะแขนภรรยาพาเดินออกไปโดยไม่ได้มีอาการใดๆผิดไปจากปกติ

อนันยชนั่งลงข้างๆน้องสาวที่ถอยลงมาอยู่ในเก้าอี้แถวแรก รอจนการปฎิบัติตามพิธีการเสร็จสิ้นจึงเดินไปนั่งพับเพียบข้างผู้ให้กำเนิดที่นั่งอยู่บนพรมด้านหน้ายกพื้นอาสนะสงฆ์ เพื่อรอทำการกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล

เจ้าหน้าที่นำภาชนะที่จะใช้กรวดน้ำเป็นทองเหลืองขัดเงาวับสองชุดมาวางเตรียมให้ นิจสิรีแยกไปใช้ชุดเดียวกับธนภูมิ ในขณะที่พ่อแม่ลูกนั่งรวมกลุ่มอยู่ในชุดเดียวกัน

ทั้งหมดรอจนส่งพระสงฆ์ที่มาสวดพระอภิธรรมกลับไปกุฎิแล้ว นิจสิรีจึงได้ฤกษ์หันมาทำความเคารพญาติผู้พี่ของบิดา แม้จะยังแสดงท่าทีแข็งกระด้าง ไว้ตัว แต่ลักษณะความมีอำนาจและสง่าราศีของผู้เป็นลุง ก็ทำให้อาการของเธอดูไม่ขัดหูขัดตาผู้คนมากเท่าในตอนแรก อรุณรัมภาถือโอกาสเอ่ยกับบิดามารดารวมๆกันไปเลย

“นิจมาเครื่องกับคุณชื่นชม แล้วก็ไปพักที่โรงแรมเดียวกับอาจารย์ธนภูมิ พอดีอาจารย์รับเชิญมาจัดอบรมแนะแนวให้เด็กม.ปลายที่โรงเรียน ท่านผู้บริหารคงเห็นว่าหนูเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ ก็เลยบอกเรื่องงานของอาเชษฐ์ อาจารย์หารถของโรงแรมจะมางานก็พอดีเจอนิจ แล้วก็รู้ว่าจะมางานเดียวกัน ก็เลยชวนมาด้วยกันเสียเลย”

“ขอบคุณนะครับอาจารย์ แม่เขาบอกว่า...ยายหนูแกเคยเล่าให้ฟังเรื่องที่แกถูกส่งไปสัมมนาในโปรแกรมของอาจารย์บ่อยๆ...”

“หรือครับ...ผมนึกว่าเธอ....”

“ลูกผมแกชอบเล่าเรื่องทุกอย่างให้พ่อแม่ฟัง...”

คนพูดยิ้มเยือนอย่างอารมณ์ดี ขณะที่คนฟังกำลังสงสัยว่า...เธอไปเล่าเกี่ยวกับเขาว่ายังไง...’ชอบเล่าทุกเรื่อง’...เรื่องอะไรบ้างล่ะ ออกจะรู้สึกร้อนตัวนิดๆ แต่คนฟังอีกคนก็ขมวดคิ้วด้วยความข้องใจเหมือนกัน...ตกลงธนภูมิกับลูกผู้พี่ มีความสัมพันธ์กันแบบไหน...สนิทสนมกันมากเท่าไร เมื่อกี้ตอนที่จุดธูปไหว้พ่ออยู่ เธอก็เห็นด้วยหางตาว่า ทั้งคู่นั่งใกล้...ทำท่าพูดจากระซิบกระซาบกัน

ผู้ชายที่เธอรู้สึกถูกชะตาแต่แรกพบ จนยินดีจะนั่งรถมางานศพพ่อกับเขาตามลำพัง ทั้งที่ไม่ได้รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน...ไว้ใจว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษด้วยบุคลิกลักษณะอันสง่างาม ยอมทิ้งให้พี่เลี้ยงเฝ้าห้องพักอยู่ที่โรงแรม คงไม่ใช่แฟนของพี่สาว เขาก็บอกเธอว่า...เขากับอรุณรัมภาเป็นครูเป็นศิษย์กัน ลูกศิษย์กับครูจะเป็นแฟนกันได้ยังไง...น่าเกลียดตาย!

“ลุงดีใจที่หนูมางานพ่อเขานะ นิจ...เรื่องอื่นเก็บไว้ก่อนนะลูก ชีวิตหนึ่งของคนเราก็มีพ่อได้แค่คนเดียว ทำหน้าที่ของลูกให้เขาเป็นครั้งสุดท้ายเถอะ พรุ่งนี้จะมีทำบุญเลี้ยงพระเพล แล้วจะเผาตอนห้าโมงเย็น...ลุงอยากให้หนูมานะ..”

“หนู...เอ้อ...นิจอาจจะมาตอนเผาเลย...”  เธอยังแบ่งรับแบ่งสู้ด้วยสำเนียงแข็งๆเหมือนเดิม

“ก็...คงต้องแล้วแต่หนูจะสะดวก”  คุณก้องเกียรติบอกเรียบๆ ไม่ได้ขยั้นคะยออย่างที่อีกฝ่ายคาดไว้

“แต่ผมจะมาทำบุญเลี้ยงพระเพลด้วย ผมจะสั่งเบเกอรี่ที่โรงแรมมาช่วยงานนะครับคุณพ่อ...”

“ขอบคุณ...”

คนนำเสนอหน้าบานเมื่อเจ้าภาพไม่ได้ขัดศรัทธา แต่อนันยชเริ่มขมวดคิ้ว เขารู้สึกแปลกๆเมื่อได้ยินธนภูมิเรียกบิดาว่า’คุณพ่อ’เต็มปากเต็มคำ ไม่รู้ทำไมแปลก...เพราะปกติเพื่อนๆของอรุณรัมภาที่โรงเรียน เวลาเจอกับคุณก้องเกียรติ ก็เรียกขานท่านว่า’คุณพ่อ’ด้วยกันทุกคนทั้งผู้หญิงผู้ชาย เขาก็ไม่เห็นจะรู้สึกอะไร

แต่นายคนนี้หูตามันแพรวพราวชอบกลเวลาพูดกับพ่อเขา หรือเขาเริ่มไม่ชอบใจตั้งแต่เห็นมันร่วมทางมากับแม่ไฮโซสมองนิ่ม ลูกผู้น้องของเขาก็ไม่รู้

“ผมคงต้องลากลับก่อนครับ เดี๋ยวจะถึงโรงแรมดึกเกินไป คนที่คอยคุณนิจสิรีอยู่จะเป็นห่วง...”

“ขอบคุณอีกครั้งที่มาเป็นเพื่อนหลานผม”

“ผมตั้งใจมาตั้งแต่แรกแล้วครับ ผมกับอรุณรัมภารู้จักสนิทสนมกันมานาน เธอเป็นทั้งลูกศิษย์และผู้ร่วมงานคนเก่งของผม...”

“ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นนะ...ผมขอส่งตรงนี้เลยแล้วกัน เดี๋ยวจะต้องปรึกษาพวกญาติที่มาในงาน พอดีวันนี้ผมมีงานพิเศษที่ฟาร์มเลยยังไม่ได้คุยกันเรื่องรายละเอียดของงานพรุ่งนี้ มีหลายคนเขาบอกไว้ว่าจะช่วยกันทำอาหารมาถวายพระ ควรจะต้องตกลงกันก่อนว่าใครจะทำอะไรมาบ้าง จะได้ไม่ซ้ำซ้อนสิ้นเปลืองทั้งของทั้งแรงโดยใช่เหตุ...”

“นิจก็ลาค่ะคุณลุงคุณป้า”

เธอพูดจบก็เดินนำลิ่วไปที่รถซึ่งมีคนขับรถของโรงแรมยืนรออยู่แบบเตรียมพร้อมให้บริการ ไม่ได้สนใจจะลาทั้งพี่สาวและพี่ชายที่ก็ยืนอยู่ใกล้ๆ

ธนภูมิทำความเคารพบิดามารดาของลูกศิษย์ แล้วหันไปรับไหว้หนุ่มสาวทั้งสอง ที่ทำท่าให้รู้ว่าจะส่งแค่ตรงนี้เหมือนกัน พอรถของโรงแรมแล่นออกไปจากบริเวณวัด อนันยชก็เหมือนกับจะระงับถ้อยคำไว้ไม่ได้ต่อไป

“ยชเพิ่งรู้นะว่า รัมภาต้องลำบากใจยังไงที่ต้องอยู่ร่วมบ้านกับครอบครัวของอาเชษฐ์ คนลูกยังแค่นี้...คนแม่จะแค่ไหน มิน่า...อาเชษฐ์เขาถึงต้องหาทางระบายออกเสียบ้าง ก่อนที่อกจะระเบิด...”

“ยช...อย่าเอะอะไปลูก น้องก็มีปัญหาของเขา...”

“ก็ใช่อยู่แล้วครับพ่อ ดูท่าหล่อนก็รู้แล้วว่า ต้องเป็นพวกมีปัญหา...”

“ทำใจเสียเถอะ อีกวันสองวัน...เรากับพวกเขาก็คงจะไม่ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว แต่ในระหว่างที่เราต้องทำหน้าที่ของเรา พ่ออยากให้ยชวางตัวเป็นพี่..มีความหนักแน่น เยือกเย็น เด็กทำอะไรไม่ถูกไม่ควร คนที่เห็นก็มักจะพูดว่า..พ่อแม่ไม่สั่งสอน ไม่มีใครโทษเด็ก...เพราะเด็กก็คือเด็ก ไม่รู้หรอกว่าอะไรถูกไม่ถูก ดีมั้ยดี อยากทำอะไรก็ทำตามใจตัวเอง แต่เราโตแล้วนะลูก อย่าไปทำตัวแบบเดียวกับเด็ก...”

“พ่อก็เห็น...คนอย่างหล่อนน่ะ ใครจะไปสั่งสอนอบรมได้ สอนอะไรไปคงเหมือนตักน้ำรดหัวตอ...”

“ยชมากับแม่เถอะลูก ไปคุยกับพวกอาๆป้าๆเขาว่า ตกลงงานพรุ่งนี้ใครจะทำอะไรมาเข้าสำรับถวายพระบ้าง แล้วยังจะของเลี้ยงคนที่มาช่วยงานตอนกลางวัน เราจะได้กะการของเราถูก ว่าจะทำอะไรแค่ไหน แล้วยชจะได้หาวัตถุดิบให้แม่ด้วยไงลูก...”

คุณอรดีดึงลูกชายออกไปจากลูกสาวและสามี เธอออกจะเข้าใจลูก...นอกจากหมั่นไส้นิจสิรี ด้วยท่าทีเจ้ายศเจ้าอย่างของเธอที่อนันยชดูหมิ่นว่า...ไม่ได้มองดูเงาหัวตัวเองว่าเป็นใครมาจากไหน...แล้วสำหรับเขา...คนที่ไม่มีปัญญาหาเลี้ยงตัวเอง ไม่ควรเผยอหน้ามาทำเป็นหยิ่ง ถ้าไม่มีคนหยิบยื่นอะไรให้ก็จะอดตายชัวร์ๆ

อารมณ์ไม่ดีอีกอย่างของเขา คงจะเป็นไปตามปกติเวลาที่เห็นมีหนุ่มมาทำท่าแปลกๆกับน้องสาว คนเป็นพ่อก็ดูจะเข้าใจแบบเดียวกัน

“มาถึงตอนแรกนิจเขาพูดว่า จะเคารพศพพ่อเขาแล้วก็จะกลับเลย ไม่อยู่ฟังสวด...แต่พออาจารย์พูดกล่อมแป๊บเดียว เธอก็ดูสงบลงเยอะ เขาก็เป็นพวกมีวาทศิลป์นะคะ นี่พอจะกลับทำฤทธิ์ว่าพรุ่งนี้จะมาตอนเผาเลยอีกแล้ว อารมณ์วูบวาบไม่อยู่กับร่องกับรอยอย่างที่ยชเขาโมโหเลย...”

“อย่าไปเอามาเป็นอารมณ์เลยลูก ความจริงนิจสิรีก็ไม่ใช่เด็กอมมือที่ยังไม่รู้ความ เขาก็อ่อนกว่าหนูแค่ปีสองปี เรียนก็น่าจะจบแล้วถ้าไม่ได้เกเรอะไรมากมาย เขามางานศพพ่อทั้งๆที่แม่กับตาคงจะไม่ได้ยินดีให้มา ก็นับได้ว่ายังพอมีความคิด มีจิตสำนึกติดตัวอยู่บ้าง...

เชื่อพ่อเถอะ...พรุ่งนี้เธอก็จะมาทำบุญ เลี้ยงพระเพลพร้อมๆกับอาจารย์ของหนูนั่นแหละ...ว่าแต่หนูไม่ได้...รู้สึกอะไรใช่มั้ย?...”

“รู้สึกอะไรของพ่อหมายความว่ายังไงล่ะคะ” ลูกสาวทำเสียงสูง คิ้วก็พลอยเลิกสูงขึ้นด้วย บิดาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“ทำเสียงแบบนี้ก็แปลว่าเข้าใจดีอยู่แล้ว จะมาแกล้งถามพ่อทำไม”

“พ่อจะแซวว่าหนูคิดอะไรกับอาจารย์หรือคะ”

“เปล๊า!...”  บิดาปฎิเสธด้วยสำเนียงแปลกๆแล้วทำเมินมอง หญิงสาวกอดแขนผู้เป็นพ่อไว้พลางหัวเราะคิกคัก

“หนูนึกว่ามีแต่ยชคนเดียวที่ไม่ชอบหน้าเขา...”

“ทำไมพ่อจะต้องไปไม่ชอบหน้าเขา...เขาออกจะรูปหล่อ ท่าทางภูมิฐานดีจะตาย พ่อแค่กลัวว่า หนูกับยายนิจจะเกิดเห็นเขาเป็นแบบเดียวกันขึ้นมา...”

“โธ่เอ๊ย!...กลัวว่าหนูจะเปิดศึกสายเลือดกับน้องเรื่องผู้ชายหรือคะ”

“หนูน่ะคงไม่ไปเปิดศึกกับเขาหรอก เรื่องแบบนี้มันขึ้นกับว่าผู้ชายเขาจะเอนเอียงไปทางไหน พ่อแค่อยากให้หนูระวังตัวไว้หน่อย สายตาของอาจารย์ กับสายตาของนิจสิรี มันเป็นลักษณะเดียวกัน...เพียงแต่...เขาไม่ได้ต่างมองกันเท่านั้น...”

“หนูไม่เคยคิดอะไรกับเขา นอกเหนือจากเขาเคยเป็นครูของหนู...นี่เรื่องจริงนะคะ...”

“จริงก็ดีแล้วลูก ไม่รู้อะไรเหมือนกัน ทำให้พ่อรู้สึกไม่วางใจผู้ชายคนนี้ หน้าตาท่าทางเขาดี แต่มันเหมือน...”

“อยู่ในชุดพรางตาหรือคะพ่อ...”

“ทำนองๆนั้น!...”

“เป็นความรู้สึกที่เกิดเพราะหวงลูกสาวหรือเปล่าคะ...”

“ไอ้เรื่องนั้นมันก็แน่อยู่แล้ว...ไม่หวงลูกสาวจะให้พ่อไปหวงใคร”

คุณก้องเกียรติอดยิ้มกับการทำหน้าเจ้าเล่ห์ล้อเลียนเขา ขณะลอยหน้าลอยตาพูดของบุตรีไม่ได้ เขาเอื้อมมือไปขยี้ผมเธอแบบที่เคยเห็นอนันยชทำบ่อยๆ เวลาที่ทั้งคู่เถียงกัน แล้วอรุณรัมภามักจะเป็นฝ่ายอ่อนข้อง้องอนพี่ชาย ตัวเขาเองมักจะลูบผมลูกมากกว่า...ผมของเธอเรียบลื่น นุ่มสลวย น่าลูบมากกว่าน่าขยี้ แต่เวลาที่เธอทำหน้าเจ้าเล่ห์ มันก็น่าจะโดนทำให้ผมยุ่งนี่นะ

“พ่อหวงให้ตลอดนะคะ...หนูอยากจะอยู่กับพ่อแม่กับพี่เท่านั้น” เธอฉอเลาะ

“เด็กโง่เอ๊ย!...”  คนเป็นพ่อพึมพำเบาๆขณะกอดร่างแบบบางที่เบียดเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น

**********




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน