• นักษรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vongkae@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 767
  • จำนวนผู้ชม : 181114
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
นักษรา
การเขียนได้และได้เขียนยังต้องการอีกสิ่งหนึ่งที่นักเขียนทุกคนกระหาย..นั่นคือการได้ปรากฎตัวของผลงานเกรงว่าถ้าไม่สามารถสักวันไฟที่ลุกโพลงอยู่ในความคิดจะมอดลง..ซึ่งเป็นหายนะของชีวิตนักเขียน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara
วันพฤหัสบดี ที่ 29 มีนาคม 2561
Posted by นักษรา , ผู้อ่าน : 823 , 13:52:25 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๑๑.๒   

 งานศพของเชษฐาและวารุณีวันสุดท้าย มีผู้มาช่วยงานมากกว่าทุกวัน ด้วยจะมีการถวายภัตตาหารเพล และพวกญาติๆ รวมถึงคนรู้จักคุ้นเคยกันในละแวกบ้าน ที่ไม่ได้มาฟังสวดในวันก่อนหน้านั้น ก็ได้ถือโอกาสมาร่วมงานในวันนี้เสียเลย คงเป็นธรรมเนียมที่เมื่อมีการทำบุญเลี้ยงพระ ฟังเทศน์ฟังธรรมด้วยกันแล้ว ก็จะมีการร่วมรับประทานอาหารกลางวัน  หลายครอบครัวจึงช่วยกันทำอาหารมาร่วมทำบุญและเลี้ยงดูกัน

คุณอรดีทำอาหารง่ายๆแต่ใช้วัตถุดิบคุณภาพจากในฟาร์มสองสามอย่าง แต่ละอย่างมีจำนวนค่อนข้างมาก เพื่อจะได้แบ่งปันกันได้ทั่วถึงในฐานะที่เป็นเจ้าภาพ...ต้มยำกุ้งตัวโต...ผักรวมผัดน้ำมันหอย มีทั้งหน่อไม้ฝรั่ง เห็ดชนิดต่างๆ แครอทและพริกหวานหลากสี...ทอดมันปลาซึ่งปรุงขึ้นเองเป็นพิเศษ ทั้งเหนียวนุ่มและรสชาติดี

เธอรู้ว่าบ้านอื่นถนัดที่จะทำของคาวเป็นแกงเผ็ด ผัดเผ็ด น้ำพริกปลาย่าง ไก่ทอด และอย่างอื่นที่คล้ายคลึงกันขนมหวานก็ทำมาเป็นหม้อ มีน้ำกะทิโรยหน้า สำหรับมาช่วยงานแบบนี้ เธอจึงต้องเลือกทำอาหารชนิดที่คนอื่นจะไม่ทำ

ธนภูมิมากับนิจสิรีอย่างที่คุณก้องเกียรติคาดไว้ แต่วันนี้เขาขับรถเช่าของโรงแรมมาเอง เพราะรู้เส้นทางดีอยู่แล้ว และคิดว่าคงจะต้องอยู่ที่วัดนาน ถ้ามีคนขับรถซึ่งเป็นพนักงานของโรงแรมมาด้วยน่าจะไม่สะดวก เขาสั่งเบเกอรี่คุณภาพดีและรูปลักษณ์สวยงามน่าลิ้มลองจากโรงแรมมาด้วยสามกล่องใหญ่

ชายหนุ่มพยายามจะช่วยงานที่คิดว่าน่าจะทำได้ เพื่อเพิ่มความสนิทสนมเป็นกันเองกับครอบครัวของลูกศิษย์สาว แต่อรุณรัมภากลับขอร้องให้เขาช่วยนั่งอยู่เป็นเพื่อนน้อง..ที่ถึงจะมางานศพพ่อตัวเอง ก็ทำท่าปั้นปึ่ง นั่งหน้าเชิดคอแข็ง แสดงอาการว่าจะไม่ยอมแตะต้องอะไรทั้งสิ้น

ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ทีท่าหยิ่งทะนงนั้น เธอกำลังคิดกังวลอยู่ว่า หลังการรับประทานอาหารแล้ว เวลาที่เหลือก่อนจะถึงการฌาปนกิจ ที่ค่อนข้างจะหลายชั่วโมงอยู่...เธอจะทำอะไร ทำยังไง นั่งเชิดหน้าอยู่อย่างนี้เป็นชั่วโมงๆ จะไหวไหม

คนที่นั่งอยู่ข้างๆแม้จะเป็นคนพูดจาหว่านล้อมให้เธอมางานด้วย แต่ตอนนี้ก็ราวกับนั่งอยู่แต่ตัว ใจเขาคงไปอยู่ที่อื่น เพราะดูจะเหลียวมองตามการเคลื่อนไหวของลูกผู้พี่ตลอดเวลา เธอคนนั้นก็ไม่ได้ไปไหนไกลหรอก หลังจากช่วยจัดอาหารเข้าสำรับสำหรับประเคนให้พระสงฆ์ที่รับนิมนต์ไว้แล้ว ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกผู้ชายคอยดูแลปรนนิบัติ อำนวยความสะดวกให้ท่านขณะกำลังฉัน ตามธรรมเนียมปฎิบัติ

ตัวเธอก็ย้ายหน้าที่ไปช่วยเขาจัดเตรียมภาชนะ อุปกรณ์ไว้สำหรับเลี้ยงแขก รวบรวมของที่มีคนนำมาช่วยงานเพื่อง่ายกับการจัดการเวลาจะลงมือจัดสำรับจริง เรียงหม้อข้าว กระติ๊บข้าวเหนียว ถ้วยชาม ช้อนส้อม ถาดและหม้อบรรจุอาหารคาวหวาน ที่เรียงรายอยู่แทบจะเต็มโต๊ะยาวที่วางไว้ข้างศาลา โต๊ะพับได้นับสิบตัวและเก้าอี้ พลาสติควางเรียงซ้อนกันอยู่เป็นระเบียบ รอเวลาให้พระฉันเสร็จ ฟังสวดแล้วจึงจะมีการจัดสำรับใหม่สำหรับแขก

พอทุกอย่างถูกจัดวางเรียบร้อยแล้วนั่นแหละ...หญิงสาวที่เคลื่อนกายไปมาทำนั่นทำนี่ก็หายตัวไปจากสายตา จนคนที่นั่งคอยมองอยู่ เหลียวหน้าเหลียวหลังมองหา...ทำท่าจะนั่งไม่ติดขึ้นมาทีเดียว

“อาจารย์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมทำท่ามองซ้ายมองขวาร้อนใจแบบนั้น”

นิจสิรีถามเหมือนอาทร แต่น้ำเสียงกลับยั่วเยาะอย่างรู้ทัน ธนภูมิถือโอกาสนั้นบอกเธอว่า

“ผมอยากไปห้องน้ำ...แต่อรุณรัมภาเธอฝากให้ผมคอยดูแล อยู่เป็นเพื่อนคุณ ผมก็เลยมองหาเผื่อเธอจะอยู่แถวนี้...ไปไหนแล้วก็ไม่รู้ คุณอยู่คนเดียวสักครู่ได้ไหม ความจริงไปคุยกับคุณลุงคุณป้าก็ได้นะครับ เผื่อท่านมีอะไรให้ช่วย...”

“ถึงจะมี...นิจก็คงช่วยไม่ได้หรอกค่ะ นิจทำอะไรแบบที่คนที่นี่เขาทำกัน...ไม่เป็น...ไม่เคยทำ แต่ว่า...พออาจารย์พูดเรื่องห้องน้ำ นิจก็อยากไปอยู่เหมือนกัน แต่ยังคิดสยองอยู่ว่า ห้องน้ำของวัดชนบทแบบนี้...นิจจะใช้ได้หรือเปล่า แล้วถ้าไม่ได้ จะทำยังไง...คงจะทนอยู่จนถึงเย็นไม่ไหว...”

“ถ้ามีปัญหาจริงๆก็บอกอรุณรัมภาซิครับ เธอคงจะพาคุณไปที่บ้านเธอได้ บ้านก็อยู่ไม่ไกลจากวัดเท่าไหร่ แต่...ลองไปดูก่อนมั้ยครับ ผมว่า ไม่น่าจะถึงขนาดที่คุณจะใช้ไม่ได้นะ วัดนี้ก็ดูจะมีญาติโยมมาทำบุญกันเป็นประจำ...”

“สำหรับผู้ชายคงไม่มีปัญหาหรอกค่ะ แต่...ลองไปดูก่อนอย่างอาจารย์ว่าก็ได้...”

ธนภูมิเกือบจะถอนใจออกมาดังๆ...แต่เขาก็ชินกับการแสดงออกให้ดูดีในสายตาของคนอื่น เขาอยากออกไปตามลำพัง จะได้หาโอกาสไปเดินดูว่าลูกศิษย์สาวไปทำอะไรอยู่ที่ไหน เธอไม่อยู่ในศาลา และบริเวณโดยรอบที่เขาจะสามารถมองเห็นได้ในขณะนี้ ทั้งๆที่บิดามารดาและพี่ชายของเธอก็ยังอยู่กันครบ

แต่การที่จะมีสาวน้อยเจ้าปัญหาตามติดไปด้วย...นั่งอยู่กับที่จะดีกว่าละมัง ดูจะทำอะไรไม่ได้เสียแล้ว เพราะพอพูดจบ เธอก็ลุกขึ้นจากที่นั่งทันที ทำให้เขาจำเป็นต้องลุกตาม และเดินนำออกมาข้างนอกศาลา

แต่ยังไม่ทันได้ถามใครว่า ห้องน้ำของวัดไปทางไหน เขาก็เห็นรถอีกคันแล่นเข้ามาในบริเวณวัด ดูแปลกตากว่ารถที่จอดเรียงรายกันอยู่ก่อนแล้ว ด้วยเป็นรถสมรรถนะสูงและดูเป็นรุ่นค่อนข้างใหม่ สีแมทเทอลิคเข้มเกือบดำมันปลาบไปทั้งคัน บอกถึงการได้รับการดูแลรักษาอย่างดี และการเลี้ยวเข้าไปจอดได้เรียบร้อยในครั้งเดียว ก็บอกถึงฝีมือ และความคุ้นเคยสถานที่ของคนขับได้เช่นเดียวกัน

ชายหนุ่มร่างสูงล่ำสันที่เปิดประตูรถก้าวลงมา คล้ายจะหยุดมองดูรถตราโรงแรมที่จอดอยู่ก่อนราวอึดใจ ก่อนจะกดรีโมทล็อครถแล้วเดินตรงเข้ามาที่ศาลา ธนภูมิขมวดคิ้วนิดๆ นึกในใจว่า...อะไรโลกมันจะกลมขนาดนี้!

ผู้มาใหม่ก็ชะงักไปเหมือนกัน เมื่อเข้ามาใกล้จนมองเห็นกันได้ถนัด ดวงตาคมเข้มมีรอยวูบไหวก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยถ้อยคำที่ราวกับเคยรู้จักกันดี นอกจาก...มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ดูห่างเหิน ระคางใจ

“อ้าว...พี่ภูมิ มางานนี้เหมือนกันหรือครับ ผมสงสัยอยู่แล้วว่า รถโรงแรมมาจอดอยู่ที่นี่ได้ยังไง ต้องเป็นพี่ภูมิแน่...ใช่ไหม สบายดีหรือครับ ไม่ได้เจอกันซะนาน...”

“ฉันก็ไม่คิดว่าจะเจอนายที่นี่เหมือนกัน...นายเป็นแขกของใคร คุณพ่อคุณแม่ พี่ หรือน้อง...”

อีกฝ่ายเลิกคิ้วแล้วทำท่าเอียงคอนิดๆอย่างสนเท่ห์กับคำถาม

“ถ้าจะให้นับแบบนั้น ผมก็เป็นแขกของทุกคน เรารู้จักกันทั้งครอบครัว อาจจะยิ่งกว่าแขก ผมน่ะเข้าข่ายญาติแล้วละ...”

“ญาติข้างไหน”  คนถามเริ่มเสียงขุ่น แต่อีกฝ่ายกลับแค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงบอกชัดว่าไม่จริงใจ

“จะมาลำดับญาติอะไรกันตรงนี้ครับ ว่าแต่...พี่ภูมิกำลังจะไปไหน”

“จะพาคุณนิจไปห้องน้ำ...ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ยังไม่ได้ไปเดินดู”

“ข้างๆศาลาทางซ้ายมือครับ อยู่ค่อนไปทางด้านหลังหน่อย...”

“นายดูท่าคุ้นกับที่นี่ดีนะ..”

“ก็บอกแล้วว่าครอบครัวของเราคล้ายๆญาติกัน บ้านคุณพ่อคุณแม่ผมก็อยู่แถวๆนี้ วัดนี้ก็เคยมาทำบุญกันอยู่ เชิญตามสบายนะครับ ผมจะเข้าไปในศาลาก่อน พระท่านคงจะยังฉันไม่เสร็จ เพิ่งสิบเอ็ดโมงกว่าๆเอง...”

เขาชำเลืองดูนาฬิกาที่ข้อมือแวบนึงขณะพูด แล้วก็เดินผละไปเฉยๆ นิจสิรีที่ยืนอยู่ใกล้ๆธนภูมิเกือบจะกระแทกเท้าอย่างขัดใจ...ผู้ชายบ้าอะไร ไม่มีมารยาท เขาทำราวกับไม่เห็นว่ามีเธออีกคนที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนี้

“ใครคะอาจารย์...ไม่มีมารยาททางสังคมเอาเสียเลย”

“เพื่อนรุ่นน้อง จบจากมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่คนละคณะ เขาเป็นสถาปนิก...เสือผู้หญิงตัวร้ายทีเดียว เขาไม่ค่อยชอบหน้าผมเท่าไหร่ นี่ถ้าไม่เจอกันซึ่งๆหน้า...สงสัยว่าจะไม่ทัก...”

“ขนาดนั้นเลยหรือคะ ไปผิดใจกันเรื่องอะไร...ผู้ชายที่เคยเป็นเพื่อนกัน มักจะผิดใจกันเรื่องผู้หญิง อือม์...ถ้าอาจารย์กับเขาจะผิดใจกันเรื่องผู้หญิงจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นต้องสวยมากแน่ๆ ถึงสามารถทำให้ผู้ชายที่ดูดีสองคนผิดใจกันเพราะเธอได้...”

 เธอวิพากษ์วิจารณ์ตรงๆอย่างไม่ได้รู้สึกว่ากำลังก้าวล่วงเข้าไปในเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น ท่าทีไม่ได้บอกว่าจะรู้ตัวว่ากำลังทำเรื่องที่ไม่สมควร เพราะก็ทำแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้ว แต่...สิ่งที่คิดจะพูดต่อนั่นต่างหากที่เธอกัดริมฝีปากสะกดถ้อยคำไว้ได้ทัน...ผู้หญิงคนนั้นคงไม่ใช่พี่สาวของฉันนะ...ถ้าหลุดปากพูดออกไปจะกลายเป็นให้ความสำคัญกับ’ยัยนั่น’...มันเรื่องอะไร...คนบ้านนอก เรียนจบอะไรมามันก็กลับมาอยู่บ้านนอกนั่นแหละว้า...

ได้ยินเขาหัวเราะเหมือนรู้สึกขำ ดวงตาเป็นประกายแบบแปลกๆที่แปลไม่ออก

“ผมก็ไม่แน่ใจว่าเขาไม่ชอบหน้าผมเรื่องอะไร อาจจะมีหลายเรื่องก็ได้มันก็เลยเป็นความรู้สึกสะสม เขามันเป็นผู้ชายเจ้าเส่น่ห์...ข่าวว่า ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้ก็มักจะหลงรัก เราไปดูห้องน้ำกันเถอะครับ ไม่ควรออกมานานเดี๋ยวพระท่านฉันเสร็จก็จะสวดให้พรแล้ว เรามางานควรอยู่ในสถานที่เวลามีพิธีการ”

“ถ้าเป็นห้องแถวเล็กๆเรียงกันนั่น ดูสภาพแค่ข้างนอก ก็รู้แล้วว่าข้างในเป็นยังไง ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปดูให้เมื่อยหรอกค่ะ...”

“ถ้างั้นคุณยืนรออยู่ตรงนี้สักครู่นะครับ...ผมคงต้องไป”

เขาเหมือนได้โอกาสที่จะชิ่ง เดินผละไปโดยเร็ว นิจสิรียืนงง...เธอลืมไปเสียสนิทว่า ที่ออกมาจากศาลาเป็นเพราะเขาบอกว่าอยากไปห้องน้ำ แล้วเธอตามออกมาด้วยข้ออ้างเดียวกัน ไม่ใช่เขาอาสาจะพาเธอไปดูห้องน้ำเสียหน่อย แล้วจะให้เธอมายืนเคว้งอยู่กลางสมรภูมิอย่างนี้น่ะหรือ กำลังตัดสินใจว่าจะกลับเข้าไปในศาลาดี หรือยืนรอเขาต่อดี อยู่ๆลูกผู้พี่ที่หายตัวไป ก็โผล่มาจากด้านข้างของศาลาอีกด้านหนึ่ง

“อ้าวนิจ...มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้”

“ไปไหนมา มีคนเขามองหาจนนั่งไม่ติด”  แทนคำตอบเธอกลับสาดคำถามใส่ด้วยเสียงขุ่นมัว

“พูดถึงใคร?...”

“พูดถึงใครก็ช่างเถอะ เป็นเจ้าภาพไม่ใช่หรือ ทำไมไม่รู้จักอยู่รับรองแขก ไปร่อนเร่อยู่ที่ไหน”

“ร่อนเร่จัดการเรื่องน้ำกับน้ำแข็ง ที่จะใช้ตอนกินข้าว...”  อีกฝ่ายบอกอย่างใจเย็น “...เขาเพิ่งมาส่ง น่าจะมาตั้งแต่เช้าแล้ว พอดีเขาต้องส่งของตามรายทาง แล้วเราเป็นจุดสุดท้าย ก็ไม่ได้ช้าไปเท่าไหร่หรอก แต่มันต้องไปจัดที่ทางให้เขาเอาของลง รถส่งของเขาเข้าทางด้านข้าง ไม่ได้เข้ามาทางหน้าวัด พี่เป็นคนสั่งของเขาเองก็เลยต้องมาจัดการดูแล...อาจารย์ล่ะ...”

“ไปเข้าห้องน้ำ นิจก็อยากเข้าเหมือนกัน แต่คิดๆแล้วสยอง ขนาดวัดใหญ่ๆในกรุงเทพยังดูไม่จืด ก็เลยยืนรออยู่ตรงนี้ดีกว่า...”

“อือม์...ที่นี่มีห้องน้ำอย่างละสองห้องแยกชายหญิงนะ พี่ให้คนงานเขามาทำความสะอาดทุกวัน เพราะรู้ว่าตอนมีงานจะมีแขกใช้ห้องน้ำเยอะ ไม่ได้น่ากลัวแบบที่นิจคิดหรอก...”

“ไม่เอาละ...หมดอารมณ์แล้ว”

“จะยืนคอยอาจารย์อยู่ตรงนี้ หรือจะเข้าไปในศาลากับพี่ เดี๋ยวพระท่านฉันเสร็จท่านก็จะสวดให้ก่อนที่จะกลับกุฎิ พอส่งท่านกลับแล้วเราก็จะทานข้าวกัน อีกสักชั่วโมงกว่าๆก็จะมีเทศน์กัณฑ์นึง...”

“โอ๊ย...จะมีพิธีอะไรกันอีกนานมั้ยเนี่ย...”

“นาน!...พอพระท่านเทศน์เสร็จ พวกช่างดอกไม้เขาก็จะไปจัดดอกไม้ประดับที่เมรุ พี่ก็จะไปช่วยเขาทำ นิจจะช่วยแม่จัดเรื่องดอกไม้จันท์กับของชำร่วยที่จะแจกให้แขกก็ได้นะ ไม่ได้เยอะแยะหนักหนาอะไรหรอก แต่ถ้าได้ทำให้พ่อกับมือก็จะรู้สึกดี...เอามั้ย”

“มีทางเลือกมั้ยที่พูดจานำเสนอนั่นน่ะ”

“ทางเลือกก็แค่...’ทำ’ กับ ‘ไม่ทำ’ เท่านั้น...ตามแต่ใจนิจ”

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน