• นักษรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vongkae@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 767
  • จำนวนผู้ชม : 181114
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
นักษรา
การเขียนได้และได้เขียนยังต้องการอีกสิ่งหนึ่งที่นักเขียนทุกคนกระหาย..นั่นคือการได้ปรากฎตัวของผลงานเกรงว่าถ้าไม่สามารถสักวันไฟที่ลุกโพลงอยู่ในความคิดจะมอดลง..ซึ่งเป็นหายนะของชีวิตนักเขียน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara
วันจันทร์ ที่ 2 เมษายน 2561
Posted by นักษรา , ผู้อ่าน : 855 , 13:33:47 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๑๒.๑   

 “ถ้าไม่ทำก็จะกลายเป็นลูกอกตัญญูอีกใช่มั้ย...พ่อเขาจะเคยคิดสักนิดมั้ยว่า...”

เธอแผดเสียงแบบเอาแต่ใจอีกครั้ง แต่คราวนี้คนเป็นพี่ไม่อ่อนข้อให้เหมือนเคย

“นิจ...ตอนนี้อาเชษฐ์ไม่อยู่แล้ว พี่เชื่อว่า พ่อทุกคนรักลูก แต่การแสดงออกก็ต้องขึ้นอยู่กับการแสดงออกของลูกด้วย ก่อนจะกล่าวโทษอะไรพ่อ นิจควรจะลองย้อนกลับไปดู สิ่งที่ตัวเองปฎิบัติกับพ่อ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเสียก่อน เราทุกคนต้องการความรัก การเอาใจจากคนที่เรารัก...ไม่ว่าอาเชษฐ์หรือนิจก็ต้องการอย่างเดียวกัน

ถ้านิจไม่เคยทำให้พ่อรู้สึกเลยว่า นิจรักและต้องการเขา จะให้เขามาแสดงความรักอยู่ฝ่ายเดียว คนที่ยังเป็นปุถุชน บางครั้งถึงจะอยากทำแต่ก็ทำไม่ได้...คนทุกคนมีหัวใจ และความทะนงตัวนะนิจ...”

พี่สาวใช้สำเนียงและสำนวนแบบครูพยายามพูดให้อีกฝ่ายเข้าใจ แต่คนฟังเบ้ปากพลางยักไหล่อย่างยโส เสียงของเธอกระด้างแต่ก็สะท้านด้วยความรู้สึกในใจ

“สถานการณ์ของคนเรามันไม่เหมือนกันหรอก พ่อตัวเองก็คงไม่เคยทำอะไรแบบที่พ่อเค้าทำ...ตัวถึงไม่มีทางรู้ ไม่มีวันเข้าใจ แม่กับคุณตา...ให้ทุกอย่างที่พ่อขาด แต่พ่อไม่เคยพอ ให้มากเท่าไหร่ก็จะเอาอีก...เอาอีกอยู่นั่น เราเป็นลูก เห็นอยู่ตำตาทุกวี่ทุกวันจะให้มาทำท่ารัก ชื่นชม มันก็ทำไม่ลงหรอก”

“แน่ใจหรือว่า...นิจเห็นอะไรที่พูดมานั่นด้วยตาของตัวเอง ไม่ได้เห็นผ่านตาของคนอื่น...”

“อย่ามาพูดจาใส่ร้ายแม่กับคุณตานะ...ตัวเองก็...”

“ทำไม?...” พอคนเป็นพี่ถามพลางถลึงตาใส่ นิจสิรีก็เชิดหน้าสะบัดไปทางอื่น แต่ก็ยังไม่วายพึมพำ

“ปีกกล้าขาแข็งแล้วนี่....”

“ปีกกล้าขาแข็งมานานแล้ว ที่ไม่เคยพูดอะไร ก็เพราะเราไม่ได้เคยทำให้พี่รู้สึกว่าเราเห็นพี่เป็นพี่ จะไปเตือนสติคนที่เห็นเราเป็นคนอื่นมันก็ธุระไม่ใช่ ไม่ใช่ว่ากลัวบารมีอะไร แต่ไหนๆก็พูดกันแล้ว พี่ขอเตือนนะ...จะพูดจาอะไร ก็ให้แน่ใจเสียก่อนว่ารู้เรื่องที่จะพูดจริงๆ ไม่ใช่นั่งทางในคิดเป็นตุเป็นตะเอาเอง

เอาละ...นี่มันไม่ใช่เวลา และสถานที่ๆเราจะมาโต้คารมอะไรกัน ไหนๆก็อุตส่าห์มางานศพพ่อทั้งที ก็ทำตัวให้ใครๆเขาเห็นว่าเป็นลูกที่ดี ที่น่ารักหน่อย จะได้ไม่เสียเที่ยว เข้าไปในศาลาด้วยกันดีกว่า...”

“เค้าจะรออาจารย์ก่อน...เดินออกมาด้วยกัน”

“ก็ตามใจ...”

อรุณรัมภาเดินผละไปอย่างไม่สนใจใยดีด้วยอีก เธอว่าตัวเองก็ใจเย็นมากอยู่แล้ว แต่พูดจากับนิจสิรีครั้งใด ใจเธอก็มักจะเต้นโครมคราม ด้วยต้องพยายามสะกดถ้อยคำเผ็ดร้อน ไม่ให้เล็ดลอดออกมาเข้าหูคนฟัง เพื่อรักษาความสงบของบรรยากาศรอบๆตัวไว้ แต่...มันก็ต้องมีขีดจำกัดกันบ้าง มันเรื่องอะไรฉันจะต้องทนให้เธอมาพ่นวาจาน่าเกลียดใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันเป็นพี่นะ...เธอจะนับญาติหรือไม่นับ ฉันก็เป็นพี่ของเธอ ไม่ใช่เด็กรับใช้ในบ้าน!...

เพียงก้าวขึ้นไปบนศาลา เธอก็เผชิญหน้ากับคนที่เธอพยายามหลบหลีกอีกคน เขาทำท่าให้รู้ว่า จับตาดูความเคลื่อนไหวของเธออยู่นานแล้ว แค่ดูจากที่นั่งที่อยู่ใกล้กับบันไดทางขึ้น จนทำให้มองเห็นบริเวณที่เธอกับนิจสิรียืนพูดกันอยู่ได้ถนัด ถึงคงจะไม่ได้ยินว่าพูดอะไรกัน แต่จากอากัปกริยา เขาคงเดาได้ว่าไม่ได้พูดจาปราศรัยกันดีๆ แล้วยังทำให้เธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงการประจัญหน้ากับเขาตรงๆได้

“มานานแล้วหรือคะ นึกว่ามีงานยุ่งอยู่ทางกรุงเทพ”  เธอรู้สึกว่าควรเป็นฝ่ายทักทายเขาในฐานะที่เป็นเจ้าภาพ

“ก็ยุ่งอยู่...แต่งานนี้ก็สำคัญ ผมขับรถมาเอง เพิ่งมาถึงยังไม่ได้แวะบ้านเลย ตั้งใจว่าจะมาให้ทันเลี้ยงพระเพล เดี๋ยวบ่ายๆค่อยไปรับคุณพ่อคุณแม่มางานเผา...”

“ไม่ได้พักเลย...ไหวหรือคะ...”

“มันชินแล้ว เวลาพักผมก็พักยาว เป็นไงน้องสาวคุณ เมื่อกี้ผมเห็นเธอยืนอยู่กับพี่ภูมิ...”

“คุณรู้จักอาจารย์ด้วย...” เธอทำท่าแปลกใจ แต่อึดใจเดียวกลับพึมพำต่อ “...อือม์...ก็น่าจะต้องรู้จัก...”

“ทำท่ามีลับลมคมนัยอีกแล้ว...มีอะไร..”  เขาถามห้วนๆพลางขมวดคิ้ว หญิงสาวเกือบจะถอนใจ

“ไม่มีอะไรค่ะ...”

“เวลาผู้หญิงพูดว่า’ไม่มีอะไร’...แปลว่า มีมากกว่าปกติ”

“อย่าเพิ่งมาแสดงความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับผู้หญิงตรงนี้เลยค่ะ ทำไมคุณไม่เข้าไปนั่งข้างใน เดี๋ยวพระท่านก็น่าจะฉันเสร็จแล้ว จะได้เตรียมฟังสวด”

“อยู่ตรงนี้ก็ฟังได้ ผมก็อยากเห็นอะไรให้มันถนัดตาบ้าง”

“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญนั่งดูอะไรที่อยากดูไปก็แล้วกัน ดิฉันจะไปหาพ่อกับแม่ข้างในละ...”

“มีอะไรกัน!...”

เสียงห้าวๆของพี่ชายดังมาก่อนตัว ทำเอาอรุณรัมภาเกือบจะหัวเราะทั้งที่ไม่ได้ขำ พี่คงได้โอกาสลุกขึ้นจากที่นั่งที่ดูแลปรนนิบัติพระสงฆ์ขณะกำลังฉัน เมื่อท่านฉันเสร็จและบรรดาลูกศิษย์วัดกำลังเริ่มเข้าไปช่วยกัน เก็บถ้วยชามในสำรับภัตตาหารลำเลียงออกไปจากยกพื้น เพื่อเตรียมที่สำหรับการถวายสังฆทานและทอดผ้าบังสุกุล

“สองคนนี่เป็นอะไร...จะต้องคิดว่าเค้ามีปัญหาอะไรอยู่เรื่อย...”

“ก็รู้ว่าอยู่ใกล้คนมีปัญหาน่ะซิ...ยัยสมองนิ่มนั่นไปไหนแล้วล่ะ เห็นเดินตามอาจารย์ตัวต้อยๆ...”

วรงค์ทำคิ้วขมวดเมื่อฟังสำนวนของเพื่อนรัก เขาตวัดสายตามองหน้าอรุณรัมภาแวบหนึ่ง แต่ก็นิ่งฟังคำตอบ

“เขาจะไปหาห้องน้ำเข้าน่ะค่ะ แต่ยัยนิจแกเกิดไม่แน่ใจในความสะอาด ก็เลยปล่อยให้อาจารย์ไปเข้าคนเดียว”

“เชอะ!...แม่คนอนามัยจัด”

“ผู้หญิงเวลาจะเข้าห้องน้ำสาธารณะ ก็ต้องระวังด้วยกันทุกคนนั่นแหละค่ะ อย่าไปหมั่นไส้น้องเลย เราเข้าไปช่วยพ่อกับแม่ดูเรื่องถวายของดีกว่า เดี๋ยวพอพระท่านสวดเสร็จแล้ว พวกเราจะได้ทานข้าวกันบ้าง คุณรงค์ขับรถมาจากกรุงเทพ ยังไม่ได้แวะบ้านเลย ตรงมาที่วัดก่อน นี่ก็จวนเที่ยงแล้ว ของเช้าทานหรือยังว่างั้นเถอะ...”

“ผมก็แวะปั๊มรายทาง หาอะไรกินเล่นมาเรื่อยๆ”

เขาบอกขณะหน้าชื่นขึ้นนิดนึง เมื่อได้ยินเธอพูดพาดพิงถึงอย่างอาทร อนันยชดึงแขนเพื่อนเข้าไปหาบิดามารดาตามคำแนะนำของน้องสาว โดยมีเธอเดินตามไปติดๆ

ธนภูมิกลับขึ้นมาพร้อมนิจสิรี...เขาเห็นอรุณรัมภาและพี่ชายนั่งอยู่ข้างๆวรงค์ ทางด้านหลังที่นั่งของบิดามารดา ซึ่งเป็นที่นั่งของเจ้าภาพ มีแขกสูงวัยแต่งกายพื้นๆแบบคนพื้นบ้าน แต่จากอาวุโสน่าจะเป็นญาติผู้ใหญ่ของครอบครัวนั่งอยู่ด้วย

ชายหนุ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักกับการปรากฏตัวของวรงค์ ระหว่างเขากับบุรุษผู้นั้น มีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกันมากมาย ที่ล้วนแล้วแต่ทำให้ขัดข้องใจซึ่งกันและกัน แล้วที่ร้าย...นายนั่นพูดเหมือนกับว่าตัวเองมีความสัมพันธ์อันสนิทแนบแน่นกับครอบครัวของอรุณรัมภา

แต่แรกเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอเป็นพิเศษเกินกว่าผู้หญิงคนอื่น เธอก็แค่ลูกศิษย์ที่เขาเคยนึกทึ่งตอนที่เธอเรียนกับเขา แต่ความรู้สึกของเขาทวีความร้อนแรงขึ้นตลอดเวลานับจากได้พบกันอีกครั้ง เมื่อได้รับรู้มาเป็นลำดับว่า เธอเป็นไม้งามที่ชูช่อโดดเด่นอยู่บนคาคบอันสูงลิ่ว แล้วยังอยู่บนต้นไม้ที่มีหนามแหลมคมอยู่โดยรอบ ไม่ใช่ใครอยากจะได้ ก็จะสอยลงมาเชยชมได้ง่ายๆ ทั้งพ่อ ทั้งพี่ตั้งท่าเป็นบอดี้การ์ดอย่างชัดเจน

นี่ยังจะมีก้างขวางคอชิ้นใหญ่โผล่มาอีกรายอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่...มันยิ่งท้าทายให้อยากลอง ได้อะไรมาง่ายๆมันจะไปสนุกอะไร

พิธีการเกี่ยวกับพระสงฆ์ผ่านไปอย่างเรียบร้อย ด้านนอกศาลาเริ่มมีการตั้งโต๊ะเพื่อให้แขกที่มาในงานได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน คุณก้องเกียรติและคุณอรดีแยกไปนั่งกับพวกญาติๆ ปล่อยให้ลูกสาวลูกชายนั่งอยู่โต๊ะเดียวกับแขกของทั้งคู่ แม้ดูบรรยากาศค่อนข้างอึดอัด เพราะหลายคนวางท่าปั้นปึ่งเข้าใส่กัน แต่อรุณรัมภาพยายามทำตัวเป็นคนกลางเชื่อมต่อให้ทุกคน

“นิจรู้จักคุณวรงค์หรือยังจ๊ะ...เธอเป็นเพื่อนสนิทของพี่ยช ก็เหมือนเป็นพี่ชายของเราอีกคน”

นอกจากจะไม่แสดงความเคารพผู้ที่สูงวัยกว่าค่อนข้างมากตามคำแนะนำแล้ว นิจสิรียังพูดแกมหัวเราะหยันๆ

“ตัวถามเขาหรือยัง ว่าอยากจะเป็นพี่หรือเปล่า” 

“น้องภาเธอรู้ใจผมดี...ไม่ต้องถามหรอก ถ้าจะต้องถามก็คงเป็นคุณนั่นแหละ...อยากจะเป็นน้องหรือเปล่า”

“ดิฉันเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่”  ท่าทีของเธอหยิ่งผยอง

“ผมก็เหมือนกัน...” เขาพูดเหมือนกับเออออไปกับเธอ แต่ความหมายนั้นออกจะร้ายทีเดียว

“...แต่ผม ยช กับน้องภาก็เหมือนพี่น้องกัน ความจริงเรื่องการยอมรับนับถือกันฉันพี่น้อง มันไม่ได้ขึ้นกับว่า ต้องมีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดเท่านั้น แค่ความสัมพันธ์ทางจิตใจก็ใช้ได้แล้ว แต่ถ้าไม่มีทั้งสองอย่าง...ก็คง...ลำบากอยู่สักหน่อย...”

“ไม่ต้องลำบากหรอก ไม่เห็นจำเป็นจะต้องมานับญาติกันถ้าไม่ได้รู้สึกว่าเป็นญาติ...”

“ผมก็ว่างั้นแหละ...”  เขาหัวเราะหึๆอย่างสบายอกสบายใจ โยนความอึดอัดใจทั้งหลายโครมมาให้คนที่เป็นผู้เริ่มเรื่อง ธนภูมิเองก็ชักจะรู้สึกไม่ค่อยดี

“ทำไมเราถึงไม่พูดคุยกันดีๆ นายเป็นอะไรไปรงค์  ฉันเพิ่งบอกคุณนิจว่า นายเป็นบุรุษเจ้าเสน่ห์สำหรับสาวๆ ใครเข้าใกล้ก็มักพากันเคลิ้มไปหมด นายจะทำให้ฉันกลายเป็นคนพูดจาไม่น่าเชื่อถือนะ...”

“ผมไม่ได้เหมือนชาวนาหว่านนะพี่ภูมิ จะได้เที่ยวหว่านเสน่ห์ไปทั่ว...”

“แต่ดิฉันว่า อาจารย์คงจะเข้าใจอะไรเกี่ยวกับคุณผิดไปเสียแล้ว...”  นิจสิรีมองหน้าเขาอย่างท้าทาย สำคัญตัวผิดคิดว่าตัวเองหล่อเสียเต็มประดาละซิ...อย่านึกนะว่าฉันจะสนใจอะไรนาย คนไม่มีมารยาท ไม่มีสมบัติผู้ดี

“ก็มีบ้างเป็นบางเรื่องแหละ แต่ไม่ใช่เรื่องนี้หรอก...”  เขาพูดเรียบเรื่อยด้วยท่าทีแบบทองไม่รู้ร้อน “...พี่ภูมิเขารู้ดีว่าผมเป็นยังไง แต่เขาไม่รู้ว่าผมไม่ได้เป็นอย่างนั้นกับผู้หญิงทุกคน...ผมเป็นคนช่างเลือก...”

“ดิฉันก็อยากจะรู้ว่า คุณมาทำท่าว่าไม่ชอบหน้าดิฉันด้วยเรื่องอะไร เราไม่ได้รู้จักกันมาก่อน พอเจอหน้ากันคุณก็แสดงอาการไม่มีมารยาท...อย่าว่าแต่จะเป็นผู้ชายเจ้าเสน่ห์เลย แค่ความเป็นสุภาพบุรุษก็ไม่มีอยู่ในตัวแล้ว...”

“ผมจะเป็นสุภาพบุรุษเฉพาะกับสุภาพสตรีเท่านั้น”

“ทำไม...มีใครไปพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับดิฉันให้คุณฟังจนเกิดอคติตั้งแต่ยังไม่เคยเจอหน้ากันหรือ”

“ที่พูดนั่นตั้งใจจะหมายถึงใคร...พี่หรือรัมภา”

อนันยชถามเรียบๆ แต่ตาลุกวาว น้องสาวของเขาหันไปหันมา ในที่สุดก็กลับไปมองหน้าธนภูมิ อย่างจะขอความช่วยเหลือ อาจารย์หนุ่มเองก็พยายามไกล่เกลี่ย...อยู่ๆมาทะเลาะกันเรื่องอะไรเขาก็ยังงง

“ผมว่าเราทุกคนก็เป็นเหมือนเพื่อน พี่น้องกันทั้งนั้น อย่าให้เรื่องไม่เป็นเรื่องมาทำให้อารมณ์เสียเลย คุณนิจก็กำลังเสียใจเรื่องคุณพ่อ ทุกคนควรจะเห็นใจเธอ เรามีเรื่องดีๆจะพูดคุยกันตั้งมากมาย”

“ใช่ค่ะ...น้องเป็นตัวแทนคนเดียวของครอบครัวที่มาร่วมงานนี้ เธอก็ใจคอไม่ค่อยอยู่กับตัวอยู่แล้ว เราอย่าพูดกันด้วยเรื่องอะไรที่มันจะทำให้ไม่สบายใจมากไปกว่านี้เลยนะคะ...” อรุณรัมภารีบสนับสนุน

“ถ้ายังนั่งอยู่ด้วยกัน...ไม่ว่าจะพูดกันด้วยเรื่องอะไร เธอก็คงไม่สบายใจอยู่นั่น เพราะทุกเรื่องที่คนที่เธอไม่ชอบหน้าพูด มันจะไม่เข้าหูเธอไปหมด เราก็ไปหาโต๊ะอื่นนั่งกันดีกว่ารงค์...ก่อนจะถูกกล่าวหาว่า เป็นคนทำลายความสงบ”




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน