• นักษรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vongkae@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 767
  • จำนวนผู้ชม : 180932
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
นักษรา
การเขียนได้และได้เขียนยังต้องการอีกสิ่งหนึ่งที่นักเขียนทุกคนกระหาย..นั่นคือการได้ปรากฎตัวของผลงานเกรงว่าถ้าไม่สามารถสักวันไฟที่ลุกโพลงอยู่ในความคิดจะมอดลง..ซึ่งเป็นหายนะของชีวิตนักเขียน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara
วันพุธ ที่ 4 เมษายน 2561
Posted by นักษรา , ผู้อ่าน : 790 , 13:54:06 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๑๒.๑   

อนันยชไม่พูดเปล่า แต่ลุกขึ้นดึงตัวเพื่อนหนุ่มออกไปจากโต๊ะ วรงค์ยังหันมองอรุณรัมภาอย่างมีกังวล แต่ก็ยอมเดินไปกับเพื่อนแต่โดยดี นิจสิรีกระแทกช้อนส้อมลงในจานดังเปรื่องปร่าง บอกอารมณ์คุกรุ่นขุ่นมัวของตัวเอง

“คนบ้า...เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น...ผู้ชายอะไร!...”

“บางทีรงค์ก็มีอารมณ์กับคำพูดดิบๆ เวลาเขามีอะไรในใจ”

“พูดยังกับอาจารย์กับเขาสนิทสนมกันมากเลยนะคะ”

“เรียกว่าสนิทสนมคงจะไม่ถนัด เอาเป็นว่า...เราเคยรู้จัก คบหาสมาคมอยู่ในกลุ่มเดียวกันมาระยะหนึ่ง ก่อนจะ...ต่างคนต่างไป...”

“นิจไม่ได้อยากจะรู้เรื่องเกี่ยวกับเขาหรอกนะคะ แค่รู้ว่าเขากับอาจารย์เดินร่วมทางกันไม่ได้ ก็พอจะรู้แล้วว่าเขาเป็นคนยังไง...”

สตรีผู้พี่อยากจะถอนใจออกมาดังๆด้วยความเหนื่อยใจ...เพิ่งเตือนไปหยกๆว่า อย่าตัดสินคนจากสายตาของคนอื่น ยังไม่ทันจะข้ามชั่วโมง เจ้าหล่อนก็เริ่มพฤติกรรมเดิมอีกแล้ว แต่จะให้เตือนซ้ำซาก คนเตือนก็ออกจะท้อใจ

จะว่าไปมันก็น่าแปลกอยู่เหมือนกัน...เธอเคยเห็นวรงค์ร่าเริงแจ่มใส อยู่ในหมู่เพื่อนสาวของเธอ ทั้งที่ก็ไม่ได้เคยรู้จักกันมาก่อน เขาทำให้เธอรู้สึกถึงความเป็นคนมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม โดยไม่จำเป็นต้องมีใครมาบอกเลยในวันนั้น แล้วทำไม...วันนี้การแสดงออกของเขาต่อลูกผู้น้องของเธอจึงดูเปลี่ยนไป

นิจสิรีก็เป็นสาวน้อยที่มีระดับอยู่ในวงสังคม...หน้าตาก็น่าเอ็นดูอยู่นี่นา ถ้าเขาเริ่มพูดกับเธอดีๆเหมือนธนภูมิ ก็ไม่แน่หรอกว่าเธอจะเห็นใครมีภาษีดีกว่ากัน หรือว่า...ปฎิกริยาของเขาจะมีผลสืบเนื่องมาจากพี่ชายของเธอ อนันยชไม่ชอบหน้านิจสิรีมาแต่ไหนแต่ไร เขาอาจส่งต่อความไม่ชอบนั้นไปให้เพื่อนสนิทโดยไม่รู้ตัวก็ได้...คอหอยลูกกระเดือกกันซะขนาดนั้น

พอได้อยู่ในโต๊ะกันเพียงสามคน ธนภูมิก็มีโอกาสได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ บริการสุภาพสตรีทั้งสองโดยไม่มีใครมากีดหน้าขวางตา นิจสิรีที่ทำท่าว่าไม่อยากจะกินอะไร พอเขาตักอาหารมาใส่จานให้ พร้อมรอยยิ้มและการคะยั้นคะยอ เธอก็กลับรับประทานอาหารได้มากกว่าที่พี่สาวคาดไว้ ด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้น

อรุณรัมภาพยายามทานอาหารช้าๆ เพื่อชายหนุ่มจะได้ไม่ค่อยกล้าตักอะไรมากองสุมไว้ในจานเธอ ทั้งยังเป็นการถ่วงเวลารักษาความสงบของบรรยากาศรอบตัว จนเมื่อการรับประทานอาหารเสร็จสิ้น หญิงสาวผู้อ่อนวัยที่สุด ก็เอ่ยแสดงความจำนงโดยไม่รั้งรอ

“กว่าจะถึงเวลาเผาอีกตั้งสามชั่วโมงกว่าๆ...นิจช่วยทำอะไรก็คงจะไม่ได้เรื่องเพราะไม่เคยทำ จะไปทำของเขาเสียซะเปล่าๆ แต่นิจอยากกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมค่ะอาจารย์...”

ธนภูมิมองสบตาเจ้าภาพสาวด้วยความอึดอัดใจ แต่เธอกลับยิ้มหวานให้เขาพลางบอกอย่างอ่อนโยน

“อาจารย์กรุณาช่วยพายายนิจกลับไปโรงแรมหน่อยนะคะ ดิฉันรู้ว่าเธอไม่กล้าเข้าห้องน้ำที่นี่ คนกลัวก็บังคับใจไม่ได้หรอก ดิฉันจะพาเธอไปบ้าน...เธอก็คงจะไม่แน่ใจเพราะก็อยู่ใกล้ๆกัน อาจจะสภาพคล้ายๆกันก็ได้ แล้วดิฉันต้องช่วยช่างดอกไม้เขาจัดดอกไม้ประดับเมรุ ถ้าวิ่งไปวิ่งมาจะเสียเวลา เราตกลงเรื่องแบ่งงานกันเอาไว้แล้ว ถ้าไม่อยู่จะทำให้คนอื่นเขาลำบาก...”

“ผมว่า...”  ชายหนุ่มทำท่าอึกอัก เขารู้ว่ามันเป็นแค่ข้ออ้างของสาวน้อยที่จะไม่อยู่ในงาน แต่เขาอยากอยู่นี่นา

“อาจารย์คะ...ถ้าเรามีคนขับรถมาด้วยอย่างเมื่อวาน นิจก็จะไม่รบกวนอาจารย์”

เธอพูดอย่างน้อยใจ แต่ก็เป็นการบังคับเขากรายๆ ธนภูมิรู้สึกโมโหตัวเองขึ้นมาทันควัน ที่อยากจะขับรถมาเอง อยู่ดีๆก็หาเรื่องใส่ตัวนะนี่...โอกาสแบบนี้มันหาได้ง่ายๆเสียเมื่อไหร่ ยังจะต้องปล่อยเธอผู้เป็นเป้าหมายไว้กับไอ้หมอนั่น

“ผมไม่ได้คิดว่ารบกวน แต่เรามางานทั้งที ก็ควรจะได้มีโอกาสช่วยกันทำอะไรบ้าง คนละไม้ละมือ นี่ไม่ใช่วัดในกรุงเทพจะได้มีคนรับจ้างทำทุกอย่างให้...”

“อาจารย์ไม่ต้องห่วงงานทางนี้หรอกค่ะ มีคนช่วยกันทำเยอะแยะ แถวนี้ก็นับญาติกันได้ทั้งนั้น ความจริงถ้านิจกับคุณวรงค์พูดจากันดีๆ ดิฉันก็อาจจะฝากน้องไปเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาที่บ้านคุณพ่อคุณแม่เขาได้ เพราะอีกเดี๋ยว เขาก็ต้องกลับไปบ้าน รับคุณพ่อคุณแม่มางานเผาตอนเย็นเหมือนกัน”

ชายหนุ่มค่อยรู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหนึ่งเมื่อได้ฟัง อย่างน้อยตอนที่เขาไม่อยู่...เจ้านั่นมันก็จะไม่ได้อยู่ด้วย

“ผมตั้งใจว่าจะมาช่วยงานทีเดียวนะ...”

“แค่ช่วยบริการน้อง ก็ถือว่าช่วยพวกเราได้มากแล้วค่ะ”

“ผมจะรีบไปรีบกลับก็แล้วกัน คุณนิจจะได้มาช่วยทำอะไรที่นี่บ้าง...นี่เป็นงานคุณพ่อของเธอ...”

“ขอบพระคุณนะคะ...นิจกลับมาเร็วๆนะ จะได้ทันทอดผ้าที่เมรุ...”

ผู้อ่อนวัยกว่าไม่ได้โต้ตอบอะไร แต่ในใจร้อนรนที่จะไปเสียให้พ้นๆจากสิ่งแวดล้อมที่เธอไม่พึงใจ นี่ถ้าไม่มีธนภูมิอีกคนเธอจะทำยังไงกัน...รอบตัวมีแต่คนแสดงท่าไม่เป็นมิตร

**********

พอทั้งสองเดินออกไปพ้นจากบริเวณศาลา ตรงไปที่รถตราโรงแรมที่จอดอยู่ที่ลานวัด ทั้งอนันยชและวรงค์ก็ลุกขึ้นเดินเข้ามาหา เหมือนกับจับตามองอยู่ก่อนแล้ว

“นั่นเขาจะกลับไปกันเลยหรือ?...” พี่ชายถามขึ้นก่อน

“ยายนิจแกอยากจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมน่ะยช...”

“จะเปลี่ยนทำไมหือเสื้อผ้า หาเหตุจะชิ่งน่ะซิ โตป่านนี้แล้วยังไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร”

“แกคงอึดอัดใจที่จะต้องทนอยู่ในหมู่คนที่ไม่ค่อยปลื้มแก...โดนโอ๋เอาใจมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยเจออะไรแบบนี้”

“เคยแต่ทำให้คนอื่นเขาต้องทนตัวเอง...”

“ก็...คงประมาณนั้นแหละค่ะ คุณรงค์จะไปรับคุณลุงคุณป้าเลยหรือเปล่าคะ”

“มีเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมง...จะเฉดหัวผมไปให้พ้นหน้าอีกคนหรือ”

เขาทำอาการพาลพาโลจนหญิงสาวทำหน้าเฉยขณะมองหน้าเขานิ่งๆ

“ดิฉันว่าวันนี้คุณคงต้องหัวเสียมาจากไหนแน่ๆ ดูทำท่าแปลกๆ...ถ้าทำงานหนักแล้วก็อดนอนจนมึน ก็ยิ่งควรจะรีบกลับไปพักผ่อน ได้นอนสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็จะดีขึ้น แล้วค่อยกลับมาตอนใกล้ๆเวลาเผาก็ยังทัน มีเวลาเหลือเฟือ”

“ตอนมาถึงผมก็ยังดีๆอยู่ มาอารมณ์เสียก็ที่นี่แหละ เจอหญิงก็ร้ายชายก็เลวเข้า จะมาระรื่นอยู่ได้ยังไง”

“ถ้าคุณหมายถึงอาจารย์กับน้องสาวดิฉัน คุณก็ใช้คำรุนแรงเกินไปนะคะ เขาสองคนอาจจะไม่ใช่คนดีอะไรมากมาย แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่คุณพูดละมัง”

“ผมไม่ได้ให้คำจำกัดความของคนด้วยความคะนองปากหรอกนะ ไว้อารมณ์ดีๆแล้วจะเล่าให้ฟัง แต่จะว่าไป...เขาไปให้พ้นจากสายตาสักพักก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้พอตั้งสติระงับอารมณ์ได้บ้าง”

“คุณทำให้ดิฉันแปลกใจนะคะ ดิฉันเคยคิดว่าคุณดูเป็นคนที่มีลักษณะ...เฟรนด์ลี่”

“ผมไม่ใช่คนเจ้าสำราญตลอดเวลาอย่างที่คุณเข้าใจ...”

“ความจริงไม่มีใครจะเจ้าสำราญอยู่ตลอดเวลาได้...แต่ดิฉันไม่คิดว่าคุณจะแสดงกิริยาวาจาแบบนั้นกับน้องสาวของดิฉันตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้ากัน เธอเป็นผู้หญิง..เด็กกว่าคุณหลายปีอยู่ แล้วก็ค่อนข้างหน้าตาดี ถึงจะดูปากเสียอยู่สักหน่อย แต่คุณก็ไม่น่าจะถือสาจนต้องใช้ถ้อยคำไม่ไว้ไมตรีกับเธอขนาดนั้น...” คำพูดของเธอออกตำหนิเขากรายๆ

“คุณคิดว่า ถ้าผมเห็นว่าใครเป็นผู้หญิง ก็จะพุ่งเข้าใส่ทุกคนหรือ...”

“ยช...เค้าว่าคุณรงค์คงจะง่วงนอนจนปวดหัว มึน หงุดหงิด ถ้ายังไม่ได้พักอาการอย่างอื่นอาจจะตามมาอีก ให้กลับไปพักที่บ้านเราสักชั่วโมงก่อนดีมั้ย อยู่ใกล้ๆจะได้ไม่เสียเวลาขับรถ...” เธอหันกลับไปพูดกับพี่ชาย

“น้องภา...ผมไม่ได้อาการหนักขนาดนั้น” ชายหนุ่มโวยวาย อนันยชก็สนับสนุนเพื่อนทันที

“รงค์เขามีเหตุผลที่จะไม่ชอบหน้าทั้งสองคนนั่น ไม่ใช่เพราะง่วงที่อดนอนมาทั้งคืนแล้วมาพาลใส่คนอื่นอย่างที่ตัวเข้าใจ แต่ที่ตัวเองเสนอมาก็โอเคอยู่ เดี๋ยวยชจะพารงค์ไปบ้านเรา ล้างหน้าล้างตาอาบน้ำแล้วนอนพักสักงีบ แล้วค่อยไปรับคุณลุงคุณป้ามางาน...คงใช้เวลาสักสองชั่วโมง

กลับมาก็ยังพอมีเวลาให้ผู้ใหญ่ได้คุยกันบ้าง อยู่ที่นี่ยชกับรงค์ก็คงไม่ได้ช่วยอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแล้ว ตัวเองจะได้จัดดอกไม้ไปตามสบาย ไม่มีใครมาคอยกวนอารมณ์ ตัวกวนก็จะไปกันหมดแล้ว...”

“นายไม่ได้หมายถึงเราด้วยใช่ไหม...”

อนันยชอดหัวเราะหน้าตากวนๆอย่างจะเอาเรื่องของเพื่อนซี้ไม่ได้

“ฉันชักเห็นด้วยกับรัมภาแล้วว่า วันนี้นายดูมู๊ดดี้ พูดจายียวนไม่ได้หยุด ไปบอกพ่อกับแม่ แล้วเราไปกันเถอะ จะได้ไม่เสียเวลา”

“คุณไม่มีอะไรให้ช่วยจริงๆหรือ”

อาคันตุกะหนุ่มหันมาถามเธออย่างอาทร หญิงสาวยิ้มนิดๆ พลางบอกอ่อนโยน

“ไม่มีอะไรแล้วละค่ะ เรื่องที่ต้องทำก็วางตัวคนทำไว้หมดแล้ว ไปพักผ่อนให้สบายจะได้อารมณ์แจ่มใส ถ้าร่างกายอ่อนล้าก็จะพลอยทำให้ขุ่นมัว เห็นอะไรขวางหูขวางตาไปหมด เหวี่ยงใส่คนนั้นคนนี้ เสียบุคลิกโดยใช่เหตุ”

“ผมไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียหน่อย ไม่ใช่อารมณ์ไม่ดีเพราะอดนอน”

“ค่ะ...ไม่ใช่ก็ไม่ใช่”  เธอเออออตามเขาอย่างเอาใจ แล้วหันกลับไปทางพี่ชาย

“ยชก็ด้วยนะ...ไหนๆกลับไปบ้านแล้ว อย่ามัวเอ้อระเหยลอยชายอยู่ล่ะ ทำตัวเองให้สดชื่นเสียด้วยเลย”

“จ้ะ...ได้โอกาสไม่ได้ เป็นต้องสั่งนั่นสั่งนี่ตลอด”

 

อรุณรัมภารู้สึกปลอดโปร่งขึ้น เมื่อคนที่ดูจะมีปัญหากับเธอทั้งหมดพากันแยกย้ายกันไปทำเรื่องของตัวเอง เธอเริ่มแยกตัวไปเข้ากลุ่มคนที่ถูกกะเกณฑ์ให้มาช่วยกันประดิษฐ์ดอกไม้ประดับเมรุ

รู้สึกใจหายเมื่อมองขึ้นไปด้านบน...ถึงเธอไม่เคยเห็นดีไปกับการกระทำของผู้เป็นอา...แต่...เขาก็ไม่สมควรจะต้องมาตายตั้งแต่ยังอายุเพียงเท่านี้ ทั้งยังทิ้งลูกอีกสองคนไว้เผชิญชะตากรรมที่ต่างกัน คนโตก็ราวกับถูกแม่กับตาล้างสมอง ใส่ความคิดมองคนในแง่ร้ายไว้เต็มหัวของเธอ มีแต่เงินไม่มีน้ำใจ เธอจะใช้ชีวิตอย่างลำบากแน่นอนในอนาคต เงินมันซื้อทุกอย่างที่เธอต้องการไม่ได้หรอกนะนิจสิรี

คนเล็กก็น่าจะมีปัญหาจากความโหยหาว้าเหว่ อาการจะยิ่งหนักขึ้นหรือเปล่า ที่อยู่ๆก็ต้องไม่มีทั้งพ่อและแม่ไปพร้อมๆกัน นี่ยังนับว่าบุญนะ ที่พ่อแม่ทำนิติกรรมเรื่องทรัพย์สินไว้ให้แกเรียบร้อย ไม่อย่างนั้นก็คงจะมีปัญหาตามมาอีก อาพินไม่เคยตะขิดตะขวงใจเรื่องเงินๆทองๆ ถึงจะมีทรัพย์สมบัติมากมายอยู่แล้ว

ตอนที่เขารักกันแรกๆ อาเชษฐ์เขาคิดยังไงของเขานะ อยู่กับผู้หญิงที่แสดงออกชัดเจนตั้งแต่ต้นว่า เห็นเงินทองสำคัญกว่าความรักและจิตใจของเขา เขาคิดว่า อยู่ด้วยกันไป เขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวตนของเธอได้ด้วยความรักของเขาหรือ เขาดูไม่ออกเลยหรือว่า พฤติกรรมบางอย่างของคนบางคนไม่ใช่นิสัย...หากแต่เป็นสันดาน มันไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้...

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน