• นักษรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vongkae@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 767
  • จำนวนผู้ชม : 180936
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
นักษรา
การเขียนได้และได้เขียนยังต้องการอีกสิ่งหนึ่งที่นักเขียนทุกคนกระหาย..นั่นคือการได้ปรากฎตัวของผลงานเกรงว่าถ้าไม่สามารถสักวันไฟที่ลุกโพลงอยู่ในความคิดจะมอดลง..ซึ่งเป็นหายนะของชีวิตนักเขียน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nuksara
วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน 2561
Posted by นักษรา , ผู้อ่าน : 1003 , 13:59:25 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๑๓.๑   

 คุณก้องเกียรติมองดูเมรุที่ถูกตกแต่งด้วยพุ่มดอกไม้ที่ใช้ดอกไม้พื้นๆที่มาจากไร่ใกล้ๆกันนำมาช่วยงาน เบญจมาศ กล้วยไม้หวายสีขาวและม่วง ดาหลาสีชมพู ถูกจัดประกอบเข้าเป็นพุ่ม ประดับด้วยใบเฟิร์น และใบไม้ขนาดใหญ่สีเขียวเข้มเป็นมัน รูปร่างแปลกตา วางประดับไว้ตามส่วนต่างๆของเมรุ ทำให้น่าดูขึ้นได้อย่างน่าแปลก ดูพอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป

ลูกสาวของเขาลงมือจัดการเรื่องนี้เองร่วมกับบรรดาหญิงสาวญาติๆ ที่ตกลงกันเรื่องรูปแบบ สี และชนิดของดอกไม้กันไว้ล่วงหน้าแล้ว เขามักปลื้มใจเวลาเห็นลูกทำอะไรได้ดี แม้จะไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องทำอยู่เป็นประจำ รู้ดีว่านั่นเป็นผลมาจากรากฐานที่มั่นคงทางการเรียนรู้ และความเชื่อมั่นในตัวเอง ที่เขาวางไว้ให้ชีวิตของลูกมาตั้งแต่เยาว์วัย

วรงค์และบิดามารดาของเขามาถึงวัดพร้อมกับอนันยช หลังจากชายหนุ่มทั้งสองกลับไปบ้านพร้อมกันราวสองชั่วโมงเศษ แต่นิจสิรีกับธนภูมิยังมาไม่ถึงจนใกล้กำหนดเวลาฌาปนกิจ ดูเหมือนคุณอรดีจะเป็นคนเดียวที่มีทีท่าร้อนใจ...เธอไม่อยากให้ลูกสาวของเชษฐาพลาดโอกาสที่จะได้มาทอดผ้าบังสุกุลให้พ่อที่หน้าจิตตกาธาน..ทำไมจึงยังไม่มาสักที

“แม่ใจเย็นๆเถอะจ้ะ...ถ้าเขาตั้งใจว่าจะมา เดี๋ยวเขาก็มา ยายนิจคนเดียวอาจจะวางใจไม่ได้ แต่นี่มีอาจารย์ของยายหนูแกไปด้วย เขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว เคยเป็นครู...ยังไงก็คงมีวิธีจัดการกับเด็กอย่างยายนิจได้” สามีพยายามปลอบใจ

“ถ้าเป็นเด็กไปเสียเลยก็จะไม่น่าห่วงเท่านี้”

“ถึงเราจะห่วงเขา แต่ถ้าเขาไม่ห่วงตัวเองมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร เราเตรียมทุกอย่างไว้ให้เขาแล้ว แค่มาให้ทันเวลา ที่ก็ไม่ได้กระชั้นชิดอะไร ถ้ายังคิดไม่ได้เราก็คงต้องทำใจ...”

อรุณรัมภาเดินเข้ามาหาบิดามารดา หน้าตามีกังวลเหมือนกัน

“เราเลื่อนเวลาเผาออกไปนิดนึงก่อนได้ใช่ไหมคะพ่อ...”

“เลื่อนได้...ถ้ามันมีเหตุสุดวิสัยจริๆ แต่ถ้าต้องเลื่อนเพื่อคอยเด็กไม่มีความคิด ก็ควรต้องเกรงใจพระสงฆ์องคเจ้า ญาติผู้ใหญ่ แขกเหรื่อที่ให้เกียรติมาในงาน ที่จะต้องมาพลอยเสียเวลา...”

“สักแค่สิบห้านาที...นะคะ หนูไม่อยากให้นิจเขาพลาดโอกาสครั้งสุดท้าย ที่จะได้ทำอะไรให้พ่อของเขา”

“เราเตรียมตัวให้พร้อมไว้ก็แล้วกัน”

แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ รถที่มีตราของโรงแรมก็แล่นเข้ามาจอดตรงบริเวณใกล้ๆกับเมรุ คนขับลงจากรถอย่างเร็ว และเหมือนกับจะก้าวยาวๆตรงมายังที่ๆเขาเห็นแล้วว่า มีการเตรียมการเพื่อการทอดผ้าบังสุกุลที่หน้าหีบศพ ที่ย้ายขึ้นไปตั้งบนเมรุเรียบร้อยแล้ว โดยไม่ได้รอหญิงสาวที่ตามลงมาด้วยทีท่าอ้อยสร้อย แต่เธอก็ต้องเปลี่ยนกิริยาเป็นแทบจะวิ่งตามเขามาเมื่อเห็นว่า อาการที่ไม่คิดจะรอเธอของเขาเป็นเรื่องจริงไม่ใช่การแกล้งทำเล่นๆ

เจ้าภาพบอกทุกคนที่เตรียมพร้อมอยู่ให้เริ่มพิธีได้ โดยเชิญแขกผู้ใหญ่ที่เป็นญาติสนิทที่อยู่บ้านเดียวกับบิดามารดาของเชษฐา ข้าราชการอาวุโสในท้องถิ่น ผู้บริหารโรงเรียนของลูกสาว และตัวเขาเองกับภรรยา สุดท้ายที่จัดให้เป็นพิเศษคือลูกสาวคนเดียวของผู้วายชนม์ ขึ้นทอดผ้าไตรบังสุกุล

แม้จะทำฤทธิ์ทำเดชมาแค่ไหน แต่เมื่อถึงเวลาเข้าจริง นิจสิรีก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำตาไหลพรากจนอรุณรัมภาต้องกระซิบบอกธนภูมิ ขอให้เขาเดินขึ้นไปเป็นเพื่อนน้องสาว ด้วยเกรงว่า เธอจะเป็นลมกลิ้งลงบันไดมาไม่ว่าจะเป็นตอนขึ้นหรือลงจากเมรุ

เธอทำท่าจะเป็นลมจริงๆตอนที่เจ้าหน้าที่เลื่อนโลงเข้าไปในเตาเผา จนชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆต้องจับแขนประคองไว้ตลอดเวลา เขาพาเธอกลับลงมาหลังใส่ดอกไม้จันท์เสร็จด้วยอาการประคับประคองอย่างนุ่มนวล เอาใจใส่ อยู่ในสายตาทุกคู่ที่เฝ้ามองด้วยความรู้สึกแตกต่างกัน

บรรดาแขกที่มาร่วมงานทยอยกันกลับจนเหลือแต่ญาติสนิทจริงๆทางฝ่ายของเชษฐา ครอบครัวของคุณก้องเกียรติ และบิดามารดาของวรงค์ เจ้าภาพบอกเรียบๆเป็นการบอกกล่าว

“พรุ่งนี้เราจะมาเก็บกระดูกกันแต่เช้า แล้วจะได้แบ่งใส่โกศไปไว้ที่บ้านพ่อแม่ของเชษฐ์ เขาจะได้ไปรวมอยู่กับบรรพบุรุษ แล้วก็จะทำไว้ให้ลูกคนละชุด นอกนั้นจะเก็บไว้ที่วัดตามธรรมเนียมปฎิบัติที่ทำกันมา อังคารก็จะเอาไปลอย แต่ต้องดูเวลาและสถานที่ๆสมควรก่อน...”

“พรุ่งนี้นิจจะกลับกรุงเทพแต่เช้าพร้อมอาจารย์ คงไม่ได้มาเก็บกระดูกด้วย”

“พี่เตรียมโกศไว้ใส่กระดูกอาเชษฐ์ให้นิจโกศนึงแล้วนะ จะไม่เอากระดูกพ่อกลับไปด้วยหรือ”

“นิจฝากไว้ก่อนแล้วกัน มีโอกาสเมื่อไหร่ค่อยมารับ นิจยังไม่รู้จะทำยังไง...เอากลับไปบ้านจะเอาไปวางไว้ในกลุ่มโกศของบรรพบุรุษ คุณตากับแม่คงไม่ยอม...”

“ถ้ามันจะทำให้ลำบากใจขนาดนั้น ก็ไม่ต้องเอาไป”  ผู้เป็นลุงบอกเรียบๆ แต่ก็ทำให้นิจสิรีน้ำตาร่วงรอบใหม่

“ใครๆก็พากันมองว่านิจเป็นลูกอกตัญญู เคยมีใครสนใจมั้ยว่า ถ้ามาอยู่ในฐานะอย่างนิจจะทำยังไง...”

“ไม่มีใครเก็บเรื่องของหนูมาเป็นอารมณ์หรอก ถ้าคิดว่าทำอะไรแล้วสบายใจ ก็ทำแบบนั้นเถอะ ชีวิตเป็นของเรา จะทำยังไงมันก็อยู่ที่การตัดสินใจของตัวเราเอง ถ้าคิดว่าควรจบเรื่องที่เกี่ยวกับพ่อแค่นี้...มันก็จะจบแค่นี้ เขาพ้นทุกข์ไปแล้ว ไม่มารับรู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับใครๆอีก หนูไม่ต้องกังวลว่าเขาจะรู้สึกยังไงอีกต่อไป...”

“นิจจะกลับมารับกระดูกของพ่อค่ะ...ขอเวลาให้นิจคิดให้ได้ก่อนว่า จะเอาโกศกระดูกพ่อไปไว้ที่ไหน ถึงจะไม่ทำร้ายจิตใจแม่กับคุณตา...”

ลูกผู้พี่ของบิดามีใบหน้าเรียบเฉย แต่ชายหนุ่มอีกสองคนที่ยืนเยื้องไปทางเบื้องหลังของเขา เหยียดยิ้มเย้ยหยัน ดูแคลน จนคนพูดที่เหลือบไปเห็นเข้าโดยบังเอิญแทบจะกรี๊ดขึ้นมาทันที อรุณรัมภาทั้งหนักใจและเศร้าใจไปพร้อมๆกัน ธนภูมิเองก็ค่อนข้างลำบากใจ อยู่ๆเขามาตกที่นั่งกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างนี้ได้อย่างไร เขาพูดเบาๆกับลูกศิษย์

“ผมต้องกลับกรุงเทพเที่ยวบินเช้าพรุ่งนี้ ความจริงควรกลับตั้งแต่วันนี้ด้วยซ้ำ แต่ผมอยากจะมางานนี้ก็เลยเลื่อนกำหนดกลับออกไป มีงานสัมมนาตอนสิบโมง โชคดีที่เป็นโรงแรมใกล้ๆกับสนามบิน แล้วก็เป็นงานที่มีวิทยากรหลายคน ผมเป็นคนบรรยายปิดท้ายก็เลยพอมีเวลาขยับขยาย แต่ก็คงทำให้ทีมงานเขาหายใจไม่ทั่วท้อง ผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้”

“ขอบคุณนะคะอาจารย์...ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ดิฉันฝากน้องด้วย แกยังเด็ก...แล้วถึงมีคนมาด้วยก็เหมือนมาคนเดียว ช่วยอะไรก็คงไม่ได้...ไม่มีความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์...ไม่สามารถให้คำแนะนำ อาพินให้มาด้วยแค่ไม่อยากให้ลูกเดินทางและมาพักโรงแรมคนเดียว ป้องกันข้อครหาเท่านั้น

เรื่องทางนี้ ดิฉันจะจัดการทุกอย่างที่น้องควรจะทำให้พ่อแทนแกเอง...จะเก็บโกศกระดูกของเขาไว้รอแก จนกว่าแกจะพร้อมมารับไป...จะทำบุญให้ตามเวลาและโอกาสที่สมควร”

“ผมรู้ว่า คุณจะทำทุกอย่างที่เหมาะสมในฐานะพี่ที่ดี ผมชื่นชมคุณนะ แล้วก็คงต้องถือโอกาสลาตั้งแต่ตอนนี้เลย หวังว่าเราคงได้เจอกันใหม่ไม่นานเกินไป...”

*********

งานศพอาจจบสิ้นลง แต่เรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับเชษฐาและวารุณีไม่ได้จบลงโดยง่ายตามไปด้วย บ้านหลังเล็กที่เตรียมไว้เป็นที่อยู่ของสองแม่ลูกก็ยังสร้างไม่เสร็จ...ลูกชายคนเล็กทั้งบาดเจ็บอาการหนักทางร่างกาย และยังไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบแค่ไหนทางจิตใจ...จะเลี้ยงดูแกอย่างไรไม่ให้มีปัญหากับทั้งคนเลี้ยงและคนถูกเลี้ยงก็ยังไม่รู้

เมื่อไปเก็บกระดูกที่วัดในวันรุ่งขึ้นเสร็จเรียบร้อยแค่ในช่วงเช้า คุณก้องเกียรติก็บอกกับภรรยาและลูกทั้งสองว่า จะไปกรุงเทพเพื่อจัดการเรื่องของชานนท์ในวันนี้เลย อนันยชก็ทักท้วงทันที

“พ่อจะไม่พักเลยหรือฮะ จะไปคนเดียวได้ยังไง ไปถึงโน่นรถก็ไม่มีใช้ ถ้าทำกิจกรรมที่กรุงเทพแล้วไม่มีรถใช้ก็เหมือนคนพิการนั่นแหละ ถ้าพ่อจะไปวันนี้จริงๆผมจะไปด้วย เอารถไปเอง...ทำอะไรจะได้สะดวก...”

“เราวุ่นวายกับเรื่องงานศพมาหลายวันแล้วลูก งานของยชมันมีตารางเวลาที่จะต้องควบคุมดูแล เราปล่อยมือทีเดียวทั้งสองคนไม่ได้ พ่อยังไม่รู้ว่าวันเดียวจะเสร็จเรื่องหรือเปล่า ไม่เป็นไรหรอก...พ่อก็ไปเครื่อง ไปถึงโน่นก็ใช้บริการรถเช่า มีเยอะแยะไป ไม่ต้องห่วง...”

“แต่หนูห่วง!...” อรุณรัมภาขัดขึ้นทันควัน

“ให้ยชอยู่กับแม่ หนูจะไปกับพ่อเอง ชานนท์แกก็เคยเป็นเด็กที่เห็นหน้าเห็นตากันบ่อยอยู่ตอนที่หนูฝึกสอน แกอาจจะยังคุ้นหน้าครูมากกว่าคนอื่น เด็กแกเคยมีปัญหาเรื่องขาดความอบอุ่นในครอบครัวอยู่แล้ว พ่อคนเดียวเอาไม่อยู่หรอกค่ะ...”

“หนูก็ต้องสอนหนังสือเหมือนกัน ลางานหลายวันติดๆกันมันไม่ดีนะลูก”

“พ่อคะ...หนูทำงานมาจะสองปี เพิ่งลาไปงานแต่งงานเพื่อน กับงานศพอาเท่านั้น ถ้าโรงเรียนมีปัญหากับเรื่องแค่นี้ หนูลาออกไปหางานที่อื่นทำก็ได้...”

“ยายหนู!...อย่าพูดจาเกเรไม่รับผิดชอบแบบนั้นลูก หนูโตแล้ว เป็นครูบาอาจารย์...”  บิดาปรามเสียงเข้ม

“หนูไม่สนใจ...หนูจะไปกับพ่อ”

ทุกครั้งที่ลูกสาวทำท่าดื้อดึง แข็งขืนก็ดูราวกับคนเป็นพ่อจะจนแก่ถ้อยคำ แต่ลูกชายเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

“รงค์ไงครับ...เขาขับรถมาก็ต้องขับรถกลับอยู่แล้ว คงจะอยู่คุยกับคุณพ่อคุณแม่เขาจนถึงแค่บ่ายๆแล้วค่อยกลับ เดี๋ยวผมคุยกับเขาเอง...”

“เรากวนเขามาหลายเรื่องเกินไปแล้วลูก ถึงสนิทกันแค่ไหนก็ควรต้องเกรงใจคนอื่นเขาไว้บ้าง ไม่ใช่แค่อาศัยรถเขาเข้ากรุงเทพ ถ้าพ่อไปด้วย...รงค์ก็จะมีภาระต้องคอยตามดูแลบริการ เขาก็มีงานการในหน้าที่ของเขาเต็มมืออยู่แล้ว แต่จะปล่อยให้พ่อไปไหนคนเดียวเขาก็คงยอมไม่ได้ มันจะทำให้เขาต้องวุ่นวายกับเรื่องที่มันไม่ใช่ธุระปะปังอะไรของเขา”

“ถ้ามันรู้ทีหลังว่าพ่อต้องเข้ากรุงเทพคนเดียว ทั้งๆที่รู้ว่ามันกำลังจะกลับกรุงเทพเหมือนกัน มันต้องอาละวาดบ้านแตกแน่ นะครับพ่อ...ถ้าพ่อไปกับมัน รัมภาก็จะไม่ต้องห่วง เกาะติดพ่อเป็นลูกโคอาล่าแบบนี้...โอเคมั้ยครับ”

มองหน้าเอาจริงของลูกสาวแล้ว คุณก้องเกียรติก็จำต้องโอนอ่อนตามคำของลูกชาย

“อือม์...ก็ลองคุยกับเขาดูก็ได้”

พอเห็นว่าเรื่องน่าจะเป็นที่ตกลงกันได้ คุณอรดีก็บอกเรียบๆก่อนที่จะผละไป

“พ่อคงต้องไปค้าง เดี๋ยวแม่ไปจัดกระเป๋าให้”

ลูกสาวยังกอดแขนผู้เป็นพ่อไว้แน่น จนอีกฝ่ายอมยิ้ม จับศีรษะรูปงามที่ปกคลุมด้วยเรือนผมนุ่มสลวยโยกไปมา

“โตแล้วยังทำเป็นเด็กๆ หนูควรมองดูที่ทางไว้รับตาหนู...ยังไงแกก็คงจะต้องมาอยู่กับเรา ถึงไม่ใช่ตอนนี้ ก็ตอนที่หมออนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ เด็กตัวเท่าเมี่ยง จะให้แกไปอยู่คนเดียวที่ไหน”

“แกเคยอยู่กับแม่สองคนเท่านั้น พ่อก็ไปหาว้อบๆแว้บๆ แม่คงไม่ได้ให้แกแยกห้องนอน...ยิ่งตอนนี้...”

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน