• numalee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : numalee101@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 98221
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
numalee
ให้ดอกรักบานในใจคนทั้งโลก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/numalee
วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม 2561
Posted by numalee , ผู้อ่าน : 1418 , 18:05:45 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

เที่ยวหลวงพระบางอีกปีแบบพี่น้อง

           

   บันไดหน้าวัดเชียงทอง

   ปีนี้มีโอกาสไปเยือนเมืองหลวงพระบาง สปป.ลาวอีกครั้ง หลังจากไปมาแล้ว 2 รอบ แต่รอบนี้มีความสุขกว่าทุกที เพราะไปกันแบบพี่น้องและลูกหลาน

            ที่บอกว่ามีความสุขกว่าทุกที เพราะการเดินทางไม่ลำบากเหมือน 2 ครั้งแรกที่ไป ที่ต้องนั่งรถจากขอนแก่น (รถบัสออกตี 4 ) เพื่อไปข้ามแดนที่หนองคาย ก่อนจะออกเดินทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ ผ่านวังเวียงและปลายทางที่หลวงพระบาง กว่าจะถึงหลวงพระบางก็เป็นเวลา 20.00 น. ทางขึ้นเขาคดเคี้ยวมากกว่า 1,000 โค้งชวนอ๊วกจริง ๆ  มาแต่ละครั้งไกด์ก็แนะนำให้เอากอเอี๊ยะแปะสะดือเพื่อไม่ให้เมารถ แต่ครั้งนี้เดินทางโดยเครื่องบิน จากขอนแก่น – ดอนเมือง ด้วยเครื่องแอร์เอเชีย จากนั้นต่อเครื่องจากดอนเมือง – หลวงพระบาง ด้วยแอร์เอเชียเช่นกัน ถึงหลวงพระบางประมาณ 15.00 น.นั่งเครื่องสบาย แถมไม่ไกล ย่นระยะทางได้เยอะ และหากจองเครื่องบินตั้งแต่เนิ่น ๆ แบบข้ามปีราคาเครื่องที่ไป โดยไป-กลับเรา 3 คนแม่ลูกตก 10,000 บาทเท่านั้นเอง (ค่าทัวร์หากไปทางขอนแก่น – หลวงพระบาง รวมค่ากินค่าอยู่ 3 วัน 2 คืน อยู่ที่ 7,000 บาท)

 

เจ้าของบ้าน สุทธิกรเกสต์เฮาส์ 

            ทริปนี้เราไปกับลูก 2 คน และนัดเจอน้องชายที่ดอนเมือง น้องชายไปกับภรรยาและลูกรวม 3 คน โดยครอบครัวน้องชายไม่เคยไปหลวงพระบางมาก่อน รวมถึงลูกทั้งสองของเราด้วย ทริปนี้เรามีสมาชิก 6 คน

           พอลงเครื่องบิน เราต่อรถไปที่พัก โดยใช้บริการรถแท๊กซี่ของสนามบินหลวงพระบาง ซึ่งที่สนามบินจะมีรถแท๊กซี่บริการ แต่รถแท๊กซี่ของเขาไม่เหมือนแท๊กซี่บ้านเรา จะเป็นรถตู้ที่เอามารับผู้โดยสาร ซึ่งใครจะไปไหนก็สามารถซื้อตั๋วได้เลย ราคาคนละ 50,000 กีบ (ตอนนั้นค่าเงินกีบอยู่ที่ 260 กีบต่อ 1 บาท หากคิดราคาแล้วก็ตกคนละประมาณ 83 บาท) โดยในรถจะมีผู้โดยสารคนอื่นด้วย แต่รถจะไปจอดส่งผู้โดยสารถึงที่ทุกคน

            เราจองที่พักผ่านเวปไซด์ อโกด้า  (agoda.com)โดยจองที่ สุทธิกรเกสต์เฮาส์  (soutikone guesthouse 1) อยู่ตรงกลางของเมือง ใกล้กับแม่น้ำโขงและหากเดินมาตลาดมืดใช้เวลาเพียง 4 นาทีเท่านั้น ราคาที่พักหากจองผ่านอโกด้า ราคาจะไม่แพงมาก เราจองที่พักห้องละ 3 คนตกคืนละประมาณ 800 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกมากเพราะห้องพักสภาพดีและอยู่ไม่ไกล แถมเจ้าของบ้านบริการดีเยี่ยมอีกด้วย

หลังจากเข้าที่พักแล้ว เจ้าของเกสต์เฮ้าส์ ซึ่งมาทราบที่หลังว่า พี่แกเป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านนาม่วน ซึ่งเป็นละแวกบ้านที่เราอยู่ แกแนะนำให้ไปเที่ยววัดเชียงทองก่อน เพราะจะได้ไม่ร้อนมาก จากนั้นค่อยเดินมาตลาดมืด วันนี้เอา 2 ที่ก็พอ เพราะเราจะอยู่ที่หลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน พอได้รับคำแนะนำเราจึงเดินไปยังวัดเชียงทอง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักเพียง 800 เมตรเท่านั้น ซึ่งที่วัดเชียงทองนี้ ถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่ใครที่มาเยือนหลวงพระบางจะต้องมาเยือนที่นี่ให้ได้

วัดเชียงทอง 

ข้อมูลที่อยู่ใน วิกิพีเดีย บอกว่า วัดเชียงทอง (ลาว: ວັດຊຽງທອງ วัดเซียงทอง) เป็นวัดในแขวงหลวงพระบาง ประเทศลาว สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2103 สร้างโดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำโขง เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบล้านช้างที่สวยงามมาก

วิหารวัดเชียงทอง[แก้]

สิมวัดเชียงทอง หรือวิหารวัดเชียงทอง ได้รับอิทธิพลมาจากวิหารวัดโลกโมฬี จังหวัดเชียงใหม่ โดยในปีพ.ศ. 2042 ราชวงศ์มังรายแห่งอาณาจักรล้านนาเกิดว่างกษัตริย์ พระนางจิระประภามหาเทวีผู้เป็นพระอัครมเหสีในพระเมืองเกษเกล้า ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์หญิงเพียง1ปี บ้านเมืองก็เกิดระส่ำระส่าย ถูกอาณาจักรรอบข้างรุกราน และในยุคที่บุเรงนองเป็นผู้ชนะ10ทิศ พระนางจิระประภาจึงเชื่อมสัมพันธ์กับอาณาจักรอยุธยา และอาณาจักรล้านช้างให้แน่นแฟ้น แต่พระองค์ครองราชย์ได้เพียง1ปีจึงสละราชบัลลังก์ และทูลเชิญพระไชยเชษฐาจากเมืองหลวงพระบางแห่งอาณาจักรล้านช้างลงมาปกครองแทน เนื่องจากพระนางยอดคำทิพย์พระอัครมเหสีในพระเจ้าโพธิสารราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง หรือผู้เป็นแม่ของพระไชยเชษฐา พระราชธิดาของพระนางจิระประภา จึงเห็นว่าหลานชายของตนมีสายเลือดล้านนา จึงให้มาปกครองเชียงใหม่ แต่พระไชยเชษฐาปกครองได้เพียง1ปี พระราชบิดาเกิดสวรรคตกระทันหัน พระไชยเชษฐาจึงต้องกลับไปเถลิงราชสมบัติครองราชย์ล้านนา พระองค์จึงอัญเชิญพระแก้วมรกตกับพระพุทธสิหิงค์จากเชียงใหม่กลับไปหลวงพระบางด้วย หลังจากนั้นพระองค์ก็เริ่มสร้างวัดเชียงทองขึ้นในใจกลางกรุงหลวงพระบาง

หลังจากนั้นเพียงไม่นาน ทั้งอาณาจักรล้านนา อาณาจักรล้านช้าง และอาณาจักรอยุธยา ต่างก็ตกเป็นเมืองขึ้นของหงสาวดี พระไชยเชษฐาทรงย้ายเมืองหลวงหนีลงไปสร้างนครหลวงเวียงจันทน์เป็นราชธานีแห่งใหม่ เมืองหลวงพระบางจึงปล่อยทิ้งร้างและหมดบทบาทลง พระแก้วมรกตถูกอัญเชิญลงมานครหลวงเวียงจันทน์ด้วย ส่วนพระพุทธสิหิงค์ทรงคืนให้กลับเชียงใหม่

ภาพสีโหบนฝาผนังวัดเชียงทอง 

 

ในปี พ.ศ. 2250 อาณาจักรล้านช้างแตกเป็น3ฝ่าย คืออาณาจักรล้านช้างหลวงพระบางอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์, และอาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์ เมืองหลวงพระบางจึงกลับมามีอำนาจอีกครั้ง ไม่ขึ้นตรงต่ออาณาจักรลาวเวียงจันทน์และจำปาศักดิ์ และได้มีการซ่อมแซมวัดเชียงทองเรื่อยมาทุก ๆ รัชกาล จึงเกิดลวดลายที่มีเอกลักษณ์ต่างจากนครเวียงจันทน์และจำปาศักดิ์ วัดเชียงทองจึงถึงถือเป็นวัดประจำราชวงศ์ลาวหลวงพระบาง และเป็นสุดยอดแห่งสถาปัตยกรรมลาวล้านช้าง มีลวดลายที่วิจิตรตระการตา

เราชมวัดเชียงทองโดยใช้เวลาแค่ 30 นาทีก็เดินทั่ววัด ซึ่งที่วัดแห่งนี้ต้องเสียเงินค่าเข้าชมคนละ 20,000 กีบ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 80 บาท  จากนั้นเราก็เดินต่อไปยังตลาดมืด ซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก ซึ่งที่ตลาดมืดแห่งนี้ก็เป็นแหล่งช็อปปิ้งยามเย็นของเมืองแห่งนี้ สินค้าที่จำหน่ายมีหลากหลาย โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าแฮนด์เมด แต่สิ่งที่ลูกเราชอบที่สุดไม่ใช่สินค้าในตลาดมืด แต่มันคือแซนวิชแบบลาว หรือ ปาเต๊ะที่บ้านเราเรียกกัน สนนราคาก็อยู่ที่ 10,000 – 15,000 กีบ แล้วแต่เราจะเลือกไส้อะไร ก็คิดเป็นเงินไทยประมาณ 40 -50 บาท ซึ่งก็ถือว่าไม่แพง เพราะหากเอามาขายฝั่งไทยก็จะอยู่ที่ราคาประมาณนี้เช่นกัน

แซนวิชลาว 

แต่สิ่งที่เห็นเปลี่ยนไปหลังจากการมาเยือน 2 ครั้งก่อน ซึ่งนับรวมประมาณ 6 ปีแล้วพบว่า นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวหลวงพระบางครั้งนี้ ไม่ใช่จะมีแต่คนไทย ลาว และฝรั่งเศสเท่านั้น แต่มีนักท่องเที่ยวแถวอาเซียนเพิ่มขึ้นทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น และจีน ซึ่ง 3 ประเทศนี้คนที่มาเยือนจะเป็นกลุ่มคนสูงอายุ ที่มากันแบบกรุ๊ปทัวร์  ซึ่งถือว่าแตกต่างไปจากแต่ก่อนที่จะพบเพียงคนไทยและคนฝรั่งเศสที่มาเยือนเมืองนี้

หลังจากช็อปปิ้งยามเย็น และรับประทานอาหารอิ่มแล้วเราก็เดินกลับมาที่พัก ก่อนนัดโปรแกรมเที่ยวในวันรุ่งขึ้น โดยเจ้าของบ้านแนะนำให้เราตื่นเช้าตักบาตรพระ จากนั้นไปชมตลาดเช้า ก่อนจะแวะชมพระราชวังเก่า พอสายหน่อยให้ไปเที่ยวน้ำตกตาดกวางสี ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงพระบางประมาณ 30 กิโลเมตร โดยเรามีกัน 6 คน เขาเสนอให้ใช้บริการรถของเขา โดยคิดว่าโดยสารไปกลับรวม 1,000 บาท ซึ่งเราคิดทบทวนแล้วถือว่าคุ้มจึงเลือกใช้บริการของเขา

เช้าตรู่ 06.00 น.เราแต่งชุดเตรียมพร้อมไปนั่งรอตักบาตรพระสงฆ์ โดยมีบริการจัดหาข้าวเหนียวและขนมให้ใส่บาตร ราคาชุดละ 100 บาท เราเลือกไปนั่งใส่บาตรพระหน้าบ้านพัก เพราะสะดวกดี ไม่เลือกไปใส่ที่คนเยอะ ๆ เพราะคนเยอะจะมีปัญหาเพราะจะมีนักท่องเที่ยวไปรอถ่ายรูปเยอะ แต่ปรากฎว่าแม้เราจะเลือกใส่บาตรพระหน้าบ้านพัก ก็บังเอิญเจอป้า ๆ เกาหลี ที่มานั่งใส่บาตรด้วย และหาจังหวะถ่ายภาพตอนใส่บาตร จนทำให้พระแตกแถว เราเองก็รอกว่าเธอจะถ่ายรูปเสร็จ ทำให้เสียบุญจริง ๆ แต่ก็ช่างเถอะ เขาคงตื่นเต้นเพราะในเมืองเขาคงไม่มีการตักบาตรข้าวเหนียวแบบนี้ คงอยากจะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

สีสันตลาดเช้า 

ตักบาตรเสร็จเราเดินไปชมตลาดเช้า ตลาดเช้าอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักนัก เพราะตลาดเช้าอยู่ด้านหลังตลาดมืด แค่เพียงใช้ถนนคนละเส้นเท่านั้น ตลาดเช้าวันนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากหลายปีก่อนที่มาเยือน ยังคงแน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว แม้เราจะไม่ได้มาวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัติฤกษ์ก็ตาม เสน่ห์ของตลาดเช้าคือ อาหาร การกิน ผักสด ๆ ผลไม้สด ๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตที่เป็นอาหารพื้นถิ่นของคนเมืองนี้

ห่านจ้าห่าน

เช้านี้เราเจอห่าน 2 ตัวที่ถูกมัดขานั่งพับเพียบกับพื้น ตัวตุ่นที่วิ่งวนอยู่ในตะกร้า รอการเลือกซื้อของคนที่สนใจ รวมไปถึงพบอาหารแบบพื้นบ้านอีกหลากหลาย ทั้งปิ้งรังแตน ฮวกหรือลูกอ๊อด และอื่น ๆ อีกมากมายแต่ที่ฉันสนใจเป็นพิเศษคือผักน้ำ ที่คนที่นี่เอาไปทำสลัดแสนอร่อย แต่การมาเยือนครั้งนี้ยังไม่มีโอกาสได้ชิม

กินข้าวในวัด 

หลังจากแวะชม และเลือกซื้ออาหารไปนั่งรับประทานกันที่ในวัด ซึ่งอยู่ข้างตลาดเช้าไม่รู้ชื่อวัดอะไร ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ที่เราซื้อจะถูกห่อด้วยใบตอง ทำเอาฉันประทับใจมาก บอกลูกว่านี่แหละสุดยอดแล้ว เพราะประเทศไทยหาอาหารที่ห่อใบตองไม่ค่อยได้ เรานั่งกินข้าวห่อใบตองในวัดมันช่างดีจริง ๆ ราคาอาหารก็ไม่ได้แพง ข้าวเหนียว 5,000 กีบ เท่ากับ 20 บาทบ้านเรา หมูปิ้ง 10,000 กีบ เท่ากับ 40 บาท ผัดหมี่ แจ่วบอง และอื่น ๆ อีกสารพัดที่จัดหาลงท้อง

พออิ่มหนำสำราญแล้วก็เดินไปต่อที่หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ หลวงพระบาง หรือ พระราชวังเจ้ามหาชีวิตเก่า ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ราคาค่าเข้าชมอยู่ที่ 20,000 กีบ แต่มีกฎระเบียบเยอะแยะมากมาย ก่อนหน้านี้เคยเข้าไปชมได้โดยไม่ต้องฝากกระเป๋า แต่ไปคราวนี้เข้มงวดกว่าเดิม โดยห้ามนักท่องเที่ยวนำกระเป๋าเข้าไปด้วย จะต้องนำไปฝากไว้ที่อาคาร 2 ชั้น หลังที่ขายตั๋ว แถมใครใส่กางเกงขาดก็ห้ามเข้าต้องเปลี่ยนเป็นผ้าถุงหรือกางเกงที่ไม่ขาด หลานชายวัย 12 ปีของฉันใส่กางเกงยีนส์นำสมัยที่มีผ้าหลุดรุ่ยนิดหน่อย แต่เจ้าหน้าที่บอกห้ามไม่ให้เข้า ต้องไปเปลี่ยนเป็นกางเกงขายาวที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ โดยเสียเงินค่าเช่ากางเกง 20 บาท แต่ที่น่าสงสารคือบรรดานักท่องเที่ยวสูงอายุที่มากันจากประเทศต่าง ๆ หลายคนใส่เสื้อแขนกุดเพราะอากาศร้อน บางคนสะพายข้าวของ รวมทั้งกล้อง ก็ถูกให้เอาไปฝากไว้ก่อน ทำให้หลายคนถอดใจไม่ไปเข้าชม

พระราชวังวันนี้ก็ยังน่าสนใจเช่นเคย ซึ่งเคยเป็นที่อยู่จริง ๆ ของพระมหากษัตริย์ลาวสมัยก่อน แต่หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2518 ก็ไม่มีกษัตริย์ จึงได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ส่วนตัวฉันชอบที่นี่เป็นพิเศษ เพราะได้มีโอกาสชมภาพ ชีวิต วิถีความเป็นอยู่ของกษัตริย์ลาว และแอบน้ำตาไหลที่วันนี้ไม่เหลือสถาบันกษัตริย์ที่นี่แล้ว

ออกจากพระราชวัง เราได้แวะมาดูหอพระบาง ซึ่งวันนี้สร้างแล้วเสร็จและอัญเชิญพระบาง พระพุทธรูปสำคัญอันเป็นที่มาของชื่อเมือมาประดิษฐานอยู่ที่นี่ ซึ่งที่หอพระบางและพระราชวังนี้ ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ทำให้สิ่งที่เราเก็บมาได้คือความทรงจำอย่างเดียวเท่านั้น

เราเดินกลับที่พักเป็นเวลาประมาณ 09.30 น. ซึ่งตรงกับที่นัดเจ้าของที่พักเพื่อไปยังน้ำตกตาดกวางสีแล้ว ตลอดทางไปน้ำตกตาดกวางสีก็จะลัดเลาะไปตามหมู่บ้าน ขึ้นเขาไปจนกระทั่งเจอน้ำตก โดยแวะทานข้าวกันก่อน ที่ร้านอาหารดอกไม้ ซึ่งดูแล้วน่ากินที่สุด เพราะสะอาด ราคาอาหารก็แพงกว่าบ้านเรานิดหน่อย พอ ๆ กับ ราคาอาหารในเมืองท่องเที่ยวทั่วไป ไปแล้วแพงแค่ไหนก็จะต้องกัดฟันกิน

จากนั้นก็ไปน้ำตก โดยเสียค่าเข้าชมน้ำตกที่ 20,000 กีบ ซึ่งน้ำตกตาดกวางสีแห่งนี้ถือเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของหลวงพระบาง น้ำตกแบ่งเป็นหลายชั้น สามารถเล่นน้ำได้ ที่น้ำตกแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวหลากหลายสัญชาติมาเที่ยวชม ทั้งไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อังกฤษ และอื่น ๆ ซึ่งไม่รู้ว่าชาติไหน  แต่ที่เห็นใส่บิกินีเล่นน้ำก็จะมีแต่ชาวฝรั่ง ชาวไทย กับ ชาวลาวแบบเราไม่กล้าลงเล่นน้ำ เพราะดูแล้วน้ำเย็นมาก

ข้อมูลวิกิพีเดีย บอกว่า น้ำตกตาดกวางสี มีจำนวนชั้นทั้งหมด 4 ชั้น มีความสูงโดยรวมประมาณ 75 เมตร เป็นน้ำตกหินปูน น้ำในน้ำตกจึงมีสีเขียวมรกต ภายในน้ำตกมีการจัดการท่องเที่ยวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มีพื้นที่แบ่งออกเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร โดยไม่อนุญาตให้มีการปรุงอาหาร พื้นที่สำหรับเล่นน้ำ และมีการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ

เรากลับจากน้ำตกตาดกวางสีมาถึงหลวงพระบางประมาณ 15.30 น.จากนั้นเราพักผ่อนที่ห้องพัก ก่อนไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่ วัดพูศรี ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับพระราชวังที่เรามาช่วงเช้า เรามาเร็วไปหน่อย เลยนั่งรอชมพระอาทิตย์นาน โดยที่วัดพูสีแห่งนี้ เสียค่าเข้าชมคนละ 20,000 กีบ และเดินขึ้นบันไดไป 380 กว่าขั้น บนวัดแห่งนี้ไม่มีอะไรมากนัก มีพระพุทธรูปที่ให้เราไปกราบไหว้ แต่ไฮไลน์อยู่ที่ช่วงการรอพระอาทิตย์ตกดิน เพราะวิวพระอาทิตย์ตกดินนี่สวยมาก เพราะพระอาทิตย์จะลับเหลี่ยมภูเขาและมีแม่น้ำโขงอยู่เบื้องหน้า แสงสีทองสาดส่องลงมาวิวหลังเป็นภูเขาสลับซับซ้อนสีเงินยวง หากใครไม่ได้มาเห็นด้วยตา คงนึกภาพไม่ออก

และเพราะเสียงล่ำลือนี่แหละทำให้เย็นวันนี้มีคนมารอชมพระอาทิตย์ตกดินกว่า 100 คน ที่ไปยืนรอออกันอยู่บนยอดภูสี ไม่มีใครที่จะไม่หยิบสมาร์ทโฟนออกมาถ่ายรูป และไม่มีใครที่จะอดเซลฟี่กับพระอาทิตย์ไว้ได้ หลังพระอาทิตย์ลาจาก ทุกคนทยอยลงจากวัดพูสีกันช้า ๆ และมาเจอตลาดมืดที่เชิญชวนให้เราต้องเข้าไปเลือกซื้อสินค้าอีกครั้ง

เย็นนี้ฉันได้ของฝากเป็นกระเป๋าผ้าเล็ก ๆ และพัดไม้ไผ่ เพื่อเอาไปฝากเหล่าออเจ้าที่ออฟฟิศ มา 2 วันกระเป๋าแฟบไปเยอะ ถ้ามาคนเดียวคงไม่จ่ายมากขนาดนี้ แต่นี่มากับลูก อยากกินของกินเต็มไปหมด ทำให้ควักเงินไม่หยุด

คืนนี้คงกลับไปนอนสบาย เพราะพรุ่งนี้เช้าไม่มีที่จะไปไหนอีกแล้ว นอนรอเครื่องออกจากหลวงพระบางบ่าย 3 สิ่งที่ทำได้พรุ่งนี้เช้าคือ กาแฟร้านโจมา และกลับมานั่งกินข้าวเที่ยงกับเจ้าของเฮือนพักก่อนกลับบ้านไปหาแม่เรา.

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
numalee วันที่ : 04/05/2018 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numalee

ขอบคุณแทนทุกคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 01/04/2018 เวลา : 22.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอให้ชาวหลวงพระบาง
ชาวลาว ชาวไทย
ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ของเล่นใหม่

สองสามวันก่อน ลูกชายตัวดี และ ลูกสาวตัวแสบ อ้อนวอน ขอให้แม่ ไปรับลูกสุนัขมาเลี้ยง โดยให้เหตุผลว่า น่ารัก ชอบมาก และอยากเลี้ยง ทำให้บ้านของเรามีสมาชิก สุนัข เพิ่มอีก 1 ตัว แม้ว่า แม่จะรู้ว่าปัญหาที่จะต

View All
<< มีนาคม 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]