• เจนอักษราพิจารณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunjon_muk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-04
  • จำนวนเรื่อง : 229
  • จำนวนผู้ชม : 487175
  • ส่ง msg :
  • โหวต 125 คน
หนุ่มสัญจร
คมความคิด ชีวิตและงาน สายธารวรรณกรรม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon
วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม 2552
Posted by เจนอักษราพิจารณ์ , ผู้อ่าน : 4562 , 16:50:35 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เยือนถิ่นนักเขียนเมืองบั้งไฟโก้ยโสธร (๔)

 

พาท่านมาเยือนถิ่นนักเขียนเมืองบั้งไฟโก้ยโสธร 4 ตอนแล้ว อย่าเพิ่งเบื่อกันนะครับ อาจมีสาระบ้างไม่มีสาระบ้างเพื่อบอกกล่าวเรื่องราวตามเส้นทางที่คณะขันหมากจากเมืองริมโขงสู่เมืองทรายมูลตามทางหัวใจปรารถนา หลายท่านถามว่าเมือไหร่หนอจะถึงบ้านเจ้าสาวสักที ใจเย็น ๆ  ครับขนาดคณะพวกผมเองกว่าจะถึงบ้านเจ้าสาวก็เลยเส้นทางไปไกลเกือบจะถึงตัวเมืองยโสธร  แต่ก็เป็นการดีที่ผ่านหลายบ้านหลายเมืองและมีเรื่องราวนำมาเล่าสู่ท่านผู้อ่านในโอเคเนชั่น และขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตลอดมา

 

ผมได้เขียนเกี่ยวกับ เบิ้ยกุดชุม  ว่าด้วยชุมชนแห่งการพึ่งพาตนเองตามแนวทาง เฮ็ดอยู่ เฮ็ดกิน แห่งตำบลนาโส่ ในภาคประชาชนมาแล้วในตอนที่ 2  สำหรับตอนนี้จะเขียนถึงคนแห่งอุดมการณ์เมืองกุดชุมทั้งด้านการเมือง วรรณกรรม และบันเทิง แม้ว่าจะไม่ครบสมบูรณ์แต่ก็ถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทในการเสริมสร้างความเป็นคนแห่งเมืองกุดชุมโดยแท้จริง

 

 

 

อุดร ทองน้อย : ตะวันแดงยังส่องทาง

 

 

 

เมืองกุดชุมถือได้ว่าเป็นดินแดนของนักสู้แห่งอุดมการณ์ที่หาญกล้าทั้งด้านเมืองและวรรณกรรม ไม่น้อยหน้ากว่าถิ่นใด ผมจะเริ่มต้นจากพี่ใหญ่ท่านอุดร ทองน้อย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร  สังกัดพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย เลือดนักสู้ลูกชาวนาแท้จากเมืองกุดชุม

 

 

 

ท่านอุดร ทองน้อย เกิดที่บ้านโนนยาง ตำบลกำแมด อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร หลังจบชั้นประถมศึกษาตอนต้น จากนั้นในปี 2503 ได้บวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดราชนัดดาและเข้าเรียนที่โรงเรียนบาลีมัธยมวัดโพธิ์ (วัดเชตุพนวิมลมังคลาราม) แล้วจึงมาเรียนต่อชั้นมัธยมตอนปลายที่โรงเรียนบาลีมัธยมวัดธาตุพนม จังหวัดนครพนม ในช่วงของการเกิดเหตุการณ์เสียงปืนแตกที่บ้านนาบัว ตำบลเรณูนคร

.

 

หลังจากจบมัธยมปลายจากโรงเรียนบาลีมัธยม วัดธาตุพนม ในปี 2508 จึงสอบเข้าเรียนต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หนึ่งในกลุ่มผู้เรียกร้องรัฐธรรมนูญในยุคก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

.

ภายหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เคยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร สังกัดพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ในปี 2518 และหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เคยไปใช้ชีวิตในเขตป่าในประเทศลาว และฐานที่มั่นภูพาน ก่อนที่จะกลับคืนเมืองตามนโยบาย 66/23 ของรัฐบาลในยุคนั้น ก่อนที่จะคืนสู่เมืองและได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราฎรสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในปี 2532 พร้อมกับสร้างงานวรรณกรรมในรูปแบบกาพย์กลอน เรื่องสั้น บทละคร ความเรียง อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเคยทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐในยุคหนึ่ง

 

              

ขออนุญาตนำภาพอดีต ส.ส. อุดร ทองน้อย และงานเขียนชุด "ทุ่งนา ป่าดอน นครคน" ของท่านมาลงในที่นี้

งานเขียนของท่านอุดร ทองน้อย บ่งบอกถึงอุดมการณ์แห่งยุคสมัยผ่านวิถีชีวิตของผู้คนที่หลากหลาย อาทิ เช่น  หมาเน่า อีแร้ง และแมลงวัน, คืนก่อนวันเก่า, ตามรอยเรอแดว, ทุงนา ป่าดอน นครคน, ต้องมีสักวัน, แมลงเม่า, ถังเหว่ยเวียตนาม, ตะวันแดงยังส่องทาง, ดวงมณีคำล้ำค่า และถือได้ว่าเป็นผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรมอันล้ำค่า มิแตกต่างจากอุดมการณ์ทางการเมืองที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อปวงชนผู้ยากไร้  ปัจจุบันท่านยังคงยึดอาชีพทนายความที่อำเภอกุดชุมและสร้างสรรค์งานด้านวรรณกรรมตลอดมา โดยเฉพาะเรื่องสั้นล่าสุด "กลับบ้าน" ในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ถือได้ว่าเป็นเรื่องสั้นกึ่งประวัติของตนเองได้อย่างน่าติดตาม

 

 

 

เสียงจากหุบเขาพญาฝ่อ : เยี่ยม ทองน้อย

 

 

 

ถัดจากท่านอุดร ทองน้อย มาถึงพี่ใหญ่อีกท่านนามว่าครูเยี่ยม ทองน้อย ท่านบอกกับเพื่อนพ้องน้องพี่ได้อย่างภาคภูมิใจว่าเป็นลูกชาวนาจากบ้านโสกขุมปูน แห่งเมืองกุดชุมอย่างแท้จริง แม้ชีวิตในวัยเด็กจะไม่เป็นที่ประทับใจมากนัก แต่ว่าในวิถีชีวิตของคนเราใช่ว่าจะไร้ค่าเสมอไป  แม้ว่าในวันนี้จะอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนถึงอำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ ยามเมื่อได้ฟังเสียงลมโตนภูคราใด หัวใจฮ่ำฮอนถึงบ้านเกิดอยู่เสมอ

 

 

เคยอ่านบันทึกชีวิตของท่านจากบล็อกโอเคเนชั่น  ทำให้ทราบว่าในวัยเด็กของท่านเป็นคน หัวป่องหรือเด็กเรียนดีคนหนึ่ง  หลังจบชั้นประถมปีที่ 4  จากโรงเรียนบ้านโสกขุมปูน  แล้วได้มาพักอาศัยอยู่กับครูพิน ทองน้อย เพื่อเรียนต่อชั้นประถมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนบ้านโนนยาง ตำบลกำแมด อำเภอกุดชุม และที่โรงเรียนแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นการเปิดโลกแห่งการอ่านสำหรับเด็กบ้านนอกอย่างเขา เมื่อมีโอกาสอ่านบางกอก ทานตะวัน ขวัญเรือน ชัยพฤกษ์ สามก๊ก ขุนช้าง-ขุนแผน ซึ่งเป็นพื้นฐานในการเขียนในเวลาต่อมา

.

 

.

 

ครูเยี่ยม ทองน้อย (เสื้อขาว) นักร้องนำวง "กระดานชนวน"  แห่งวิทยาลัยครูอุบลราชธานี

.

 

จบชั้น ป. 7  ข้ามถิ่นมาเรียนที่โรงเรียนโสภณวิทยา ตำบลหนองข่น อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ได้ 1 ปี แล้วย้ายมาเรียนที่โรงเรียนสาธุวิทยาศิลป์กุดชุม ที่อำเภอกุดชุม ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของวัดบ้านโพนขวา อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอุบลราชธานี จนจบชั้น ม.ศ. 3 ที่โรงเรียนแห่งนี้ทำให้ได้อ่านหนังสือพิมพ์มหาราษฎร์, อธิปัตย์, เอเชีย ซึ่งเป็นหนังสือแนวก้าวหน้าในยุคนั้น

 

 

 

หลังจบชั้น ม.ศ. 3 ในปี 2522 จึงสมัครสอบเข้าเรียนต่อในโครงการครูทุนประจำตำบล แต่ต้องพลาดหวังเพราะไม่มีเส้นสาย จึงเข้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนสิทธิธรรมศาสตร์ศิลป์ ของทนายฟอง สิทธิธรรม ที่จังหวัดอุบลราชธานี สำเร็จหลักสูตรชั้น ม.ศ. 5  จึงมุ่งหน้าเข้าเมืองกรุงเพื่อเรียนต่อกฎหมายที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงโดยมีความมุ่งหวังเป็นนักการเมืองเหมือนกับท่านอุดร ทองน้อย  แต่ต่อมาได้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อัดสินใจตนเองให้เหมือนกับขณะเดียวกันก็ได้ร่วมพัฒนาเป็นหมู่บ้านในฝันเหมือนกับหมู่บ้านซับแดง จนถูกจับกุมในข้อหาแกนนำของหมู่บ้าน แต่ภายหลังได้รับการปล่อยตัวทั้งนี้กระทำไปด้วยใจบริสุทธิ์และไม่มีแนวความคิดด้านการเมืองแอบแฝง

 

 

 

 

ต่อมาในปี 2523 ครูเยี่ยม ทองน้อย สอบเข้าเรียนต่อในระดับ ป.กศ.สูง วิชาเอกเกษตรกรรม ที่วิทยาลัยครูอุบลราชธานีได้อย่างสมใจ และมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อน ๆ ในกลุ่มเดียวกัน และเมื่อบทกวีชื่อ หญ้าแพรก  ที่แต่งขึ้นภายใต้นามปากกา ศรีปทุม ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารสยามใหม่ เมื่อปี 2524 จึงนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการก้าวสู่โลกแห่งวรรณกรรม

 

 

 

วิทยาลัยอุบลราชธานีในปี 2524  ถือได้ว่าเป็นยุคแสวงหาของนักศึกษาซึ่งไม่แตกต่างจากสถาบันการศึกษาในส่วนกลาง ทั้งด้านกิจกรรมการเพื่อสังคมและกิจกรรมในวิทยาลัย ในยุคนั้นจะมีวงดนตรี สุดสะแนน  โดยการควบคุมของวิทยา  กีฬา และอัศวิน อบรม ซึ่งถือได้ว่าเป็นวงที่ได้รับความนิยมในหมู่นักศึกษายุคนั้น เช่นเดียวกันกับกลุ่มของครูเยี่ยม ทองน้อย, อาคม ทัพแสง, อุดม บัวเกษ, สมชัย  ศรีลาชัย, เสถียร  สระใบ  ก่อตั้งวงเพื่อชีวิต กระดานชนวน  ส่วนกลุ่มครูสลา คุณวุฒิ, อดุลย์  ย่าพรหม, นพพา  พิมพ์สระ, บัญชา  เกียรติจรุงพันธ์ ตั้งวง  อ้อคำ เน้นแนวเพลงลูกทุ่ง มีครูสลา คุณวุฒิ เป็นผู้ประพันธ์เพลงและร้องนำ นับได้ว่าเป็นช่วงแสวงของคนหนุ่มสาวในวิทยาลัยอย่างแท้จริง

 

 

.

 

ครูเยี่ยม ทองน้อย กับเพื่อนพ้องน้องพี่นักเขียนอีสาน (ภาพจาก writer magazine)

 

ภายหลังเรียนจบ ปก.ศ. สูง เพื่อน ๆ ในกลุ่มต่างแยกย้ายไปสอบบรรจุครูที่บ้านเกิด เช่นเดียวกับครูเยี่ยม ทองน้อย ในช่วงที่รอคอยการเรียกบรรจุครูได้เข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มวรรณกรรมลำน้ำมูลซึ่งเป็นกลุ่มครูนักเขียนในเขตอุบลราชธานี  ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ จัดกิจกรรมด้านวรรณกรรมในโรงเรียนมัธยมศึกษาอยู่ระยะหนึ่ง  ก่อนจะไปเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นชื่อแม่มูล ฉบับยุติธรรม ที่จังหวัดอุบลราชธานี  หลังจากนั้นในปี 2526 ได้รับการชักนำจากอาจารย์เยี่ยมยอด ศรีมันตะ ไปทำงานที่นิตยสารครูไทย ก่อนที่จะมาทำงานหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยการชักนำของฟอน ฝ้าฟาง เจ้าชายส่วยแห่งศรีสะเกษ พร้อมกับการรอคอยการเรียกบรรจุเข้ารับราชการครูอย่างใจจดใจจ่อ

 

จนในปี 2529 ความฝันของครูเยี่ยม ทองน้อยก็เป็นจริงเมื่อได้รับการบรรจุเป็นครูครั้งแรกที่โรงเรียนบ้านโนนแฝก ตำบลบัวงาม อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนที่จะย้ายไปตั้งหลักปักฐานทำการสอนที่อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ ว่างจากงานสอนก็ทำการเกษตรแบบพอเพียง มีไร่มะขามหวาน เลี้ยงวัวตามสาขาที่ร่ำเรียนมา พร้อมเขียนหนังสือตามใจปรารถนา

 

กับเพื่อนพ้องน้องพี่ในยุค กลุ่มวรรณกรรมลำน้ำมูล สู่ สโมสรนักเขียนภาคอีสาน ครูเยี่ยม ทองน้อยยังไปมาหาสู่และเป็นที่ปรึกษาอยู่เสมอ ผลิตงานเขียนบทกวี บทความวรรณกรรม เรื่องสั้น ภายใต้นามปากกา เยี่ยม ทองน้อย, ศรีปทุม, วิจารณ์ สนามจันทร์, แสงเรือง ส่องไทย, ครูแสงดาว พร้อมกับตั้งหน้าตั้งหน้าปั่นผลงานทางวิชาการเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษให้ทันภายในเดือนมีนาคมนี้ และคงได้รับฟังข่าวดีจากครูเยี่ยม ทองน้อย เร็ว ๆ นี้

 

จากร้อยคำร้อยกวีแห่งโสกขุมปูน ถึงไร่พิราบอาบเดือนเมืองกุดชุม

 

ผ่านจากพี่ใหญ่แห่งโสกขุมปูนผมจะได้เขียนถึงคนรุ่นใหม่ผู้สานต่ออุดมการณ์ชาวกุดชุมอีกสองท่านคือท่านสมชัย คำเพราะ  ส่วนอีกท่านหนึ่งที่บล็อกเกอร์ tatuk ได้แนะนำไว้คือท่านโกเมศ มาสขาว เจ้าของไร่พิราบอาบเดือนเมืองกุดชุม นักสู้เพื่อมวลชนแห่งลุ่มน้ำมูน

 

เริ่มจากท่านสมชัย คำเพราะ ลูกบ้านโสกขุมปูน ผู้สืบสานอุดมการณ์ต่อจากนักคิด นักเขียนรุ่นพี่ ด้วยเป็นลูกครูใหญ่ในหมู่บ้าน จึงมีโอกาสดีกว่าเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกัน หลังจบจากโรงเรียนยโสธรพิทยาคมจึงเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแห่งจนสำเร็จนิติศาสตร์บัณฑิตอย่างสมใจในปี 2535

 

ด้านงานวรรณกรรมเริ่มฉายแววมาตั้งแต่เมื่อครั้งเข้าร่วมกับกลุ่มวรรณกรรมลำน้ำมูลเมื่อเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยการสนับสนุนของครูเยี่ยม ทองน้อย ครั้นเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงก็ทำกิจกรรมอยู่ชมรมอาสาพัฒนา-รามอีสาน ทำกิจกรรมการเมืองภาคประชาชนจนถูกจับกุมในคดีก่อความวุ่นวายในเมือง (คดีสนามหลวง) และศาลได้พิพากษายกฟ้องคดีในเวลาต่อมา

 

หลังเรียนจบมีโอกาสเข้ามาทำงานข่าวทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคหลายแห่งก่อนที่จะสอบเข้าทำงานเป็นปลัด อบต. นาหว้า อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น แล้วย้ายมาที่ อบต.บ้านแฮด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ภายหลังลาออกจากราชการจนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานสโมสรนักเขียนภาคอีสานในปี 2547 2549  รวมทั้งทำงานกิจกรรมทางสังคม สิ่งแวดล้อม และการเมืองภาคประชาชนตามแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย พร้อม ๆ กับประกอบอาชีพทนายความตามสาขาที่ร่ำเรียนมา ล่าสุดจบศึกษาระดับปริญญาโทจากคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาสังคม จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่ามกลางความภาคภูมิใจของญาติพี่น้องและครอบครัว

 

.

 

คำร้อย ระวี นักเขียนนักพัฒนาจากโสกขุมปูน กุดชุม ยโสธร

 

ประสบการณ์ด้านวรรณกรรม เริ่มต้นจากเขียนกลอนเปล่า ความใฝ่ฝันในคนหนุ่มสาว ในนิตยสารสู่ฝันเมื่อปี 2531 และเรื่องสั้นเรื่องแรก ความตายของคนสามัญ ในนิตยสารสู่อนาคตรายเดือนในปี 2535 เรื่องสั้น เหยื่อ ได้รับรางวัลชมเชยการประกวดเรื่องสั้นรางวัล อ. ไชยวรศิลป์ ของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เรื่องสั้น ผู้เห็นเหตุการณ์  ได้รับการคัดเลือกตีพิมพ์ในรวมเรื่องสั้นรางวัลช่อปาริชาต ปี 20002 เมื่อปี 2547  และเรื่องสั้น ป่าเห็ดของแม่  ได้รับรางวัลโลกลูกสีเขียวครั้งที่ 6  ได้รับการตีพิมพ์และแปลเป็นภาษาลาวจากรวมเรื่องสั้น สองฟากฝั่งของแม่น้ำ โดยสโมสรนักเขียนภาคอีสาน ส่วนนามปากกาที่ใช้คือ คำร้อย ประกายเรือง, คำร้อย ระวี, และคำร้อย คำเพราะ

 

จากท่านสมชัย คำเพราะ มาถึงนักคิด นักเขียนแห่งเมืองกดชุมอีกท่านหนึ่งซึ่งได้รับการสื่อสารจากบล็อกเกอร์ tatuk มาว่า มากุดชุมแล้วอย่าลืมไปเยือนท่าน โกเมศ มาสขาว หรือ เสือ นาลาน ณ ลุ่มน้ำ แห่งไร่พิราบอาบเดือนเด้อ  ซึ่งผมเองก็ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับนักเขียนท่านนี้มากนัก แต่เคยอ่านผลงานด้านบทกวี เรื่องสั้นในนิตยสารต่าง ๆ รวมทั้งงานเขียนผ่านโลกอินเตอร์เน็ตของท่านอยู่เสมอ อีกบทบาทหนึ่งของท่านคือผู้ร่วมต่อสู้กับมวลชนในเขตลุ่มน้ำมูน ผู้ก่อตั้งกลุ่มวรรณกรรมลำนำอีเกิ้ง บรรณาธิการหนังสือทำมือสำนักพิมพ์ธารมูล รวมทั้งงานเขียนที่กลั่นจากจินตนาการภายใต้ชื่อที่โรแมนติกว่า หมู่บ้านและแม่น้ำชื่อฝันสลาย  วันที่สายน้ำไร้พันธนาการ เรื่องเล่าจากหมู่บ้านริมมูน  ยังคงอยู่ประทับใจในถ้อยคำที่กลั่นกรองจากหัวใจแห่งยุคสมัยอยู่เสมอ

 

 

 

ประยงค์ มูลสาร : ตำนาน คำอ้ายแห่งบ้านวังเดือนห้า

 

รถขบวนขันหมากจากเมืองริมโขงของพวกเราทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์จากบ้านโสกขุมปูนถึงบ้านโสกน้ำขาวบนเส้นทางสายกุดชุม ทรายมูล ผมมีข้อสังเกตว่าชื่อของหมู่บ้านในภาคอีสานมักจะมีคำว่า โสก” “โคก” “โนน” “หนอง” “ห้วย นำหน้าชื่อหมู่บ้านอยู่เสมอ

 

คำว่า โสก ในภาษาอีสานนั้นมีความลักษณะคล้าย ๆ กับลำห้วย แต่มีระยะทางไม่ยาวนักจึงเรียกกันว่า โสก โสกน้ำขาวในในอดีตน่าเป็นโสกที่มีน้ำสีขาวขุ่นอยู่เป็นแน่แท้จึงเรียกเป็นชื่อหมู่บ้านในเวลาต่อมา  เช่นเดียวกันกับหมู่บ้าน โสกขุมปูน น่าจะเป็นโสกที่มีปูนขาวอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเรียกชื่อหมู่บ้านตามลักษณะภูมิประเทศในอดีต

 

ยงค์ ยโสธร นักสู้แห่งหมู่บ้านโสกน้ำขาว กุดชุม ยโสธร

ลุงยงค์ ยโสธร ถ่ายภาพร่วมกับสุรชัย จันทิมาธร ในงานทอดผ้าป่าเมื่อปี 2547 ที่บ้านโสกน้ำขาว ภาพจาก  http://www.oknation.net/blog/Sophia

 

หมู่บ้านโสกน้ำขาวเป็นบ้านเกิดของ ยงค์ ยโสธร  เจ้าของนวนิยายเรื่อง  คำอ้าย แห่งหมู่บ้านวังเดือนห้า  หลายท่านคงจำภาพของ คำอ้ายลูกชายคนโตของครอบครัว ที่มีชีวิตผูกพันอยู่กับท้องไร่ท้องนาและควายถึก ตลอดทั้งการสอดแทรกวิถีชีวิตพื้นบ้านของชาวอีสานในยุคต่อจากก ลูกอีสานของคุณลุงคำพูน บุญทวีได้เป็นอย่างดี 

 

ยงค์ ยโสธร  หรือชื่อจริงของท่านคือประยงค์ มูลสาร เกิดที่บ้านโสกน้ำขาว ตำบลห้วยแก้ง อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร หนึ่งในกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ก่อนเหตุการณ์ 16 ตุลาคม 2516 เคยใช้ชีวิตในเขตป่าตามอุดมการณ์แห่งชีวิต ก่อนที่จะสำเร็จการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เคยเป็นครูประชาบาลในท้องถิ่น ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร 

 

        

คำอ้าย นวนิยายที่เรียบง่ายและงดงามของ "ยงค์ ยโสธร"

ปัจจุบันท่านตั้งหลักปักฐานอยู่กับครอบครัวอยู่ที่จังหวัดระยอง กับตำแหน่งผู้ประสานงานฝ่ายกิจกรรมของสโมสรนักเขียนภาคตะวันออก บางช่วงเวลาที่ได้ฟังเสียงคลื่นทะเลกระทบฝั่งยังฝันถึงเสียงสะนูว่าวบ้านทุ่งปลายฤดูหนาว ยามมีเวลาในบางช่วงจึงกลับมาเยี่ยมยามบ้านโสกน้ำขาวอยู่เสมอ

.

.โรงนา ลอมฟาง ทางเปลี่ยว บนเส้นทางสายกุดชุม - ทรายมูล ฉากหนึ่งในนวนิยาย "คำอ้าย"

งานเขียนของยงค์ ยโสธรมีทั้งบทกวี เรื่องสั้น และนวนิยาย  เช่น รอยเวลา, นิราศแม่, คำอ้าย, พืชพันธุ์แห่งการต่อสู้ (บทกวีประกอบภาพร่วมกับเพื่อนกวีแห่งยุคสมัย รวี โดมพระจันทร์, สถาพร ศรีสัจจัง, สุรชัย จันทิมาธร), พิชิตเถิด พิชิตข้า ชะตาเอ๋ย ไขแสง สุกใส (งานเขียนรวมกับเพื่อนนักเขียนเพื่อร่วมไว้อาลัยไขแสง สุกใส)    โดยเฉพาะนวนิยายเรื่อง คำอ้าย นั้นได้รับรางวัลวรรณกรรมบัวหลวง เมื่อปี 2532 นับเป็นเกียรติประวัติสำหรับนักเขียนจากบ้านโสกน้ำขาวนามว่า ยงค์ ยโสธร

 

ไผ่ พงศธร : จากหมอลำขอข้าวถึงดาวที่รุ่งโรจน์

 

อ่านเรื่องราวของนักคิด นักเขียน นักสู้แห่งเมืองกุดชุมมาหลายท่านแล้ว ก่อนที่จะเข้าสู่เขตอำเภอทรายมูลผมจะได้เขียนถึงเรื่องราวชีวิตของหนุ่มสร้างฝันจากบ้านสร้างแต้นามว่า ไผ่ พงศธร ลูกศิษย์ของครูสลา คุณวุฒิกันบ้าง

 

ไผ่ พงศธร นักร้องดังลูกบ้านสร้างแต้ ตำบลโพนงาม อำเภอกุดชุม

ไผ่ พงศธร เป็นชาวบ้านสร้างแต้ ตำบลโพนงาม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร มีชีวิตเหมือนฝันจากลูกวงคณะหมอลำขอข้าว ทรัพย์พิณทอง  ในสมัยเรียนหนังสือชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนโพนงามวิทยาที่บ้านเกิดตระเวณลำขอข้าวจากหมู่บ้านต่าง ๆ จนเรียนจบจึงเข้ามาเผชิญโชคที่กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร มาช่วยพี่สาวขายลาบอยู่แถวเขตราษฎร์บูรณะ  พร้อมกับความหวังในการเป็นนักร้องตามที่หัวใจปราถนา

 

เหมือนชะตาฟ้าลิขิตเมื่อมีโอกาสรู้จักกับหยก ลูกหยี ได้สนับสนุนทำเดโมเพลงไปเสนอค่ายเพลงต่าง ๆ จนได้เป็นนักร้องในสังกัดแกรมมี่โกล์ด กับผลงานเพลงชุดแรก ฝนรินในเมืองหลวง จนประสบผลสำเร็จ  ภายใต้การสร้างสรรค์งานของนักแต่งเพลงชื่อดัง ว่าจะเป็นครูสลา คุณวุฒิ, ครูวสุ ห้าวหาญ และครูสิงห์เฒ่า ทุ่งขี้เหล็ก โดยมีผลงานเพลงล่าสุด อยากมีเธอเป็นแฟนที่กำลังโด่งดัง ปัจจุบันได้รับทุนสนับสนุนเข้าศึกษาต่อในโครงการช้างเผือกของมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจและการจัดการ เป็นความฝันสูงสุดสำหรับนักร้องหนุ่มจากแดนไกลแห่งบ้านสร้างแต้ อำเภอกุดชุมคนนี้ 

 

อำลากุดชุมมุ่งหน้ามาทรายมูล

 

พาท่านตะลุยครบเครื่องเรืองของนักคิด นักเขียน นักต่อสู้แห่งอุดมการณ์ แถมด้วยนักร้องชื่อดังแห่งเมืองกุดชุมจนอิ่มใจ ตอนต่อไปยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับอำเภอทรายมูล พาท่านไปเยือนบ้านเกิดของลุงคำพูน บุญทวี นักเขียนรางวัลซีไรต์คนแรกของประเทศไทยและคนแรกของภาคอีสาน  รวมทั้งเรื่องราวของคุณครูนักแปลวรรณกรรมลาว จินตรัย แห่งโรงเรียนทรายมูลวิทยา และที่ลืมไม่ได้คือนักเขียนลูกทรายมูลรุ่นใหม่อีกสองท่านคือ ประชาคม ลุนาชัย และสานิต มาตขาว ยังมีเรื่องราวดี ๆ ให้ท่านได้ติดตามในตอนต่อไปครับ

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
กุ๊ดจี่พเนจร วันที่ : 03/08/2009 เวลา : 15.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj15

พึ่งรู้นะครับว่าคนบ้านผม
จะมีนักเขียนเยอะขนาดนี้
ภูมิใจครับ
คนโสกขุมปูน

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
อณูทิพย์ธารทอง วันที่ : 18/04/2009 เวลา : 04.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anutip

ทันได้เห็น วงดนตรีที่ พี่อาคม ทัพแสง สังกัด ผมกำลังเข้าเรียน ปกศ.สูง พี่ ๆ เขากำลังจะจบครับ เห็นเยี่ยม ทองน้อย กลุ่มนี้จะทำงานในสโมสรนักศึกษา (ไฟวรรณกรรมเริ่มคุกรุ่นในทรวงผมตั้งแต่นั่นเหมือนกัน เขียนเล่น ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ไม่กล้าเผยแพร่)เคยร่วมออกค่ายอาสากับพี่ ๆ กลุ่มนี้แหละไปแบกหลักรั้วโรงเรียนที่บ้านนอกอยู่หลายวัน(ที่ไหนก็ไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว) และได้เห็นละคร นอกจากฤทธิ์ดาบวงพระจันทร์ยังมีเรื่อง "โพดอีหลี" ล้อเลียนเรื่อง "ช่างร้ายเหลือ" อาคม ทัพแสง ถ้าจำไม่ผิดเคยบรรจุที่โรงเรียนบ้านคึมชาด อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร แต่ช่วงสั้น ๆ ก็ลาออกไป ทำงานที่ตัวเองรัก คนเล่าเขาว่าอย่างนั้น...ท่านเจนเขียนแนวนี้ได้รายละเอียดจนเป็นตา งึด คือกันเด้อ สิบอกให่...

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ปรัชญาภรณ์ วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pong15

อ่านแล้วอิ่มครับ
แล้วอย่าลืมหม่ำ จ๊กมก ละครับ
ก็คนยโสคือกับ
มาทักทายครับ
ผมไม่รู้ว่าคุณอยู่ที่ไหนแตก็ส่งข่าวละกันว่า
นักเขียนหนุ่มๆอีายจะนัดชุมนุมใหญ่กันที่บ้านสวนพี่มาโนช พรหมสิงห์ วันที่ 6-7 เมษา 52 นี้ครับ
ว่างก็เชิญเสวนาหาทางออกให้ไทบ้านด้วยครับ
คาดว่าจะมาจากทั่วสารทิศเห็น ภู กระดาษ กำลังประสานงานอยู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เจนอักษราพิจารณ์ วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 07.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon

ขอบคุณทุกท่านครับ..

ลุงวอ..

ไม่ไกล้ไม่ไกลอยู่ยโสเมืองยศสุนทรนี้เอง
กำลังจะไปเยี่ยมยามเร็ว ๆ นี้

คุณ tatuk..

ขอบคุณครับที่ไปเยี่ยมยาม

ชีวิตเราบางครั้งยามเหงามักจะคิดถึงความหลังที่เคยพลาดหวัง
ยังไม่สายเกินไปที่เริ่มต้นใหม่

นายสิบหมื่น ..

อยู่ไกลบ้านหลาย
ตอนนี้ไข่มดแดงใส่แกงผักหวานกำลังแซ่บ
มากินด้วยกันเด้อ

คุณเสี่ยวไทบ้าน..

อยู่ไกลถึงจอร์ ทาวน์
อยู่ไกลบ้านมาเที่ยวงานบุญพระเวสน์เด้อ

ดูภาพแล้วเหมือนหนึ่งว่าเป็นแก่งเลิงจานที่มหาสารคาม
สวนพญาแถนเมืองบั้งไฟโก้ยโสธรบ้านเฮา
บึงพลาญชัยเมืองเกินร้อย
ท่าวารีริมฝั่งมูลเมืองอุบล

ชีวิตต่างแดนเหมือนหนึ่งนกพเนจร
แต่อุดมสมบูรณ์จังเลย
ฝากเมนูยอดฮิต ข้าวเหนียว ส้มตำ แถมลาบก้อย
บนโต๊ะอาหารด้วย

คุณนกแสงตะวัน ..

บินไกลบ้าน
ค่ำนี้เจ้านอนไหน
ยินดีกับลูกหลานมีที่เรียนใกล้ ๆ บ้าน
ไม่บินไกลเหมือนนกแสงตะวัน

คุณกลองไท..

กลองแห่งความเป็นไท
ตีเพื่อไทบ้านแต่ดังก้องไปทั่วโลกา
เสียงนั้นยังดังก้องอยู่ในความทรงจำเสมอ

คุณ เสือยอด..

ไม่ดีเด่นกว่าบรรดาต้นหญ้าเลย
บทกวีกินใจ
บทเพลงยอดเยี่ยมหลาย ๆ อ้าย

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
เสือยอด วันที่ : 30/03/2009 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerasud

ใช่เลย...
เขียนแบบนี้แหละ
เขียนต่อไปอีกนะ
ขอให้กำลังใจ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
กลองไท วันที่ : 29/03/2009 เวลา : 19.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kraitong
ไทนาหว้า

ลูกอีสานเก่งหลายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ฮอยล้อ วันที่ : 29/03/2009 เวลา : 08.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hoylaws

มีหลายแนวให้เลือกอ่าน ดีมาก

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ลมอีสาน วันที่ : 27/03/2009 เวลา : 22.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lomisarn

นักคิดนักเขียนหลายคัก
ครบรสเนาะอ้าย การเดินทางเทือนี้

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
นกแสงตะวัน วันที่ : 27/03/2009 เวลา : 07.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arunprapa
ส่วนเสี้ยวชีวิตที่เหลืออยู่

สวัสดีค่ะ เขียนเรื่องดี ๆ อีกแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของหนุ่ม(น้อย)ชื่อเยี่ยม ทองน้อย
ติดตามอ่านเสมอค่ะ เพียงแต่ไม่ค่อยได้เขียน
เด็ก ๆ ได้ที่เรียนเรียบร้อยแล้ว ทั้ง ม.1และ ม.4 สารคามพิทยาคม
โล่งแล้วค่ะ ต่อไปคงได้เขียน ได้คอมเมนท์ เช่นเคย
หวังว่าคุณหนุ่มสัญจรคงสบายดีมีพลังเยอะ ๆ เช่นเคย

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 27/03/2009 เวลา : 04.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

คนยโสบ้านเฮาคนเก่งๆเยอะครับ
คนอีสานกะเก่งหลายคือกันดั๋ย

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 26/03/2009 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

บ้านคะเจ้ามีแต่นักคิดนักเขียน
บาดห่าบ้านข้อยนั่นน๊า...
.
.
.
มีแต่ขี้ซาเอาโลดแหม๋อ้าย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
tatuk วันที่ : 25/03/2009 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

ตาตุ๊กแวะมายามนักเขียนแถวเมืองบั้งไฟอีกรอบเด้อ
ขอบคุณหลายๆ ที่ใส่ข้อมูลเพิ่มเติมให้ครับ


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เจนอักษราพิจารณ์ วันที่ : 25/03/2009 เวลา : 08.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon

: ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาทักทายในวันฝนพร่ำ :

คุณ chalee..
ขึ้นภูพริกพบตัวต่อนักสู้แห่งภูผา
เช่นเดียวกันกับเมืองนักคิด นักเขียน มุ่งมั่นอุดมการณ์

คุณซำมะแจะ..
สาวน้อยผู้คนหาตำนานแห่งล้านนา
ฮักแพงกันไว้สายใยแห่งความฮัก
ขอบคุณภูมิปัญญาที่สรรหามาฝาก
ได้แต่ “งึด” ในภูมิปัญญา

คุณชัชวัลย์พงศ์ยุทธนาธรรม..
เวิ้งว้างในสำนึกแห่งมูนมังปัญญา
คือหน่อเนื้อที่ผลิท่ามกลางอารยะธรรมที่กำลังล่มสลาย
รอวันเติบกล้าบนกระแสแห่งวัฒนธรรมใหม่

คุณนกฮูกคลับ..
ในค่ำหนึ่งแห่งราตรี
ย่ำเดินบนถนนอักษร
ฟ้าสางคืนสู่รวงรัง
เจ้าพำนักอยู่หนใด
เมืองฟ้าอมร
หรือบ้านทุ่งอันสดใส

คุณธรรมทัพบูรพา..
เฝ้าค้นหารูปลักษณ์และตัวตน
บนถนนสายวรรณกรรม
บางครั้งดูเกรี้ยวกราด
บางครั้งดูอ่อนไหว
ลึก ๆ ข้างในยังใฝ่หา “ธรรมแห่งบูรพา”

คุณทนายแต็ก..
หลากหลายมุมคิด
ประดิษฐ์ถ้อยคำแห่งอักษร
เย็นย่ำพเนจร
สัญจรโลกไร้พรหมแดน

: จนกว่าวันที่เราจะได้พบกัน :

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลุงวอ วันที่ : 25/03/2009 เวลา : 08.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

ขอบคุณที่นำเสนอสาระดีๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ทนายแต๊ก วันที่ : 25/03/2009 เวลา : 07.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanyasak
ธัญศักดิ์ ณ นคร

นับว่าเป็นอำเภอที่ชุกชุมด้วยนักคิด นักเขียนจริงนะครับ
ผมจะเปลี่ยนชื่อ เป็น "อำเภอนักเขียนชุม" หรือ "อำเภอคนเก่งชุม" คงไม่ผิดเพี้ยนนะครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ธรรมทัพบูรพา วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 22.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thum
http://www.oknation.net/blog/sirachat  "งานกวี ที่รัก"

ยอมรับว่ากุดชุมนี้ชุมจริงๆครับ

ชุกชุมด้วยผู้ที่น่ารักน่านับถือ

ผมชอบบทความท่าน จะติดตามอ่านอย่างมีความสุขครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นกฮูกคลับ วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nokhookclub

ชื่นชมทุกท่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชัชวัลย์พงศ์ยุทธนาธรรม วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chatchawan

มีสาระ
ขอขอบคุณที่เขียนงานให้สร้างมโนทัศน์
เอกสารและข้อมูลเหล่านี้คือของแท้ในการปฏิรูปการศึกษา ที่ ปะ ติ ลูบ สร้างวัฒนธรรมกระดาษอย่างโกหกและสุกเอาเผากินจนหลงลืมสติและปัญญา

ขอบคุณอีกครั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

ขอบคุณที่เอามาฝากเจ้า

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chalee วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 18.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

ชื่นชมศิลปินและนักเขียนของกุดชุมค่ะ
นับเป็นยอดนักสู้ และมีอุดมการณ์
ควรที่คนรุ่นหลังจะเอาแบบอย่าง

เคยไปเยือนกุดชุมหลายครั้ง
เคยไปขึ้นภูพริก แล้วก็โดนตัวต่อหรือแตนนี่แหละต่อย
แป๊บเดียวถึงกับบวมเป่งเลย ถ้าไม่ได้หมอชาวบ้าน
ใช้สมุนไพรช่วยรักษา คงกลับออกจากป่าไม่ได้แน่ๆๆเลยค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]