• เจนอักษราพิจารณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunjon_muk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-04
  • จำนวนเรื่อง : 229
  • จำนวนผู้ชม : 487263
  • ส่ง msg :
  • โหวต 125 คน
หนุ่มสัญจร
คมความคิด ชีวิตและงาน สายธารวรรณกรรม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon
วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม 2552
Posted by เจนอักษราพิจารณ์ , ผู้อ่าน : 19772 , 01:29:21 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มะอึก โหวตเรื่องนี้

ชวนชิมอาหารพื้นบ้าน : สืบสานตำนานผู้ไทยเมืองหนองสูง

“หนองสูงถิ่นผู้ไทย เมืองพระไกรสรราช ตาดโตนน้ำตกสวย ห้วยบังอี่น้ำใส ผ้าไหมเลิศหรู ภูจ้อก้อแหล่งธรรม ลึกล้ำพิธีเหยา ทิวเขางามตา”    

คำขวัญที่บ่งบอกถึงอดีตความเป็นมา ฮีตคองประเพณี  แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ตลอดทั้งแหล่งธรรมที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้ชาวหนองสูงตั้งมั่นอยู่ในการปฏิบัติตนอยู่ในคุณงามความดีตลอดมา เห็นได้จากความร่วมมือร่วมใจจากการจัดกิจกรรมวันเทศบาลและงานสืบสานวัฒนธรรมผู้ไทย ประจำปี 2552 บริเวณอนุสาวรีย์เจ้าเมืองหนองสูง เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา ทั้งนี้โดยความร่วมมือของเทศบาลตำบลหนองสูงเหนือ ศูนย์วัฒนธรรมชาวผู้ไทยและเอกลักษณ์เมืองหนองสูง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของชาวผู้ไทย สร้างความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน และสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของชาวผู้ไทยเมืองหนองสูงให้คงอยู่กับสังคมตลอดไป

ตำนานผู้ไทยจากดินแดนไกลโพ้น

หากย้อนอดีตความเป็นมาของชาวผู้ไทยอำเภอหนองสูงจากพงศาวดารเมืองแถง และจากพงศาวดารเมืองไล  ได้กล่าวถึงอดีตความเป็นมาของเชื้อชาติของบรรพบุรุษชาวผู้ไทยไว้อย่างน่าสนใจคือ

พงศาวดารเมืองแถง กล่าวถึงชาวผู้ไทยว่าถือกำเนิดมาจากเทพยดา 5 องค์ จากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แล้วจุติลงมายังโลกมนุษย์เพื่อสร้างบ้านแปลงเมืองโดยได้อธิษฐานให้เกิดเป็นรูป “น้ำเต้าปุง” จากนั้นเทพยดาทั้ง 5 องค์ จึงเข้าไปอยู่ในน้ำเต้าปุงเพื่อลงมายังพื้นโลกบนภูเขา “ทุ่งนาทอง” ด้านทิศตะวันออกของเมืองแถง จึงเรียกว่า “ภูเขาเต้าปุง” มาจนถึงปัจจุบัน

ตำนานน้ำเต้าปุงของชาวผู้ไทยกลายเป็นกระติกน้ำชั้นดีในเวลาต่อมา

เมื่อน้ำเต้าปุงแตกออกมาจึงมีมนุษย์ออกมา 5 คู่ พวกแรกเป็นข่า พวกที่สองเป็นผู้ไทยดำ พวกที่สามเป็นลาวพุงขาว พวกที่สี่เป็นฮ่อ และพวกที่ห้าเป็นญวน จากนั้นจึงได้ลงมาจากภูเขาแยกย้ายกันไปตั้งบ้านแปลงเมือง โดยพวกผู้ไทยตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองแถง มีเจ้าเมืองชื่อ “ขุนลอคำ”  สืบเชื้อสายตระกูลต่อมา

.

พงศาวดารเมืองไล กล่าวถึงชาวผู้ไทยมีด้วยกัน  3 พวก คือ ผู้ไทยขาว ผู้ไทยดำ และผู้ไทยแดง

           ผู้ไทยขาว  จะมีผิวขาว นิยมนุ่งห่มขาวในงานพิธีต่าง ๆ  อาศัยอยู่ในเขตเมืองไล เมืองเจียน เมืองบุน เมืองยาง ภายหลังจึงอพยพมาอยู่ในแขวงพงสาลี หลวงพระบาง และแขวงหัวพัน             

          ผู้ไทยดำ จะนุ่งห่มด้วยเครื่องแต่งกายสีดำ พวกลาวจะเรียกผู้ไทยดำว่า “ไทยเหนือ”  อาศัยอยู่ในเขตเมืองแกง เมืองควาย เมืองคุง เมืองม่วย เมืองลา เมืองโมะ เมืองหวะ เมืองซา ภายหลังจึงอพยพลงมาอยู่ในแขวงหัวพัน จะมีเมืองซำเหนือเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ยังอาศัยอยู่ในแขวงเชียงขวาง เวียงจันทน์ คำม่วน และสุวรรณเขต  

         ผู้ไทยแดง มีอยู่เป็นจำนวนน้อย นิยมแต่งกายด้วยสีแดง เป็นผู้ไทยที่อาศัยในลุ่มน้ำแดงเขตตังเกียของเวียตนามเหนือ ปัจจุบันอยู่ในเขตแขวงหัวพัน (เมืองซำเหนือ)

 

การแต่งกายชุดพื้นเมืองของชาวผู้ไทยอำเภอหนองสูงนิยมแต่งกายด้วยสีดำและสีแดง

เครื่องแต่งกายชุดฟ้อนรำผู้ไทยของชาวอำเภอหนองสูง จะนุ่งซิ่นทิวไหม มีผ้าสไบสีแดง

อย่างไรก็ตามทั้งผู้ไทยขาว ผู้ไทยดำ ผู้ไทยแดง ต่างรวมกันอยู่เป็น 12 เมือง จึงเป็นที่มาของคำว่า “สิบสองจุไทย” หรือ “สิบสองผู้ไทย” ตามชื่อเผ่าพันธุ์พื้นเมืองที่อาศัยอยู่  โดยเฉพาะเมืองแถง และเมืองไล นั้นมีอาณาเขตติดต่อกับเมืองฮุนหนำของจีน ทิศตะวันออกติดกับแคว้นตังเกี๋ยของญวน ทิศใต้ติดต่อกับกรุงศรีสัตนาคนหุต ทิศตะวันตกติดต่อกับแคว้นสิบสองปันนาของพม่า ภายหลังกรุงศรีสัตนาคนหุตได้ตกเป็นเมืองขึ้นรวมกับแคว้นสิบสองจุไทย ต่อมาในปี 2255 กรุงศรีสัตนาคนหุต ถูกแยกออกเป็น 2 เมือง คือ เมืองเวียงจันทน์ และเมืองหลวงพระบาง

           เมืองเวียงจันทน์ มีพระเจ้าชัยเชษฐาธิราช (เจ้าองค์หล่อ) เป็นผู้ครองเมือง ส่วนชาวผู้ไทยมีหัวหน้าชื่อว่า “พระศรีวรราช” ได้ปราบกบฏในนครเวียงจันทน์จนสงบ จึงยกพระราชธิดาชื่อ “เจ้านางช่อฟ้า” ให้เป็นภรรยา เวลาต่อมาได้แต่งตั้งบุตรของนางช่อฟ้า 4 คน ปกครองหัวเมืองผู้ไทย คือ เมืองสบแอก เมืองเชียงค้อ เมืองวัง เมืองตะโปน (เมืองเซโปน) (เมืองวังและเมืองเซโปน ปัจจุบันอยู่ในแขวงสุวรรณเขต) ต่อมาชาวผู้ไทยจากเมืองวังและเมืองตะโปน ได้แยกย้ายออกไปตั้งเมืองต่าง ๆ คือ เมืองพิณ เมืองนอง เมืองพ้อง เมืองเซียงล่ม เมืองผาบัง และเมืองคำอ้อคำเขียว

            เมืองหลวงพระบาง มีแคว้นสิบสองจุไทย และหัวเมืองทั้งหกอยู่ในราชอาณาจักร

.

พลัดไกลถิ่นจากฟากลำน้ำโขง

.

จากประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาวผู้ไทยและชาวลาวต่างสืบเผ่าพันธุ์และมีถิ่นอาศัยอยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ต่อมาชาวผู้ไทยจึงได้อพยพถิ่นฐานมายังฝั่งไทย ทั้งจากการกวาดต้อนไพร่พลในช่วงศึกสงคราม และการเดินทางมามาด้วยความสมัครใจเพื่อสร้างแผ่นดินใหม่  ซึ่งมีการอพยพครั้งใหญ่ 3 ครั้ง คือ                                                                                                                    

ครั้งที่หนึ่ง ในสมัยกรุงธนบุรี ในปี 2321 แคว้นสิบสองจุไทยตกเป็นเมืองขึ้นของราชอาณาจักรไทย จึงมีการกวาดต้อนชาวผู้ไทยเข้ามายังเมืองไทยเป็นพวกแรก คือ “ลาวโซ่ง”  ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองเพชรบุรี (ในเขตอำเภอเข้าย้อย จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบัน)                                  

ครั้งที่สอง เมื่อปี 2335 ในสมัยรัชกาลที่ 1  เมื่อครั้งเมืองแถงและเมืองพวนได้แข็งข้อต่อเมืองเวียงจันทน์ กองทัพเวียงจันทน์จึงได้ยกกองทัพไปตีจนได้รับชัยชนะ จึงกวาดต้อนลาวทรงดำ (ผู้ไทยดำ) ลาวพวนมาเป็นเชลย โดยส่งไปอยู่ที่เมืองเพชรบุรีเช่นเดียวกัน

ครั้งที่สาม เมื่อปี 2369  เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในเมืองลาว หลังกองทัพไทยจึงยกทัพไปปราบสำเร็จ จึงอพยพชาวผู้ไทยจากเมืองวัง เมืองตะโพน เมืองพิณ เมืองนอง เมืองคำอ้อคำเขียว มาตั้งถิ่นฐานในหัวเมืองแถบลุ่มน้ำโขง นอกจากนั้นยังมีชาวผู้ไทยอีกส่วนหนึ่งอพยพมาสมทบภายหลังเพื่อสร้างบ้านแปลงเมืองบนแผ่นดินใหม่

   

จากน้ำบนจอมภูผากูดถึงชื่อนาม “เมืองหนองสูง”

บรรพบุรุษชาวผู้ไทยอำเภอหนองสูงอพยพมาในครั้งที่ 3 จากเมืองคำอ้อคำเขียว โดยมีท้าวสิงห์หรือสีหนาม เจ้าเมืองคำอ้อคำเขียวเป็นผู้นำ อพยพมาตั้งหลักแหล่งอยู่ที่ริมหนองน้ำกลางดงทึบ มีหญ้าแวงขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หนองแวง” 

.

.

อนุสาวรีย์พระไกรสรราช

ต่อมาได้มีการค้นพบหนองน้ำแห่งหนึ่งบนยอดภูผากูดอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ชาวบ้านเรียกว่า “หนองสูง” เพราะเป็นหนองน้ำบนยอดภู  ภายหลังจึงนำชื่อของหนองน้ำบนยอดภูมาตั้งเป็นชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านหนองสูง” และเรียกชื่อ “หนองแวง” ที่ค้นพบครั้งแรกว่า “หนองสูง”  เช่นเดียวกัน

.

ภูผากูดในปัจจุบันกับตำนานหนองน้ำบนภูสูง จนกลายเป็นชื่ออำเภอหนองสูง

.

ต่อมาในปี  2387 บ้านหนองสูงได้รับการยกฐานะเป็นเมืองหนองสูง มี “ท้าวสิงห์” หรือ “ท้าวสีหนาม”  เป็นเจ้าเมืองคนแรก ได้รับตำแหน่งเป็น “เจ้าไกรสรราช” มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่หนองสูง คำชะอี ดงหลวง  และนาแก

ในปี 2450 มีการปรับปรุงการปกครองมณฑลอุดร เมืองหนองสูงได้ถูกย้ายไปตั้งเป็นอำเภอหนองสูงที่ตำบลนาแก จังหวัดนครพนม จนในปี 2460 จึงได้เปลี่ยนชื่อจากอำเภอหนองสูงเป็นอำเภอนาแก ส่วนเมืองหนองสูงได้รับการยกฐานะเป็นตำบลหนองสูง อำเภอมุกดาหาร จังหวัดนครพนม

ต่อมาในปี  2484  ตำบลหนองสูงได้ขึ้นกับการปกครองของกิ่งอำเภอคำชะอี  จังหวัดนครพนม  จนในปี  2499  ขึ้นกับการปกครองของอำเภอคำชะอี  จังหวัดนครพนม 

.

.

บรรยากาศอันเงียบสงบของอำเภอหนองสูงในปัจจุบัน

.

.

ปี  2525  อำเภอมุกดาหารได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดมุกดาหาร  ตำบลหนองสูงจึงขึ้นอยู่กับการปกครองของจังหวัดมุกดาหารนับแต่นั้นเป็นต้นมา จนต่อมาในปี 2528  จึงได้รับการยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอหนองสูง และได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอหนองสูงในปี   2536 มาจนถึงปัจจุบัน โดยแบ่งการปกครองออกเป็นองค์กรส่วนปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง คือ เทศบาลตำบลภูวง เทศบาลตำบลบ้านเป้า เทศบาลตำบลหนองสูงเหนือ องค์การบริหารส่วนตำบลโนนยาง และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสูงใต้

ปัจจุบันชาวผู้ไทยอำเภอหนองสูงยังคงรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์และวัฒนธรรมประจำถิ่นไว้อย่างเหนียวแน่น ทั้งนี้เห็นได้จากการจัดงานประเพณีสำคัญจะมีการจัดกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ประเพณีท้องถิ่นอยู่เสมอ เช่นเดียวกันกับการจัดกิจกรรมวันเทศบาลและงานสืบสานวัฒนธรรมผู้ไทยในครั้งนี้ ซึ่งคณะผู้จัดงานได้เน้นความเรียบง่ายแต่งดงามและประทับใจ

.

.

  

.

วัดไตรภูมิ  อำเภอหนองสูง

.

   

.

ชิมอาหารพื้นบ้าน : สืบสานตำนานผู้ไทยเมืองหนองสูง

กิจกรรมวันเทศบาลและงานสืบสานวัฒนธรรมผู้ไทยในตอนเช้าของวันที่ 24 เมษายน 2552 เป็นการทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในวันเทศบาล  และพิธีเปิดงานโดยมีนายวิริยะ ทองผา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธี  จากนั้นจึงเป็นการเปิดประตูเมืองและพิธีสักการะอนุสาวรีย์พระไกรสรราช เจ้าเมืองคนแรกของหนองสูง บริเวณฝั่งตรงข้ามกับทีว่าการอำเภอหนองสูง

.

.

คณะกรรมการดำเนินงานวันเทศบาล สืบสานตำนานผู้ไทยเมืองหนองสูง

.

  

.

พิธีเปิดประตูเมือง และพิธีสักการะอนุสาวรีย์เจ้าไกรสรราช

.

   

.

เครื่องสักการะตามประเพณีแบบผู้ไทย

.

     

.

.

ด้านการแสดงและการประกวดกิจกรรมต่าง ๆ ในงานนี้ได้รับความสนใจผู้ที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เพราะว่าเป็นกิจกรรมที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์พื้นถิ่นของชาวผู้ไทยอำเภอหนองสูงอย่างแท้จริง เช่น การแสดงกลองตุ้ม การแสดงกลองยาว การประกวดฟ้อนรำผู้ไทย การประกวดการจัดทำพานบายศรี การประกวดทำอาหารพื้นเมือง การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองของกลุ่มอาชีพต่าง ๆ และกิจกรรมของกลุ่มจักสานหลากหลายประเภท

.

ฟ้อนผู้ไทย : เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของชาวผู้ไทยหนองสูง

การประกวดฟ้อนรำผู้ไทยในครั้งนี้ จะเน้นการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น อีกทั้งท่วงทำนองการร่ายรำตามจังหวะเสียงดนตรีที่พร้อมเพรียงกัน  มีคณะฟ้อนรำผู้ไทยจากแต่ละหมู่บ้านมาประกวดประชันด้วยความพร้อมเพรียงกัน

ฟ้อนผู้ไทย นับได้ว่าเป็นการสืบสานการแสดงของบรรพบุรุษชาวผู้ไทยอย่างแท้จริง ในอดีตจะเรียกว่าฟ้อนละครโดยมีผู้แสดงจะเป็นชายล้วน จับกลุ่มฟ้อนรำเพื่อความสนุกสนานในงานบุญประเพณีต่าง ๆ ของหมู่บ้าน ต่อมาจึงมีการเพิ่มผู้แสดงฝ่ายหญิงเข้ามาฟ้อนรำคู่เพื่อแสดงต้อนรับขบวนผ้าป่าหรือในงานพิธีต่าง ๆ  พร้อมกับมีการประยุกต์ท่ารำต่าง ๆ จากการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น ฟ้อนเข็นฝ้าย ฟ้อนแหย่ไข่มดแดง ฟ้อนเก็บฝ้าย ฟ้อนสาวไหม โดยมีเครื่องดนตรีพื้นบ้านประกอบ ได้แก่ พิณ แคน ซอ โหวด โปงลาง หมากกั๊บแก๊บ กลองยาว กลองตุ้ม ฆ้อง ฉิ่ง ฉาบ

.

การฟ้อนรำผู้ไทยของชาวอำเภอหนองสุง

.

.

.

ด้านการแต่งกายฝ่ายชายจะสวมเสื้อม่อฮ่อม นุ่งผ้าโสร่ง โพกศีรษะด้วยผ้าสีแดง ส่วนผู้แสดงฝ่ายหญิงนิยมนุ่งซิ่นไหมทอเป็นลวดลายต่าง ๆ  นอกจากนี้ยังมีซิ่นผ้ามัดหมี่ฝ้ายขาวสลับดำ สวมเสื้อแขนกระบอก ๓ ส่วน ติดกระดุม สวมสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ข้อเท้า เกล้าผมมวยสูง ร่ายรำในจังหวะลีลาที่น่าประทับใจยิ่ง

.

บายศรีสู่ขวัญ : ขวัญเจ้ามาโฮมเด้อ

สำหรับกิจกรรมประกวดการจัดทำพานบายศรี ในครั้งนี้จะเน้นการใช้วัสดุในท้องถิ่น การจัดเตรียมเครื่องบูชาตามประเพณีของชาวผู้ไทยอย่างครบถ้วน ซึ่งแต่ละหมู่บ้านต่างจัดทำพานบายศรีกันอย่างสุดฝีมือ ถึงแม้ว่าจะมิได้จัดทำพิธีอย่างสมบูรณ์แบบ

“ประเพณีสู่ขวัญ” "พิธีบายศรี" หรือ "บายศรีสู่ขวัญ" เป็นประเพณีสำคัญของชาวอีสานที่นิยมจัดทำในโอกาสต่าง ๆ   ทั้งในมูลเหตุแห่งความดีและไม่ดี ถือว่าเป็นประเพณีเรียกขวัญให้มาอยู่กับตัว เช่น การแสดงความยินดีในหน้าที่การงาน การเดินทางไกลไปทำงานยังต่างถิ่น การต้อนรับผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือมาเยี่ยม  เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ทั้งนี้ "ขวัญ" ของคนเรานั้นมีความเชื่อว่าเป็นสิ่งไม่มีตัวตนคล้ายกับจิตหรือวิญญาณแฝง อยู่ในตัวคนและสัตว์ ทุกคนมีขวัญกันมาตั้งแต่เกิด

    

.พานบายศรีบ่งบอกถึงสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เป็นขวัญและกำลังใจสำหรับผู้มาเยือน หรือไปทำงานต่างถิ่น

    

เชือกผูกขวัญหรือเชือกผูกแขนมีความหมายถึงกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม

    

ความหมายของคำว่า “บายศรี” นั้นมาจากภาษาเขมรว่า “บาย + ศรีข้าว (ข้าวสุก)”  พานบายศรีจะตกแต่งด้วยใบตองและดอกไม้สดจัดเป็นชั้น ๆ  โดยในชั้นแรกของพาขวัญจะเป็นพานมีบายศรี (ทำด้วยใบตอง) ดอกไม้ ข้าวต้ม ไข่ต้ม ขนม กล้วย อ้อย ปั้นข้าว เงินฮาง มีดด้ามแก้ว  ส่วนต่อมาจะตกแต่งด้วยใบศรี และ ดอกไม้ เช่น ดอกรัก ดอกดาวเรือง ดอกจำปา  ใบเงิน ใบคำ ใบคูณ ใบยอป่า มาตกแต่งอย่างสวยงาม   

ส่วนชั้นบนสุดจะมีใบศรี และด้ายผูกข้อมือ เทียนเวียนหัว (ทำด้วยขี้ผึ้ง) ที่เรียกว่า “ฮอบหัวแถกเคียง” ผู้เป็นเจ้าของขวัญ  นอกจากนั้นยังมีเครื่องบูชาและเครื่องอื่น ๆ เช่น ขันบูชา พานขนาดกลางสำหรับวางผ้า 1 ผืน แพร 1 วา หวี กระจกเงา น้ำอบ น้ำหอม สร้อย แหวน ของผู้เป็นเจ้าของขวัญ 

 

เครื่องบูชาหรือเครื่องคายในพิธีบายศรีสู่ขวัญ

 

สำหรับพายบายศรีจะมีอยู่ 2 อย่าง ด้วยกัน คือ บายศรีหลัก ใช้ในงานมงคลต่าง ๆ และบายศรีปากชม ใช้ในงานพิธีบวงสรวงหลักเมือง เจ้าที่เจ้าทาง ยกครู ไหว้ครู พิธีทางไสยศาสตร์

   

   

อาหารพื้นบ้านอีสาน : พาข้าวน้อยคอยทาง

กิจกรรมประกวดการทำอาหารพื้นเมืองผู้ไทย นับได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงาน มีการตกแต่งประดับประดาสำหรับข้าวหรือ “พาข้าว” อย่างสวยงาม มีอาหารประเภทผักพื้นบ้าน แจ่ว แกง อ่อม ปิ้ง แต่ที่ขาดไม่ได้คือ ลาบ ก้อย อาหารยอดฮิตของชาวอีสาน รวมทั้งผลไม้พื้นบ้านหลากหลายชนิดมีมาให้ชม

แกงหวาย แกงผักหวาน แกงหัวปลี มีแต่อาหารดี ๆ ทั้งนั้น

อาหารประเภทแกง ต้ม อ่อม คั่วแมงต่าง และผักพื้นบ้าน

เชิญชิมอาหารประเภทนึ่งผักพื้นบ้านปลอดสารพิษแบบผู้ไทยมีให้เลือกหลายอย่าง

  

ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

ข้าวก่ำ (ข้าวเหนียวดำ) ก็มีเช่นเดียวกัน

ขาดไม่ได้ต้องข้าวเหนียว..ลูกอีสานแท้

มาถึงมะม่วงไข่ มะไฟ ผลไม้พื้นบ้าน

ผลไม้จากต่างถิ่นก็มีเช่นเดียวกัน

อาหารพื้นบ้านอีสานจะมีรสชาติที่โดดเด่นมีทั้งรสเค็มจากน้ำปลา ปลาร้า รสเผ็ดซ่าถึงใจจากพริกขี้หนูแรงฤทธิ์ ตามด้วยกับแกล้มรสเปรี้ยวจากผักพื้นบ้านตามฤดูกาล

หลังจากการตัดสินผลการประกวดการทำอาหารพื้นบ้านผู้ไทย ผู้ที่มาร่วมงานสามารถที่จะชิมอาหารได้ตามชอบใจ หรือจะยกไปรับประทานเป็นกลุ่มก็ได้ตามสะดวก หากยังไม่อิ่มก็มีขนมจีนแบบผู้ไทยไว้เตรียมต้อนรับตลอดงานเช่นเดียวกัน

การแสดงและการประกวดในงานกิจกรรมวันเทศบาลและงานสืบสานวัฒนธรรมผู้ไทย ประจำปี 2552 ยังมีต่อเนื่องไปจนถึงภาคกลางคืน  โดยมีการแข่งขันชกมวยไทย การแสดงดนตรีพื้นเมือง และการแสดงรำวงย้อนยุคเอาใจคุณป้าคุณลุง รวมทั้งหนุ่มสาวยุคใหม่

หลากหลายกิจกรรมในวันเทศบาล และงานสืบสานวัฒนธรรมผู้ไทยของชาวอำเภอหนองสูง แฝงไว้ด้วยความเรียบง่ายและแสดงออกถึงเอกลักษณ์พื้นถิ่นของผู้ไทยเป็นที่ประทับใจของผู้ร่วมงานในครั้งนี้อย่างแท้จริง ซึ่งในสภาวะการเปลี่ยนแปลงสังคมในโลกไร้พรหมแดน หากว่าท้องถิ่นได้อนุรักษ์และรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของบรรพบุรุษซึ่งหลายพื้นที่ได้สูญหายไปกับกาลเวลา

แต่สำหรับชาวอำเภอหนองสูงแล้วสิ่งเหล่านั้นมิได้เป็นอุปสรรคต่อการดำรงอยู่และตลอดไปในการสืบสานประเพณีของท้องถิ่น เพื่อคงไว้ซึ่งความยั่งยืนของประเพณีและวัฒนธรรมให้คงอยู่กับสังคมที่ดีงามของชาวผู้ไทยตลอดไป

ข้อมูลประกอบการเขียน

หนังสือที่ระลึกวันเปิดศูนย์วัฒนธรรมชาวผู้ไทยและเอกลักษณ์เมืองหนองสูงhttp://www.thatphanom.com

http://school.obec.go.th/nongsoong





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
tatuk วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 10.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

แวะมารับสาวสองคนกลับสารคาม
แต่ยังไม่รู้ว่าจะให้นอนห้องไหนดี
ต้องคิดอย่างรอบคอบหน่อยครับ อิอิ
ขอบคุณหลายๆ เด้อ

ปล. อ้ายยง/เอื้อยแจง คึดฮอดคือกัน
ท่าน ศน. คงอยู่แดงมีฮีดีเนาะ เพิ่นฝากมาเด้อ


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เจนอักษราพิจารณ์ วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon


ฝากรูปสาวผู้ไทย
มาให้คุณ tatuk หนุ่มหล่อริมคลองสมถวิล
ตามที่ขอไว้เด้อ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ราษีไศล วันที่ : 23/05/2009 เวลา : 09.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

มักหลายๆรำผู้ไทย

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
เจนอักษราพิจารณ์ วันที่ : 23/05/2009 เวลา : 02.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon

ขอบคุณหลาย ๆ ต้องเดินทางไกล
กว่าที่จะมาทักทายกับทุกท่าน ๆ

คุณ Supawan..

เช่นเดียวกับเรื่องราวของท่านที่นำเสนอ
หลากหลายเรื่องราวให้แง่คิดที่น่าสนใจ
เหมือนได้เปิดหน้าต่างโลกใบเล็ก ๆ ให้กว้างใหญ่

กับข้าวชาวผู้ไทยอร่อยทั้งนั้นครับ
แต่ต้องมีข้าวเหนียวถึงจะสุดยอด

คุณธรรมทัพบูรพา..

วิถีชีวิตพื้นบ้านเช่นนี้
ยังมีดีอีกหลายแห่งทั่วพื้นแผ่นดินไทย
แผ่นดินแห่ง “ใจ” ที่ส่งถึงกันยังงดงามเสมอ

นายสิบหมื่น..

ข้าวก่ำ
แมงจินูน
แมงแคง
อาหารพื้นบ้านเหล่านี้
แม้ว่าผมเองจะอยู่ในพื้นถิ่น
แต่ก็นับว่าโชคดีที่ได้มีโอกาสชิมในวันนี้

คุณลูกเสือหมายเลข 9..

หลากหลายเรื่องราวที่น่าสนใจในบล็อกของท่าน
ยังมีเรื่องราวให้ชื่นชม

อาจารย์อ้อ..
ดอกอ้อตาหวานแห่งเมืองน้ำดำ

ดีแล้วครับที่ใกล้หมอสุขภาพจะได้แข็งแรง

คำม่วง เขาวง กุดสิม หนองห้าง
กุดหว้า หนองสูง คำชะอี
กุดเซียงหมี เรณูนคร
อีกหลายพื้นถิ่นล้วนเป็นชาวผู้ไทย
แต่จะภาคไหน ๆ เราคือคนไทยด้วยกัน

ลุงวอ..
ดีใจหลายที่มายามเมืองมุก
ผมเองก็กำลังจะเขียน “เยือนถิ่นนักเขียนเมืองบั้งไฟโก้ยโสธร” ให้จบเร็ว ๆ นี้
บุญบั้งไฟปีนี้คงสิม่วนหลาย

คุณ tatuk..

สาวผู้ไทยผู้ดีเพิ่นลี้อยู่ในบ่อน (ห้องนอน)
สู้สาวแถว ๆ กาฬสินธุ์ บ่ได้ดอก

คุณดินดำน้ำชุ่ม..

งามหลายงามแท้ งามฮอดจิตใจ
เช่นเดียวกันกับงานเขียนของทุก ๆ ท่าน
ที่ส่งผ่านโลกไร้พรหมแดนแห่งจินตนาการ
ผ่าน “ใจ” ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน

คุณนัยเงา..

เส้นทางสายถนนธงชัย
แม้แตกต่างในเผ่าพันธุ์
แลเห็นถึงความสัมพันธ์ของชุมชน
บนเส้นทางแห่งการสัญจร
คือกำไรชีวิตที่งดงาม

คุณปรัชญาภรณ์..

ฝนนั้นอาจเหงา
จึงพรั่งพรูสู่พื้นหล้า
เพื่อหามิตรภาพที่สดใส

เอื้อยนาง..

จากเฮือนน้อยฟากภูหลังคาใบตองกุง
ยังคะนึงถึงและฮ่ำฮอนอยู่เสมอ
ป่านใดหนอจะได้กลับมาเยือน

ขอจงมีความสุขกับจินตนาการในวันดี ๆ เช่นเดียวกันครับเอื้อย

คุณกลองไท..

กลองไท ไทนาหว้า
อยู่ไกลสุดสายตาแล
สักวันดอกหนาคงได้กลับมาเยือน

นกแสงตะวัน..ตัวนั้น

บินเถอะเจ้าบินไกล
ใต้แสงตะวันงามยามพลบค่ำ
ชีวิตเล็ก ๆ ริมฝั่งแม่น้ำชี
ยังมีเรื่องราวดี ๆ ให้ค้นหา

คุณอณูทิพย์ ธารทอง..

เหมือนหนึ่งอยู่ใกล้
แต่ไกลตาสุดแลเห็น
ขอจินตนาการแห่งกวี
เป็นดั่งสายธารแม่น้ำโขง

วาดไว้และวาดหวัง
ไว้เป็นเช่นนั้น
กับมิตรภาพทุก ๆ ท่าน

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
อณูทิพย์ธารทอง วันที่ : 22/05/2009 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anutip

ก่อนอื่นขอบตุณ เจน อักษราพิจารณ์ที่เพิ่มความหล่อ่ให้บล็อกเกอร์อณูทิพย์ครับ...พี่น้องสองฝั่งของมีประวัติความเป็นมาแบบแยกกันไม่ออกเลยนะครับ แต่อาจมีหลายเผ่าย่อยหน่อย...เพิ่งรู้ว่าหนองสูงเคยไปตั้งอยู่นาแกระยะหนึ่ง ในบรรดาเมืองของผู้ไทย หนองสูงจะอายุเก่าแก่ที่สุดนะครับ..สาวผู้ไทสวย ขาวเหมือนคนเหนือและคนจีน มีเอกลักษณ์วัฒนธรรมเฉพาะตัว...ขอบคุณที่เพิ่มความเข้าในในรายละเอียดของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่หนังสือประวัติศาสตร์ไทยอาจทำตกหล่นไป...พูดเรื่องเผ่าพันธุ์คิดถึง นักเขียนหนุ่มลูกครึ่ง ผู้ไท-ลาว นาม ชัชวาลย์ โคตรสงคราม ครับ..

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
นกแสงตะวัน วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 23.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arunprapa
ส่วนเสี้ยวชีวิตที่เหลืออยู่

อิ่มอกอิ่มใจ(แต่ไม่อิ่มท้อง)เช่นเคยค่ะ
เห็นแล้วหิวเหมือนท่านร้อยพัน(สิบหมื่น)

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
กลองไท วันที่ : 14/05/2009 เวลา : 19.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kraitong
ไทนาหว้า

แวะมาอ่านแล้วคือได้กลับเมอบ้านเฮาเลย

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เอื้อยนาง วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 16.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ouynang

ครั้งหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อน
เคยไปพักโฮมสเตย์กับชาวผู้ไท
ยังประทับใจ
ยังคิดถึงสองผู้เฒ่าเจ้าของบ้านอยู่เลยค่ะ
ขอบคุณที่นำมาให้ได้รำลึกถึงความประทับใจครั้งนั้น
โหวตให้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ปรัชญาภรณ์ วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 15.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pong15

แวะมาชิมอาหารยามบ่ายๆฝนรินครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นัยเงา วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 13.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naingao

อาหารน่ากิน บอกเล่าเรื่องราวอย่างงดงาม น่าไปเยือนสักครา

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

งามหลาย

เป็นตากินคักเด้น๊อ แนวกินทางหนองสูงแหม

เห็นแล่วออนซอน วัฒนธรรม ผู้ไท นำเด้อ ครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
tatuk วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 13.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

ป้าด...
เก็บมาบ่ตกบ่หล่นเลยเนาะเทือนี่
ทั้งเรื่องทั้งภาพ
คุ้มค่าการรอคอยอีหลีเด้อ

ปล. น่าสิมีฮูปสาวภูไทสายเดี่ยวมาฝากนำเนาะ


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลุงวอ วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

น่าอร่อยครับ อาหารปลอดสารพิษจากธรรมชาติ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อาจารย์อ้อ วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wilailak-wilaikaew

หายหน้าไปแวะเวียนหาคุณหมอและพยาบาลตลอดช่วงปิดเทอม...กลัวคุณหมอจะลืมหน้าค่ะ

และก็กลัวท่านอื่น ๆ ลืมเราเช่นกัน หัวหน้ากลุ่มทรายจึงรีบกลับมา ขอบคุณนะคะสำหรับการไปเยี่ยมเยือน

อ่านงานชิ้นนี้คิดถึงชีวิตครูในถิ่นภูไทคำม่วง เป็นอีกหนึ่งช่วงชีวิตที่งดงามมาก...สาวภูไททอผ้าไหมแพรวาที่บ้านโพนสวยจับใจทั้งผ้าไหมและคน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


ชอบเรื่องนี้มากครับ..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

โอ้ย...เห็นแล้วน้ำลายไหล
..
ข้าวก่ำ
แมงอีนูน
แมงแคง
.....

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ธรรมทัพบูรพา วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 08.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thum
http://www.oknation.net/blog/sirachat  "งานกวี ที่รัก"

หนองสูง คำชะอี แดนสงบ

ขอบคุณกับวิถีความงามพื้นบ้านที่นำมาฝากกัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 07.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอีสานค่ะ ...

อยากกินกับข้าวในพาแลงค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]