• เจนอักษราพิจารณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunjon_muk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-04
  • จำนวนเรื่อง : 229
  • จำนวนผู้ชม : 520008
  • ส่ง msg :
  • โหวต 125 คน
หนุ่มสัญจร
คมความคิด ชีวิตและงาน สายธารวรรณกรรม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon
วันจันทร์ ที่ 28 มิถุนายน 2553
Posted by เจนอักษราพิจารณ์ , ผู้อ่าน : 2301 , 22:43:17 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ท่องวรรณกรรม ย่ำลุ่มน้ำน่าน เยี่ยมยามบ้าน กฟผ. ()

มาถึงตอนที่ 6 แล้วครับ หลังจากที่พาท่านผู้อ่านมาท่องวรรณกรรม ย่ำลุ่มน้ำน่าน เยี่ยมยามบ้าน กฟผ. ของคณะจากมูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิต รวมทั้งชาวสโมสรนักเขียนภาคอีสาน โดยในตอนที่แล้วได้พาท่านไปเที่ยวลุ่มน้ำน่านสายธารที่มีต้นกำเนิดจากเมืองเหนือถึงเขตภาคกลาง จนกลายเป็นเขื่อนเก็บน้ำขนาดใหญ่นามว่าเขื่อนสิริกิติ์

ตลอดเส้นทางการเดินทางทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตและการดำรงอยู่ของผู้คนสองข้างทาง แม้ว่าจะเป็นการมองเห็นด้วยสายตามิได้ลงไปสัมผัสกับแก่นแท้ของการดำรงอยู่ แต่ก็รู้สึกวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนบนสองข้างทาง ในบางช่วงจะมองเห็นขุนเขาที่สลับซับซ้อนเป็นหุบเหวลึกลงไป บ่งบอกถึงความเพียรพยายามของมนุษย์ในการเอาชนะธรรมชาติเพื่อก่อสร้างถนนนำความเจริญมาสู่เขตป่าอันบริสุทธิ์

ราตรีนี้ยังยาวนานแต่งานเลี้ยงย่อมมีการเลิกราเกือบเที่ยงคืนสมาชิกทั้งสามองค์กรจึงได้อำลาจากกัน  ส่วนทีมพลังหนุ่มจากสโมสรนักเขียนภาคอีสานและโรงไฟฟ้าน้ำพอง ขอนแก่น กว่าจะอำลากันได้ต่างถ้อยทีถ้อยจำนรรจ์จา ราตรีนี้ช่างน้อยนิด

มิตรภาพและความทรงจำที่เหมืองแม่เมาะ

ได้เวลาหกโมงเย็นพวกเรามาพร้อมกันที่ห้องอาหารรับรองที่ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้จัดเตรียมไว้ต้อนรับ จากห้องพักเชื่อมโยงไปสู่ห้องอาหารโดยมีระเบียงทางเดินต่อไปหากัน  ภายในห้องอาหารมีเจ้าหน้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ทีมจากมูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิต และจากสโมสรนักเขียนภาคอีสานนั่งอยู่ส่วนหนึ่ง

งานเริ่มอย่างเป็นทางการเมื่อพิธีกรกล่าวบนเวที มีผู้บริหารระดับสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแม่เมาะกล่าวต้อนรับคณะที่มาเยี่ยมเยือน ต่อด้วยตัวแทนแต่ละองค์กรกล่าวแสดงความในใจและขอบคุณในมิตรภาพอันแสนงามในยามค่ำคืนจากนั้นเป็นรายการภาคบันเทิงบนเวที ทั้งบทเพลงลูกทุ่ง สตริง เพื่อชีวิต  หมอลำ ไม่แบ่งสีแบ่งค่ายจากมวลสมาชิกต่างสรรหามาขับกล่อมสลับกับการอ่านบทกวีจากทีมสโมสรนักเขียนภาคอีสาน

 

ช่วงเวลาสำคัญที่หลายคนรอคอยเมื่อเจ้าของตำนาน “คนกับควาย” ท่านสมคิด สิงสง อดีตประธานสโมสรนักเขียนภาคอีสาน ซึ่งเดินทางมาประชุมที่เชียงใหม่ก่อนที่มาสมทบกับคณะที่เหมืองแม่เมาะ ขึ้นเวทีกล่าวถึงแรงบันดาลใจในงานเขียนเล่มใหม่ชื่อแบบไทย ๆ ว่า  “กาสรคำฉันท์” ว่าด้วยวิถีชีวิตของคนกับควาย

สอดรับกับการขับกล่อมบทเพลงเพื่อชีวิตจากศิลปินเมืองอุดรธานี “นิด ลายสือ” ขับกล่อมบทเพลง “คนกับควาย” ได้อย่างลงตัว พร้อมกับการประสานเสียงจากสมาชิกภายในห้องอาหาร ก่อนที่จะอำลาด้วยบทเพลง “ชีวิตสัมพันธ์” ที่โด่งดังในอดีต ภาพแห่งความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน สัตว์ป่า ต้นไม้ และสายน้ำที่หล่อเลี้ยงเพื่อให้ธรรมชาติสรรพสิ่งคงอยู่คู่กับโลกอันงดงามของเรา

 

อำลาแม่เมาะ : มิตรภาพและความทรงจำ

อรุณรุ่งแห่งวันใหม่มาเยือน แสงทองสาดส่องเหนือขุนเขา หลายคนตื่นจากฝันในยามค่ำคืน บรรยากาศยามเช้าชวนให้เดินออกกำลังกายรับอากาศอันบริสุทธิ์ ก่อนที่จะมาอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกายมาพร้อมกันที่ห้องอาหารเพื่อรับประทานอาหารเช้า

.

หลังรับประทานอาหารเช้า คณะพวกเราอำลาทีมงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแม่เมาะ โดยทางสโมสรนักเขียนภาคอีสานได้มอบหนังสือไว้เป็นที่ระลึกก่อนที่จะอำลากันในบรรยากาศแห่งมิตรภาพอันอบอุ่น

.

.

ถ่ายภาพที่ระลึกหน้าห้องอาหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแม่เมาะก่อนเดินทางกลับอีสาน

.

.

มอบของที่ระลึกให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแม่เมาะ

.

จากเหมืองแม่เมาะพวกเรามุ่งหน้าคืนถิ่นอีสานบนเส้นทางสายเดิม ถึงเด่นชัย แพร่ อุตรดิตถ์  ก่อนถึงทางแยกจะไปสุโขทัยรถจอดให้สัญญา พานิชยเวช เดินทางกลับบ้านพักที่สุโขทัย ส่วนธีระพงษ์ จันเปรียง มีโปรแกรมจะไปเป็นวิทยากรที่เชียงราย ส่วนมหา สุรารินทร์ และฟ้าใส เมียสุวิทย์ ทั้งสองโบกมืออำลาทักทายกันคณะก่อนมุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่ แยกทางกับคณะที่พิษณุโลก เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ที่พิษณุโลกคณะพวกเราแวะทานอาหารเที่ยงกันที่ร้านร้านอาหารรสเด็ดภายในตัวเมือง สังเกตได้ว่ามีลูกค้ามาอุดหนุนจนแน่นร้าน แต่ยังพอมีที่นั่งสำหรับพวกเรา โดยมีเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าพิษณุโลกมาให้การต้อนรับด้วยน้ำใจไมตรี จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

ไหว้หลวงพ่อใหญ่ : พระพุทธชินราชเมืองพิษณุโลก

มาถึงพิษณุโลกทั้งทีมีเวลาดีต้องแวะมานมัสการหลวงพ่อใหญ่คู่บ้านคู่เมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล หลังรับประทานอาหารเที่ยงพวกเราได้มากราบนมัสการพระพุทธชินราช ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่ชาวบ้านกันทั่วไปว่า “วัดใหญ่” นั่นเอง โดยทางทีมงานแจ้งให้พวกเราทราบว่ามีเวลาสำหรับการเยี่ยมชมและสักการะบูชาที่วัดประมาณ 1 ชั่วโมง

.

พระพุทธชินราช ภายในวิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ “วัดใหญ่

.

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญของจังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่านเขตถนนพุทธบูชา ภายในตัวเมืองพิษณุโลก ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวมาร่วมทำบุญและนมัสการพระพุทธชินราชอย่างไม่เนื่องแน่นโดยเฉพาะในวันหยุดราชการหรือวันนักขัตฤกษ์

.

ภายในวิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินราช หรือ “หลวงพ่อใหญ่” ตามตำนานกล่าวไว้ว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. 1900 ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท โดยทรงหล่อพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา เมื่อครั้งทรงเสด็จมาประทับอยู่ที่เมืองสองแคว (พิษณุโลก) ในช่วงหนึ่งเป็นเวลา 7 ปี นับแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงรัชสมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงรัตนโกสินทร์ มาจนถึงรัชสมัยปัจจุบัน พระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ได้ให้ความสำคัญในการปฏิสังขรณ์และทรงเคารพนับถือทำการสักการะตลอดมา

วิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินราช         หรือ “หลวงพ่อใหญ่”

มีเรื่องเล่าประวัติความเป็นมาของพระพุทธชินราช เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จไปช่วยราชการสงครามเมืองหงษาวดีทรงได้รับชัยชนะกลับมา เมื่อเสด็จกลับมายังเมืองพิษณุโลกได้ทรงเปลื้องเครื่องทรงออกบูชาพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ หลังจากนั้นจึงทรงให้มีการจัดให้มีมหรสพสมโภชถึง 3 วัน

.

.

รูปปั้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

.

ภายหลังที่พระองค์ทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ท่านได้เสด็จมายังเมืองพิษณุโลกอีกครั้งเพื่อกราบนมัสการพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และทรงมีพระราชศรัทธาเปลื้องเครื่องสุวรรณอลังการขัตติยาภรณ์ออกจากองค์เพื่อกระทำสักการบูชา เป็นความสัมพันธ์ขององค์พระนเรศวรมหาราชกับเมืองพิษณุโลกในอดีตซึ่งถือได้ว่าเป็นที่พระองค์เสด็จพระราชสมภพ และภายในบริเวณวัดจะมีรูปปั้นอนุสรณ์ขององค์พระนเรศวรมหาราช ประดิษฐานอยู่ นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมานมัสการพระพุทธชินราชมักจะถือโอกาสมาสักการะองค์รูปปั้นองค์นเรศวรมหาราชอยู่เสมอ

.

พระปรางค์เจดีย์ทรงดอกบัวตูมสีขาว ประดิษฐานกลางวัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร

.

ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารมีจุดเด่นเป็นสง่าที่มองเห็นแต่ไกลก็คือพระปรางค์เจดีย์ทรงดอกบัวตูมสีขาวเด่นเป็นสง่าที่ประดิษฐานอยู่กลางวัด ซึ่งก่อสร้างในสมัยพระมหาธรรมาราชาที่ 1 (พระยาลิไท) โดยพระองค์ทรงก่อสร้างครอบพระสถูปพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารเจดีย์องค์เดิมที่สร้างในรัชสมัยของพ่อขุนศรีนาวนำถม ลุล่วงเข้าสู่รัชสมัยพระบรมไตรโลกนาถ เสด็จขึ้นครองเมืองพิษณุโลก จึงได้โปรดให้บูรณะพระปรางค์ โดยดัดแปลงพระเจดีย์ให้เป็นรูปทรงแบบขอม และได้มีการบูรณะปฎิสังขรเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

พวกเราใช้เวลาสำหรับการเยี่ยมชมภายในบริเวณวัดและสักการบูชาพระพุทธชินราช รวมทั้งถือโอกาสซื้อของที่ระลึกตามเวลาที่กำหนด ก่อนกลับขึ้นรถหลายคนแปลกใจที่มีรูปถ่ายของตัวเองในอริยาบทสบาย ๆ ปรากฏในกรอบพลาสติกวางเรียงรายบนโต๊ะทางขึ้นรถ หลายคนซื้อไว้ความเต็มใจรวมทั้งผู้เขียนด้วย เรียกได้ว่าได้ทั้งความทรงจำและความประทับใจเก็บไว้เป็นที่ระลึก

เสวนาสังสรรค์อำลาเมืองเหนือ

ก่อนอำลาเมืองเหนือคืนสู่แผ่นดินอีสาน บนรถของคณะพวกเราเกิดวงเสวนาย่อย ๆ  ทั้งด้านวรรณกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งโครงการที่สามองค์กรได้กำหนดไว้เบื้องต้นที่อาจมีโอกาสร่วมเดินทางกันอีกครั้งนั่นคือโครงการศึกษาศึกษาระบบนิเวศวิทยาลุ่มน้ำโขงของมูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิต ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจาณาโครงการและความเป็นไปได้ ส่วนโครงการที่ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและชุมชนมีส่วนร่วมในท้องถิ่น คือ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยสามหมอ ที่จังหวัดชัยภูมิ และโครงการขนาดเล็กในพื้นที่ตำบลโสกพระ อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปลูกฝังจิตสำนึกของชุมชนในเรื่องของการอนุรักษ์ระบบนิเวศวิทยาในท้องถิ่น

ด้านปราโมทย์ ปราโมช อดีตประธานสโมสรนักเขียนภาคอีสานกล่าวว่าพ่อของเขาเป็นทหารผ่านศึกจากสงครามเอเชียบูรพา เตรียมเข็นหนังสือ “มหากาพย์แห่งอีสาน” ออกจำหน่ายปีละครั้งว่าด้วยงานของนักเขียนอีสานทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่ ว่าด้วยงานวรรณกรรม เรื่องสั้น สารคดี ซึ่งตอนนี้ได้ประสานต้นฉบับไว้ส่วนหนึ่ง คาดว่าน่าจะวางจำหน่ายให้ทันในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเดือนตุลาคมปีนี้ ขอเอาใจช่วยครับ ส่วนโครงการ “นำฮอยสินไซ ต้นไฟลาว” เป็นอีกโครงการที่จะชวนเพื่อนพ้องน้องพี่ไปเยี่ยมยามเมืองลาว

ช่วงทอล์คโชว์ “นิทานก้อม” จากทีมงานจากมูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิตปะทะกับทีมโรงไฟฟ้าน้ำพองต่างสรรหามุกเด็ด ๆ มานำเสนอ ได้อย่างออกอรรถรสไม่ยอมน้อยหน้าประชันนิทานก้อมอย่างถึงพริกถึงขิง แต่ก็เผยแพร่กันได้เฉพาะบนรถเท่านั้นครับ หากนำมาเผยแพร่กันบนบล็อกนี้กลัวว่าท่าน บก. จะเซนเซอร์ครับ

สโมสรนักเขียนภาคอีสานโดยท่านประธานหน่อย สุมาลี สุวรรณกร เจ้าโปรเจ็คมีโครงการเด็ด ๆ นำเสนอต่อสมาชิกหลายโครงการ อาทิ เช่น

โครงการทัวร์วัฒนธรรม หลวงพระบาง ในปลายปีช่วงเดือนธันวาคม 2553 โดยรับสมาชิกนักเขียนและผู้สนใจทั่วไป จำนวน 30 คน มีค่าใช้จ่ายคนละ 6500 บาท

การอบรมการเขียนผญาอีสาน 3 รุ่น (เก็บค่าลงทะเบียน) จัดขึ้นระหว่างช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม 2553 ที่จังหวัดขอนแก่น โดยมีวิทยากร คือ อ.ประยูร ลาแสง และ ดร.บัญชา เกียรติจรุงพันธุ์ 

งานเชิดชูเกียรติ “ลาว คำหอม”  ครบรอบ 80 ปี ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในเดือนกรกฏาคม จัดกิจกรรมเสวนา สังสรรค์ ดนตรี ละครเวทีจากเรื่องสั้น “เขียดขาคำ”  โดยสโมสรนักเขียนภาคอีสาน ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม

การประกวดกลอนสุภาพหัวข้อ “คนกับควาย : ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย”  โดยจะเริ่มรับสมัครเดือนพฤษภาคม 2553 จะประกาศผลเดือนตุลาคม 2553  จัดโดยมูลนิธิคนกับควายและสำนักวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2553  มีกิจกรรมนำเสนอผลงานนักเขียนอีสานร่วมสมัย จัดที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ส่วนกิจกรรมบทกวีของนักเขียนไทย – ลาว (นักเขียนรุ่นใหม่) ในนาม  “ฮักแฮง  แพงหลาย” จะวางแผนกลางปี 2553   นี้

โครงการดี ๆ กิจกรรมดี ๆ ภายใต้ความร่วมมือของสมาชิกและผู้ที่สนใจทั่วไปให้ความร่วมมือและสานต่ออุดมการณ์ของนักเขียนอีสานรุ่นเก่า รุ่นกลาง และรุ่นใหม่ถอดด้ามรอวันเจิดจ้าในสวนวรรณกรรมให้ชื่นชม และคอยติดตามข่าวกิจกรรมในโอกาสต่อไปครับ

ท้ายสุดคุณ “นิด ลายสือ”  มีโครงการดี ๆ ของชมรมคนฮักเพลงเมืองอนแก่น จัดงานคอนเสริต์ “ปอง ปรีดา”  ศิลปินชื่อดังเมืองขอนแก่นจะมาปรากฏตัวในงานมรดกอีสานที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 1 เมษายน 2553 ใครที่เป็นเพลงรุ่นเก่า ในวันนั้นจะได้รับฟังเสียงร้องสด ๆ เพลง “สาวฝั่งโขง”  เสียงร้องตันตำหรับและอีกหลายบทเพลงจากนักร้องกิตติมศักดิ์อีกหลายท่าน

ก่อนจากกันไกลเหลือไว้เพียงคำสัญญา

วงเสวนาจากเมืองเหนือจากหล่มสัก น้ำหนาวถึงคอนสารอีสานบ้านเฮาเข้าสู่เขตตลาดอำเภอชุมแพ ก่อนที่จะส่งพี่สังคม เภสัชมาลาและครอบครัวลงหน้าสถานีตำรวจชุมแพเพราะจอดรถฝากไว้กับตำรวจปลอดภัยก่อนที่เดินทางต่อไปยังหนองบัวแดงถิ่นอาศัย  รถเคลื่อนออกจากตลาดชุมแพมองเห็นแต่พี่สังคม และครอบครัวโบกมือไหว ๆ เจอกันเมื่อโอกาสอำนวยก่อนที่พวกเราจะเดินทางต่อไปมุ่งสู่เขตจังหวัดขอนแก่น

ผ่านเส้นทางสายขอนแก่น – ชุมแพ ตลอดเส้นทางสังเกตเห็นรถพี่น้องชาวเสื้อแดงอยู่เป็นระยะ ๆ  ทราบว่าวันนี้มีนัดชุมนุมใหญ่ของชาวเสื้อแดงที่ตัวเมืองขอนแก่น แม้ว่าจะด้วยสาเหตุและปัจจัยอะไรก็ตามบ่งบอกถึงความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนในต่างจังหวัดที่ผู้บริหารระดับประเทศควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ถึงตัวเมืองขอนแก่นราว 2 ทุ่ม ก่อนที่รถของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจะมาส่งคณะพวกเราลงที่สำนักงานที่ทำการถนนมิตรภาพ นอกเมืองขอนแก่น ส่วนทีมสี่หนุ่มสี่มุม ประกอบด้วยท่านนฤมิตร ประพันธ์, อณูทิพย์ ธารทอง, ประกาศิต คนไว และผู้เขียนเอง ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้ให้รถตู้มาส่งและอนุเคราะห์ที่พักเป็นโรงแรมภายในตัวเมืองขอนแก่นให้พวกเราได้พักอีก 1 คืน

ก่อนแยกจากคณะคุณนิด ลายสือ แจ้งข่าวให้ทราบว่าคืนนี้มีวง “คาราบาว” จะมาเล่นคอนเสริต์กันที่ขอนแก่น หากสนใจให้โทรมารับได้ พวกเรารับปากไว้ว่าจะโทรแจ้งข่าวให้ทราบอีกครั้ง ถึงที่พักจึงตัดสินใจว่าคงไม่ได้ไปดูเพราะว่าดูสภาพแต่ละคนแล้วน่าจะต้องการพักผ่อน จึงโทรศัพท์ไปบอกคุณนิด ลายสือว่าของดการไปดูคอนเสริต์ในคืนนี้ก็แล้วกันไว้โอกาสหน้าคงได้มาเยือนเมืองขอนแก่นอีกครั้ง

หลังเข้าที่พักนัดกันออกมาทานข้าวกันที่นอกโรงแรม ตั้งใจว่าจะหาร้านลาบอีสานอร่อย ๆ ทานกัน เพราะ ไม่ได้ทานข้าวเหนียวมาหลายวัน พยายามเดินหาร้านอาหารอีสานแต่ไม่เจอสักที จึงแวะร้านอาหารจานด่วนเป็นห้องแถวเล็ก ๆ ริมถนนใหญ่พร้อมสั่งเครื่องดื่มมาให้ทานข้าวอร่อยกัน กินข้าวเสร็จพากันเดินกลับที่พักแวะซื้อเครื่องดื่มขึ้นไปทานกันที่ห้องพัก ราตรีนี้ยังยาวนานและเป็นห้วงเวลาที่ยังรอการพิสูจน์

วันเวลา ความผูกพัน บนเส้นทางแห่งมิตรภาพของสามองค์กรได้มาพบกัน ขอบคุณสำหรับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่ให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายและที่พักในการเดินทาง สมาชิกมูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิต และสโมสรนักเขียนภาคอีสานในเส้นทางสายมิตรภาพและความทรงจำ.





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
อณูทิพย์ธารทอง วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 00.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anutip

ไปไสหละนอท่านเจน..คือเงียบหายไปเหิงแท้..หรือมัวแต่ย้ายหม่องเฮ็ดงานอยู่..มาอ่านทบทวนอดีตเมื่อหลานเดือนก่อน..ครับ ยังอยู่ในความทรงจำเสมอ..
...ในฐานะผู้ถ่ายทอดเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์คนหนึ่งขอเพิ่มเติมสาระช่วง สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เป็นพระมหากษัตริย์ครองราชย์นานที่สุดในสมัยอยุธยานานถึง 40 ปี มีบิดาเป็นกาตริย์อยุธยา ส่วนมารดาเป็นธิดากษัตริย์จากสุโขทัย..สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจึงเปรียบเสมือนโซ่ทองคล้องใจระหว่างราชธานี้ทั้งสองแห่งในฐานะพระราชนัดดา..พระองค์ประทับที่อยุธยาเพียง 15 ปี ส่วน 25 ปีหลังมาประทับที่ พิษณุโลกสองแควนี่เอง...เป็นการเอาใจสุโขทัย และทางสุโขทัยห็สิ้นผู้สืบสันตติวงศ์ที่เข้มแข็ง นักประวัติศาสตร์บางท่านจึงถือว่าสุโขทัยสิ้นสุดตรงนี้...ดังนั้นพิษณุโลกจึงกลายเป็นเมืองหลวงนอกทำเนียบของสยามประเทศนานถึง 25 ปีทีเดียวนานกว่าเมืองหลวงหรือราชธานีในทำเนียบอย่าง กรุงธนบุรีของพระเจ้าตากสินมหาราชเสียอีก...เขียนเรื่องใหม่ได้แล้วท่านเจน แฟนคลับรออยู่นะท่าน...

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
mr.bond วันที่ : 15/09/2010 เวลา : 10.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sparrow
Mrs. Bond

แวะมาเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
wika วันที่ : 19/08/2010 เวลา : 09.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wika

เจ้าไปสิเลอ..มิเห็นหน้าเห็นตาซักเถื่อ...ลืมเดียวแล้วบ้อ...กันละจักละเอ็ดแนวเล่อพัฒนา ๓๖๐ องศานะมาเล่าเฮอฟังแหน่

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ITPro วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/itpro


เข้าไปโหวตให้ +3 ใน Thailand Blog Award 2010 แล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 26/07/2010 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

แวะไปโหวตในกิจกรรม Thailand Blog Award ให้บ้านนี้ด้วยนะคะวันละคลิ๊กเท่านั้น จนถึง 10 ส.ค.นี้ค่ะ

http://www.thailandblogawards.com/viewblog.php?u=http%3A%2F%2Fwww.oknation.net%2Fblog%2Fnumsunjon

โหวตให้แล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 26/07/2010 เวลา : 11.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

แวะไปโหวตในกิจกรรม Thailand Blog Award ให้บ้านนี้ด้วยนะคะวันละคลิ๊กเท่านั้น จนถึง 10 ส.ค.นี้ค่ะ

http://www.thailandblogawards.com/viewblog.php?u=http%3A%2F%2Fwww.oknation.net%2Fblog%2Fnumsunjon

โหวตให้แล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 21/07/2010 เวลา : 05.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

หวัดดีอาจารย์ ผมมาเยี่ยมแล้วครับ ขอบคุณในน้ำมิตรจิตใจดีงามครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 21/07/2010 เวลา : 05.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

หวัดดีอาจารย์ ผมมาเยี่ยมแล้วครับ ขอบคุณในน้ำมิตรจิตใจดีงามครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
wika วันที่ : 06/07/2010 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wika

คุณเจนฯ ศน.นวพรรษดิ์ นามสกุลอะไรอ่ะ ห.ศน.ทวีศักดิ์อยากรู้จะส่งอะไรให้เขานี่แหละ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
wika วันที่ : 04/07/2010 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wika

วันจันทร์จะให้อ่านแน่นอน...ไม่งั้นไม้ไม่เสร็จ...มีเวลาให้จริงอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เจนอักษราพิจารณ์ วันที่ : 04/07/2010 เวลา : 01.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon

สวัสดี ทุก ๆ ท่าน

tatuk กับอาจารย์อ้อ ชื่อคล้องจ้องกันจังเลย
คงประทับใจเมื่อหลายปีก่อน
ผมมีของที่ระลึกเก็บไว้เช่นเดียวกัน
เป็นภาพเขียนเซรามิกเล็ก ๆ
เช่นเดียวกับคุณมัชฌิมาปกรยินดีที่เข้ามาทักทาย
อ่านงานของท่านเหมือนว่าได้ไปท่องเที่ยวหลาย ๆ ที่

คุณเช่นนั้นเองชื่นชมกิจกรรมดี ๆ ครับ
ติดตามอ่านงาน/กิจกรรมของกลุ่ม KBD เสมอ

คุณครู wika แอบมาแซวทีเผลอ
มาเจอกันอีกทีย้ายโต๊ะหนีกันแล้ว
ใจดำจริงเนอะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
wika วันที่ : 03/07/2010 เวลา : 21.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wika

โอ้โฮ...ไปซะนานเพิ่งมาได้อ่านเข้าใจแย้ว....ชอบทิ้งโต๊ะให้เราอ้าว้างเพราะมันสนุกนี่นา....น้อยใจนะเนี่ย...ไปไม่ชวนบ้างเยย....พ่อใหญ่เจนอักษราพิจารณ์... โป้ง!....

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เช่นนั้นเอง วันที่ : 02/07/2010 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้

ตามเชียร์แบบติดขอบเวทีทุกเอนทรี่
ลุงสมคิด ลุงเราๆๆ
คุณครูหวด ครูเราๆๆ
พี่อานุภาพ พี่เราๆๆ


อะไรๆ ก็ของเราๆ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเร้ยยยย... เพราะบ้านเราอยู่ชายขอบตะวันตกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 29/06/2010 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


http://www.oknation.net/blog/KINTARO2/2010/06/29/entry-1

ขอบคุณภาพและเรื่องที่สนุกสนาน น่าติดตามครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อาจารย์อ้อ วันที่ : 29/06/2010 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wilailak-wilaikaew

"งานเชิดชูเกียรติ “ลาว คำหอม” ครบรอบ 80 ปี ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในเดือนกรกฏาคม จัดกิจกรรมเสวนา สังสรรค์ ดนตรี ละครเวทีจากเรื่องสั้น “เขียดขาคำ” โดยสโมสรนักเขียนภาคอีสาน ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม"



อะฮ้า....เมื่อ 18 ปีก่อน ตอนเด็ก ๆ ได้ไปร่วมงานเชิดชูเกียรติ ลาว คำหอม ชุด ฟ้าบ่กั้น(หอมคำ ลาวคำหอม)

บัดทีนี้ ก็จะได้ไปร่วมอีกครั้งล่ะ บ่ฮู้ว่าสิได้พ้ออ้าย ๆ อีกบ่น้อ

งานเมื่อ 18 ปีก่อนมีรูปเก็บไว้อยู่ได๋ จากเด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่ แล้วอ้าย ๆ ล่ะสิใหญ่(ออกข้าง)ปานได๋หนอ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
tatuk วันที่ : 29/06/2010 เวลา : 07.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

ความจริงตาตุ๊กแวะมาอ่านทุกตอนแล้ว
แต่...ขออนุญาตงดแสดงความเห็นเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด!


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]