• เจนอักษราพิจารณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunjon_muk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-04
  • จำนวนเรื่อง : 229
  • จำนวนผู้ชม : 517310
  • ส่ง msg :
  • โหวต 125 คน
หนุ่มสัญจร
คมความคิด ชีวิตและงาน สายธารวรรณกรรม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon
วันอังคาร ที่ 16 ตุลาคม 2555
Posted by เจนอักษราพิจารณ์ , ผู้อ่าน : 1951 , 11:32:50 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เส้นทางวรรณกรรมเพื่อชีวิต (๙)

วรรณกรรมเล่มละบาท (๑)

            

คาราวาน หนังสือทำมือในยุคเริ่มแรก ว่าด้วยเนื้อหาแปลกแหวกแนว เหนือจริง

นับตั้งแต่ปี 2513 เป็นต้นมามีกลุ่มอิสระทางความคิดในมหาวิทยาลัยรวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการ อุดมการณ์และเสรีภาพแห่งความคิดเบ่งบาน รอวันแกร่งกล้าแห่งหน่อแนวความคิด ถือเป็นยุคเริ่มต้นแห่งการแสวงหาทางความคิด ในยุคเริ่มแรกนั้นมีแนวความคิดในเชิงวิชาการ มากกว่าแนวความคิดทางการเมือง

ในยุคสถานการณ์ทางการเมืองผูกขาดโดยกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่ง จึงได้นำเสนอแนวความคิดเพื่อโต้ตอบสถานการณ์ทางสังคมในขณะนั้น เป็นหน่อแนวความคิดเล็ก ๆ ที่ต้องการแก้ไขสังคมให้ดีขึ้น จากข้อเขียนที่สะท้อนออกมาทำให้สังคมมองว่าหนุ่มสาวเหล่านั้นเป็นพวกหัวรุนแรง

กลุ่มแนวคิดอิสระเหล่านั้นไม่อยู่ภายใต้การบริหารของมหาวิทยาลัย ต่างเขียนบทความเพื่อโต้ตอบสังคมในลักษณะหนังสือ “เล่มละบาท” โดยในเบื้องต้นนั้นเพื่อหาเงินสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มหรือชมรม กิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท ภายหลังจึงมีเนื้อหาลักษณะ “หนังสือการเมือง” โดยตรง ทั้งนี้เพื่อเป็นสื่อในการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตกผลึกความคิดกลายเป็นตำนานวรรณกรรมเล่มละบาทในยุคต่อมา

               

 

วรรณกรรมเล่มละบาท (๒)

“เจ็ดสถาบัน” คือตำนานแห่งวรรณกรรมเล่มละบาทอย่างแท้จริง โดยกลุ่มนักศึกษาต่างสถาบันทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เป็นหนังสือรายสะดวกที่คณะผู้จัดทำเปลี่ยนหัวหนังสือไปตามวาระและโอกาส หนึ่งในจำนวนนั้นใช้ชื่อว่า “เสือสนาม” ตีพิมพ์ในเดือนสิงหาคม 2507 ราคาเล่มละ 2 บาท มีเรื่องสั้นชื่อ “ไหว่เฉินผลพลอยได้จากสงคราม” ของ กานพลู “กลางคืนกับกลางวัน” ของ
มนุปญ์ วัฒนโกเมร “พี่สาว” ของ รมย์ รติวัน บทกวี “ชายหนุ่มกรุงเทพฯ” ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ “ได้แต่ฝัน” ของ นิภา
บางยี่ขัน

ผลจากการก่อตั้ง “กลุ่มเจ็ดสถาบัน” ก่อกำเนิดหนังสือเล่มละบาทในมหาวิทยาลัย โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อยอดเป็นกลุ่ม “พระจันทร์เสี้ยว” (2508-2514) จัดทำหนังสือเล่มละบาทมีชื่อตามวาระแห่งสถานการณ์ เช่น ธุลี, ตะวัน, พระจันทร์เสี้ยว เป็นต้น

“ฐานันดร” เป็นหนังสือที่จัดทำโดยกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร  เมื่อปี 2510 มีจำนวนหน้า 95 หน้า ราคา 3 บาท
เนื้อหาภายในมีข้อเขียนของ ส.ศิวลักษณ์, มนัส จรรยงค์, สมบูรณ์ วรพงษ์, ทวี นันทขว้าง มีเรื่องสั้นชื่อ “สัญชาตญาณดิบ” ของ “โครมานยอง” เป็นที่ฮือฮาในยุคนั้น

“ธุลี” เป็นหนังสือเล่มละบาทในยุคบุกเบิกของกลุ่มพระจันทร์เสี้ยว เป็นหนังสือรวมข้อเขียนของชาวมหาวิทยาลัย หนังสือเล่มนี้ไม่มีสารบัญ เลขหน้า ราคา และปีที่จัดพิมพ์ มีงานเขียนของ อนุ อภาภิรมย์, วิทยากร เชียงกูล, สำเริง คำพะอุ, ทองเบิ้ม บ้านด่าน, ประเสริฐ  จันดำ,

หนังสือของกลุ่มพระจันทร์เสี้ยวที่จัดพิมพ์ในยุคต่อมามีชื่อปรับเปลี่ยนตามวาระและโอกาสต่าง ๆ เช่น ตะวัน, สาคร, ทิพย์, เงา, มะลิ, พระจันทร์เสี้ยวสองพันห้าร้อยสิบสอง, สัญญาณ, ปุถุชน เป็นต้น

“ภัยขาว” จัดทำโดยกลุ่มสภาหน้าโดมจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิมพ์เมื่อปี 2514 ราคาเล่มละ  1 บาท มีเนื้อหาว่าด้วยบทความทางสังคมศาสตร์เกี่ยวกับสงครามเวียตนามวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของสหรัฐอเมริกาว่าด้วยสงครามเวียตนาม มีบทความ ”การวิจัยหรือการจารกรรมทางวิชาการ” โดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี “อั๊กลี่อเมริกันตัวจริง” โดย สยามใหม่ “ประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม” โดย กมล
กมลตระกูล หนังสือเล่มดังกล่าววางจำหน่าย จำนวน 1,000 ฉบับ ในวันเดียวกัน จนต้องจัดพิมพ์ครั้งที่ 2 ในเวลาต่อมาด้วยราคาเล่มละ 3 บาท



            

“วลัญชทัศน์” จัดทำโดยกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ภายใต้ชื่อกลุ่ม “วลัญชทัศน์” เนื้อหาภายในเล่มประกอบด้วย บทความ เรื่องสั้น เรื่องแปล และบทกวี จากหลายนามปากกา เล่มแรกว่าด้วยฉบับ “มนุษย์และปัญหา” มีบทกวี “โศลกดำ” ของศรีตรัง ตีพิมพ์ในเล่ม ส่วนฉบับที่ 2 (กันยายน-พฤศจิกายน 2514) มีเนื้อหาเข้มข้นว่าด้วยเรื่องของทหาร ใช้ชื่อว่า “วลัญชทัศน์ฉบับภัยเขียว” ราคา 3 บาท มีการสรุปประเด็น “วลัญชทัศน์เสวนา” ว่าด้วยทหารกับการเมือง โต้ตอบการัฐประหารวันที่ 14 พฤศจิกายน 2514

 

              

วรรณกรรมเล่มละบาท (๓)

ได้กล่าวถึงวัฒนธรรมวรรณกรรมเล่มละบาท ก่อเกิดตำนานแห่งศิลปะ วรรณกรรม การเมือง เศรษฐกิจในแต่ละยุคสมัย
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในแต่ละยุคสมัย แม้ว่าในบางครั้งหน่อแนวความคิดถูกสกัดกั่นเสรีภาพในการแสดงออก
แต่ก็ยังมีกลุ่มวัฒนธรรมวรรณกรรมเล่มละบาทเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยังมีหน่อแนวความคิดก่อเกิดขึ้นมาเดินตามขบวนกันมิขาดสาย
ดังจะกล่าวต่อไป

“คัมภีร์” จัดพิมพ์เมื่อปี 2513 จำหน่าย ราคาเล่มละ 3 บาท โดยนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หน้าปกเป็นรูปกรรมกรอยู่หน้าโรงงานอุตสาหกรรม เนื้อหาภายในเล่มที่หนักแน่นด้วยประเด็นทางการเมืองในแนว “ซ้ายใหม่” ว่าด้วยการปฏิวัติในสังคมไทยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งคนหนุ่มสาว นิสิต นักศึกษา ทหารกับการเมือง จากข้อคิดของนักคิด นักเขียนในยุคนั้น
ถือเป็นหนังสือที่นำเสนอประเด็นเนื้อหาทางสังคมและการเมืองในแนวคิด “ซ้ายใหม่” มีเรื่องสั้น “แด่ความตายเท่านั้น
สำหรับการปฏิวัติ” ของ ธัญญา ชุนชฏาธาร บทกวีโฮจิมินทร์ โดยสุชาติสวัสดิ์ศรี

“คนรุ่นใหม่” จัดพิมพ์เมื่อปี 2514 โดยชมรมคนรุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีเนื้อหาเป็นบทความทางการเมืองที่น่าสนใจ

“คาราวาน” จัดพิมพ์เมื่อปี 2514 ราคาเล่มละ 12 บาท  หน้าปกเป็นรูปนักดนตรีถือกีตาร์ ลักษณะของเนื้อหาและการจัดวางรูปเล่มเป็นลักษณะ “กึ่งเหนือจริง” ทั้งเป็นลายมือเขียนและการพิมพ์ด้วยประเด็นเนื้อหาแรง ๆ แบบไม่ยั้งความคิด คณะผู้จัดทำประกอบด้วย สุวัฒน์ ศรีเชื้อ บัณฑิต เองนิลรัตน์ จีระศักดิ์ ลีนะรัตน์ ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ เนื้อหาภายในเล่มมีทั้งบทความ เรื่องสั้น เรื่องแปล และบทกวี

อย่างไรก็ตามโดยชื่อหนังสือ “คาราวาน” กลายเป็นชื่อวงดนตรีเพื่อชีวิตชื่อดังในเวลาต่อมา โดยการนำของสุรชัย จันทิมาธร กับ วีระศักดิ์ สุนทรศรี ในนาม “ท.เสน และสัญจร” เมื่อรวมตัวกับ มงคล อุทก และ ทองกราน ทานา จากกลุ่มบังคลาเทศแบนด์ จึงกลายเป็นมาชื่อวง “คาราวาน” แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าได้รับแรงบันตาลใจจากหนังสือเล่มดังกล่าว

“วรรณกรรมเพื่อชีวิต” จัดทำโดยกลุ่มคนทำหนังสือจากสำนักพิมพ์ “หนังสือ” ของ กมล กมลตระกูล และ “กลุ่มสภาหน้าโดม” จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิมพ์อย่างต่อเนื่องถึง 7 เล่ม เนื้อหาในเล่มนำเสนอย่างหลากหลายความคิด แม้ว่าชื่อหนังสือจะออกแนวหนัก ๆ แต่ก็มีเนื้อหาว่าด้วย “เสรีนิยม” ว่าด้วยเรื่องแฟชั่นสังคมหนุ่มสาวยุคใหม่ในย่านสยามสแควร์

"วรรณกรรมเพื่อชีวิต ฉบับปฐมฤกษ์ ใช้ชื่อว่า “แกร่ง” หน้าปกเป็นลายเส้นผู้หญิงเปลือย เล่มต่อมาใช้ชื่อว่า “ขรึม” และเล่มที่สามชื้อชื่อว่า “คิด” ภายหลังได้เปลี่ยนหัวหนังสือ “มวลชน” กลายเป็นชื่อหนังสือ “มวลชนฉบับวรรณกรรมเพื่อชีวิต”“มวลชนฉบับวรรณกรรมเพื่อชีวิต” ฉบับประจำเดือนกันยายน 2515 มีบทกวีแนวเพื่อชีวิตของ “นันทนา วีรชน” ชื่อ “สงครามสันติภาพ และน้ำตา” ซึ่งเป็นนักเขียนชื่อดังในแนวครอบครัวในเวลาต่อมา


           

วรรณกรรมเล่มละบาท (๔)

หลังนิตยสาร “สังคมศาสตร์ปริทัศน์” ของสมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย ก่อตั้งในระยะเริ่มแรกนั้นนำเสนอบทความในแนวอนุรักษ์นิยมเป็นส่วนใหญ่ แต่ภายหลังปี 2508 มีนิตยสาร “สังคมศาสตร์ปริทัศน์ฉบับนักศึกษา” และการก่อตั้งกลุ่ม “ปริทัศน์เสวนา” กลุ่ม “ศึกษิตเสวนา” เนื้อหาเสวนาเริ่มเข็มข้นมากขึ้น มีบทบาทในการเคลื่อนไหวด้านศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมทางสังคม และการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในยุคต่อมา

การก่อตั้งวารสาร  “ชัยพฤกษ์ฉบับนักศึกษาประชาชนรายปักษ์” ในปี 2512 โดยไทยวัฒนาพานิช มีโอกาสเผยแพร่แนวความคิดในระดับกว้างกล่าว “สังคมศาสตร์ปริทัศน์” มากขึ้น แต่จัดพิมพ์ได้ 6 เดือนก็ยุติบทบาทในเวลาต่อมา หลังจากนั้นมีวารสาร “วิทยาสารปริทัศน์” แทนชัยพฤกษ์ฉบับนักศึกษาประชาชน มีสุลักษณ์ สิวรักษ์ เป็นบรรณาธิการ นำเสนอแนวความคิดทางสังคม และเรื่องราวเหตุการณ์ปัจจุบัน

จากนั้นจึงมีวารสารในแนวก้าวหน้าที่แสดงความคิดเห็นทางสังคมหลายฉบับ  เช่น “แนวร่วมเศรษฐกร” (2512-2514) นำเสนอความคิดทางสังคมนิยม  ในขณะที่สมาคมเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดพิมพ์ “ชาวบ้าน” เมื่อปี 2515 รวมทั้ง “มหาราษฏร์” และ “ลอมฟาง” “ลานโพธิ์” จากกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถือเป็นสนามแสดงความคิดทางสังคมและการเมืองในยุคนั้น



               

 ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย

ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ในระยะเริ่มแรกก่อตั้งขึ้นจากการสัมมนาผู้นำนักศึกษาทั่วประเทศ เมื่อปี 2510 เป็นเวลา 3 วัน ที่ยุวพุทธิกะสมาคม กรุงเทพ ฯ เป็นเวลา 3 วัน ภายใต้หัวเรื่อง “บุคลิกภาพกับการเป็นผู้นำของนักศึกษา”ภายหลังจึงก่อตั้งเป็น
“ศูนย์นิสิตนักศึกษายุวพุทธ” แต่ก็ยุติบทบาทในเวลาต่อมา

ในเดือนสิงหาคม 2512 มีการชุมนุมสัมมนาของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ในหัวข้อ “บทบาทนักศึกษาในการพัฒนาประเทศ” นับได้ว่าเป็นการชุมนุมผู้นำนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศจากทุกสถาบัน มีการอภิปรายถึงการก่อตั้งศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย

ภายหลังมีการประชุมสัมมนาที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยสมาคมบริการนักศึกษานานาชาติ แห่งประเทศไทย (WUS) จากนั้นจึงมีการยกร่างธรรมนูญและจัดตั้งเป็น “ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.)” “The International Student Center of Thailand (NSCT)” เมื่อ 1 กุมภาพันธ์  2513 สมาชิกที่เข้าร่วมเป็นตัวแทนนักศึกษาในสถาบันระดับอุดมศึกษา 11 สถาบัน คณะกรรมการกลางมาจากนายกสโมสรนักศึกษา หรือนายกองค์การนักศึกษาของแต่ละสถาบันที่เป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารมาจากสโมสรนักศึกษา หรือองค์การนักศึกษา ที่เป็นสมาชิกสถาบันละ 1 คน และมีบทบาททางการเมืองและสังคมในเวลาต่อมา จนถึงการเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

สรุปความ,ภาพ จากบทความ :

จรัล ดิษฐาอภิชัย. ก่อนจะถึง 14 ตุลา. สำนักพิมพ์เมฆขาว, 2546.
ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ. ความเคลื่อนไหวของนักศึกษาไทยจาก 2475 – 14 ตุลาคม 2516. สำนักพิมพ์สายธาร, 2548.
สิงห์ สนามหลวง. เปิดกรุ “หนังสือเล่มละบาท” ถนนหนังสือ ปีที่ 5 ฉบับที่ 5 พฤศจิกายน 2530.      





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อณูทิพย์ธารทอง วันที่ : 17/10/2012 เวลา : 16.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anutip

ใบไม้วรรณกรรม จากหลายสถาบันผลิบานอย่างเริงเร่า เพื่อหล่อเลี้ยงแนวคิดการสร้างสรรค์งานเพื่อชีวิตอย่างเข้มข้น และก้าวหน้า หล่อหลอมตนเองจนกลาย เป็นต้นไม้ใหญ่ในสังคม การเมือง การศึกษาและวัฒนธรรมของไทยในปัจจุบัน จนเกิดความชุ่มชื่นกลายเป็นสายธารวรรณกรรมร่วมสมัย ที่หลากหลายสายในปัจจุบันนี้นะครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
NN1234 วันที่ : 16/10/2012 เวลา : 13.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2012 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]