• พล.ท.นันทเดช
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nun@rimfar.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 347
  • จำนวนผู้ชม : 1547888
  • ส่ง msg :
  • โหวต 847 คน
พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์
รู้ลึก รู้จริง ยิ่งกว่าข่าวกรอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561
Posted by พล.ท.นันทเดช , ผู้อ่าน : 836 , 13:24:22 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน

      

      Sam Cooke นำเพลง “Cupid” ขึ้นสู่ความนิยมในสหรัฐฯ และอังกฤษ ติดต่อกันหลายสัปดาห์ ด้วยถ้อยคำที่อ้อนวอนต่อคิวปิดทูตแห่งความรักอย่างจริงใจ

“..Cupid please hear my cry
And let your arrow fly
Straight to my lover's heart for me ...”

      ผู้คนใน ๔๐- ๕๐ ปีที่ผ่านมายังเชื่อในประสิทธิภาพของ “ลูกศรคิวปิด” ว่าสามารถดลบันดาลให้คนเรารักกันได้

      ความเชื่อว่าคิวปิดอยู่เหนืออำนาจใดๆ ที่จะดลบันดาลให้ชายหญิงรักกันได้มีมาอย่างต่อเนื่อง คนที่สมใจในรักก็ขอบใจคิวปิด คนไม่สมใจในรักก็ต่อว่าคิวปิด ถึงขนาด

“…I'd like to clip your wings so you can't fly
I'm in love and it's a crying shame
And I know that you're the one to blame …”
(จากเพลง “Stupid Cupid” ของ Connie Francis)

      ความเชื่อเรื่องคิวปิดเริ่มสั่นคลอนไปตามลำดับ ผู้คนเริ่มสงสัยว่า “เงิน” จะเป็นทูตแห่งความรักตัวใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าคิวปิด แต่เงินไม่มีตัวตนให้ภาวนาขอพรได้ และ “การให้” หรือ “การรับ” เงิน แลกกับ “ความรัก” ก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครเขาเปิดเผยกัน ดังนั้นการกระทบกระแทก “คู่รัก” เรื่อง “รักฉัน” หรือ “รักเงิน” กันแน่ จึงเริ่มมีมากขึ้นตามลำดับ ตั้งแต่เพลง “Can't Buy Me Love” ของ The Beatles, “Rainbow” ของ Russ Hamilton, “Try And Love Again” ของ Eagles ฯลฯ

      ในศตวรรษที่ ๒๑ ผู้คนก็ยอมรับกันอย่างไม่เหนียมอาย รวมทั้งผมเองด้วยว่า “เงินมีอำนาจเหนือคิวปิด” และเหนือกฎหมาย เหนือกว่าอะไรต่อมิอะไรอยู่เกือบทุกอย่าง (เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่อง “เสือดำ” อย่างเด็ดขาดครับ)

      เมื่อวิถีชีวิตมนุษย์ในปัจจุบันมันเป็นแบบนี้ คนส่วนใหญ่ก็เสมือนว่าจะยอมรับกันแล้ว จึงไม่มีใครไปสนใจจะพูดถึง “คิวปิด” หรือ “เงิน” อีกต่อไป มนุษย์เราในปัจจุบันจึงปล่อยให้ความรักเป็นไปตามวิถีของมัน คนจนรักคนรวยไม่ใช่เพราะเงิน แต่อยากจะมีวิถีชีวิตที่แตกต่างไปจากชีวิตที่มีอยู่เดิมบ้าง ในทางตรงกันข้าม คนรวยมารักคนจนก็เพราะอยากจะมีประสบการณ์แปลกๆ บ้าง 

      เมื่อเป็นแบบนี้เราจะวางตัวอย่างไรต่อการค้นหาความรัก ง่ายๆไม่ซับซ้อนอะไรเลย แค่เราเป็นตัวของตัวเอง ใส่เสื้อผ้าสะอาดถูกกาลเทศะ มองโลกในแง่ดี ใช้เงินที่หามาได้อย่างมีเหตุมีผล ออกกำลังกายบ้าง รู้จักทำอะไรไปไหนมาไหนคนเดียวบ้าง หนังสืออ่านเข้าไป ฯลฯ คุณก็ไม่ต้องไปพึ่งกามเทพหรือเงินในการตามหาความรักจากคนอื่น มันจะมาหรือไม่มาก็ไม่ได้ทำให้คุณทุกข์หรือสุขน้อยลงแต่อย่างใด ดังนั้นหัดพึ่งตัวเองให้มากเข้าไว้ ชีวิตคุณจะดีขึ้นมาเอง รวมทั้งความรักด้วย โดยไม่ต้องพึ่งพา “คิวปิด” หรือ “เงิน”

      โลกในปัจจุบันเป็นโลกของการแย่งชิง ไม่มีใครลงในรายละเอียดของความรักมากนัก เมื่อเข้ามาสู่การทำงานแล้ว ทุกคนมีโลกของตัวเองที่ฝันอยากจะเป็นโน่นเป็นนี่ ก็แค่ฝัน แต่มันก็จะทำให้เรามีกำลังใจที่จะลุกขึ้นมาเดินต่อไป ไม่หยุดโวยวาย หรือนั่งน้อยอกน้อยใจอยู่กับที่

      ดังนั้น หนังสือที่ขายดีอยู่ในปัจจุบันคือหนังสือเกี่ยวกับกำลังใจ และนิยายความรักของมนุษย์แปลกๆ เช่น รักในทะเลทราย เจ้าชายที่โหดเหี้ยม หนุ่มที่มีเวทมนตร์ ฯลฯ อะไรทำนองนี้

      ส่วนภาพยนตร์ของกลุ่มวัยรุ่นก็จะเป็นประเภทหนังผี, หนังเรตเกือบ R ประเภทจูบกัน ฟัดกันแล้วก็จากไป หรือกลับมาพบกันอีก เรื่องส่วนใหญ่เป็นไปในทำนองนี้ วันวาเลนไทน์ปีนี้ก็จะมีเข้ามาฉายอีกเรื่องหนึ่ง เป็นหนังจากชุด “Fifty Shades” ภาคสุดท้าย ซึ่งเป็นหนังลงทุนน้อย (แค่เตียงสวยๆ หลายๆ เตียงเท่านั้น) หนังชุดนี้มี ๓ ภาค

      ภาคแรก Fifty Shades of Grey ลงทุนไป ๔๐ ล้านดอลลาร์ ได้เงินมาจากโรงภาพยนตร์ ๕๗๑ ล้านดอลลาร์ ไม่นับรวมการให้ลิขสิทธิ์ไปฉายตามเครือข่ายโทรทัศน์ต่างๆ รวมถึงการให้ลิขสิทธิ์ไปทำเป็นภาพยนตร์ซีรีส์อีกด้วย คุ้มไหมละครับ
      ภาคสอง Fifty Shades Darker ลงทุนไป ๕๕ ล้านดอลลาร์ ได้กลับมา ๓๘๐ ล้านดอลลาร์
      ภาคสาม Fifty Shades Freed ก็จะเข้าฉายในวันวาเลนไทน์ปีนี้พอดี

      หนังแบบนี้โดนด่ากันมาทั่วโลก แต่คนด่ามากกว่าครึ่งหนึ่งก็อดเข้าไปดูไม่ได้ (รวมทั้งผมด้วย) โดยอ้างว่า “เข้าไปศึกษาดู”

      หนังชุดนี้เลียนแบบมาจากหนังใหญ่หลายเรื่อง เช่น A summer place, Africa, Australia ภาพยนตร์ไทยก็มี เช่น เรื่อง “ข้างหลังภาพ” ความจริงภาพยนตร์ใหญ่ทุกเรื่องนี้สร้างออกมาโดยไม่เน้นเรื่องกามารมณ์เป็นหลัก แต่หนังชุด “Fifty Shades” กลับเลียนแบบโดยใส่เรื่องกามารมณ์เพิ่มเข้าไป

      วันวาเลนไทน์ ๒-๓ ปีที่ผ่านมานี้ลดความศักดิ์สิทธิ์ลงตามลำดับ ทั้งในสังคมโลกและสังคมไทย ความมีเหตุมีผลและเทคโนโลยีทำให้ “วันวาเลนไทน์” ดูเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอ แต่อย่างไรก็ตาม ผมเขียนเรื่องนี้มาทุกปี เลยต้องเขียนต่อไป

      ปีนี้คงเขียนอะไรให้หวานสมกับวันวาเลนไทน์เหมือนปีที่แล้วไม่ได้มากนัก เพราะสถานการณ์ต่างๆ มันไม่เอื้ออำนวย ทั้งเรื่องของคน, เรื่องของสัตว์ และของชาติบ้านเมือง

      สวัสดีวันวาเลนไทน์ครับ ขอให้ความรักของมนุษยชาติยังคงอยู่ต่อไป มนุษย์ดีกว่าสัตว์ก็ตรงนี้ แต่ก็อย่าเชื่อกันนัก “มนุษย์บางคนที่เลวกว่าสัตว์ก็มีครับ” ️

หมายเหตุ : ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ชลัยย์มาศ วันที่ : 14/02/2018 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalaimas


สวัสดีวันแห่งความรักค่ะคุณอา

นิตย์ขอบคุณนะคะที่ให้แง่คิดในเรื่องของความรัก
ความรักของนิตย์ก็ยังเหมือนเดิมในทุกสิ่งที่รักโดยไม่มีปัจจัยอื่นๆมาเกี่ยวข้องโดยเฉพาะเรื่องเงิน..ที่อาจจะสวนกระแสความรักในปัจจุบันไปหน่อยนะคะ

ส่งความรักและความชื่นชมมาให้คุณอาในวันแห่งความรักนี้คะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชลัยย์มาศ วันที่ : 14/02/2018 เวลา : 16.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalaimas

สวัสดีวันแห่งความรักค่ะคุณอา
นิตย์ขอบคุณคะที่ให้แง่คิดในเรื่องของความรัก
ความรักขนิตย์ก็ยังเหมือนเดิมในทุกสิ่งที่รักโดยไม่มีปัจจัยอื่นๆมาเกี่ยวข้องโดยเฉพาะเรื่องเงิน..ที่อาจจะสวนกระแสความรักมนปัจจุบันไปหน่อยนะคะ

ส่งความรักและความชื่นชมมาให้คุณอ่
าในวันแห่งความรักรี้คะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
february26 วันที่ : 14/02/2018 เวลา : 09.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

สวัสดีครับ คุณอา

คุณอาครับ เวลาเราผ่านโลกมากขึ้น ทำไมดูเหมือนความรักมันลดลง หรือ เพราะสิ่งที่เห็นทำให้ความรู้สึกเราเป็นแบบนั้น ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน?

**ถึงอย่างนั้นก็ตาม ผมก็ยังเชื่อมั่นในความรักที่จะยังอยู่คู่กับโลกใบนี้ตลอดไป และวันนี้ก็ส่งความรัก ให้คุณอาด้วยครับ สุขสันต์วันวาเลนไทน์ ครับคุณอา


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/02/2018 เวลา : 18.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

สวัสดีวันวาเลนไทน์ครับ ขอให้ความรักของมนุษยชาติยังคงอยู่ต่อไป มนุษย์ดีกว่าสัตว์ก็ตรงนี้ แต่ก็อย่าเชื่อกันนัก “มนุษย์บางคนที่เลวกว่าสัตว์ก็มีครับ” ️
.............................................
อืม ... ! ครับท่าน .....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน