*/
  • ืีnurull
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : Nurulneesah652@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2015-11-20
  • จำนวนเรื่อง : 1
  • จำนวนผู้ชม : 2690
  • จำนวนผู้โหวต : 1
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
<< พฤศจิกายน 2015 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน 2558
Posted by ืีnurull , ผู้อ่าน : 1663 , 17:13:37 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มัสยิดกลางปัตตานี

 

ที่ตั้งของมัสยิดกลางปัตตานี

มัสยิดกลางปัตตานี ตั้งอยู่ ถนนยะรัง ต.อาเนาะรู อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี เลขทะเบียนที่249 มีประวัติความเป็นมาดังนี้

ประวัติความเป็นมา

ในปีพุทธศักราช 2497 ได้ตระหนักถึงความสำคัญขงศาสนาอิสลามว่าเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวปัตตานีส่วนใหญ่นับถืออย่างเคร่งครัด อันจะนำมาซึ่งสันติสุขประกอบกับในพื้นที่สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีประชากรนับถือศาสนาอิสลาม(มุสลิม)เป็นจำนวนมาก สมควรที่จะสร้างมัสยิดกลางที่มีขนาดใหญ่และสวยงามขึ้นเพื่อเป็นสีสง่าแก่ชาวไทย ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามทั่วประเทศตลอดจนเป็นสถานที่ประกอบศาสนากิจของชาวไทยมุสลิมจึงได้พิจารณาพื้นที่บริเวณถนนหลวงสายปัตตานี ยะลา ตำบล อาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี เนื้อที่ประมาณ3ไร่55ตารางวา ขณะรัฐมนตรีจึงได้อนุมัติงบประมานสำหรับการก่อสร้างมัสยิดกลางขึ้นโดย ฯพณฯ พลตำรวจเอก เผ่าศรียานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้นได้เดินทางมาวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ กรกฎาคม พ.ศ.2500 เวลา10.00น.

มัสยิดกลางแห่งนี้ใช้เวลาในการสร้างและตกแต่งเป็นเวลา9ปี ต่อมาเมื่อวันที่25พฤษภาคม 2506 ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นได้เดินทางมาประกอบพิธีเปิดอย่างเป็นทางการและมอบมัสยิดแห่งนี้ให้แก่ชาวไทยมุสลิมจังหวัดปัตตานี โดยตั้งชื่อว่า “มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี” มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีสร้างเป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น รูปทรงคล้าย ”ทัชมาฮาล”  ประเทศอินเดีย ตรงกลางเป็นอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่มีโดมบริวารสี่ทิศ มีหอคอยอยุ่สองข้างสูงเด่นเป็นสง่า บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถง  มีระเบียงสองข้าง ภายในห้องโถงมีบังลังค์ทรงสูงและแคบเป็นที่สำหรับ “คอเต็บ” ยืนอ่านคุฎบะฮ์ในการละหมาดวันศุกร์  หอคอยสองข้างนี้เดิมใช้เป็นหอกลางสำหรับตีกลอง เป็นสัญญาเรียกให้มุสลิมมาร่วมปฏิบัติศาสนกิจ ต่อมาใช้เป็นที่ติดตั้งลำโพง เครื่องขยายเสียงแทนเสียงกลอง ปัจจุบันขยายด้านข้างออกไปทั้งสองข้างและสร้างหอบัง(อะซาน) พร้อมขยายสระน้ำและทีอาบน้ำละหมาดไห้ดูสง่างามยิ่งขึ้น ภายในมัสยิดประดับด้วยหินอ่อนอย่างสวยงาม

 

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2536 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เพื่อพบปะเยี่ยมผู้นำศาสนาอิสลามและประชาชน ณ มัสยิดกลางปัตตานี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีพระราชกระแสรับสั่งกับฯพณฯรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(นายสัมพันธ์ ทองสมัคร)

ให้ดำเนินการบูรณะปรับปรุงอาคารมัสยิดกลางปัตตานี

กระทรวงการศึกษาธิการจึงได้กำหนดให้เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองศิริราชสมบัติเป็นปีที่ 50 พ.ศ.2539

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2536 ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี(นายพลากร สุวรรณรัฐ)ได้ลงนามคำสั่งจังหวัดปัตตานี ที่ 1627/2536 แต่งตั้งคณะทำงานประสานและติดตามงานต่อเติมอาคารมัสยิดกลางปัตตานี  จำนวน12คน

วันที่ 17 ธันวาคม 2536 เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรประกอบด้วย สถาปนิก และนายช่างโยธา ได้มาสำรวจอาคารมัสยิดกลางเพื่อออกแบบปรับปรุงต่อเติม

วันที่ 22 ธันวาคม 2536 ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายปราโมทย์ สุขุม ได้เชิญ นายอุดมศักดิ์ อัศวรางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายสวัสดิ์ แก้วสมบรูณ์ ผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี นายนิเดร์ วาบา ดาโต๊ะยุทธติธรรมปัตตานี นายอับดุลวาฮับ อับดุลวาฮับ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี นายนิเล็ก สูไลมาน เทศมนตรีเมืองปัตตานี เพื่อร่วมประชุมว่าง

 

จากภาพถ่ายมัสยิดที่ถ่ายในปัจจุบัน จะเห็นเป็นอาคารมัสยิดที่สวย สง่า กว้างใหญ่ แม้ว่าสระเหลี่ยมขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้ามัสยิดจะยังคงอยู่อย่าไม่เปลี่ยนแปร แต่จะเห็นว่ามีโดมหลายลูกและมีหอคอย(หออะซาน)ทั้งสี่มุม ที่ผิดแผนจากคำบรรยายลักษณะของมัสยิดที่ก่อสร้างครั้งแรก ซึ่งก็คงจะเป็นผลจากการต่อเติมอาคารหลังจากการก่อสร้างครั้งแรกไปแล้วนั้นเอง

 

ภาพถ่ายเก่าของมัสยิดกลางปัตตานี

 

ภาพถ่ายเก่าของมัสยิดกลางปัตตานีรูปนี้  เข้าใจว่าคงถ่ายหลังจากการก่อสร้างไม่นาน เป็นการถ่ายภาพมุมสูง ทำให้เห็นภาพโดมบริวารทั้ง4 มีหอคอยอยู่สองข้าง และมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าอาคาร ตามที่มีการบรรยายข้อความใน Wed page ของจังหวัดปัตตานีทุกอย่าง ซึ่งเป็นภาพมัสยิดที่ตกต่างกันอยู่บ้างกับมัสยิดกลางปัตตานีในปัจจุบัน โดยปัจจุบันมีการขยายออกโดยด้านข้างทั้งสองด้าน และสร้างหออะซานเพิ่มทางด้านหลัง(ทิศตะวันตก)อีกสองหอ พื้นที่โดยรอบของมัสยิดในสมัยนั้นแตกต่างอย่างมากมายกับสภาพปัจจุบัน บ้านเมืองยังไม่หน่าแน่นมากหนัก ตรงมุมซ้ายล่างของภาพเป็นสถานีบริการน้ำมัน ผมจำไม่ได้แล้วว่าเป็น ทหารไทยหรือ Esso หรือเป็น Shell กันแน่ ซึ้งปัจจุบันได้รื้อถอนปรับเปลี่ยนสภาพจากเดิมไปแล้ว วัลลอฮูอะฮ์ลัม

 

 

มัสยิดกลางปัตตานีแห่งนี้ก็ได้แบบมาจาก 4 ประเทศด้วยกัน

1.ประเทศอินเดีย โดมและสระน้ำ

 

 

2.ประเทศจีน ลายที่ประตู

 

3.ออสเตรเลีย ลายดอกบนดาดฟ้า

 

4.ไทย โดมบนหลังคา พระจันทร์และดาว

 

 

มัสยิดแห่งนี้นอกจากจะใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจเป็นส่วนใหญ่ คือ ประกบพิธีละหมาดวันล่ะ 5 เวลา ซึ่งเป็นกิจประจำวันแล้ว ยังใช้ในการละหมาดใหญ่ทุกวันศุกร์ โดยมีชาวมุสลิมในพื้นที่จังหวัดปัตตานี คนท้องที่อื่นทั้งในและต่างประเทศมาร่วมพิธี โดยให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 15.00น. ยกเว้นวันศุกร์ซึ่งเป็นวันละหมาดใหญ่ประจำสัปดาร์

ปล.ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันมัสยิดแห่งงนี้มีคนต่างถิ่นมาเยือนน้อยมาก อาจเพราะความห่างจากกทม.และการส่งเสริมการท่องเทียวในจังหวัดชายแดนใต้ที่ไม่ชัดเท่ฝั่งอันดามันหรือกทม. ที่นี้จึงยังคงความสงบและเป็นศาสนาสถานที่ยังสงบเสมอ

 

สถานที่ท่องเทียวใกล้เคียง

1.วังเก่าจะบังตีฆอ

 

วังนี้สร้างโดยสถาปนิกชาวจีน ตัววังล้อมรอบด้วยกำแพงทึบก่ออิฐถือปูน รูปทรงของวังเป็นบ้านขนาดใหญ่ หลังคาทรงปั้นหยาหรือแบบสิมะ ตัวอาคารเป็นรูปสี่หลี่ยมผืนผ้ายกผืนสูง1เมตร สร้างด้วยไม้ภายในอาคารมีห้องโถงขนดใหญ่ใช้เป็นปกครองในท้องถิ่นและเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าเมืองปัตตานี

2.เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวหรือศาลเจ้าเล่งจูเกียง

 

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวหรือศาลเจ้าเล่งจูเกียงตั้งอยู่ที่ถนนอาเนาะรู เป็นศาลที่ประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว พระหมมอ เจ้าแม่ทับทิม ในวันขึ้น15ค่ำเดือน3ของทุกปีจะมีงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวไปทางตามถนนสายต่างๆภายในตัวเมืองปัตตานีทำพิธีลุยไฟบริเวณหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง วายน้ำข้ามแม่น้ำตานีบริเวณสานเดชานุชิตในงานนี้มีผู้ที่เคารพศรัทธาร่วมงานเป็นจำนวนมากทุกปี

มัสยิดใกล้เคียง

มัสยิดกลางปัตตานี  มัสยิดซีอารุลอิสลาม(อาเนาะรู)  

มัสยิดนูรูลยากีม (คลองช้าง)

                       

 

 มัสยิดปากีสถาน  มัสยิดราฟาฎอนี

 

วัฒนธรรม และประเพณีของคนในชุมชน

ประเพณีแห่นก

 

เป็นขบวนแห่ที่ใช้ในงานเทศกาลเฉลิมฉลอง หรืองานมงคลทั่วไป โดยจะใช่ในการแห่หรือต้อนรับแขกสำคัญๆ งานฮารีรายอ หรือ งานฉลองการละศีลอดของชาวมุสลิม

อาชีพหลักและอาชีพเสริม

-        งานราชการ

-        พ่อค้าแม่ค้า

-        ชาวประมง

-        ลูกจ้าง

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

-        เครื่องทองเหลืองปัตตานี

-        ผ้าจวนปัตตานี

-        จิตรกรรมเรือกอและ

-        กรีชสกุลช่างปัตตานี

-        การทำกรงนก

ร้านค้าที่ดังและมีชื่อเสียงของชาวปัตตานี

-        อัล-ฮิจเราะฮ์(ตัวแทนจำหน่ายตัวเครื่องบิน)

-        ซัลมานร์ สโตร์(เป็นร้านขายเสื้อผ้าที่ดังที่สุดของปัตตานีสมัยก่อน)

ภูมิประเทศของจังหวัดปัตตานี

ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบต่ำเหมาะแก่การกสิกรรม พื้นที่ส่วนมากเป็นดินปนทราย ภูเขามีน้อย และไม่ค่อยสำคัญ มีแม่น้ำปัตตานี แม่น้ำสายบุรี  แม่น้ำยะหริ่ง และแม่น้ำหนองจิกไหลผ่านพลเมืองส่วนมากเป็นไทยอิสลาม

                                                               แผนที่ของจังหวัดปัตตานี

 

ภาพพนวก

 

 

 

ผู้ให้ข้อมูล

นาย รูดิง อามะ

เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลประจำมัสยิดกลางปัตตานี

จัดทำโดย

นางสาว พาตีอะห์   สือรีกือิ   รหัสจำตัวนักศึกษา 40758042

นางสาว นูรูลนีซะห์ สาอิ       รหัสประจำตัวนักศึกษา 45758043

นางสาว แวเซาะห์  อาแว        รหัสประจำตัวนักศึกษา 405758047

คณะวิทาการจัดการ

สาขา การจัดการธุรกิจท่อเที่ยว

 

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Sigree วันที่ : 30/11/2015 เวลา : 23.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sigree
ขอกรุณาแห่งพระเจ้า อำนวยพรแด่ท่านทั้งหลาย

คำผิดเยอะครับน้อง อาทิ Wed page ของจังหวัด
web page
เมียร์เราะ(ส่วนนำละหมาด)ที่ไหน ไม่ใช่ของมัสยิดกลางปัตตานี
และมัสยิดปากีสถาน มัสยิดราฟาฎอนี
ไม่ใช่มัสยิดปากีฯ เป็นมัสยิด รายาฟาตอนี สร้างโดยรายาผู้ครองเมืองปัตตานีในสมัย 7 หัวเมือง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน