• oamie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_peeranat@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-14
  • จำนวนเรื่อง : 140
  • จำนวนผู้ชม : 324377
  • ส่ง msg :
  • โหวต 121 คน
Behind the Ad แล้วโฆษณาจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
รื่น รมย์ ชม โค สะ นา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/oam
วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤษภาคม 2553
Posted by oamie , ผู้อ่าน : 8500 , 20:19:29 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน จริง ๆ แล้วสินค้าที่ผมจะมาชวนท่านผู้อ่านคุยในวันนี้ถือได้ว่าเป็นสินค้าที่ผมไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ แต่ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าสินค้าที่ผมนำมาเป็นตัวอย่างในวันนี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักการตลาดและนักวางกลยุทธ์ด้านแบรนด์นะครับ โฆษณาที่ผมขออนุญาตหยิบยกมาพูดคุยในวันนี้คือโฆษณาของ

ซันซิล ชุด Co-Creation 7 ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม

โฆษณาชุดนี้ถูกปล่อยออกมาซักพักแล้วหลังจากที่ซันซิลทำการปฎิบัติการเปลี่ยนรูปโฉมของ Packaging แชมพูของตัวเองใหม่ทั้งหมด โดยช่วงที่เปลี่ยนนั้นก็ได้พรีเซ็นเตอร์อย่าง คุณอั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซึ่งถือว่าเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่อยู่คู่กับซันซิลมานาน นอกจากนั้นยังได้ คุณเวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ มาช่วยสร้างสีสันพอสมควรช่วงที่กำลังจะเปลี่ยนรูปแบบ

แน่นอนว่าลักษณะของโจทย์การใช้พรีเซ็นเตอร์ในแต่ละครั้งนั้นย่อมต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้พรีเซ็นเตอร์ผู้ชายในสินค้าผู้หญิง และ Key Message ที่ซ่อนอยู่ในโฆษณาก็ไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน ถ้าเป็นการสื่อสารโดยปกติ เรามักจะถูกสื่อสารว่าเมื่อใช้สินค้าดังกล่าวน่าจะทำให้ผู้ใช้สวยเหมือนกับดาราที่อยู่ในจอ แต่การใช้ดาราผู้ชายมาเป็นตัวสื่อสารกลับกลายเป็นว่า โฆษณากำลังจะให้ผู้ชมรู้สึกว่าเมื่อใช้สินค้าตัวนี้แล้วผู้ชายในจอจะมาชอบแทน

สิ่งที่ผมได้กล่าวมาเป็นเหตุการณ์ในอดีตช่วงที่ซันซิลกำลังจะเปลี่ยนภาพของตัวเอง โดยเราจะสังเกตได้จากรูปแบบของ Mood & Tone ของหนังโฆษณา รูปแบบของ Packaging สินค้าที่แปลกไปอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่แค่การ Rebranding เฉย ๆ อย่างแน่นอนครับเมื่อได้เห็นโฆษณาชุดดังกล่าวที่ผมนำมา Post ไว้ใน Blog นี้ โดยโฆษณานี้พยายามจะบอกว่าซันซิลกำลังจะเปลี่ยนลุคครั้งใหญ่โดยนำเสนอแชมพูที่คิดค้นด้วย 7 ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมจากทั่วโลก มารวมอยู่ใน 7 สูตรของซันซิลนี้

ผมขออนุญาตไม่บรรยายว่า 7 ผู้เชี่ยวชาญนั้นเป็นใครบ้างนะครับ แต่สิ่งที่ผมเชื่อว่าสิ่งที่ซันซิลทำนั้นเป็นกรณีที่น่าศึกษาก็คือ ซันซิลนั้นในอดีตที่ผ่านมาเป็นแบรนด์ที่ไม่ได้ชูประเด็นในเรื่องของคุณภาพของสินค้าเหมือนกับคู่แข่งอย่างเช่น P&G ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่ผู่บริโภคนึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของซันซิลคงไม่ใช่เหตุผลของความเชี่ยวชาญ หรือความชำนาญในเรื่องของเส้นผมอย่างแน่นอน

และโฆษณาชิ้นนี้กำลังสร้าง Perception ใหม่แก่ผู้บริโภคครับ

โดย Key Message ของโฆษณาชิ้นนี้กำลังจะบอกว่า ต่อไปนี้ซันซิลกำลังจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม และจะชูประเด็นนี้ในการขายแทน

ประเด็นที่สองที่โฆษณาชิ้นนี้กำลังทำงานอยู่ก็คือ

“การจัดระเบียบแบรนด์ ซันซิล”

ผมขอวิเคราะห์ประเด็นแรกก่อนนะครับ เรื่องของความเชี่ยวชาญนั้น ต้องบอกว่าคงเป็นเรื่องยากที่ซันซิลยกเหตุผลมาเพียงแค่นี้แล้วจะทำให้ผู้บริโภคเชื่อ “อย่างสนิทใจ” ว่าแบรนด์ซันซิลนั้นดีสำหรับผู้บริโภคจริง ๆ การยกเรื่อง Functional Benefit มาเป็นตัวชูโรงนั้นต้องอาศัยเวลาในการสร้างความเข้าใจกับผู้บริโภคมากกว่านี้ ดังนั้นโฆษณาชิ้นนี้น่าจะเป็นเพียงการเรียกร้องความสนใจในครั้งแรกของผู้บริโภคมากกว่าที่กำลังจะสร้างความเชื่อใหม่ ๆ แก่ผู้บริโภคได้ครับ

ในส่วนของประเด็นที่สอง เรื่องของการจัดระเบียบแบรนด์นั้น ผมขอบอกว่าซันซิลวางกลยุทธ์ได้ถูกต้องที่พยายามจัดระเบียบแบรนด์ของตัวเอง โดยความคิดส่วนตัว (ของผม) ผมคิดว่าซันซิลเป็นตัวอย่างแบรนด์ที่ผมจัดให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างความสับสนมากที่สุด ผมขออภัยจริง ๆ ถ้าความเห็นของผมอาจจะไม่ตรงใจกับท่านผู้อ่าน แต่เรื่องแบบนี้สังเกตได้ง่ายมากครับ ถ้าเราลองยืนที่แผนกเชมพูแล้วลองกวาดสายตาดูแบรนด์ของซันซิล เราจะพบว่ามีแชมพูยี่ห้อนี้อยู่เยอะจริง ๆ ครับ เยอะจนไม่รู้ว่าเราจะหยิบใช้อะไรดี ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ทางซันซิลทำการจัดระเบียบแบรนด์ของตัวเองซะใหม่ให้เหลือเพียงแต่ 7 ชนิด ซึ่งน่าจะเพียงพอในการแบ่งแยก Segmentation ของตัวเอง

ระหว่างสองประเด็นที่ผมกล่าวมา โฆษณาชิ้นนี้ตอบโจทย์ที่สองของผมมากกว่าโจทย์แรก เนื่องจากที่ผ่านมาโฆษณาของซันซิลให้ความสำคัญกับการสร้าง Awareness จนเกินไป และให้ความสำคัญกับการใช้ดารามาเป็นตัวชูโรงมากเกินไป จนแบรนด์ของซันซิลนั้นอาจจะกล่าวได้ว่าถูกละเลยมาตลอด

ผมเองแอบลองทายดูเล่น ๆ ว่าปัจจัยที่ผ่านมาที่ทำให้ซันซิลแข็งแกร่งจนมีส่วนแบ่งการตลาดมากว่าคู่แข่งคงไม่น่าจะมาจากการสร้างแบรนด์ แต่น่าจะมาจากการมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งมากกว่า เพราะอย่างที่ผมได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ก็คือ แบรนด์ของซันซิลนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเป็นระบบเท่าที่ควร นอกจากจะไม่มีใครหันมาสร้างแบรนด์อย่างจริงจังแล้ว แบรนด์ตัวนี้ถูกหล่อหลอมมาจากดาราจนกลายเป็นถูกกลืนไปกับดาราที่ใช้ไปซะแล้ว

ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวอย่างที่ผมยกมาพูดคุยในวันนี้นั้นน่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ดีแก่นักการตลาดและนักกลยุทธ์ในการบริหารจัดการแบรนด์ของตัวเอง ช่วงที่กำลังแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดนั้นหลาย ๆ ครั้งเราให้ความสำคัญกับ New Product มากจนเกินไป หรือให้ความสำคัญกับพรีเซ็นเตอร์มากเกินไป จนลืมไปว่าในระยะยาวแล้วการบริหารแบรนด์นั้นจะต้องมีการจัดการเป็น Brand Portfolio ดังนั้นการออกสินค้าใหม่มามาก ๆ มีโอกาสที่จะสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค รวมถึงตัวเราเองด้วย ผมเองมีความเชื่อว่าหลังจากนี้ซันซิลน่าจะสามารถบริหารแบรนด์ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอน แต่สำหรับประเด็นที่ว่า ผู้บริโภคจะเชื่อว่าซันซิลเป็นผู้เชียวชาญเรื่องเส้นผมหรือไม่นั้น ผมคงตอบแทนไม่ได้ครับ

ผู้ที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดคงจะเป็นผู้บริโภค (ผู้อ่าน) ทุกท่านนั่นเองครับ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการดูโฆษณานะครับ

โฆษณาที่ผมนำ Link มาใส่ไว้อ้างอิงจาก www.youtube.com ครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Hiriotappa วันที่ : 02/08/2010 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa


ผมไม่รู้นะ แต่รู้สึกว่าการทำการตลาดหรือโฆษณาทำค่อนข้างยากมาก เพราะเราเห็นซันซิลซอง ราคาไม่กี่บาท แล้วก็ระดับขวดพรีเมี่ยม สินค้าต่างแพ็คเก็จออกมาเยอะมากในท้องตลาด การโฆษณาแบรนด์เดียวกัน แต่มีสินค้าต่างกลุ่มเป้าหมาย บางทีมันก็เลยขัดกันเอง นี่คือ ข้อด้อย ของการมีแพ็คเก็จและราคาจำหน่ายสินค้าที่มากเกินไป

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 30/05/2010 เวลา : 21.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พิราบเงา วันที่ : 30/05/2010 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kenrama8


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2010 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]