• oamie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_peeranat@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-14
  • จำนวนเรื่อง : 140
  • จำนวนผู้ชม : 326196
  • ส่ง msg :
  • โหวต 121 คน
Behind the Ad แล้วโฆษณาจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
รื่น รมย์ ชม โค สะ นา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/oam
วันอาทิตย์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554
Posted by oamie , ผู้อ่าน : 3024 , 21:12:15 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน BlueHill , ต้นหญ้าในป่าใหญ่ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ผมไม่ได้เขียนหรือ Update Blog เลยเป็นเวลากว่า 1 เดือนเต็ม ๆ (แอบรู้สึกผิดเลย) มาวันนี้ผมขออนุญาตชวนท่านผู้อ่านมาพูดคุยกันเรื่องการตลาดกันซักหน่อยนะครับ ผมอยากจะชวนนักการตลาดทั้งหลายลองพิจารณาดูเหตุการณ์ของประเทศอียิปต์น่ะครับ

ประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึงไม่ใช่เรื่องของการโอนถ่ายอำนาจของอดีตประธานาธิบดี ฮอสนี บูบารัก ที่อยู่ในอำนาจถึง 30 ปี หรือเป็นเรื่องของการเมืองการปกครองของอียิปต์ในยุคต่อไปแต่อย่างใด แต่ประเด็นที่ผมอยากจะชวนท่านผู้อ่านมาขบคิดกันคือเรื่องของการใช้สื่อยุคใหม่อย่างเช่น Facebook หรือ Twitter

ผมเชื่อว่าใครหลายคนคงจะทราบดีว่าการชุมนุมของประชาชนชาวอียิปต์นั้นมีการส่งข่าวสารกันผ่านสื่อยุคใหม่ หรือที่เรียกกันว่า Social Media แม้ว่าจะสื่อกระแสหลักจะโดนปิดกั้นก็ตาม ดังนั้นนี่คือหลักฐานอีกชิ้นนึงที่บ่งบอกว่าโลกนี้ได้ถูกเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แล้ว

ช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นประเทศใด เชื่อได้ว่าการสื่อสารนั้นถือเป็น Key Success Factor ที่สำคัญมาก ๆ และแน่นอนสื่อไหนที่อาจจะไม่สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ก็ย่อมต้องถูกขัดขวาง อย่างเช่น กรณีของประเทศอียิปต์ที่นักข่าวของ Aljazeera ถูกไล่ออกมาเป็นต้น

กรณีของเหตุการณ์ในประเทศอียิปต์นั้นถือเป็นตัวอย่างของความมีอิทธิพลของ New Media อย่างแท้จริง เพราะเป็นสื่อที่ไม่สามารถปิดกั้นได้ และหลังจากนี้ไปนักการตลาดจะต้องหันมามองสื่อเหล่านี้ไม่มากขึ้นเพราะการมาของสื่อประเภท New Media นี้เองจะทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปตลอดกาล

3-4 ปีที่แล้วเราอาจจะเห็นพฤติกรรมของผู้บริโภคกับการใช้โทรศํพท์ที่เปลี่ยนไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้บริการ Non-voice service มากขึ้น เราสามารถสังเกตได้จากบริการ sms service ของสื่อต่าง ๆ ที่โหมกันเข้ามาทำให้ผู้บริโภคหลาย ๆ คนติดตามข่าวสารผ่าน sms มากขึ้นกว่าเดิม

พฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นไม่ได้เปลี่ยนด้วยตัวของเค้าเอง แต่เป็นการ “ถูกทำให้เปลี่ยน” มากกว่าครับ นั้นคือเมื่อมีบริการใหม่ ๆ มานำเสนอมากขึ้นและผู้บริโภคเห็นว่าสะดวกสบายเมื่อนั้นเค้าก็จะค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมไปเอง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ การที่ Smart Phone เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา ทำให้พฤติกรรมการเสพสื่อของเราก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ใครก็ตามที่เคยติดตามข่าวผ่าน sms อาจจะต้องคิดหนักเมื่อการติดตามนักข่าวบางคนผ่านโปรแกรม Twitter อาจจะได้รับข่าวสารที่รวดเร็วกว่าก็เป็นไปได้

Smart Phone ในยุคแรกนั้นเป็นเรื่องธรรมดาถ้าเราจะเห็นว่ามันมีราคาแพง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเราก็จะพบว่าบรรดาค่ายโทรศัพท์ต่าง ๆ ก็ต้องพยายามสู้กันด้วยราคาอย่างแน่นอนครับ และเมื่อถึงตอนนั้นก็จะหมายถึง Smart Phone กลายเป็น mass product ไปแล้วนั่นเอง

นักการตลาดหลาย ๆ คนมักจะคิดว่า Consumer Centric นั้นน่าจะใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัยอาจจะต้องเริ่มคิดต่อยอดให้มากกว่านั้นเนื่องจากว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นหลาย ๆ ครั้งมาจาก Marketing Unit เองเป็นผู้สร้างให้เกิดขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ เมื่อสมัยก่อนโปรโมชั่นมือถือของเรามักจะเน้นการโทรให้ถูก โทรให้เยอะ ดังนั้นพฤติกรรมของผู้บริโภคก็จะเน้นการโทรเป็นส่วนใหญ่ การใช้ sms ก็จะไม่มากนัก แต่โปรโมชั่นในปัจจุบันนั้นกลับกลายเป็นว่าผู้บริโภคจะโทรในราคาถูกได้ก็ต่อเมื่อโทรในเครือข่ายเดียวกัน ดังนั้นพฤติกรรมของผู้บริโภคก็จะต้องปรับเปลี่ยนไปเป็นมีโทรศัพท์มากกว่า 1 เครื่อง เป็นต้น นอกจากนั้นตอนนี้ถ้าใครก็ตามที่ใช้ Smart Phone โดยส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเน้นโทรน้อยแต่กลับหันมาใช้อินเตอร์เน็ตแบบไม่จำกัดมากขึ้น สิ่งเหล่านี้เองทำให้ผู้บริโภคนั้นมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ผมเองจะไม่แปลกใจเลยถ้าอีก 1-2 ปีข้างหน้าเราจะเห็นการใช้งาน Voice Service ที่น้อยลงแต่จะเห็นผู้คนต่างใช้ Application Service มากขึ้น สิ่งเหล่านี้ถ้าลองประเมินดูจุดเริ่มต้นก็จะพบว่าไม่ได้เกิดจากความต้องการของผู้บริโภคแต่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดมาจากผู้ให้บริการมากกว่าครับที่ปล่อยโปรโมชั่นให้ผู้บริโภคต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ผมจึงของสรุปว่ายุคของ Consumer Centric นั้นอาจจะกำลังผ่านไปและยุคที่กำลังจะมาถึงและนักการตลาดต้องพร้อมที่จะรับมือก็คือยุคของ Demand Creation Economy ซึ่งหมายถึงยุคที่นักการตลาดต้องสร้าง New Demand ให้เกิดขึ้นกับลูกค้าของเราให้ได้ครับ

 

วันนี้ขอพักจากโฆษณามาเป็นเรื่องกลยุทธ์นะครับ ขอให้ผู้อ่านมีความสุขในการชมโฆษณาเช่นเคยครับ สำหรับใครก็ตามที่อยากให้ผมเขียนถึงโฆษณาชิ้นไหนก็บอกกันได้นะครับ ขอบคุณครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
oamie วันที่ : 14/02/2011 เวลา : 22.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นดี ๆ นะครับ ขออนุญาตตอบแบบไม่อิงทฤษฎีนะครับ ผมอยากจะสื่อว่า Consumer Centric ที่นักการตลาดใช้อยู่นั้น มักจะทำโดยมุ่งเน้นว่ากำลังทำตามใจลูกค้า แต่สิ่งที่ผมอยากจะสื่อก็คือหลาย ๆ ครั้งลูกค้าก็ไม่ได้รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร นักการตลาดต่างหากที่จะต้อง Create something new ให้กับลูกค้าครับ

แต่อย่างไรก็ตามก็ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับความคิดเห็นดี ๆ นะครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ThaiSingh วันที่ : 14/02/2011 เวลา : 20.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ThaiSingh
 

ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องทฤษฏีการตลาดนัก จึงค้นเพิ่มเติมดูพบนิยามของ Consumer Centric ว่า

An approach to doing business in which a company focuses on creating a positive consumer experience at the point of sale and post-sale. A customer-centric approach can add value to a company by differentiating themselves from competitors who do not offer the same experience.

ผมเข้าใจว่า Consumer Centric เป็น approach หนึ่ง ซึ่งมองลูกค้าเป็นศูนย์กลางของการผลิตสินค้าและบริการ เพื่อให้พวกเขาเกิดความพึงพอใจ มากยิ่งขึ้น (และตลอดไป)

ส่วน Demand Creation Economy นั้นเป็นภาวะทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ที่การผลิตสินค้าและบริการเป็นผล (Derived) ที่เกิดจากความพยายามที่จะตอบสนองดีมานด์นั้น

ผมเข้าใจว่า Consumer Centric นั้น เป็นแอพโพรช

ส่วน Demand Creation Economy เป็นภาวะทางเศรษฐกิจลักษณะหนึ่ง

ผมจึงเห็นด้วยที่ว่า "นักการตลาดต้องสร้าง New Demand ให้เกิดขึ้นกับลูกค้าของเราให้ได้ครับ" แต่ไม่จำเป็นต้องสรุปว่า Consumer Centric approach นั้นกำลังจะผ่านไป เพราะว่ายังคงเป็น approach ที่ถูกต้องใน Demand Creation Economy อยู่นั่นเอง

ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกหรือเปล่านะครับ?

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 13/02/2011 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

น่าสนใจมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28          



[ Add to my favorite ] [ X ]