• oamie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_peeranat@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-14
  • จำนวนเรื่อง : 140
  • จำนวนผู้ชม : 317406
  • ส่ง msg :
  • โหวต 120 คน
Behind the Ad แล้วโฆษณาจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
รื่น รมย์ ชม โค สะ นา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/oam
วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน 2554
Posted by oamie , ผู้อ่าน : 1480 , 20:14:06 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สุรศักดิ์ , Joseph และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ใครก็ตามที่ติดตามอ่านบทความใน Blog ของผมน่าจะพบว่าผมจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับการตลาดเป็นหลัก ซึ่งเรื่องการตลาดที่ผมนำมาเขียนนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วผมมักจะหยิบยกในเรื่องของโฆษณาเอามาพูดคุยกัน ครั้งนี้ผมยังขอยืนยันว่าบทความชิ้นนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด แต่เป็นการทำเอาตัวอย่างของป้ายหาเสียงมาเป็นกรณีศึกษาในเรื่องของการตลาดนะครับ ดังนั้นอย่าพึ่งแปลกใจว่าผมเปลี่ยนมาเขียนเรื่องการเมืองแล้วหรือ คำตอบคือผมคิดว่าการตลาดการเมืองในบ้านเรานั้นมีจุดที่น่าสนใจให้นักการตลาดบ้านเราไม่ใช่น้อยทีเดียวครับ

ประเด็นแรกที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือเรื่องของป้ายโฆษณาหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ

เรื่องของป้ายนั้นถ้าตัดเรื่องการเมืองออกไป แท้จริงแล้วป้ายหาเสียงก็ไม่ต่างอะไรกับป้ายโฆษณานั่นเองครับ ดังนั้นนักการตลาดจะต้องคิดให้มากกว่าการบอกว่าผู้สมัครคนนี้เบอร์อะไร หรือพรรคอะไร

ผมอยากให้ท่านผู้อ่านลองนึกว่าต่อไปนี้เราจะเปรียบเทียบพรรคการเมืองเป็น “ยี่ห้อ” หรือ “แบรนด์” นะครับ

แบรนด์แรกที่ผมอยากหยิบยกมาคุยก็คือ แบรนด์ของพรรคกิจสังคม จากการสังเกตเราจะเห็นภาพของแบรนด์นี้มีหลากสีเหลือเกิน อย่างเช่น บางป้ายมีสีเหลืองกับแดงอยู่รวมกัน บางป้ายเป็นโทนสีขาวตัวหนังสือสีส้ม และมีหน้าหัวหน้าพรรคอยู่ บางป้ายเป็นป้ายของผู้สมัครในเขตนั้น ๆ แต่ทำเป็นโทนสีฟ้า

สิ่งที่นักการตลาดจะต้องคิดให้หนักก็คือแบรนด์นี้ไม่มี Positioning ของตัวเอง ไม่มี Mood & Tone ของตัวเอง ต้องอย่าลืมว่าป้ายโฆษณานั้นทำหน้าที่สร้าง Awareness ให้กับแบรนด์ของเรา หน้าที่ของมันก็คือต้องทำให้ผู้บริโภคจดจำให้ได้ว่าป้ายนี้เป็นของแบรนด์ใด แต่สิ่งที่เห็นก็คือแบรนด์นี้ไม่สามารถบอกกับผู้บริโภคได้ว่าตัวตนของแบรนด์นั้นเป็นสีอะไร การจะจดจำป้ายเหล่านี้ ผู้บริโภคจะต้องตั้งใจที่จะดูป้ายนั้นจริง ๆ จึงจะจดจำได้ ซึ่งแบบนี้คงไม่ดีแน่ในแง่ของการตลาด หรือการประชาสัมพันธ์

ผมขอเปรียบเทียบกับตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือโฆษณาของดีแทคที่มักจะสร้าง Mood & Tone ให้เรารู้ได้ทันทีใน 1-3 วินาทีแรกที่เราชมโฆษณา หรือ โฆษณาของเนสกาแฟก็เช่นกัน แบรนด์เหล่านี้สามารถสร้าง Mood &Tone ของตัวเองได้ทั้งสิ้น

ในฐานะนักการตลาด อย่าได้มองข้ามความสำคัญของสีนะครับ

ตัวอย่างต่อไปที่จะขอพูดถึงก็คือ แบรนด์ของพรรครักประเทศไทย หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ แบรนด์ของคุณชูวิทย์ นั่นเอง ต้องบอกว่าป้ายของแบรนด์นี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างป้ายโฆษณา ด้วยลักษณะของโทนสีที่มีความ Consistency สูงมาก ๆ ทุกป้ายจะเป็นหน้าคุณชูวิทย์ทำกริยาบทต่าง ๆ ใช้เวลามองแป๊บเดียวก็รู้ทันทีว่าเป็นป้ายของคุณชูวิทย์

ป้ายของคุณชูวิทย์นั้นมองดูให้ดีจะเห็นได้ว่า คุณชูวิทย์นั้นสร้างแบรนด์ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม ความสำคัญของป้ายนั้นไม่ได้อยู่ที่ชื่อพรรคแต่อย่างใด ผมเชื่อว่าน้อยคนมากที่จะมองเห็นชื่อ พรรครักประเทศไทย เพราะว่าป้ายของคุณชูวิทย์นั้นเน้นหนักไปที่ตัวของแกเองมากกว่า เรื่องนี้ดูได้จากการวางตำแหน่งของหมายเลขที่มักจะอยู่ใกล้กับหน้าของคุณชูวิทย์ ซึ่งการสร้างแบรนด์แบบนี้ก็สอดคล้องกับความตั้งใจของคุณชูวิทย์เองที่โปรโมทตัวเองเป็นแบรนด์ไปแล้วครับ

ตัวอย่างต่อไปจริง ๆ แล้วผมไม่อยากพูดถึงเท่าไหร่ แต่ไหน ๆ ก็คุยกันมาเยอะแล้ว ก็ขอพูดนิดนึงละกัน แบรนด์ต่อไปที่ผมขอพูดถึงก็คือ แบรนด์เพื่อไทย ในแง่ของการตลาดแล้วต้องบอกว่าป้ายแบรนด์นี้จัดว่าทำได้ดีพอสมควรไม่แพ้แบรนด์ของคุณชูวิทย์เลย ไม่ว่าจะเป็นโทนสีที่ใช้ก็เป็นสีแดง ซึ่งสอดคล้องกับฐานลูกค้าของตัวเองที่เป็นกลุ่มเสื้อแดง ในส่วนของข้อเสียก็มีอยู่บ้างตรงที่ ผมยังเห็นป้ายบางชุดมีโทนสีที่แตกต่างออกไป มีสีแดงน้อยมาก แต่กลับเน้นไปที่สีออกโทนม่วงน้ำเงินแทน ซึ่งดูแล้วผิดไปจากป้ายชุดแรกอย่างมาก ทำให้ Consistency ของแบรนด์ลดลงไป

 

ในแง่ของแบรนด์เพื่อไทยนั้น ผมคิดว่ายังคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะที่ต้องสร้างแบรนด์กันต่อไปเนื่องจากว่าแบรนด์ของทักษิณนั้นเข้าไปครอบความรู้สึกของผู้บริโภคไปซะแล้ว จนกระทั่งแบรนด์เพื่อไทยนั้นดูด้อยลงไป และสิ่งนี้เองทำให้ Positioning ของคุณปูยิ่งลักษณ์ดูด้อยลงไปด้วย

เรื่องนี้เป็นโจทย์ของนักการตลาดครับว่าจะทำอย่างไรจึงจะลบภาพ Personal Brand ของคุณทักษิณลงไปได้ แต่เรื่องแบบนี้ตอบยากเนื่องจากว่าภาพแบรนด์คุณทักษิณก็ยังขายได้อยู่ หลายคนอาจจะพอใจที่ใช้ Personal Brand ของคุณทักษิณมาเป็นจุดขาย แต่ในระยะยาวแล้วแบรนด์จะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง ผมขอยกตัวอย่างนะครับ ร้านอาหารยาโยอิที่ขายอาหารญี่ปุ่นนั้นมีตัวอักษรเล็ก ๆ เขียนว่า By MK ซึ่ง MK สุกี๊นั้นเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เวลาเรานำมา Endorsed กับแบรนด์อะไรผู้บริโภคก็จะรู้สึกมั่นใจที่จะเข้ามาชิม แต่ทั้งนี้ถ้าตัวของร้านยาโยอิเองไม่แข็งแกร่งพอต่อให้ Endorsed ยังไงก็ไม่สามารถทำให้ผู้บริโภคเชื่อได้ในระยะยาว นอกจากนั้นถ้าแบรนด์ยาโยอิทำไม่ดีอาจจะส่งผลต่อแบรนด์แม่อีกด้วย

ลักษณะของแบรนด์คุณยิ่งลักษณ์ก็เป็นลักษณะที่คล้ายกับตัวอย่างข้างต้น ดังนั้นอย่าได้หวังพึ่ง แบรนด์แม่ หรือแบรนด์คุณทักษิณมากเกินไป ในระยะยาวแล้วคุณปูก็ต้องสร้างตัวเองเป็นแบรนด์ให้ได้จึงจะอยู่รอด

มาถึงพรรคที่ผมเป็นห่วงมากที่สุด นั่นก็คือ แบรนด์ของพรรคประชาธิปัตย์ ขออภัยที่ผมอาจจะแสดงความเป็นห่วงอย่างออกนอกหน้าเล็กน้อย (แต่เชื่อว่าชาวโอเค น่าจะเป็นห่วงเช่นเดียวกับผมนะครับ ^__^) ว่ากันด้วยเรื่องของแบรนด์นั้นต้องบอกว่าแบรนด์ของพรรคประชาธิปัตย์นั้นจัดว่าแข็งแกร่งมากที่สุดในบรรดาแบรนด์ของพรรคการเมืองทั้งหมด เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่ยังคงสภาพเดิม ต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ที่เหมือนกับถูกควบรวมไปแล้วไม่ว่าจะเป็น แบรนด์ของ ชาติไทยพัฒนา หรือชาติไทยพัฒนาเพื่อแผ่นดินเป็นต้น

ในแง่ของ Mood & Tone ต้องบอกว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์นั้นทำได้ค่อนข้างดีทีเดียว เพราะใช้โทนสีฟ้าซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพรรค ทุก ๆ ป้ายของประชาธิปัตย์นั้นใช้สีโทนนี้ทั้งหมดซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่ผมแอบกังวลแทนก็คือ หลาย ๆ ป้ายนั้นใช้สีที่กลืนกันทั้งภาพและเบอร์ ซึ่งผมคิดว่าคนที่ทำ Artwork น่าจะเห็นว่าตัวเลขมันจมไปในภาพ เพราะภาพส่วนใหญ่เป็นโทนฟ้า และตัวเลขใช้โทนเขียว ในส่วนของภาพก็เช่นกัน ผมยังเห็นหลาย ๆ ภาพที่ผู้สมัครใส่เสื้อสีขาว ถ่ายภาพคู่กับนายกซึ่งใส่เสื้อสีขาวเช่นกัน ส่วนฉากหลังก็เป็นสีขาวอีก ทำให้ภาพกลืนไปหมดเลย ขาดจุดเด่นของภาพ ถ้าฉากหลังเป็นโทนอ่อน ผู้สมัครควรจะใส่เสื้อสีเข้มเพื่อสร้างจุดเด่นของภาพ

อันนี้คือโจทย์แรกที่ต้องปรับแก้

เรื่องต่อไปที่ผมห่วงก็คือการเดินหาเสียงของผู้สมัคร เท่าที่ผมเคยเห็นช่วงที่ผ่านมาพบว่าทางทีมงานมักจะใส่ชุดสีขาวกันทุกคน มีเฉพาะนายกมาร์คที่มีพวกมาลัยคล้องคอ ผมคิดว่าถ้าจะให้การทำกิจกรรม Below the Line มีประสิทธิ์ภาพมากขึ้น น่าจะลองให้เฉพาะนายกกับผู้สมัครในเขตนั้นสองคนเท่านั้นนะครับ ใส่เสื้อสีฟ้า นอกนั้นเป็นสีขาวทั้งหมด เพียงเท่านี้การสังเกตตัวผู้สมัครก็จะทำได้ง่ายมากขึ้น ประชาชนที่อยู่ไกล ๆ ก็จะสังเกตเห็นง่ายขึ้นครับ

ขอเสนอสุดท้ายผมคิดว่าช่วงโค้งสุดท้ายน่าจะมีการทำ Campaign ใหญ่ ๆ ออกมาให้ตกตะลึงกัน เช่นการประกาศนโยบายทางเศรษฐกิจ เป็นต้น และทำการ Refresh ป้ายใหม่อีกครั้งทำเป็น Theme เดียวกัน ไม่ต้องใส่ข้อความไปเยอะ ขอแค่ 1 นโยบาย 1 ป้าย เอาให้ตัวใหญ่ ๆ เห็นชัด ๆ

กลยุทธ์การใช้สี อย่าคิดว่าไม่สำคัญนะครับ สำหรับนักการตลาดแล้วเรื่องการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ครับ

วันนี้อาจจะแปลกไปนิดที่ไม่มีโฆษณามาให้ชม แต่โดยเนื้อหาแล้วก็ยังเป็นเรื่องของโฆษณานะครับ เพียงแต่ผมยกตัวอย่างโดยใช้ป้ายหาเสียงมาประกอบความเข้าใจน่ะครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการชมโฆษณานะครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Anocha-Library วันที่ : 31/07/2011 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anocha-library

เข้ามา comment ช้าไปหน่อย เพราะเพิ่งว่างได้สำรวจ Blog สมาชิกท่านอื่นๆ และยิ่งเห็นเรื่องที่จั่วหัวไว้ ยิ่งต้องรีบอ่าน เพราะคิดว่าจะเขียนเรื่องนี้อยู่เหมือนกันแต่ฝีมือยังไม่ถึงขั้น (http://www.oknation.net/blog/librarian-in-marketing)
แต่ก็ขอเสนอ idea ที่ว่าจะเขียนคือเรื่อง Differentiate ของคุณชูวิทย์ ที่โดยปกติการหาเสียงจะเน้นไปที่สร้างภาพว่าแสนดี จริงใจ มีคุณธรรม (ตอแห... ชัดๆ)
ในขณะที่คุณชูวิทย์ไม่ทำ แต่กลับเลือกที่จะประกาศเลยว่าข้าโหด เ..ว ด่าแหลก แฉดะแน่นอน เชิญมาเลือกได้เลย และนั่นก็คงจะโดนใจใครอีกหลายคนถึงได้คะแนนมาไม่น้อยแหละ ว่ามั้ยคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 18/06/2011 เวลา : 10.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

เห็นด้วยครับกับที่วิเคราะห์มา
เรื่องนี้สำคัญมาก ที่พรรคการเมือง
ควรจะต้องใส่ใจให้มากในป้ายหาเสียง
โหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Joseph วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 14.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Joseph
God Bless You, Michael Joseph


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]