• oamie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_peeranat@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-14
  • จำนวนเรื่อง : 140
  • จำนวนผู้ชม : 322403
  • ส่ง msg :
  • โหวต 120 คน
Behind the Ad แล้วโฆษณาจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
รื่น รมย์ ชม โค สะ นา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/oam
วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน 2554
Posted by oamie , ผู้อ่าน : 2299 , 19:21:51 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กลยุทธ์การตลาดการเมืองตอน ประชาธิปัตย์ vs โพลการเมือง

ยิ่งใกล้โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งมากเท่าไหร่ กลเม็ดการตลาดทางการเมืองของพรรคต่าง ๆ ก็มีมาให้เห็นกันอย่างมากมาย และด้วยกลยุทธ์ดังกล่าวก็นับว่าเป็นกรณีศึกษาที่ดีสำหรับนักการตลาดเช่นกัน

คราวที่แล้วผมได้เขียนเรื่องของหมากเด็ดของแบรนด์ประชาธิปัตย์ในการทำ Marketing Event ใจกลางราชประสงค์ไปแล้ว มาคราวนี้โจทย์ทางการตลาดของผมก็คือ ถ้าเราเป็นเจ้าของแบรนด์ ๆ หนึ่งแล้วแบรนด์ของเราก็ไม่ได้มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับหนึ่ง แถมโดนโจมตีอีกว่าเราไม่ได้เป็นที่หนึ่ง เราควรจะทำอย่างไรดี

ก่อนจะคุยกันในประเด็นนี้นะครับ ผมขอยกตัวอย่างซักหน่อยว่าเรื่องของโพลนั้น ผมอยากให้ลองนำมาเปรียบเทียบกับเรื่องส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ว่าตอนนี้เราอยู่อันดับที่เท่าไหร่ของตลาด คู่แข่งของเราเป็นอย่างไร

ผมขอยกตัวอย่างนะครับ อย่างเช่นโฆษณาของแชมพูเฮดแอนด์โชว์เดอร์ตัวล่าสุดที่มีคนมาถามว่า “ทราบหรือไม่ว่าแชมพูอะไรที่มียอดขายมาเป็นลำดับที่ 2” และคนส่วนใหญ่ก็จำไม่ได้

เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติของผู้บริโภคที่มักจะจำได้เฉพาะอะไรก็ตามที่เป็นอันดับที่ 1 ลองสังเกตดูง่าย ๆ นะครับว่าในการแข่งขันกีฬา ถ้าไม่ใช่ทีมที่เราเชียร์เรามักจะจำได้แต่ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศเท่านั้น

แน่นอนครับว่ากลยุทธ์แบบนี้มักใช้กับผู้นำเท่านั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเป็นผู้นำเราก็จะประกาศตัวทันทีว่าเราเป็นแบรนด์อันดับ 1 เพื่อให้ผู้บริโภคจำเราให้ได้ และการเป็นอันดับหนึ่งนั้นก็น่าสนใจทีเดียวสำหรับการสร้าง Awareness ให้กับผู้บริโภค

ต้องอย่าลืมนะครับว่าบทความนี้เป็นบทความการตลาดเชิงกลยุทธ์ ดังนั้นผมจะไม่ใช้เหตุผลทางการเมืองมาอธิบายนะครับ

กลับมาที่โจทย์ของเราต่อนะครับ อ้างอิงจากโพลที่บอกว่าแบรนด์ของประชาธิปัตย์นั้นเป็นรองแบรนด์คู่แข่งอยู่เยอะมาก จากข้อมูลดังกล่าวสำหรับนักการตลาดแล้วเราถือว่ามันเป็นข้อมูลที่บ่งบอกว่าคู่แข่งของเรากำลังใช้กลยุทธ์การเป็นอันดับหนึ่งมาบีบตำแหน่งทางการตลาดของแบรนด์เราให้ดูด้อยลงไป

ดังนั้นการที่ต้องต่อสู้กับโพลนั้นจะทำอย่างไรดี

ต้องบอกว่าก่อนอื่นเลย นักการตลาดจะต้องเลิกสนใจและให้ความสำคัญกับข้อมูลจากโพลก่อนเพราะว่าการที่เราพยายามประกาศออกสื่อว่าโพลไม่จริงอย่างนั้นอย่างนี้ มันเป็นการตอกย้ำว่าแบรนด์ของเรานั้นด้อยกว่า ลองนึกดูนะครับว่าถ้าเราเป็นเจ้าของแบรนด์แชมพูยี่ห้อหนึ่งแล้วพอเห็นโฆษณาของเฮดแอนด์โชว์เดอร์ เราก็โวยวายกับสื่อ

คำถามของผมก็คือเราได้ประโยชน์อะไรจากการโวยวาย ดีไม่ดีจะทำให้ผู้บริโภครู้มากขึ้นไปอีกว่าแบรนด์เราไม่ใช้อันดับ 1 หรือสู้เฮดแอนด์โชว์เดอร์ไม่ได้

การที่ไม่ใช้อันดับ 1 ไม่ได้แปลว่าแพ้ครับ

ตอน Dtac สร้างแบรนด์ Prepaid อย่าง “Happy” แบรนด์ Happy ก็ไม่ใช้อันดับ 1 ในตลาดครับ เจ้าตลาดก็คือ One2Call

แต่ทุกท่านก็น่าจะพอทราบได้ว่าแบรนด์ Happy นั้นเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างแบรนด์ที่น่าชื่นชม ดังนั้นแบรนด์ประชาธิปัตย์ต้องลองประเมินสถานการณ์ใหม่ เรื่องของการหาเสียงนั้นอย่ามองแค่มิติของการเมืองเพียงอย่างเดียว ลองประเมินใหม่โดยใช้หลักคิดของการตลาดดูจะพบว่าสิ่งที่ต้องรีบทำไม่ใช่การออกมาปฎิเสธผลโพลอย่างที่ได้ทำมาก่อนหน้านี้

แต่สิ่งที่แบรนด์ประชาธิปัตย์จะต้องทำก็คือสร้าง Story ใหม่ ๆ มาแทนเพื่อให้คนลืมเรื่องของโพลต่างหาก

ลองคิดถึงเหตุการณ์วันที่แบรนด์ประชาธิปัตย์จัด Event ใหญ่ที่ราชประสงค์ ในวันนั้นมีใครสนใจเรื่องของโพลบ้าง มีแต่คนสนใจว่า “จะดับไฟประเทศไทย” อย่างไร

นี่เป็นตัวอย่างของการทำ Big Event เพื่อให้เป็นข่าว

ผมได้ย้ำไปใน Blog ของผมตั้งแต่ครั้งที่แล้วว่า ถึงเวลาแล้วที่แบรนด์ประชาธิปัตย์จะต้องเล่นกับความรู้สึกและอารมณ์ของผู้บริโภค (Emotional Benefit) สร้างความรู้สึกร่วมกันกับผู้บริโภคให้ได้

สิ่งที่สังเกตได้ว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์กำลังมาถูกทางแล้วก็คือที่ป้ายหาเสียงเดิมของแบรนด์นี้ มีสติ๊กเกอร์เข้าไปแปะโดยเขียนว่า “จะไม่ล้างผิดให้กับคนใดคนหนึ่ง” นี่คือตัวอย่างของการออก Campaign “ไม่ล้างผิดให้ใคร” ซึ่งผมเชื่อว่ามาถูกทางแล้วครับ

นี่แหละครับคือสิ่งที่แบรนด์ประชาธิปัตย์จะต้องรีบทำ อย่าลืมว่า Story สำหรับเรื่อง Emotional Benefit นั้นมีเยอะมาก ๆ ถึงเวลาแล้วที่แบรนด์ประชาธิปัตย์จะต้องสร้าง Big Campaign ให้ได้ ยกตัวอย่างนะครับ การเขียนป้ายโฆษณาเรื่องของการปราศรัยนั้น ไม่ต้องเน้นคำว่าฟังปราศรัยหรอกครับ ให้เน้นคำว่า “มาร่วมดับไฟประเทศไทยกันในวันที่..... เวลา.....”  ตอนที่ทำป้ายก็เขียนคำว่าปราศรัยให้เล็กหน่อย แน้นคำว่า “มาร่วมดับไฟประเทศไทย” แทน แบรนด์ประชาธิปัตย์ต้องสร้างความรู้สึกให้ผู้บริโภคเข้าใจให้ได้ว่าวันตัดสินของทุกแบรนด์ในวันที่ 3 ก.ค. 54 นั้นหมายถึง “การดับไฟประเทศไทย”

Theme สำหรับ Big Event นั้นมีให้เล่นอยู่แล้ว คราวนี้ขึ้นอยู่กับทางเจ้าของแบรนด์แล้วครับว่าจะใช้ประโยชน์กับเรื่องนี้อย่าไร หรือถ้าจะทำให้ยีงใหญ่อลังการจริง ๆ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากเห็นการแสดงการปราศรัยใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดโดยให้มีการจัดการถ่ายทอดภาพและเสียงไปทุกที่ที่เคยมีเหตุการณ์การเผาพร้อมกันทั่วประเทศ (ขอย้ำว่าพร้อมกันทั่วประเทศ) แน่นอนว่าต้องอยู่ภายใต้ Theme “มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการดับไฟประเทศไทย”

ลองดูนะครับเชื่อซิครับว่า ถ้าทำได้ ผู้บริโภคก็จะเลิกสนใจไปเองว่าใครหน่อมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับหนึ่ง

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการชมโฆษณาเช่นเคยนะครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สะตอพลัดถิ่น วันที่ : 29/06/2011 เวลา : 12.48 น.


"ไฟก๊ไฟ กูจะดับ จับด้วยมือ"
(จากใบไม้ที่หายไป ของ จีระนันท์ พิตรปรีชา)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
oamie วันที่ : 26/06/2011 เวลา : 21.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

เห็นด้วยกับคุณ nokhoog ครับ วันที่ 3 ก.ค.

มาร่วมกัน ดับไฟประเทศไทยกันครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
nokhoog วันที่ : 26/06/2011 เวลา : 21.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nokhoog

"น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ" จะดับไฟแรงให้มอด ก็ต้องช่วยกันสาดน้ำคนละแก้ว แต่ถ้าจะเผาเมือง ก็ให้ใส่น้ำมันมาคนละขวด

จะให้บัตรของเรา เป็น"น้ำ" หรือ "น้ำมัน" ตัดสินใจให้ดีครับ เป็นสามสี่วินาที ที่จะชี้อนาคตของชาติ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
nokhoog วันที่ : 26/06/2011 เวลา : 21.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nokhoog

"น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ" จะดับไฟแรงให้มอด ก็ต้องช่วยกันสาดน้ำคนละแก้ว แต่ถ้าจะเผาเมือง ก็ให้ใส่น้ำมันมาคนละขวด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]