• oamie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_peeranat@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-14
  • จำนวนเรื่อง : 140
  • จำนวนผู้ชม : 323472
  • ส่ง msg :
  • โหวต 121 คน
Behind the Ad แล้วโฆษณาจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
รื่น รมย์ ชม โค สะ นา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/oam
วันศุกร์ ที่ 1 กรกฎาคม 2554
Posted by oamie , ผู้อ่าน : 1852 , 11:39:00 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ฟ้าน่าน โหวตเรื่องนี้

กลับมาพบกันต่อนะครับ ครั้งที่แล้วผมได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า Personal Brand นั้นมีทั้งข้อดีและข้อด้อย การสร้าง Personal Brand ให้โดดเด่นนั้นเป็นสิ่งที่แบรนด์เพื่อไทยทำมาตลอด เราจะเห็นได้ว่าในยุคของทักษิณ นั้นดูเหมือนกับว่า ทุกอย่างถูกควบคุมให้อยู่ภายใต้แบรนด์ทักษิณทั้งหมด ในยุคนั้นสมัยนั้นไม่มีรัฐมนตรีคนไหนที่ดูแล้วโดดเด่นเลย

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกครับ เพราะแบรนด์ทักษิณนั้นถูกปั้นแต่งให้เป็นเสมือนอัศวินที่ทำได้ทุกอย่าง

แต่การสร้าง Personal Brand ที่แข็งแกร่งจนเกินไปกลับกลายเป็นจุดอ่อนครับ และเป็นจุดที่จะกลับมาทำร้ายแบรนด์เพื่อไทยในปัจจุบัน

ลองสังเกตดูนะครับว่าทางฝั่งแบรนด์ประชาธิปัตย์นั้น แม้ว่านายกฯอภิสิทธิ์อาจจะดูโดดเด่นกว่าคนอื่น แต่ตัวของคุณอภิสิทธิ์เองไม่ได้ทำตัวโดดเด่นไปมากกว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์ ในการปราศรัยหลายครั้งที่ผมได้ยินคำว่า “แบบนี้ไม่ใช่วิถีประชาธิปัตย์” หรือการเรียกแทนตัวเองว่า “รัฐบาล”

การแสดงออกต่อหน้าผู้บริโภคในรูปแบบนี้เป็นการสื่อให้เห็นว่าแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดก็คือ แบรนด์ประชาธิปัตย์ ไม่ใช่แบรนด์อภิสิทธิ์แต่อย่างใด

การสร้างแบรนด์ในรูปแบบของประชาธิปัตย์นั้นมีผลดีก็คือ หลาย ๆ ครั้ง การที่เราได้เห็นผู้นำพรรคหลาย ๆ คนไม่ว่าจะเป็น คุณกรณ์ หรือ คุณอภิรักษ์ หรือ คุณชวน ออกไปหาเสียงช่วยแบรนด์ของตัวเอง พวกเขาเหล่านั้นก็สามารถเป็นตัวแทนแบรนด์ของตัวเองได้เป็นอย่างดี แต่ละคนมีพลัง Awareness มากพอที่จะช่วยแบรนด์ของตัวเองได้

ในการออกรายการก็เช่นกัน ถ้าเป็นเรื่องเศรษฐกิจ และแบรนด์ประชาธิปัตย์ตัดสินใจส่งคุณกรณ์ไป ผู้บริโภคก็จะไม่รู้สึกแตกต่างมาก เพราะคุณกรณ์ถือว่าเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งมากในเรื่องของเศรษฐกิจ

ตรงกันข้ามกับทางแบรนด์เพื่อไทย ที่พยายามโปรโมท ปู ยิ่งลักษณ์คนเดียวซะจนมากเกินไป ถ้าเวทีไหนที่ ตัวของปู ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ไปซะเอง ก็จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าแบรนด์เพื่อไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับเวทีนี้ทันที และแน่นอนว่าเนื้อหาในวันนั้นก็คงไม่มีใครอยากจะฟัง การที่ผู้บริโภคไม่อยากฟังไม่ได้แปลว่าตัวแทนของแบรนด์เพื่อไทยแย่แต่อย่างใดนะครับ แต่มันหมายถึงตัวแทนคนนั้นไม่มีพลัง Awareness อย่างเพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจได้ต่างหาก

เรื่องของ Personal Brand นั้นต้องอาศัยการบริหารจัดการที่ดีไม่อย่างนั้นต้องมาแก้ไขกันเยอะทีเดียวครับ อย่างเช่น คุณตัน เองก็คงต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเปลี่ยนภาพตัวเองมาเป็น “ตัน อิชิตัน” ได้

ครั้งหนึ่งที่ Steve Jobs มีข่าวว่าป่วยและอาจจะไม่ได้มาเปิดตัว Ipad2 แต่สุดท้ายก็มาปรากฏตัวทำหน้าที่เปิดตัวสินค้าตามปกติ และถือว่าเป็นเรื่องที่ฮือฮามากทีเดียว นักข่าวต่าง ๆ พยายามเข้ามาสัมภาษณ์เกี่ยวกับอาการป่วยของเค้า แต่ Steve Jobs ไม่ได้ตอบแต่อย่างใด เพราะว่ามันเป็นงานเปิดตัว Ipad2 ไม่ใช่การเปิดตัวของ Jobs

ที่ผมยกเรื่องนี้มาก็เพื่อจะให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นเพราะ Steve Jobs นั้นจัดว่าเป็น Personal Brand ที่ทรงพลังมาก ๆ ถ้าวันนั้นเค้าตัดสินใจที่จะเล่าเกี่ยวกับอาการป่วยของตัวเอง งานเปิดตัว Ipad2 อาจจะมีแต่ข่าวเรื่องอาการป่วยของเค้าก็ได้ แทนที่จะได้โปรโมทสินค้ากลับกลายเป็นการโปรโมทตัวเอง

การตัดสินใจของ Jobs นั้นแสดงให้เห็นถึงความเฉียบขาดด้านการตลาดที่ต้องการให้ Ipad2 เป็นพระเอกของวันนั้น

และนี่ก็หลักฐานว่าแม้แต่ตัวของ Steve Jobs เองก็ไม่อยากให้ตัวเองอยู่เหนือแบรนด์ โดยเฉพาะในวันเปิดตัวสินค้าที่มีความสำคัญกับ Apple มาก

ใครหลายคนอาจจะคิดว่าการโปรโมทแบรนด์ “นารีขี่ม้าขาว” นั้นน่าจะทำให้ภาพลักษณ์ของ ปู ยิ่งลักษณ์โดดเด่นเหนือคนอื่น

แต่ใครจะรู้มั่งว่าในความโดดเด่นนั้นกลายเป็นมาทำร้ายแบรนด์ของตัวเอง ถ้าไม่เชื่อลองถามตัวเองหรือคนใกล้ตัวดูก็ได้ครับว่า

มี “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” ซึ่งเป็นหัวหน้าแบรนด์เพื่อไทย นั้นมีหน้าที่อะไร ดูแลส่วนงานไหน ผมเชื่อว่าหลายคนนึกไม่ออก บางคนนึกหน้าไม่ออกเลยซะด้วยซ้ำ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะเรื่องนี้น่าจะเป็นความตั้งใจเดิมของทางแบรนด์เพื่อไทยอยู่แล้วที่ต้องการชูภาพ ปู ยิ่งลักษณ์ให้เด่นเหนือทุกคน

ยิ่งโหมโปรโมท ปู ยิ่งลักษณ์มากเท่าไหร่ ผู้บริโภคก็ยิ่งให้ความสำคัญกับแบรนด์เพื่อไทยซึ่งควรจะเป็นแบรนด์หลักน้อยลง และลองคิดดูนะครับว่าถ้าแบรนด์ ปู ยิ่งลักษณ์ไม่สามารถชนะใจของผู้บริโภคเหมือนกับแบรนด์ของทักษิณได้ เมื่อนั้นแหละครับคือความหายนะของ Total Brand Portfolio ของแบรนด์เพื่อไทย

ความหายนะของแบรนด์เพื่อไทยนั้นมีจุดเริ่มมาจากการที่แบรนด์คุณทักษิณล่มสลาย เมื่อแบรนด์ทักษิณที่เคยโดดเด่นหายไป สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือจะหาใครมาเป็น Personal Brand คนต่อไปของแบรนด์เพื่อไทย และนี่คือสิ่งที่แบรนด์เพื่อไทยตามหามาตลอดในช่วงที่ผ่านมา จนทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่าแบรนด์นี้จะล่มสลายหรือเปล่านะ นี่คือผลของการเอาตัวบุคคลไปยึดติดกับแบรนด์หลักมากจนเกินไป

ตรงกันข้ามถ้าเรามาพิจารณาถึงแบรนด์ประชาธิปัตย์ ถ้าในวันหนึ่งที่คุณอภิสิทธิ์หมดวาระไป เราก็จะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการสรรหาผู้นำคนใหม่ของพรรคทันที โดยแบรนด์ประชาธิปัตย์มักจะแสดงให้เห็นว่ามีระบบการคัดเลือก (ถ้ายังจำกันได้คุณอภิสิทธิ์ก็เคยแพ้ต่อคุณบัญญัติ บรรทัดฐาน) นี่แหละครับคือการให้ความสำคัญต่อแบรนด์หลัก แน่นอนว่าบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าแบรนด์คนต่อไปก็หนีไม่พ้นกลุ่มผู้นำที่มีพลัง Awareness อยู่ในตัวเองขณะนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือผู้บริโภคจะไม่ได้รู้สึกว่าแบรนด์นี้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด

อีกตัวอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นกรณีศึกษาที่ดีก็คือ แบรนด์กสิกรไทย ในฐานะของนักการตลาดผมคิดว่าแบรนด์กสิกรไทยเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่างมากและสามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองให้หลุดพ้นจาก Personal Brand ของตัวเองได้ ในอดีตเราจะเห็นว่า คุณบัณฑูร ล่ําซํา นั้นเป็น Personal Brand ที่มีความโดดเด่น แต่ช่วงหลัง ๆ เราจะสังเกตได้ทันทีว่าทางแบรนด์กสิกรไทยพยายามจะโปรโมทแบรนด์ “K Group” เพื่อให้เห็นถึง Total Brand Portfolio ของแบรนด์กสิกรไทย โดยไม่มีแบรนด์ไหนโดดเด่นมากกว่าใคร ให้ผู้บริโภคจดจำว่าทั้งหมดอยู่ภายใต้ “K Group” อย่างเดียว

ขออนุญาตกลับมาที่ตัวอย่างของเราต่อนะครับ โดยสรุปแล้ว การปั้นแบรนด์นารีขี่ม้าขาว นั้นไม่ได้ตอบโจทย์ของแบรนด์เพื่อไทยในระยะยาวเลย สิ่งที่เป็นปัญหาของแบรนด์เพื่อไทยไม่ใช่เรื่องของการหา Personal Brand คนใหม่แต่อย่างใด

แต่เป็นการหาจุดยืนของแบรนด์หลักของตัวเอง สร้างแบรนด์หลักของตัวเองให้ยืนขึ้นแทน Personal Brand เพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาเมื่อ Personal Brand ที่ตัวเองปั้นขึ้นมานั้นล่มสลายไปเหมือนกับแบรนด์ทักษิณเมื่อก่อนนี้ต่างหาก

ช่วงนี้มีเรื่องให้เขียนพอสมควร ผมพยายามจะปิดต้นฉบับก่อนที่จะมีการปราศรัยใหญ่ของทั้งสองแบรนด์ ตอนต่อไปผมจะเขียนเรื่องของแบรนด์ปรองดอง ไพ่ใบสุดท้ายของพรรคการเมือง อย่าลืมติดตามอ่านนะครับขอให้ทุกท่านมีความสุขในการชมโฆษณานะครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 04/07/2011 เวลา : 13.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

มาตามต่อ ตอน 2 หลังเลือกตั้ง รอดูว่า แบนด์นี้เขาจะขยับวางกลยุทธ์ อย่างไร หลังจากชนะถล่มเลย ช่วยวิเคราะห์ด้วยนะครับ
ตอนนี้โหวตให้เลย+1

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
oamie วันที่ : 01/07/2011 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

@ LUCKYP ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ ยิ่งใกล้เลือกตั้งมาก ผมยิ่งรู้สึกว่าการเมืองตอนนี้มันเข้มข้นจริง ๆ ครับ ผมพยายามจะเขียนเรื่องการตลาดการเมืองในช่วงนี้ให้มากที่สุดก่อนจะถึงเลือกตั้งน่ะครับ

@ananya ขอบคุณนะครับที่แวะมาเยี่ยม ตอนนี้กำลังจะเขียนตอนใหม่อยู่ อยากจะปิดต้นฉบับภายในคืนนี้เพราะวันนี้จะเป็นการปราศรัยครั้งสุดท้ายของทั้งสองพรรคใหญ่แล้วน่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ananya วันที่ : 01/07/2011 เวลา : 12.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kobnoi
รักในหลวง ร่วมใจปกป้องสถาบัน

ไม่รู้เรื่องของการตลาดเลย แต่พอได้มาอ่านบทความต่างๆ ของคุณ oamie หลายๆ บทความที่ผ่านมา รู้สึกสนุก อ่านเพลินเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
LUCKYP วันที่ : 01/07/2011 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

สวัสดีค่ะ
มาตามอ่านเพลินๆ และได้ความรู้เรื่องการตลาดมากเลยค่ะ
การตลาดที่ใช้กลยุทธอย่างถูกวิถี ถูกวิธี
นับว่าเป็นพลังที่ไม่สามารถมองข้ามไปได้เลยนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]