• oamie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_peeranat@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-14
  • จำนวนเรื่อง : 140
  • จำนวนผู้ชม : 323548
  • ส่ง msg :
  • โหวต 121 คน
Behind the Ad แล้วโฆษณาจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
รื่น รมย์ ชม โค สะ นา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/oam
วันศุกร์ ที่ 1 กรกฎาคม 2554
Posted by oamie , ผู้อ่าน : 2077 , 16:51:21 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ฟ้าน่าน , LUCKYP โหวตเรื่องนี้

ใครก็ตามที่ติดตามอ่าน Blog ของผมในช่วงนี้จะพบว่าผมได้เขียนเรื่องของกลยุทธ์การตลาดผ่านมุมมองของการเมืองมาหลายตอนด้วยกัน สิ่งที่ผมกำลังจะบอกกับท่านผู้อ่านก็คือเรื่องของการตลาดนั้นมันแทรกซึมเข้าไปอยู่ในทุกหน่วยธุรกิจ นักการตลาดจะต้องแยกให้ออกว่าแท้จริงแล้วเรื่องของการเมืองก็หนีไม่พ้นเรื่องของการตลาด พรรคการเมือง เทียบได้กับแบรนด์ นโยบายก็เทียบได้กับสินค้า บางสินค้าก็เป็นสินค้ายอดฮิต บางสินค้าก็อาจจะขายไม่ออก แม้จะอยู่ภายใต้แบรนด์เดียวกัน ก่อนจะอ่านต่อไปอย่าลืมนะครับว่า ผมใช้เรื่องการเมืองมาเป็นกรณีศึกษาเท่านั้น ดังนั้นผมจะไม่ใช้เหตุผลทางการเมืองมาอธิบายอย่างเด็ดขาด

สัปดาห์นื้ถือได้ว่าเป็นสัปดาห์สุดท้ายที่แบรนด์พรรคการเมืองต่าง ๆ พากัน “ปล่อยของ” ออกมาซึ่งผมเห็นว่ามีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจและน่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ดีสำหรับนักการตลาดครับ ประเด็นที่ผมจะตั้งเป็นโจทย์ในวันนี้ก็คือ

ระหว่างแบรนด์ประชาธิปัตย์ กับแบรนด์เพื่อไทย ใครกันที่เป็นแบรนด์ “ปรองดอง”

สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศของเรานั้นช่วงที่ผ่านมาก็ต้องบอกว่าเต็มไปด้วยความขัดแย้งอย่างรุนแรง ดังนั้นตำแหน่งของคำว่า “ปรองดอง” น่าจะเป็นตำแหน่งทางการตลาด(Brand Positioning) ที่สวยหรู ดูดี และน่าจะเป็นที่หมายปองสำหรับแบรนด์ต่าง ๆ ในสงครามครั้งนี้ทีเดียวครับ

ถ้าจะมองย้อนกลับไปผมอยากให้ท่านผู้อ่านลองนึกดูนะครับว่า แบรนด์ไหนที่หยิบยกเรื่องนี้มาโปรโมทตัวเองเป็นแบรนด์แรก

คำตอบก็คือ “แบรนด์ชาติไทยพัฒนา” ซึ่งพรีเซ็นเตอร์หลักของ Theme นี้ก็คือ พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ นั่นเองครับ ซึ่งแบรนด์ชาติไทยพัฒนานั้นโปรโมทตัวเองภายใต้ Theme นี้มาตั้งแต่ยังไม่ยุบสภาเลยซะด้วยซ้ำ เรื่องนี้ก็คงต้องยกเครดิตให้กับทีมการตลาดของแบรนด์ชาติไทยพัฒนาที่มีความพยายามวางตำแหน่งของแบรนด์ตัวเองไว้ตั้งแต่ต้น

ถ้ามองการหาเสียงของแบรนด์ชาติไทยพัฒนาจะเห็นได้ว่า คำว่า “ปรองดอง” นั้นถูกใช้มาเป็นประเด็นหลักในการหาเสียงครั้งนี้อย่างจริงจัง

ตัวอย่างที่ผมยกขึ้นมาเกี่ยวกับแบรนด์ชาติไทยพัฒนานั้น ถือเป็นเรื่องปกติที่แบรนด์นี้วางตำแหน่งทางการตลาดว่าเป็น แบรนด์ปรองดอง แต่สิ่งที่น่าแปลกใจนั้นไม่ได้อยู่ที่ Theme การหาเสียงของแบรนด์ชาติไทยพัฒนาครับ แต่เป็นแบรนด์เพื่อไทย ต่างหาก

เพราะถ้าเราไปดูป้ายหาเสียงช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเราจะพบว่า แบรนด์เพื่อไทยได้หยิบยกประเด็นเรื่องของการปรองดองมาเป็นประเด็นหลัก

เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจและน่าสงสัยเป็นอย่างมากครับ ผมอยากให้ท่านผู้อ่านลองนึกภาพว่าถ้าแบรนด์ ๆ หนึ่งที่ขายเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาตลอด แล้วอยู่มาวันหนึ่งก็ลุกขึ้นมาบอกกับผู้บริโภคว่า แบรนด์ของเรามีสินค้าทีเด็ดก็คือ วิตามินเพื่อสุขภาพ

คำถามของผมก็คือ ผู้บริโภคจะเชื่อหรือไม่ว่าสินค้าตัวนี้มันดีจริง ๆ ผู้บริโภคจะสงสัยหรือไม่ว่า “มันดีจริงหรือเปล่านะ”

ถ้ายังจะพอจำกันได้ช่วงที่เกิดเหตุการณ์เมื่อเดือน เม.ย. 53 แบรนด์ประชาธิปัตย์ได้ยื่นข้อเสนอ “แผนปรองดอง” แต่กลับเป็นแบรนด์เพื่อไทยที่ปฏิเสธแผนดังกล่าวไป

มองในมุมการตลาดแล้วต้องบอกว่า แบรนด์เพื่อไทยยังไม่มีสินค้าตัวไหนเลยที่จะทำให้ผู้บริโภคเห็นว่าแบรนด์นี้เหมาะกับตำแหน่ง “แบรนด์ปรองดอง”

ในขณะที่แบรนด์ประชาธิปัตย์นั้นมีหลักฐานที่ยืนยันตัวเองได้ว่าแบรนด์นี้มีสิทธิที่จะใช้ตำแหน่ง “แบรนด์ปรองดอง” สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันได้ดีที่สุดก็คือการตัดสินใจของนายกอภิสิทธิ์ในเหตุการณ์ความรุนแรงของช่วงที่ผ่านมา

พูดง่าย ๆ ก็คือแบรนด์ประชาธิปัตย์นั้นมีสินค้าที่ออกวางตลาดมากพอที่จะบอกกับผู้บริโภคได้ว่า “แบรนด์ประชาธิปัตย์ก็คู่ควรกับตำแหน่ง แบรนด์ปรองดอง”

แม้ว่าแบรนด์ของชาติไทยพัฒนาจะโหมโปรโมทตัวเองกับตำแหน่ง “แบรนด์ปรองดอง” แต่ต้องบอกว่าสินค้าของแบรนด์ชาติไทยพัฒนายังไม่ชัดเจนมากเท่ากับแบรนด์ประชาธิปัตย์ครับ

เหตุที่ประเมินแบบนั้นก็เพราะว่าช่วงเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อสองปีที่ผ่านมานั้น ผู้บริโภคทุกคนคงจะจำกันได้ว่าช่วงนั้นเหมือนกับมีแค่แบรนด์ประชาธิปัตย์เท่านั้นที่เป็นคู่ต่อกรกับกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดง ในขณะที่แบรนด์อื่น ๆ ที่อยู่ในรัฐบาลเดียวกันกลับไม่ได้มาเป็นคู่ต่อกรด้วย ซึ่งในการต่อสู้แบบนี้จริง ๆ แล้วผู้ที่เป็นรัฐบาลด้วยกันควรจะมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์มากกว่านี้ ดังนั้นเมื่อการต่อสู้จบลง แบรนด์ประชาธิปัตย์ก็ต้องสามารถบอกกับผู้บริโภคได้ว่าแบรนด์ของตัวเองมีสินค้าที่บอกได้ว่าเป็นสินค้าปรองดองครับ

ลองนึกย้อนกลับไปนะครับว่าถ้าช่วงนั้นแบรนด์ชาติไทยพัฒนามีส่วนร่วมกับเหตุการณ์มากกว่านี้ บางทีการโปรโมทตัวเองภายใต้ “แบรนด์ปรองดอง” อาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ก็ได้ครับ

สำหรับแบรนด์ประชาธิปัตย์นั้น มาถึงวันนี้ ผมเชื่อว่าแบรนด์นี้มีสินค้ามากพอที่จะนำมาพูดถึง วันนี้ (1 ก.ค.54) เป็นการปราศรัยใหญ่ครั่งสุดท้าย ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์จะ “ปล่อยของ” ให้หมดทุกเม็ด

หนังจะสนุกได้มันต้องมีครบทุกอารมณ์ การปราศรัยก็เช่นกัน อย่าไปฟังผู้ประกาศข่าวบางคนที่พยายามถามเพื่อตีกันนายกอภิสิทธิ์เมื่อวานนี้ (30 มิ.ย.54) ว่ายังจะพูดเรื่องเหตุการณ์ที่ราชประสงค์อีกหรือไม่ ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะเห็นแล้วว่าการปราศรัยที่ราชประสงค์โดยใช้ Theme “ดับไฟประเทศไทย” นั้นมีพลังมากแค่ไหน

ประโยคที่บอกว่า “ถอนพิษทักษิณ” นั้นมีพลังการรับรู้ที่มากเหลือล้นจริง ๆ

วันนี้คือการปราศรัยครั้งสุดท้าย แบรนด์ประชาธิปัตย์อาจจะกล่าวถึง Functional Benefit ก่อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายด้านเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ผ่านมาและในอนาคต แต่ต้องอย่าลืมเป็นอันขาดครับว่าการจะตัดสินใจของผู้บริโภคนั้น Emotional Benefit นั้นสำคัญมากครับ เรื่องของการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เรื่องของเหตุความรุนแรงต่าง ๆ แบรนด์ประชาธิปัตย์จะต้องใส่ให้หมด สินค้ามีอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าจะชูตัวไหนมาโปรโมทเท่านั้นเองครับ

ผมอยากเห็นพลัง Awareness แบบที่แบรนด์ประชาธิปัตย์แสดงให้เห็นที่ราชประสงค์อีกครั้ง

แสดงให้ผู้บริโภคทุก Segment เห็นไปเลยครับว่าแบรนด์ของเราเป็นแบรนด์ของมหาชน ไม่ใช่แบรนด์ของคนใดคนหนึ่ง

นี่แหละครับไพ่ใบสุดท้ายของจริง ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการชมโฆษณานะครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
oamie วันที่ : 05/07/2011 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

ขอบคุณครับ คุณฟ้าน่านที่มาแวะมาเยี่ยมเยียนกันนะครับ

จริง ๆ แล้วยังไม่ใช่ตอนจบน่ะครับ ผมกำลังเขียนตอนต่อไปอยู่น่ะครับ ติดตามอ่านด้วยนะครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 05/07/2011 เวลา : 10.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

ขอบคุณครับ แวะมาอ่านตอนจบครับ
และก็คงรู้ว่า คลื่นสึนามิ ทางการเมืองนั้น ถล่มเอาการตลาดราบคาบไปหมดเลยทั้งพรรคเล็กพรรคน้อย
นั้นคือปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ทางการตลาดหล่ะครับ เพราะการเมือง คือ การเมือง ไม่มีมิตรแท้ แต่เรามีศัตรูถาวรครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
oamie วันที่ : 04/07/2011 เวลา : 22.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

สวัสดีครับ คุณ LUCKYP

ผมเสียใจเหลือเกินครับ บอกตรง ๆ เสียใจมาก ได้แต่ทำใจยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น

แล้วก็เห็นด้วยกับคุณ LUCKYP ที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เหมือนกับปิรามิดอันทรงพลังครับ

วันนี้นึกถึงบทสัมภาษณ์ของโพสทูเดย์ที่เคยสัมภาษณ์อาจารย์ แก้วสรร อติโพธิ ที่บอกว่า

“ผมไม่รู้เหมือนกันเขาพยายามแล้วพยายาม อีก ฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องขาประจำเมื่อคุณไม่หยุดจะให้ผมหยุดได้ไง มันไม่ใช่เรื่องไม่ปรองดองแต่มันเป็นเรื่องที่จะให้ตระกูลชินวัตรพ้นกฎหมาย ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ยอมทักษิณคิดเพื่อไทยทำ แล้วยังประกาศเอาผมกลับบ้านให้นิรโทษแล้วส่งน้องสาวมาเป็นร่างทรง เพื่อเอาพี่ชายกลับบ้าน ลองถามคนไทยดูซิ เออ ทำไมพวกคุณหมู ขนาด เขาทำได้อย่างนี้ แสดงว่ากฎหมายไม่มีแล้วใช่ไหม คนที่ติดคุกไม่ใช่เพราะทำผิด เพราะมันโง่ให้จับได้ใช่ไหม ควรสมน้ำหน้ามันใช่ไหม สังคมไทยเป็นอย่างนั้นเปล่า ถ้าชินวัตรจะชนะก็ชนะ ผมก็ต้องแพ้ ก็สาสมแล้ว ถ้าสังคมไทยเป็นอย่างนี้ ก็ควรโดนอย่างนี้”

สุดท้าย อยากบอกว่า สงสารประเทศไทย................

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
LUCKYP วันที่ : 03/07/2011 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

เหนื่อยใจนะคุณ

แต่ฉันก็ยังคงคิดเหมือนเดิม
พรรคประชาธิปัตย์คือ...ปิรามิดอันทรงพลัง
แต่เพื่อไทย...เป็นเพียงปราสาททราย ที่กำลังจะเจอสึนามิ

คุณปูไม่ต้องเหนื่อยกับการโปรโมทตัวเองอีกต่อไป
แต่จะเอาชีวิตไม่รอดกับนโยบายที่เธอเพียรพยายามท่องมาตลอดนั่นเอง

วันนี้เธอสวมเสื้อสีม่วง
มันมีผลทางการตลาดมั๊ยคะ
รอยยิ้มของเธอ ทำให้น้ำมันและไข่ราคาถูกลงรึเปล่า

รายการผู้หญิงถึงผู้หญิง
คงอยากรู้ว่าเธอชื่นชอบแบรนด์เสื้อผ้ายี่ห้อไหน
เครื่องสำอางค์ที่เธอใช้อีกล่ะ
ดูเหมือนว่า เธอจะเขียนคิ้วหนา บาง เข้ม จาง ต่างกันไปแต่ละโอกาส
มันคงมีผลนะคะ ทางการตลาด
ฉันสังเกตมานานแล้ว
พวกเขาทำทุกอย่าง
เพื่อกลบเกลื่อนความกลวงของเธอ
นายกรัฐมนตรีหญิง คนแรกของประเทศไทย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
oamie วันที่ : 02/07/2011 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

จริงเลยครับ คุณ LUCKYP ถ้ามีใครที่พลาดอะไรก็จะโดนโจมตีทันที ในแง่ของการตลาดโฆษณายังมีกฎที่ห้ามเอาสินค้าคู่แข่งมาด่าตรง ๆ แต่การตลาดการเมืองนั้นไม่มี แต่ละพรรคเลยใส่กันเต็ม ๆ

ผมกดไปดูปราศรัยที่ราชประสงค์ที่ไรก็รู้สึกได้ว่ามันมีพลังมากจริง ๆ ครับ ตอนนี้ประชาธปัตย์เปรียบได้กับปิรามิดอันทรงพลังอย่างที่ คุณ LUCKYP ว่าจริง ๆ ครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
LUCKYP วันที่ : 02/07/2011 เวลา : 02.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

อ่านจากบล็อคของคุณแล้วเห็นว่าการตลาดเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ชิงไหวชิงพริบและก็ต้องอาศัยลักษณะบางอย่างคล้ายๆ กับ
แมวที่กำลังจ้องตะครุบนก หรือไม่ก็ การดับไฟป่าที่กินบริเวณกว้าง
อธิบายได้แบบนั้นตามความรู้สึก
แต่จริงๆ แล้วคงมีศัพย์ทางการตลาดที่สามารถอธิบายได้ชัดเจนกว่านี้

อยากรู้ค่ะว่าใครบรรจงวางความคิดรวบยอด
บรรจงวางคำแค่ละคำที่คุณอภิสิทธิ์ปราศัยที่ราชประสงค์
ถ้าจะเปรียบว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังสร้างปิรามิดอยู่ล่ะก็...
การปราศัยที่ราชประสงค์ถือเป็นการปิดส่วนยอดให้เบ็ดเสร็จไปเลยค่ะ

ณ. วินาทีนี้
ประชาธิปัตย์คือ...ปิรามิดอันทรงพลัง
แต่เพื่อไทย...เป็นเพียงปราสาททราย ที่กำลังจะเจอสึนามิค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]