• oamie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_peeranat@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-14
  • จำนวนเรื่อง : 140
  • จำนวนผู้ชม : 323873
  • ส่ง msg :
  • โหวต 121 คน
Behind the Ad แล้วโฆษณาจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
รื่น รมย์ ชม โค สะ นา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/oam
วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม 2554
Posted by oamie , ผู้อ่าน : 1700 , 23:06:25 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน LUCKYP โหวตเรื่องนี้

ผมได้ทิ้งท้ายไว้ในบทความที่แล้วว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์นั้นมีสินค้าที่ดูดีกว่า การสื่อสารโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็ดีกว่า แถมตัวของแบรนด์ก็แข็งแกร่ง แบบนี้ทำไมสินค้ายังขายไม่ได้อีก

ก่อนจะมาบอกว่าทำไมสินค้าของแบรนด์ประชาธิปัตย์ถึงขายไม่ได้ หรือ ทำไมแบรนด์ประชาธิปัตย์ถึงแพ้นั้น ผมอยากให้มองภาพรวมของผู้บริโภคทั้งหมดก่อนนะครับ ก่อนอื่นเลยการที่แบรนด์เพื่อไทยได้ สส. จำนวน 265 คน เป็นตัวบ่งชี้กว่าแบรนด์เพื่อไทยสามารถกินส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 53% ในขณะที่แบรนด์ประชาธิปัตย์นั้นครอบครองส่วนแบ่งเพียง 31.8% เท่านั้น

ตัวเลขนี้ผมกำลังจะชี้ให้เห็นว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์ต้องกลับมาทบทวนดูแล้ว่าการจะเอาชนะแบรนด์เพื่อไทยนั้นไม่ใช่จะหวังเพียงการครอบครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มของลูกค้าของตัวเองเท่านั้น เพราะตลาดการเลือกตั้งนั้นมีคะแนนอยู่จำกัด ผู้บริโภคหนึ่งคนซื้อสินค้าได้สองชนิดเท่านั้น (สส.แบบแบ่งเขต และสส.แบบบัญชีรายชื่อ) การที่ผู้บริโภคซื้อสินค้าของเรานั่นแปลว่าผู้บริโภคก็ปฏิเสธสินค้ายี่ห้ออื่นไปด้วย

ก่อนการเลือกตั้งผมได้ยินวงสนทนาการเมืองหลาย ๆ วงที่พยายามมองโลกในแง่ดีว่าแบรนด์ภูมิใจไทยน่าจะกินส่วนแบ่งการตลาดจากแบรนด์เพื่อไทยได้บ้าง และเมื่อมารวมกับแบรนด์ประชาธิปัตย์แล้วน่าจะพอจัดตั้งรัฐบาลได้

อย่างที่ผมได้เคยเขียนไว้ใน Entry ก่อนหน้านี้ว่าในที่สุดแล้วเราน่าจะได้เห็นการเมืองแบบสองแบรนด์ใหญ่ ๆ สองแบรนด์ ดังนั้นแบรนด์ประชาธิปัตย์ถ้าอยากชนะแบรนด์เพื่อไทยในอนาคต อย่าได้คิดว่าจะหยิบยืมมือของแบรนด์อื่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเลย เพราะอย่างที่เห็นว่าในที่สุดแล้วแบรนด์ขนาดกลางและแบรนด์ขนาดเล็กก็เสียเปรียบอยู่วันยังค่ำ นอกจากนั้นแบรนด์เพื่อไทยก็ได้ส่งสัญญาณชัดเจนแล้วว่า “พร้อมที่จะเจาะฐานลูกค้า” ของทุกแบรนด์ในตลาด หลักฐานก็คือแบรนด์ชาติไทยพัฒนาและชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินนั้นกลายเป็นแบรนด์เล็กไปซะแล้วครับ

ดังนั้นถ้าอยากชนะ สิ่งที่แบรนด์ประชาธิปัตย์ต้องทำก็คือ

“ต้องเจาะตลาดของแบรนด์เพื่อไทยให้ได้”

ไม่ผิดหรอกครับท่านผู้อ่าน ผมกำลังจะบอกว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์ต้องให้คนเสื้อแดงมาซื้อสินค้าภายใต้แบรนด์ประชาธิปัตย์ให้ได้

ณ นาทีนี้แบรนด์ประชาธิปัตย์นั้นไม่มีทางเลือกมากครับเพราะส่วนแบ่งทางการตลาดของตัวเองนั้นมีแค่ 31% แต่คู่แข่งมีถึง 53% นั่นหมายถึงว่าแม้จะครอบครองส่วนแบ่งจากแบรนด์เล็กแบรนด์น้อยได้ก็ยังมีแค่ 47% อยู่ดีซึ่งไม่พอแก่การจะเป็นรัฐบาลอยู่ดี

 ดังนั้นถ้าเราตั้งธงว่าการจะเอาชนะในศึกครั้งต่อไป สิ่งที่แบรนด์ประชาธิปัตย์จะต้องทำก็คือ

“เจาะฐานลูกค้ากลุ่มคนเสื้อแดง” ให้ได้ครับ

เมื่อคิดได้แล้วต่อไปเราต้องมาประเมินตัวเราด้วยว่าเราผิดพลาดตรงไหน สินค้าของเราถึงขายไม่ได้เลย

ประเด็นแรกเลยที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก นั่นก็คือ การสื่อสารประชาสัมพันธ์ อย่างที่ผมได้กล่าวไว้ว่าการปราศรัยของแบรนด์ประชาธิปัตย์นั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราศรัยที่ราชประสงค์ ถือได้ว่าเป็นการสื่อสารที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก ถ้าเป็นหนังโฆษณาก็ต้องบอกว่า หนังตัวนี้โดนจริง ๆ ครับ

แต่ถ้าเรามาประเมินดูจะพบว่าผู้ที่มีโอกาสได้ฟังการปราศรัยนั้นเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ ลองกดดูใน Youtube ก็จะพบว่ามีคนเข้ามาดูแค่หลักพันหรือหมื่นต้น ๆ เท่านั้น

ถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนกับว่า เรามีหนังโฆษณาที่ดี แต่เราหาเวลาลงโฆษณาไม่ได้นั่นเองครับ

และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ผมเคยเขียนไว้ใน Entry ก่อนหน้านี้ว่า แบรนด์ประชาธิปัตย์ต้องสร้าง Event นี้ให้ยิ่งใหญ่ที่สุด ถ้าเป็นไปได้อยากให้ถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วประเทศตอนที่ปราศรัยในหลาย ๆ เวทีโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณศาลากลางที่เคยโดยเผา

ผมเชื่อว่ามีผู้บริโภคน้อยมาก ๆ ที่ได้มีโอกาสฟังการปราศรัยของแบรนด์ประชาธิปัตย์ในตอนนั้น ถ้าประเมินเฉพาะเนื้อหาแล้วเราจะพบว่า กลุ่มคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะต้องฟังก็คือกลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่มคนที่สนับสนุนแบรนด์เพื่อไทย แต่ว่า ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ากลุ่มคนเสื้อแดงก็คงไม่มีโอกาสได้ฟังการปราศรัยครั้งนั้นอย่างแน่นอนครับ

เมื่อช่องทางการสื่อสารที่จะไปถึงกลุ่มคนเสื้อแดงกลุ่มนี้ถูกปิดไป โอกาสที่จะทำความเข้าใจหรือโอกาสที่จะให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้มาซื้อสินค้ายี่ห้อประชาธิปัตย์ก็ถูกปิดไปโดยอัตโนมัติครับ

เมื่อประเมินกันถึงเรื่องของการสื่อสารนั้น ต้องบอกว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์ได้แสดงให้เห็นในหลาย ๆ เหตุการณ์ที่พยายามจะเข้าไปหาเสียง หรือเข้าไปในชุมชนที่เป็นฐานลูกค้าของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาแบบนี้ก็ต้องกลับมาประเมินใหม่ว่า จริง ๆ แล้วเราควรจะสื่อสารกับคนกลุ่มนี้อย่างไรดี

การหาเสียงในถิ่นฐานคนเสื้อแดงนั้นถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้อง แต่เหตุการณ์ตอนช่วงหาเสียงนั้นมันเหมือนกับว่าเราเอาหนังโฆษณาของเราไปเปิดให้เค้าดูเพียงครั้งเดียว ดังนั้นผลลัพธ์มันก็ไม่น่าจะออกมาดีอย่างแน่นอน

ปัญหาของแบรนด์ประชาธิปัตย์นั้น บางทีเราอาจจะต้องกลับมามองที่เรื่องของการสื่อสารก่อนว่า สิ่งที่แบรนด์ประชาธิปัตย์ทำมานั้นกลุ่มคนเสื้อแดงรับรู้อย่างไร เช่น คนในกรุงเทพฯ ที่ได้รับข่าวสารอย่างครบถ้วนและรอบด้านอาจจะสามารถประเมินได้ว่าเหตุการณ์ความวุ่นวายของการชุมนุมนั้นมีสาเหตุเกิดจากอะไร นายกอภิสิทธิ์ได้แก้ไขอย่างไร แต่ในมุมของกลุ่มลูกค้าคนเสื้อแดง เค้าอาจจะไม่ได้รับข่าวสารเช่นเดียวกับกลุ่มลูกค้าของแบรนด์ประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมการหาเสียงในถิ่นฐานคนเสื้อแดงของแบรนด์ประชาธิปัตย์ จึงไม่ประสบความสำเร็จ

สิ่งที่ผมกำลังจะสื่อถึงท่านผู้อ่านก็คือแบรนด์ประชาธิปัตย์นั้นไม่มี Brand Recognition กับลุ่มคนเสื้อแดง และสิ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญก็คือเรื่องของการสื่อสารไปถึงกลุ่มลูกค้าเหล่านี้

เรื่องของทีวีดาวเทียม เรื่องของสื่อเสื้อแดง หรือแม้แต่หมู่บ้านคนเสื้อแดง ต่างก็เป็นกลยุทธ์ที่จะปิดกั้นการสื่อสารของแบรนด์อื่น ๆ ที่นอกเหนือจากแบรนด์เพื่อไทยทั้งสิ้น

สินค้าจะดีขนาดไหน ถ้าไม่มีใครรู้ หรือไม่มีใครเอามาขาย ก็ไม่มีประโยชน์ครับ สิ่งที่ผมเชื่อว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์ขาดก็คือ

ช่องทางการจัดจำหน่าย หรือ Channel of Distribution 

ขออภัยครับ ผมเขียนผิด ต้องบอกว่า

“Channel of Communication”

โออิชิสามารถครอบครองส่วนแบ่งการตลาดได้ก็ด้วยความสามารถของการกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ

เป๊ปซี่ในประเทศไทยสามารถโค่นยักษ์อย่างโค้กได้ก็เนื่องมาจากช่องทางการจัดจำหน่ายของเสริมสุข

ในแง่ของการเมือง แบรนด์ประชาธิปัตย์ขาดช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสำหรับลูกค้าภาคอีสาน และ ลูกค้ากลุ่มคนเสื้อแดง

ช่องทางการสื่อสารในที่นี้นอกจากสื่อที่เป็นลักษณะ Mass Communication แล้ว ยังรวมไปถึงกลุ่มการสื่อสารรายย่อย เช่น กลุ่มหัวคะแนน หรือ กลุ่มของผู้นำในชุมชน

ถึงเวลาแล้วที่แบรนด์ประชาธิปัตย์ต้องสร้างช่องทางการสื่อสารสำหรับกลุ่มลูกค้าเหล่านี้แล้วครับ

เพราะในที่สุดแล้วก็ไม่สามารถหนีความจริงไปได้ว่า “แบรนด์ประชาธิปัตย์ต้องเจาะฐานเสียงกลุ่มคนเสื้อแดงครับ”

ยังไม่จบนะครับสำหรับการเจาะลึกกลยุทธ์การตลาดการเมืองสำหรับแบรนด์ประชาธิปัตย์ โปรดติดตามต่อตอนหน้านะครับ ขอให้ท่านผู้อ่านมีความสุขในการชมโฆษณานะครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
LUCKYP วันที่ : 30/07/2011 เวลา : 21.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

ความคิดเห็นที่ 4
ฉันลืมไปว่ามีจำนวนประชากรเด็กๆ ด้วย
ฉันโง่คิดตั้งหลายวัน
เส้นผมบังภูเขาจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
oamie วันที่ : 23/07/2011 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

นอนดึกจังเลยครับ คุณLUCKYP ^^

จริง ๆ ทำการตลาดกับกลุ่มที่เหลือน่าจะง่ายกว่าจริง ๆ ครับ เพราะมันยากที่กลุ่มลูกค้าของเพื่อไทยเค้ามีความเหนียวแน่นกับแบรนด์เพื่อไทยจริง ๆ

แต่ผมคิดว่าที่ผ่านมาประชาธิปัตย์น่าจะลองพยายามดูมานานแล้วล่ะครับ แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จซักที T_T

ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งปีนี้เท่าที่หาข้อมูลดูน่าจะประมาณ 35 ล้านคน เพื่อไทยเอาไปแล้ว 15 ล้าน เหลืออีก 20 ล้าน

ผมเชื่อโดยส่วนตัวว่าเราประเมินพลังเงียบยากมากว่าจะเลือกใคร และน่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่คาดหวังไม่ได้เลย

แต่กลุ่มลูกค้าเสื้อแดง เป็นกลุ่มที่ชัดเจนว่าจะเลือกเพื่อไทยแน่ ๆ ถ้าดึงมาได้ก็จะตัดคะแนนคู่แข่งได้ทันที แถมกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ไปเลือกตั้งแน่ ๆ อีกด้วยน่ะครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
LUCKYP วันที่ : 23/07/2011 เวลา : 04.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

กกต. ประกาศว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 75% เราตัดบัตรเสียและโหวตโนไป 10% เหลือ 65% เท่ากับประมาณ 42 ล้านคน เลือกเพื่อไทย 15 ล้านแล้วยังเหลืออีกตั้ง 27 ล้านนะคุณโอม

ทำการตลาดกับคน 27 ล้านไม่ง่ายกว่าบรรดา 15 ล้านนั่นหรอกหรือ
ไหนๆ พรรคเล็กพรรคน้อยก็ต้องไปตามวงจรอย่างที่คุณว่าอยู่ดี

หรือไม่ก็ต้องใช้หลักการตลาดกับสามกลุ่มนี้คนละแนวคือ
หนึ่ง ฐานเสียงเดิม
สอง ลูกค้าเพื่อไทย
สาม ลูกค้ารายย่อย

อรุณสวัสดิ์ค่ะ (แต่จะไปหลับต่อละ)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
oamie วันที่ : 21/07/2011 เวลา : 22.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

@ จิวแป๊ะทง เห็นด้วยอย่างยิ่งครับการตลาดต้องปะทะกับการตลาดครับ

@ LUCKYP ขอบคุณนะครับสำหรับกำลังใจดี ๆ นะครับ ทำให้ผมมีกำลังใจเขียนขึ้นอีกเยอะเลยครับ อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะคร๊าบบบบบ ^^

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
LUCKYP วันที่ : 21/07/2011 เวลา : 14.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

โหวตให้เลยคร๊าบ...สำหรับบทความที่ชัดเจน มีคุณภาพและใช้ความสุภาพ...สูง แบบนี้
บางทีอ่านบล็อกก็เซ็งๆ เหมือนกันค่ะคุณโอม
ด่ากันไป ด่ากันมา ไม่ได้นำไปสู่อะไร ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรแก่พรรคที่เราเชียร์เลย
แต่บางทีฉันก็ร่วมวงกระแนะกระแหนไปกะเขาด้วยเหมือนกัน
แบบว่าเผลอระบายอารมณ์ ไม่ล่ายหลั่งจาย....

เห็นด้วยที่สุดค่ะที่คุณเขียน ปชป. ต้องเจาะฐานลูกค้าเพื่อไทย
ไม่มีคำตอบไหนจะตรงประเด็นมากไปกว่านี้
แต่ ยังไงล่ะคะ แล้วไหนจะต้องรักษาลูกค้าเดิมอีก
มิหนำซ้ำพอไม่ได้เป็นรัฐบาลโอกาสสร้างผลงานก็ช้าออกไปอีก

เอาใจช่วยให้คุณเขียนบทความดีๆ แบบนี้นะคะ
เพราะคุณคือ “มืออาชีพ” นะ ฉันรู้ ถึงแม้จะโนเนมก็ไม่ใช่ปัญหาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จิวแป๊ะทง วันที่ : 20/07/2011 เวลา : 23.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bkkcivil

พรรคประชาธิปัตย์น่ารับไว้ศึกษาครับ น่าสนใจทีเดียวเพราะเห็นชัดว่าพรรคเพื่อไทยใช้กลยุทธทางการตลาดเต็มรูปแบบและใช้มาอย่างต่อเนื่อง เอาชนะการตลาดด้วยการตลาดนี่แหละ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]