• oamie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_peeranat@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-14
  • จำนวนเรื่อง : 140
  • จำนวนผู้ชม : 323748
  • ส่ง msg :
  • โหวต 121 คน
Behind the Ad แล้วโฆษณาจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
รื่น รมย์ ชม โค สะ นา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/oam
วันอาทิตย์ ที่ 24 กรกฎาคม 2554
Posted by oamie , ผู้อ่าน : 2304 , 22:39:50 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ไทบ้าน , LUCKYP โหวตเรื่องนี้

ในตอนที่แล้วผมได้เขียนเกี่ยวกับปัญหาของแบรนด์ประชาธิปัตย์ในประเด็นของการสื่อสาร โดยสิ่งที่เป็นปัญหาหลักก็คือเรื่องของช่องทางการสื่อสาร (Channel of Communication) ไม่ว่าจะเป็น Mass Media, Social Media หรือการสื่อสารแบบเฉพาะเจาะจงผ่านตัวแทน เช่น การสื่อสารผ่านกลุ่มหัวคะแนน หรือหัวหน้าชุมชน ก็ตาม ที่ผ่านมาผมเชื่อว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์นั้นให้ความสำคัญกับ Social Media มากทีเดียวซึ่งก็ต้องถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควรสำหรับการสื่อสารในช่องทางดังกล่าว

แต่ในแง่ของ Mass Media ผมคิดว่าข่าวความเคลื่อนไหวของแบรนด์ประชาธิปัตย์มีน้อยไปหน่อยในช่วงหาเสียงเลือกตั้งเมื่อเทียบกับแบรนด์เพื่อไทย เรื่องนี้เป็นโจทย์ที่ต้องไปปรับแก้ว่าจะทำอย่างไรจึงจะเอาชนะแบรนด์เพื่อไทยในแง่ของ Mass Media ได้

ลองไปดูแผงหนังสื่อวันนี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหนังสื่อแนว How to หรือ หนังสือเชิง PR (Public Relation) ของคุณยิ่งลักษณ์ มีออกมาให้เห็นเยอะมาก เหมือนกับสมัยของคุณทักษิณ

สิ่งที่แบรนด์ประชาธิปัตย์ต้องทำก็คือเรื่องของการสื่อสารแบบ IMC หรือ Integrated Marketing Communication

ถ้าประเมินกันอย่างตรงไปตรงมาสิ่งที่แบรนด์เพื่อไทยทำนั้นก็เป็น IMC เช่นเดียวกัน แบรนด์เพื่อไทยพยายามส่ง Single Message แต่ใช้หลายช่องทาง ลองนึกถึงการโปรโมทคำว่า “นารีขี่ม้าขาว” ในช่วงแรก ๆ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เราจะได้ยินประโยคนี้ผ่านสื่อทั้งทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ สื่อ Online หรือ Pocket Book ต่าง ๆ ทุก ๆ สื่อนั้นต่างพร้อมใจใช้คำ ๆ เดียวกันเพื่อให้การโปรโมทคุณยิ่งลักษณ์มีพลังมากขึ้น

ช่วงก่อนเลือกตั้งถ้าท่านผู้อ่านที่ติดตาม Blog ของผมมาจะเห็นว่า ผมเคยเขียนเอาไว้ว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์ต้องส่ง Single Message คำว่า “ดับไฟประเทศไทย” เพราะคำ ๆ นี้มีพลังในการสื่อสารและสามารถสื่อถึง Positioning ของตัวแบรนด์ประชาธิปัตย์ได้เป็นอย่างดี

การสื่อสารในแง่ของ Mass Media นั้นเป็นการสื่อสารระหว่างแบรนด์ไปถึงผู้บริโภค ถ้าทำสำเร็จก็จะหมายถึงผู้บริโภคก็จะเดินเข้ามาหาสินค้าของเรา แต่แค่นั้นงานของแบรนด์ประชาธิปัตย์ยังไม่จบครับ งานต่อไปก็คือการสื่อสารผ่านหัวคะแนน หรือหัวหน้าชุมชน ผมอยากเปรียบเทียบกลุ่มคนเหล่านี้เหมือนกับพนักงานขายสินค้าซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มีพลังการโน้มน้าวสูง

ลองนึกดูนะครับว่าถ้าเราอยากซื้อสินค้า A แต่พอไปที่ร้านแล้วกลับไม่มี นอกจากไม่มีแล้วพนักงานขายยังมาโน้มน้าวให้ซื้อสินค้า B อีก สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของการสื่อสารแบบเฉพาะเจาะจงทั้งสิ้น แม้ว่าเราเอาชนะ Mass Media มาได้ แต่ถ้าเจอพนักงานขายเก่ง ๆ ลูกค้าก็เปลี่ยนใจได้ครับ

ดังนั้นกลุ่มผู้นำในหมู่บ้าน หรือกลุ่มหัวคะแนนต่าง ๆ เหล่านี้ต่างเป็นผู้ที่รู้จักคนในท้องถิ่นจำนวนมาก ถ้าจะให้เปรียบเทียบก็คือพนักงานขายเหล่านี้มีฐานลูกค้าอยู่จำนวนมาก หน้าที่ของแบรนด์ประชาธิปัตย์คือต้องทำให้คนกลุ่มนี้มาหันมาเลือกแบรนด์ของตัวเองให้ได้ครับ

ในแง่การเมืองจะต้องทำอย่างไรอันนี้เป็นโจทย์ของแบรนด์ประชาธิปัตย์ที่ต้องนำไปคิดและเริ่มทำให้เร็วที่สุดครับ

แต่ในแง่ของธุรกิจนั้นมีหลายอย่างเช่น อาจจะต้องเข้าไปสอบถามถึงปัญหา ยอดขาย แรงจูงใจต่าง ๆ ว่าจะปรับเปลี่ยนอย่างไรจึงจะเหมาะสม โดยอาจจะมีการเพิ่มโปรโมชั่นสำหรับผู้ขาย หรือเพิ่ม Credit line ให้เมื่อแสดงให้เห็นว่ามียอดขายเพิ่มมากขึ้นจริง ๆ เป็นต้น

ต่อจากนี้ไปสิ่งที่ผมกังวลก็คือข่าวของแบรนด์ประชาธิปัตย์ผ่าน Mass Media จะน้อยลงไปอีกเพราะเป็นเรื่องปกติที่สื่อมักเสนอข่าวเกี่ยวกับรัฐบาลมากกว่า

กลยุทธ์นึงที่แบรนด์ประชาธิปัตย์เคยใช้และผมคิดว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ดีมาก ๆ ของแบรนด์ประชาธิปัตย์ก็คือ “การแต่งตั้งรัฐมนตรีเงา”

ในแง่การเมืองนั้นการแต่งตั้งรัฐมนตรีเงาหมายถึงการตั้งทีมเพื่อรับผิดชอบและตรวจสอบตามกระทรวงที่ได้รับมอบหมาย แต่ในแง่การตลาดมันหมายถึง

การใช้ “แบรนด์ ชน แบรนด์”

การแต่งตั้งรัฐมนตรีเงาจะหมายถึงการให้ผู้บริโภคได้เปรียบเทียบว่า

นโยบายเพื่อไทย กับนโยบายของประชาธิปัตย์ใครดีกว่ากัน

การทำงานของรัฐมนตรีจากรัฐบาลเพื่อไทย กับ รัฐมนตรีเงาประชาธิปัตย์ใครดีกว่ากัน

ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ชื่อของรัฐมนตรีเงาของแบรนด์ประชาธิปัตย์จะยังอยู่บนหน้าสื่อตลอด เพราะสื่อมวลชนย่อมอยากรู้และอยากเปรียบเทียบระหว่างสองแบรนด์อยู่แล้ว

ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการใช้กลยุทธ์นี้น่าจะดีต่อแบรนด์ที่แข็งแกร่งกว่า ถ้าแบรนด์ประชาธิปัตย์มั่นใจว่ามีแบรนด์ของรัฐมนตรีแต่ละท่านแข็งแกร่งก็ส่งลงไปชนเลยครับ

ถ้าจะหาหลักฐานให้มั่นใจมากขึ้นก็ลองดูพวกบทวิเคราะห์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ นักวิเคราะห์การเงิน นักวิเคราะห์หุ้น ที่พร้อมใจกันโจมตีนโยบายหลาย ๆ ข้อจากแบรนด์เพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท หรือ เงินเดือน 15,000 บาทของเด็กจบปริญญาตรีใหม่ เป็นต้น

ที่ผมกล่าวมาจะเห็นได้ว่าโจทย์เรื่องของการสื่อสารสำหรับแบรนด์ประชาธิปัตย์ยังมีงานที่หนักมาก ๆ รออยู่ครับ

ประเด็นต่อไปที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือเรื่องพลังของแบรนด์ (Brand Power)

ผมมักได้ยินหลาย ๆ คนพูดถึงนโยบายการหาเสียงของแบรนด์เพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าแรง การแจงคอมพิวเตอร์ฟรี ว่าเป็นนโยบายที่โดนใจผู่บริโภคจึงทำให้ได้ชัยชนะอย่างถล่มทลาย

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง น่าจะหมายความว่าสิ่งที่เป็นตัวตัดสินแพ้ชนะก็คือ “สินค้า” ของแบรนด์เพื่อไทย นั้นเหนือกว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์

ลองสมมุติกันดูเล่น ๆ นะครับท่านผู้อ่านว่า ถ้าแบรนด์ประชาธิปัตย์ประกาศนโยบายเดียวกับแบรนด์เพื่อไทยเลย เอาให้เหมือนกันทุกนโยบาย

ท่านผู้อ่านคิดว่า กลุ่มลูกค้าเพื่อไทยจะเลือกแบรนด์ประชาธิปัตย์หรือไม่

คำตอบจริง ๆ นั้นผมคงตอบไม่ได้เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริง และคงไม่มีวันเกิดขึ้น (อ้างอิงกับบทสัมภาษณ์ของคุณกอปศักดิ์ที่ http://bit.ly/nOZd95)

แต่สิ่งที่ผมสามารถประเมินได้ก็คือ ผมเชื่อว่าแม้นโยบายเหมือนกันจะแต่ผลก็คงไม่เหมือนกัน ซึ่งก็คือนอกจากจะไม่ได้คะแนนจากกลุ่มลูกค้าแบรนด์เพื่อไทยแล้ว ยังจะเสียกลุ่มลูกค้าตัวเองอีก

สิ่งที่ทำให้ผมประเมินแบบนั้นก็เพราะว่าแบรนด์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ภูมิใจไทย หรือชาติไทยพัฒนา ต่างก็แจกไม่แพ้แบรนด์เพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์ภูมิใจไทยยังประกาศอีกว่า “กล้าทำให้คนไทย” พร้อมกับ Tagline ว่า “ประชานิยม สังคมเป็นสุข”

แต่ผลก็ยังออกมาอย่างที่เห็น

ดังนั้นจากเหตุผลดังกล่าวจึงนำไปสู่ประเด็นที่ผมกำลังจะบอกว่า

แบรนด์เพื่อไทยแข็งแกร่งในแง่ของการทำประชานิยมมากครับ

สินค้าแม้เหมือนกันหรือคล้ายกันแต่ผู้บริโภคกลับตัดสินใจเลือกอีกแบรนด์มากกว่า นั่นน่าจะเป็นปัญหาของแบรนด์แล้วล่ะครับ

เพราะเหตุใดทำไมแบรนด์เพื่อไทยจึงสามารถ Positioning ตัวเองแบบนี้ได้ ติดตามอ่านได้ในตอนต่อไปนะครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการชมโฆษณานะครับ

(ปล. ขออภัยที่ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้เขียนเกี่ยวกับโฆษณาเลย หลาย ๆ ท่านที่ส่ง mail มาเตือน ขอเวลาอีกนิดนะครับ ผมจะรีบเขียนลงนะครับ ^^)





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
LUCKYP วันที่ : 01/08/2011 เวลา : 02.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

เวลาจะโหวต ฉันต้องมาคลิกที่ คห. 2 ตลอดเลย

ไม่แน่ใจว่าคุณ Roonny เห็นภาพเบียร์เย็นๆ ฟองนุ่มๆ หรือเห็นภาพอะไรเน๊าะ...

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
Roonny วันที่ : 31/07/2011 เวลา : 23.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Roonny
มาสร้างเกราะป้องกัน ระบอบทักษิณ ด้วย เศรษฐกิจพอเพียง ในครอบครัวดีกว่าครับ

ชอบตรง คอมเม้นต์ ตอบโต้กัน ครับ

อ่านแล้วเห็นภาพดีจัง

คงจะจริงตรง คนที่นี่ ไม่ค่อยสนใจ การตลาดการเมือง สงสัยต้องเริ่มสนใจบ้างแล้ว

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
oamie วันที่ : 31/07/2011 เวลา : 20.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

คือว่าอย่างงี้ครับ คำว่า below the line หมายถึงพวกกิจกรรมทางการตลาดที่เป็น non-mass media น่ะครับ

คือว่าที่มาที่ไปน่าจะมาจากพวกค่า Agency fee ปกติมันจะมีการคิดค่าคอมมิสชั่นน่ะครับ เวลาออก invoice เค้าเลยมักจะขีดเส้นเพื่อแบ่งว่าค่าใช้สื่อเท่าไหร่ ที่เหลือจะเป็นค่าการจ้างงานแทน (ไม่คิดค่าคอมมิสชั่น)

มันเลยมีการแบ่งกันว่าอะไรที่อยู่ข้างบนเส้นจะเรียกว่า Above the line เป็นค่าการใช้สื่อต่าง ๆ

ส่วนข้างล่างจะเรียกว่าเป็น below the line เป็นค่าจ้างทำกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ น่ะครับ โดยมากแล้วมักจะเป็นกิจกรรมที่เข้าถึงผู้บริโภค เช่น เมื่อก่อนเราจะเห็นพวกขบวน แบรนด์ Happy เดินไปทำกิจกรรมโปรโมทซิม Happy นอกสถานที่ หรือการจัด Marketing Event ตามสถานที่ต่าง ๆ ก็เรียกว่าเป็น Below the line เหมือนกัน
หรือพวก Road Show ก็จัดเป็นกิจกรรม Below the line เหมือนกันครับ ในแง่ของการเมืองการเดินสายหาเสียงก็คล้าย ๆ กับพวกนักร้องเวลาทัวร์ต่างจังหวัด ก็จัดเป็น Below the line ด้วยน่ะครับ

ตอน 6 มาแล้วนะคร๊าบบบบ

^^

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
LUCKYP วันที่ : 31/07/2011 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

ในเอนทรี่ "มองแบรนด์การเมืองผ่านป้ายหาเสียง"
พารากราฟที่สี่นับจากท้ายสุด

"เรื่องต่อไปที่ผมห่วงก็คือการเดินหาเสียงของผู้สมัคร เท่าที่ผมเคยเห็นช่วงที่ผ่านมาพบว่าทางทีมงานมักจะใส่ชุดสีขาวกันทุกคน มีเฉพาะนายกมาร์คที่มีพวกมาลัยคล้องคอ ผมคิดว่าถ้าจะให้การทำกิจกรรม Below the Line มีประสิทธิ์ภาพมากขึ้น น่าจะลองให้เฉพาะนายกกับผู้สมัครในเขตนั้นสองคนเท่านั้นนะครับ ใส่เสื้อสีฟ้า นอกนั้นเป็นสีขาวทั้งหมด เพียงเท่านี้การสังเกตตัวผู้สมัครก็จะทำได้ง่ายมากขึ้น ประชาชนที่อยู่ไกล ๆ ก็จะสังเกตเห็นง่ายขึ้นครับ"

คำว่า "Below the Line" ในทางการตลาด มันเป็นยังไงคะ?

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
oamie วันที่ : 30/07/2011 เวลา : 18.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

กำลังปั่นตอนที่ 6 อยู่นะคร๊าบบบบ ^^

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
LUCKYP วันที่ : 30/07/2011 เวลา : 00.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

ปีๆ นึงฉันดื่มพรรคการเมืองไม่กี่ขวดหรอก
เบียร์มีแคลอรี่สูงและทำให้ผิวกร้านเช่นเดียวกับกาแฟ
ดื่มเยอะไปทำให้เสียสุขภาพ พอๆ กับเสพข่าวการเมืองนั่นแหละ

อันที่จริงแล้ว ฉันนิยมไวน์นะ
แต่ต้องเป็นไวน์ทำเอง เพราะประหยัด ไม่อั้น แถมป้องกันโรคหัวใจ ^_^
ด้วยเงินสองสามร้อย ฉันทำไวน์ผลไม้ใสวิ๊ง...วิ๊ง ได้สิบห้าลิตร
แต่ต้องรอนานหน่อย...เพราะต้องบ่มให้หอมชื่นใจ...เป็นปีๆ เลย ^_^

รออ่านตอนที่ 6 อยู่ค่ะ...
สู้ สู้

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
oamie วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 23.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

คุณ LUCKYP ต้องเป็นแฟนพันธุ์แท้เบียร์แน่ ๆ เลยครับ บรรยายได้น่าดื่มมากกกกก

^^

ได้เห็นแผนที่ GDP เทียบคะแนนเสียงเหมือนกันครับ เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากครับ แต่อาจจะต้องเปรยบเทียบกันตัวแปรอื่น ๆ ด้วยเพราะยังนึกไม่ออกเหมือนกันน่ะครับ

^^

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
LUCKYP วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 03.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

ฉันไม่เคยรู้ว่าชาวแม่ฮ่องสอนเขาอยู่ กิน คิด อ่าน กันยังไง
แม้จะอยู่ใกล้ๆ เชียงใหม่ ฉันเคยไปปายครั้งเดียวเอง ไม่ได้สัมผัสกับอะไรมากนัก
คุณคงเคยเห็นแผนที่ผลเลือกตั้งเทียบกับแผนที่ GDP
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pradit/2011/07/06/entry-1
อันที่จริง แถวแม่ฮ่องสอนนั้นน่าจะแดงทั้งแถบ แต่น่าแปลกกลับเป็นสีฟ้า เพราะสาเหตุอันใด ฉันไม่รู้

แถวเชียงใหม่ ลำพูน พื้นที่สีเขียวค่อนข้างเข้ม
แถวนี้เขามีลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจ เรื่องจนไม่จน ไม่ค่อยเกี่ยว แต่จะเกี่ยวตรงที่ว่าก็เขาน่ะ คนบ้านเดียวกัน

การโฟกัสกลุ่มลูกค้าเบียร์ช้าง ต้องลำดับเหตุผลในการบริโภคออกมาเป็นข้อๆ ให้ได้มากกว่า 10 ข้อ เช่น หนึ่งรสชาติเข้ม (มอลต์พันธุ์ดี, หมักบ่มได้แจ่ม) สองฟองเนียน (ยีสต์เขาไฮโซ) สามดีกรีแรง (ที่จริงก็ซักห้าหกดีกรีอย่างมากเหมือนกันนั่นแหละ) เพราะแต่ละพื้นที่มีเหตุผลในการบริโภคต่างกัน
“ความจน” เป็นเพียงลักษณะร่วมที่น่าวิตก เท่านั้นเอง

Good Night
พรุ่งนี้ต้องไปดำนา คุณพี่ชาวนาตัวจริงเขาคงต่อให้ฉันเยอะเลย ^_^

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
LUCKYP วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 01.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

พรรคภูมิใจไทยของคุณเนวินใช่รึเปล่า นั่นเป็นเพราะคุณเนวินเลอะเทอะไง
ตัวเองขายเบียร์อยู่แท้ๆ ดันไปทำโฆษณาน้ำผลไม้
มันไม่ใช่ มันหมอง มันไม่มีจุดโฟกัส
คุณอภิสิทธิ์ก็เหมือนกัน ถ้าเขาเหนื่อยแล้วอยากปลีกวิเวกไปเป็นอาจารย์ พอชาติต้องการก็กลับมาเป็นนักการเมืองอีก แบบนี้ฉันก็ว่าจบกัน...ประเทศไทย...

ฉันเชื่อว่ามีประชาชนตาดำๆ บางคนเพิ่งออกจากถ้ำมาเลือกตั้ง
พรรคประชาธิปไตยใหม่จึงได้สส. หนึ่งเก้าอี้
มันมาได้ยังไง เราเอามั่งมั๊ย
เขาชื่อ ไทยรักไทย เราก็ตั้งพรรค ไทยรักษ์ไทย หรือไม่ก็ ไทรักไท
เขาชื่อ เพื่อไทย เราก็ตั้งพรรค พึ่งไทย เป็นไง เผื่อจะสกัดดาวรุ่งได้สักนิด
เปรียบ “พึ่งไทย” เป็นเบียร์อาชาแล้วกัน เบียร์อะไรก็ไม่รู้ถูกแสนถูก จืดแสนจืด
ที่แน่ๆ นะ ตอนนี้ฉันนึกรสชาติเบียร์สิงห์ไม่ออกเลย ทั้งๆ ที่มันก็วางอยู่ข้างๆ ช้างและลีโอนั่นแหละ
ว่าแล้ว......พรุ่งนี้.......ต้องไปอุดหนุนสิงห์เค้าซะหน่อยแร้วววววววว...^__^

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
oamie วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

เรื่องของการเจาะฐานลูกค้าเบียร์ช้างนะครับ คุณ LUCKYP คือว่า ผมเชื่ออยู่ลึก ๆ ว่า ปชป คิดว่า ภูมิใจไทยจะสามารถตีตลาดเบียร์ช้างในภาคอีสานได้มากกว่านี้ แต่กลับไม่ได้เป็นอย่างที่คาด ดังนั้นการสร้างอีกแบรนด์มาชนกับฐานลูกค้าเบียร์ช้างก็เหมือนกับที่ภูมิใจไทยที่ผ่านมาน่ะครับ

ตัวผมเองยังเชื่อเลยว่าภูมิใจไทยน่าจะได้มากกว่านี้ และเชื่อต่อด้วยว่าถ้ารวมกับปชปน่าจะโอเคทีเดียว แต่กลับกลายเป็นว่า ภูมิใจไทยเจาะตลาดเบียร์ช้างไม่ได้เลยน่ะครับ

^^
(คิด ๆ เรื่องพวกนี้มันก็สนุกดีเนอะ ๆ)

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
oamie วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

สวัสดีครับ คุณ LUCKYP

ขอบคุณมาก ๆ เลยครับสำหรับcomment ดี ๆ สร้างแนวคิดให้ผมได้อีกเยอะเลยครับ ^^

คือว่าแบบนี้ครับ

เรื่องของรัฐมนตรีเงาเนี่ย ผมคิดว่ามันเป็นการสร้าง Positioning ของตัวเองเปรียบเทียบกับรัฐมนตรีของคู่แข่ง

ถ้าประเมินจากเหตุการณ์เก่า เชื่อว่ารัฐบาลนี้น่าจะเปลี่ยนหน้า ครม บ่อยแน่ ๆ ดังนั้นนี่คือโอกาสที่จะแสดงให้ฐานลูกค้ากลุ่มเบียร์สิงห์น่ะครับว่ารัฐมนตรีของฝั่งปชป เป็นอย่างไร ดีหรือไม่ดีอย่างไร เก่งกว่าหรือไม่

แต่ว่า ถ้าจะเจาะฐานลูกค้าเบียร์ช้าง เรื่องของการสื่อสารก็จะกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง

อย่างที่ผมเขียนไว้ใน Entry ที่แล้วแหละครับว่า ปชปต้องหาทางสื่อสารกลับลูกค้ากลุ่มนี้ให้ได้ ถ้ากลุ่มลูกค้าพวกนี้มีพฤติกรรมในการฟังวิทยุชุมชนบางคลื่น ก็ต้องเจาะเข้าไปให้ได้ การจะรู้ว่าใครคือผู้ที่สามารถชี้นำความคิดในชุมชนนั้น ๆ ก็ต้องลงพื้นที่

ซึ่งตรงจุดนี้ผมไม่แน่ใจจริง ๆ ว่า ปชป ถนัดหรือไม่

แต่ยังไงก็ต้องทำน่ะครับ

ต้องลงพื้นที่ ไปให้ถึงชุมชนจริง ๆ เพราะที่ต่างจังหวัดไม่เหมือนกับสังคมกรุงเทพ ในต่างจังหวัดคนในหมู่บ้านเค้ารู้จักกันหมด เป็นสังคมที่ใกล้ชิดกัน ดังนั้นต้องหาทางเป็นส่วนหนึ่งของพวกเค้าให้ได้

ผมชอบcomment ของคุณ LUCKYP มากเลยครับ ถ้ามีไอเดียอะไรก็แชร์กันนะครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
LUCKYP วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

ฉันไม่เชื่อเรื่องรัฐมนตรีเงานะคุณโอม
คือ...หมายความว่ามันไม่น่าจะใช้ได้อย่างน้อยก็ในพื้นที่บ้านฉัน (จอมทอง เชียงใหม่)
เมื่อไหร่ที่คุณเอาหน้ากลมๆ ของคุณสรเยอะมาพูดเรื่องรัฐนมตรีเงา คั่นกลางละครเรื่องดอกส้มสีทอง นั่นแหละฉันถึงอยากจะคิดต่อหน่อย

ฉันเชื่อในคนเดินขายหวย (เถื่อน) ที่ทุกบ้านเปิดประตูต้อนรับ เชื่อในคนแก่ๆ ที่เดินเก็บค่าบัตรศพแต่ละบ้าน เชื่อในข้าราชการเกษียณที่วันๆ ขับรถร่อนไปมาตามวงเสวนาในชุมชน (เดี๋ยวนี้บ้านฉันมีวัฒนธรรมแบบสภากาแฟ แบบคนใต้นะจะบอกให้) ฉันเชื่อในผู้หญิงปากจัดที่ขายเหล้าตองตอนเย็น เชื่อในคำพูดหว่านล้อมของเจ้าของร้านเสริมสวย ฯลฯ บุคคลเหล่านี้ คอลัมนิส คำ ผกา ผู้หญิงหน้าไม่อายคนจังหวัดเดียวกับฉัน เธอล้วนรู้จักและเข้าใจ (ทั้งในสมองและในกระดูก) เป็นอย่างดีเยี่ยม เพราะเขาเติบโตมากับสิ่งเหล่านี้ ฉันจึงไม่แปลกใจว่าทำไมพอเธอกลับจากญี่ปุ่นแล้วหาทางเปลือยตัว เอ๊ย....เปิดตัว จับปากกา มาแถได้อย่างถึงใจ

ที่บ้านฉันตอนนี้ สื่อที่มีอิทธิพลต่อรากหญ้ามากที่สุดคือ อ้ายขจร แห่ง Green Zone Radio คำพูดของคนๆ นี้ในด้านการเมืองที่สอดแทรกอยู่ขณะเล่าข่าวออกแนวกลางๆ นั่นคือการหยั่งรากลงลึก ปัญหาคือตัวตนของเขาเชียร์ใคร ระหว่างพรรคใหญ่สองพรรค เขาพูดเล่าข่าวกรอกหูชาวบ้านทุกวันตอนเที่ยง ฉันว่าคนๆ นี้แหละที่น่าจับตามอง

ขออภัยที่เห็นต่างนะคะ คุณโอม
เพราะรากหญ้าตัวจริง เสียงจริง เขาอยู่กับสิ่งเหล่านี้ และสิ่งเหล่านี้อำมาตย์ล้วนไม่คุ้นเคย เลยไปไม่เป็น
คุณเขียนเรื่องรัฐมนตรีเงาต่อเถอะนะ เพราะมันน่าจะใช้ได้ผล ในพื้นที่อื่นๆ...........

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
LUCKYP วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 18.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

ว่ากันต่อด้วยนโยบายพรรคลีโอ นะ
หนึ่ง พวกเมกกะโปรเจ็ค ลอกพี่สิงห์ให้หมดเลย แต่เนียนๆ หน่อย
สอง ต้องมีนโยบายประชานิยม เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเจ็ดร้อยบาท (เพิ่มไปเลย) , สตรีที่ต้องเลี้ยงดูบุตรตามลำพังได้รับเบี้ยเลี้ยงเดือนละ เจ็ดร้อยบาท, ควบคุมราคาไข่เบอร์หนึ่งฟองละไม่เกินสามบาท, ควบคุมราคาน้ำมันปาล์มไม่เกินลิตรละสามสิบห้าบาท, กะทิราคาไม่เกินกิโลละห้าสิบบาท ฯลฯ
และสุดท้าย..........หัวหน้าพรรคต้องเป็น.......ผู้หญิง......
และที่สำคัญคือ........ต้องปล่อยข่าวลือด้วย ว่าชีคือ....นารีขี่ม้าขาวตัวจริง......เจ้าแม่จามเทวีกลับชาติมาเกิด...ฯลฯ ...(สาธุ...เหาจะกินหัว) อะไรๆ ก็เป็นการตลาดไปหม๊ดดดดดดดดด.............ขอสุมาเต๊อะเจ้า....

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
LUCKYP วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

ว่ากันต่อด้วยเรื่อง หน้าพี่แอ็ด
เมื่อช้างได้นำเสนอหน้าพี่แอ็ด เป็นสส.ในพื้นที่เขตเลือกตั้ง
พรรคลีโอ (ของฉัน) ก็ขอนำเสนอหน้าพี่อ็อด ก็แล้วกัน (ซึ่งพี่อ็อดคนนี้คือคนที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับสอง รองจากพี่แอ็ด ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา)
เพราะถ้าจะเอา “คนดีที่ไหนก็ไม่รู้” ส่งเข้าประกวด ชาติหน้าก็ไม่เกิดนะ
ส่วนพรรคสิงห์นั้น คิดเสียว่าเอาไว้สกัดคะแนนบางส่วนเท่านั้นพอ (ในพื้นที่ชนช้าง)

ฉันเอาจริงนะนี่......ฉันเป็นทายาทบุญรอดนะ คุณเชื่อมั๊ย..................

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
LUCKYP วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 18.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

คุณโอม คุณรู้มั๊ยว่า...รสชาติของเบียร์สิงห์และช้าง ต่างกันยังไง
แถวบ้านฉัน ใครๆ ก็กินช้าง ด้วยเหตุผลที่ว่า ช้างราคาถูกกว่า ถูกอย่างเดียวก็ตีตลาดไม่ได้ ที่สำคัญคือเวลากินช้างตอนเย็นจัดนี่ อร่อยมากๆ เลย แต่ชาวบ้านไม่กินแบบเย็นจัด (ไม่ใส่น้ำแข็ง) เขากินแบบเย็นและใส่น้ำแข็ง ช้างถูกออกแบบรสชาติมาให้มีรสเข้มกว่าเจ้าอื่น
การตลาดของช้างเมื่อคิดจะล้มสิงห์ เขาล้มด้วยราคาที่ถูกกว่าและหน้าพี่แอ็ด แต่สิ่งที่ลูกค้าอย่างฉันติดใจ เรียงตามลำดับความสำคัญเลยคือ หนึ่งราคา สองรสชาติ สามโฆษณาที่น่ารักมีบริจาคผ้าห่มด้วย
เมื่อส่วนแบ่งการตลาดของสิงห์ถูกช้างแบ่งออกไป (ไม่รู้ว่าเยอะแค่ไหนนะ) ก็มีเบียร์ยี่ห้อใหม่ออกตลาดในเวลาต่อมา นั่นคือลีโอ
ลีโอถูกกว่าสิงห์ และแพงกว่าช้างนิดหน่อย ฉันไม่ค่อยได้ดูทีวีจึงไม่รู้ว่าลีโอเข้าตลาดมายังไง แต่เท่าที่สังเกตนะ แถวบ้านฉัน คนนิยมลีโอ รองจากช้าง ส่วนสิงห์ก็ไม่อยู่ในสายตาเช่นเคย
ฉันอยากถามคุณนะ ว่า
ถ้าเกิดอำมาตย์สิงห์จะแยกอีกร่างเป็นลีโอเพื่อตีตลาดไพร่ช้างในภาคเหนือและอิสาน
คุณว่ามันจะเป็นไปได้มั๊ย
เพราะฉันคิดว่า กลยุทธการตลาดใดๆ ของสิงห์คงไม่สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าช้างได้ อย่างน้อยก็ภายในห้าปีต่อจากนี้

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
oamie วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 23.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

@ คุณCanไทเมือง ดีจังเลยครับ ขอให้คุณ ไทบ้าน นำไปเสนอเลยนะครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

เสี่ยวไทบ้านก็นำไปเข้าที่ประชุมได้อยู่แล้ว อิ อิ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
oamie วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 23.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

@ คุณไทบ้าน ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนนะครับ ดีใจที่มีผู้อ่านนำไปต่อยอดครับ

^^

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

นำเสนอได้ดีมากครับน่าคิด
น่านำไปขยายผล
ขอนำไปเลยแล้วกันนะครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
oamie วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

@ คุณLUCKYP ขอบคุณสำหรับโหวตนะคร๊าบบบ ^_____^ คือว่าด้านซ้ายเป็นหมวดการตลาด ด้านขวาเป็นหมวดการศึกษาน่ะครับ ผมส่งประกวดไปสองหมวด

ขอบคุณอีกครั้งนะครับ

การตลาดของเพื่อไทยมันรอบด้านจริง ๆ ครับ ประชาธิปัตย์ต้องหันมาสู้ด้วยการตลาดบ้างครับ ไม่งั้นจะเป็นอย่างที่เห็น

ตอนนี้ถ้าไปดูแผงหนังสือจะพบว่ามีแต่เรื่องของยิ่งลักษณ์ทั้งนั้นเลยครับ

เห็นแล้วก็เหนื่อยแทนประชาธิปัตย์จริง ๆ

@ คุณ Canไทเมือง ขอบคุณนะครับสำหรับเม๊นดี ๆ สร้างกำลังใจให้ผู้เขียนเป็นอย่างมากครับ ^^ ถ้ามีข้อเสนออะไร หรือต่อยอดอะไรได้ก็มาแบ่งปันกันนะครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 02.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

วิเคราะห์ได้ดีครับ ไว้ผมอ่านละเอียดๆ แล้วจะนำไปต่อยอด

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
LUCKYP วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 01.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

เห็นหนังสือของเขาสองหรือสามเล่ม ไม่แน่ใจ แต่ก็ไม่ได้เปิดอ่านเพราะคิดว่าถึงขนาดวันสุดท้ายยังท่องนโยบายไม่เป๊ะ คงกลวงสุดจะคาดเดา ในนาทีนี้ ยิ่งลักษณ์ไม่ใช่ยิ่งลักษณ์ แต่เป็นอะไรซักอย่างที่ชูความเป็นชินวัตรได้ชัด ให้แฟนๆ ของทักษิณได้อบอุ่นขึ้นอีกนิด (ตอนแรกกะว่าจะสุภาพซะหน่อย พิมพ์ว่า คุณยิ่งลักษณ์ คุณทักษิณ แต่ลบออกเพราะอ่านแล้วมันจั๊กจี๋ พิกล)


ถ้าคิดว่ามันเป็นเกม ฉันชอบการตลาดของเพื่อไทยนะ มันรุกได้สะใจดีแท้...
มีทีวีให้ดู มีหนังสือเป็นเล่มๆ ให้อ่าน มีนิตยสารให้ติดตาม มี web ให้เปิด มีวิทยุชุมชนที่เชียร์กันเข้าไป มีสื่อนำเสนอเอาหน้า (ข่าวช่องเจ็ดช่วงเย็น - เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่ขอนแก่น ขึ้นค่าจ้างให้ลูกจ้าง สองคน เป็นวันละสามร้อยบาท โดยไม่นำพาข้อมูลว่าจากเดิมเท่าไหร่ มีสวัสดิการอะไรบ้าง ทำงานมานานรึยัง ทำงานวันละกี่ชั่วโมง งานที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง เช่นเสริ์ฟอย่างเดียว หรือ เตรียมของ หรือล้างจานด้วย แต่ที่ขำที่สุดก็คือ ตั้งสองคนแน่ะ) มี......ขอคิดก่อน อันนี้สำคัญมากคือ มีตัวแทนจำหน่าย (หัวคะแนน) ที่เป็นที่รู้จักในชุมชน มีผลงานเก่าของนายใหญ่ให้โหยหา มีโพลในมือ มีนักวิชาการแอบจิต มีนักเขียนหลงเหง้า มีพระที่สามารถถ่ายโอนพลังสุริยะ มี......ขอคิดอีกที.....มีดอกเตอร์ที่เงินง้างได้ มี...พันธมิตรเหลือง และ สาวกม่อฮ่อม มียุทธวิธี “โลกล้อมไทย” มีเพื่อนบ้านเขมรมหามิตร มีแตงโม โอ๊ยที่ลืมไม่ได้ มีจอมขมังเวชชุดขาว มียิ้มหวานๆ ของปูลม มีความเชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิดของพระเจ้าตาก มีโลโก้ ไพร่ ได้ใจขาโจ๋ มี.....โห ไม่น่าเชื่อ มันเยอะมากเลยนะนั่น

ไม่น่าเชื่อว่านี่คือ........ยุทธศาสตร์.........ล้วนๆ......

พอก่อน นี่แค่ที่รู้นะ ที่ไม่รู้อีกล่ะ การตลาดแบบรูตุ่น ใต้ดิน ใต้ดินน่ะ
(รู้มั๊ยว่าตุ่นน่ะ มันอยู่ยังไง)
ว่าแล้วก็ชักสงสัย ว่า 265 ที่นั่งน่ะน้อยไปรึเปล่า



คนเสื้อแดงบางกลุ่มเลือกทักษิณเป็นอันดับแรก โดยมีนโยบายที่จูงใจเป็นของแถม กรณีนี้ฉันมองว่าสินค้าของเพื่อไทยคือ “credit ของคุณทักษิณ” มากกว่า คนเหล่านี้ไม่ว่านโยบายของเพื่อไทยจะไม่เป็นประชานิยมเขาก็เลือกนะ



ฉันว่าเลือกตั้งคราวหน้า ปชป. จะต้องมีนโยบายประชานิยมด้วย และต้องเป็นประชานิยมที่ชัดเจน ทำได้จริง และทำได้ทันทีด้วย




โหวตให้แล้วนะคะ วันละคะแนนเอาไปเลย สิบห้าวัน ว่าแต่ฉันกดโหวตด้านขวา รูปหนังสือ ไม่รู้ด้านซ้ายเป็นอะไร



เขียนบล็อกเพื่อชาติต่อไป สู้ สู้ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
oamie วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 22.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

สวัสดีครับ คุณLUCKYP จริง ๆ แล้วตั้่งแต่มาเขียนเรื่องการตลาดการเมือง ผมว่าแฟน ๆ ผมเยอะขึ้นล่ะ ^^

คือว่าชาวโอเคส่วนใหญ่ชอบการเมือง ตอนผมเขียนเรื่อง Ad เลยมีคนอ่านไม่เยอะ พอมีอะไรที่เกี่ยวกับการเมืองนิดนึง ก็เลยได้แฟน ๆ เพิ่มล่ะครับ (แอบดีใจเล็กน้อย)

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีคนอ่านไม่เยอะ ผมก็ยังอยากเขียน Blog อยู่ดีล่ะ คุณ LUCKLYP เพราะว่าผมชอบเขียนน่ะครับ แหะ ๆ ๆ

ส่วนเรื่องของนโยบาย ผมแอบคิดว่า บางทีหลาย ๆ พรรคอาจจะเข้าใจผิดไปว่าต้องแจกให้เยอะกว่าจึงจะชนะ ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะจริงล่ะครับ ไม่อย่างนั้นทำไมภูมิใจไทยถึงได้คะแนนน้อยขนาดนี้

ผมเลยคิดว่า น่าจะลองสมมุติดูแบบให้เห็นภาพชัด ๆ ว่า ถ้าลองเอานโยบายเดียวกัน มันจะสู้ได้ไหมน่ะครับ

^^ แปลกไปหรือเปล่าเนี่ย แหะ ๆ ๆ

ขอบคุณอีกครั้งที่ติดตามอ่านนะครับ

อย่าลืมโหวตให้ผมใน Thailandblogaward บ้างนะคร๊าบบบ

http://www.thailandblogaward.com/blogs/show/46

^____^

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
LUCKYP วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

แฟนๆ บล็อคคุณหายไปเยอะเลยตั้งแต่คุณเริ่มเรื่องการเมือง
แต่...คิดเสียว่าระดมมันสมอง...เพื่อชาติก็แล้วกันนะ
ช่วยกันคิดคนละนิดละหน่อย เอามาเล่าสู่กันฟัง แบ่งปันกันอ่าน ชวนกันคิด

คุณเป็นนักการตลาดที่มีจินตนาการสูงมากเลยนะ
ถึงขั้นลอกนโยบายเลย กล้าสมมุติดีจริงๆ

น่าแปลกนะที่ คน ok ไม่ค่อยสนใจเรื่องการตลาดการเมืองเท่าไหร่
เราก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องการตลาดและการเมืองนักหรอก
แต่เราว่าการตลาดน่ะ มันสำคัญสำหรับชัยชนะในโอกาสต่อๆ ไปของ ปชป. มากที่สุดเลยนะ

เอาใจช่วย
เดี๋ยวดึกๆ จะมาเสนอหน้าอีก
ตอนนี้อ่านผ่านๆ ก่อน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]