• oamie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_peeranat@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-14
  • จำนวนเรื่อง : 140
  • จำนวนผู้ชม : 318453
  • ส่ง msg :
  • โหวต 120 คน
Behind the Ad แล้วโฆษณาจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
รื่น รมย์ ชม โค สะ นา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/oam
วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม 2554
Posted by oamie , ผู้อ่าน : 2461 , 19:51:47 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน LUCKYP โหวตเรื่องนี้

เมื่อตอนที่แล้วผมได้เขียนถึงเรื่องของปัญหาของแบรนด์ประชาธิปัตย์ในแง่ของการสื่อสารประชาสัมพันธ์ และได้ทิ้งท้ายไว้ในเรื่องของ Brand Power ว่าพลังของแบรนด์เพื่อไทยนั้นมีมากจริง ๆ ครับ

หลาย ๆ คนมองประเด็นการแจกว่าเป็นเรื่องสำคัญและนำไปสู้ชัยชนะที่ท่วมท้นของแบรนด์เพื่อไทย แต่อย่างที่ผมได้บอกไปใน Entry ก่อนว่าบางทีการใช้นโยบายแจกเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ใช่คำตอบก็ได้ครับ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือแบรนด์อื่น ๆ ก็แจกไม่แพ้แบรนด์เพื่อไทย แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น

แบรนด์ภูมิใจไทยน่าจะเป็นตัวอย่างของการศึกษาเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดีครับ เนื่องจากว่าแบรนด์ภูมิใจไทยมีสส. ย้ายมาจากฝั่งแบรนด์เพื่อไทย และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็เป็นภาคอีสานเหมือนกันด้วย

แต่พอเปลี่ยนหีบห่อใหม่ แบรนด์ใหม่ เป็นยี่ห้อ “ภูมิใจไทย” กลับกลายเป็นขายไม่ค่อยออก

จากคำถามที่ผมเคยทิ้งท้ายเอาไว้ใน Entry ก่อนหน้านี้ว่า ทำไมแบรนด์อื่น ๆ ก็แจกเหมือนกัน โดยเฉพาะแบรนด์ภูมิใจไทย ซึ่งเน้นเรื่องของการ Positioning ตัวเองเป็น “แบรนด์ประชานิยม” เป็นอย่างมาก กลับไม่สามารถสร้างพลังการรับรู้ได้อย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเป็นแบรนด์เพื่อไทยที่ได้ครอบครองความเป็น “แบรนด์ประชานิยม” เอาไว้อย่างเหนียวแน่น

คำตอบของโจทย์นี้อาจจะเป็นเพราะ ผู้บริโภคไม่เชื่อในแบรนด์ภูมิใจไทยว่าจะเป็นแบรนด์ที่แจกจริงเหมือนกับที่เชื่อว่าแบรนด์เพื่อไทยนั้นแจกจริงครับ

ความเป็นแบรนด์ประชานิยมของแบรนด์เพื่อไทย นั้นถ้าจะให้ย้อนก็ต้องย้อนไปเมื่อสมัยตอนเป็นแบรนด์ไทยรักไทยครั้งแรก การออกนโยบายต่าง ๆ ในช่วงนั้นถือได้ว่าเป็นการสร้างพลังการรับรู้ (Awareness) ของแบรนด์คุณทักษิณ และแบรนด์ไทยรักไทย เป็นอย่างมาก เมื่อก่อนเราไม่เคยรับรู้เลยว่านโยบายการเมืองต้องมีการสร้างเป็น Marketing Campaign ด้วย ในยุคนั้นการออกนโยบายจะทำกันเงียบ ๆ ไม่ได้ต้องออกมาประกาศให้ประชาชนรู้ ต้องมีชื่อเรียกให้จดจำได้ง่าย เช่น โครงการ SML 30 บาทรักษาทุกโรค 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ (OTOP) เป็นต้น โดยทุก ๆ นโยบายนั้นได้ถูกประชาสัมพันธ์ออกไปตามสื่อต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง

หลังจากนั้นเป็นต้นมาไม่ว่าแบรนด์การเมืองใดออกนโยบาย จะต้องมีการประชาสัมพันธ์กันตลอด ทั้งนี้ก็เพื่อการสร้างการรับรู้ (Awareness) นั่นเองครับ

พลังของ Awareness ของแบรนด์ทักษิณ นั้นถูกสร้างจากจุดนั้นเอง และการสื่อสารแบบ Integrated Marketing Communication (IMC) ซึ่งหมายถึงการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ การสื่อสารในรูปแบบนี้โดยมากแล้วจะใช้เครื่องมือการสื่อสารหลายรูปแบบ และนำมาใช้พร้อมกัน ในช่วงนั้นซึ่งหลาย ๆ ท่านน่าจะพอสังเกตได้ว่ามีสื่อที่เป็น Mass Media บางสื่อไม่ว่าจะเป็น หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ หรือ พวก Pocket Bookต่าง ๆ สามารถช่วยในการสื่อสารเรื่องของคุณทักษิณได้เป็นอย่างดี พร้อมกับ มีสื่อแบบเฉพาะเจาะจงที่ส่ง Key Message เดียวกับสื่อกระแสหลักอย่าง Mass Media อีก เช่น สื่อประเภทวิทยุชุมชน เป็นต้น ทุก ๆ สื่อนั้นต่างก็หล่อหล่อม Positioning ของแบรนด์ทักษิณมาได้จนกระทั่งกลายเป็นแบรนด์ของคนรากหญ้าในที่สุด

ถ้าจะบอกว่าแบรนด์ทักษิณกลายเป็น Top of Mind ของกลุ่มคนรากหญ้าก็คงจะไม่ผิดนัก และจาก Positioning นี้เองทำให้กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ของคู่แข่งอื่น ๆ ที่ต้องการจะเจาะฐานเสียงของลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ประชาธิปัตย์ หรือ แบรนด์ภูมิใจไทย เป็นต้น

จากเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้การ Positioning แบรนด์ประชานิยมของภูมิใจไทยล้มเหลว และไม่สามารถเจาะฐานลูกค้าซึ่งเชื่อว่าเป็นฐานลูกค้าเดียวกับแบรนด์เพื่อไทยได้ครับ

ถ้าจะให้สรุปว่าชัยชนะของแบรนด์เพื่อไทยในแง่การตลาดนั้นมาจากไหน ก็มาจากความแข็งแกร่งของการสื่อสาร และ Positioning ของแบรนด์ทักษิณ

สังเกตนะครับว่าผมไม่ได้บอกว่าแบรนด์เพื่อไทยนั้นแข็งแกร่ง แต่สิ่งที่ผมอยากจะสื่อกับท่านผู้อ่านก็คือ ด้วยการสื่อสารรอบด้านที่มีประสิทธิภาพของแบรนด์เพื่อไทย บวกกับความแข็งแกร่งของแบรนด์ทักษิณนั้นยังคงครอบงำแบรนด์เพื่อไทยอยู่และเป็นตัวตัดสินชี้ขาดในการแข่งขันครั้งนี้

คำว่า “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” นั้นคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่า แบรนด์เพื่อไทยนั้นยังไม่แข็งแกร่งพอจะยืนได้ด้วยตัวเอง จึงต้องมีการ Endorsed Brand โดยแบรนด์ทักษิณ 

อยู่ดี ๆ จะเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อยาโยอิได้เพื่อแข่งกับร้านอื่น ๆ อาจจะลำบากเพราะดูจะกลายเป็นของใหม่กับผู้บริโภค ดังนั้นการ Endorsed Brand โดยใช้ชื่อ MK ก็เลยถูกนำมาใช้ ซึ่งชื่อของ MK นั้นมี linkage ที่ทำให้ผู้บริโภคเชื่อว่าอร่อย ความสด ความใหม่ของวัตถุดิบ เป็นต้น

เช่นเดียวกับขนมซันไบทส์ ซึ่งใช้กลยุทธ์การ Endorsed Brand โดย เลย์ เช่นเดียวกัน เพราะแบรนด์ของเลย์ในแง่ของ Snack นั้นแข็งแกร่งมาก ๆ มีฐานลูกค้าเยอะมากพอที่จะทำให้ผู้บริโภคหันมามองขนมซันไบทส์น้องใหม่นี้ นอกจากนั้น ซันไบทส์ และ เลย์นั้นต่างมีจุดเชื่อมกันตรงที่เป็นลักษณะของขนมที่มีความ “กรอบ” เหมือนกัน และ มีลักษณะของการใช้สินค้าในโอกาสเดียวกัน (Occasion) อีกด้วย

กลับมาที่ตัวอย่างของแบรนด์เพื่อไทยอีกครั้งนะครับ อย่างที่ได้บอกไปข้างต้นว่าแบรนด์เพื่อไทยนั้นนำการ Endorsed Brand มาใช้เช่นเดียวกัน และแน่นอน linkage ของแบรนด์เพื่อไทยและแบรนด์ทักษิณ นั้น ก็คือคุณยิ่งลักษณ์นั่นเอง ครับ

คุณยิ่งลักษณ์ถูกนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากว่า คุณยิ่งลักษณ์มีความเป็น “ชินวัตร” มากที่สุด มากกว่าคุณสมัคร หรือ คุณสมชาย

ในแง่ของการหา linkage ของแบรนด์นั้นไม่ใช่แค่หาคนที่นามสกุลชินวัตรมาอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคนที่มีความคล้ายแบรนด์หลัก หรือแบรนด์ทักษิณที่สุด

จริงอยู่ที่ MK เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง แต่ต้องอย่าลืมว่า แบรนด์ของ MK นั้นไม่มีกลิ่นอายของความเป็นอาหารญี่ปุ่นอยู่เลย ดังนั้นสิ่งที่ผู้บริโภคของยาโยอิได้รับจากการ Endorsed ครั้งนี้ก็คือเรื่องของคุณภาพวัตถุดิบ ความสดใหม่ของวัตถุดิบ หรือความคุ้นเคยของผู้บริโภค MK เท่านั้น

ต่างจากการ Endorsed ของแบรนด์เลย์ กับซันไบทส์ที่มีจุดเชื่อมมากกว่าเพราะเป็นขนมลักษณะเดียวกัน ใช้โอกาสในการบริโภคเหมือนกัน ดังนั้นแบรนด์ของเลย์สามารถถ่ายทอดความเป็น “เลย์” มาให้ซันไบทส์ได้อย่างมากมายครับ

คุณยิ่งลักษณ์นั้น จัดได้ว่าเป็นบุคคลที่สามารถ Positioning หรือสามารถวางตำแหน่งทางการตลาดให้ใกล้เคียงกับคุณทักษิณได้มากที่สุด เพราะด้วยความที่มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจในภาคเอกชนที่ประสบความสำเร็จ เป็นนักบริหาร ซึ่งตรงจุดนี้จะดูคล้ายคุณทักษิณมาก ดังนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าจะหาจุดเชื่อมทางการตลาด คุณยิ่งลักษณ์ดูแล้วน่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากครับ

ถ้าจะให้ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ ก็ต้องยกเอาพลเอก ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เข้ามาเปรียบเทียบ เพราะเราจะประเมินได้ทันทีเลยว่าถ้านำเอาแบรนด์คุณทักษิณมา Endorsed ทั้งสองแบรนด์ซึ่งเป็นแบรนด์ชินวัตรเหมือนกัน จะประเมินได้ชัดเจนมากว่า พลเอก ชัยสิทธิ์ นั้นดูมีความเป็นข้าราชการมากกว่า ไม่ใช่นักบริหารในแบบเดียวกับคุณทักษิณ (แม้ว่าพอเอก ชัยสิทธิ์ อาจจะเคยมีตำแหน่งในบริษัทเอกชนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น บมจ.สยามแก๊ส หรือบมจ.ธนาคารทหารไทย)

ดังนั้นในแง่ของเหตุผลการตลาดแล้ว คุณยิ่งลักษณ์จึงถูกเลือกมาใช้เป็นผู้นำแบรนด์เพื่อไทยและเป็นตัวแทนแบรนด์ทักษิณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากที่ได้กล่าวมาจะเห็นได้ว่า Power of Brand ของแบรนด์เพื่อไทยนั้นไม่ได้มาเพราะโชคช่วย หรือแค่ “แจก” แต่เป็นการวางกลยุทธ์ทางการตลาดไว้ตั้งแต่แบรนด์ไทยรักไทย ทั้งนี้ผู้ที่วางแผนนั้นก็รู้ถึงจุดอ่อนของแบรนด์เพื่อไทยที่แข็งแกร่งไม่เท่าแบรนด์ทักษิณ จึงต้องมีการปรับกลยุทธ์โดยหันมาใช้ Endorsed Brand เพื่อช่วยในการรับรู้ของผู้บริโภค

ถึงตรงนี้เราได้พูดคุยกันถึงเรื่องของสาเหตุของความพ่ายแพ้ของแบรนด์ประชาธิปัตย์ในแง่ของการตลาดมาพอสมควร ซึ่งมุมมองที่ผ่านมาจะเป็นมุมของแบรนด์มากกว่า ในตอนต่อไปผมจะชวนท่านผู้อ่านมาลองคิดในมุมของผู้บริโภคกันบ้าง ติดตามกันต่อนะครับ

ช่วงนี้เป็นช่วงของการประกวด Thailand Blog Award 2011 ท่านผู้อ่านอย่าลืมโหวตให้กำลังใจกันได้ที่

http://www.thailandblogaward.com/blogs/show/46

ขอบคุณทุกท่านนะครับ

เช่นเคยครับขอให้ทุกท่านมีความสุขในการชมโฆษณานะครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
oamie วันที่ : 05/08/2011 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

สวัสดีครับคุณ LUCKYP เป็นเรื่องที่น่าสนใจทีเดียว ผมเองไม่มีข้อมูลในมือน่ะครับ ต้องขออภัย ^__^ ผมว่าเป็นเรื่องที่น่าศึกษามากเลยครับว่า พื้นที่ของสื่อที่ไปถึงกับการรับข้อมูลข่าวสาร

ถ้าสามารถแสดงให้เห็นเหมือนกับแผนที่ GDP ของ The Nation ล่ะก็บางทีอาจจะเจอข้อมูลดี ๆ ก็ได้ครับ

^^

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
LUCKYP วันที่ : 04/08/2011 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

ฉันเดาเอาว่า คุณคงทำงานด้านการตลาดอยู่บริษัทไหนซักแห่ง งั้นขอถามเรื่องช่องสถานีทีวีหน่อยค่ะ

แถวบ้านฉันเห็นมีจานเหลืองดีทีวี จานแดงยูบีซี และจานดำของค่ายไหนไม่รู้ ส่วนที่ร้านขายจานดาวเทียมนั้นมีจานอีกหลายสีที่ฉันไม่รู้เช่นกัน

ฉันอยากเห็นใครซักคนนึงทำวิจัยเรื่องการบริโภคสื่อโดยใช้แผนที่ผลการเลือกตั้งเทียบกับแผนที่ยอดขายจานดาวเทียมแต่ละค่าย รวมถึงที่สำคัญคือมีทีวี ไม่มีจาน แต่รับได้แค่ช่องหลักๆ ไม่กี่ช่อง

ฉันสันนิษฐานว่ามันต้องมีนัยยะพอๆ กับแผนที่ GDP นั่นแหละ
Mass media จำเพาะเจาะจงคือ ทีวี สำคัญสำหรับคนที่กาเบอร์หนึ่งมากๆ นะ (ฉันหมายถึงคนที่กาเบอร์หนึ่งด้วยใจ ด้วยความเชื่อว่าทักษิณเป็นคนดี ด้วยความชอบ ด้วยอยากช่วยเหลือ อะไรทำนองนั้น ไม่หมายรวมถึงพวกเสรีนิยม พวกแดงคอมฯ หรือแดงชอบเผานะ)
ฉันสนใจคนที่เลือกเบอร์หนึ่ง ที่เป็นตาสีตาสา น่ารักๆ ที่อยู่กลางทุ่งนา ที่มีชีวิตตามวิถี ทีี่ไม่ทันสมัยน่ะ
คุณว่าไง คุณมีความรู้เรื่องจานมั๊ย???

อีกเรื่องคือ
แผนที่เปรียบเทียบจำนวนสถานีวิทยุชุมชนย้อนช่วงสิบปี จำแนกตามประเภทของรายการ
เอาเป็นกราฟมาเลย

แค่อยากศึกษาน่ะ ไม่รู้จะมีใครที่มีศักยภาพคิดจะทำมั่งเน๊าะ
ฉันแค่อยากเขียนซักเอนทรี่นึง ก็เหนื่อยซะแล้วล่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
oamie วันที่ : 03/08/2011 เวลา : 23.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

ขอบคุณนะครับที่ช่วยกระจาย link ของ Blog ผม (ดีใจมาก ๆ เลยล่ะครับ)

ดีใจที่มีคนอ่าน Blog น่ะครับ

ในส่วนของมวลชนจัดตั้ง ไม่แน่ใจว่าแง่ไหนน่ะครับ หมายถึงให้อะไรตอบแทนเพื่อมาชุมชุมหรือเปล่าครับ

เรื่องนี้บางทีผมก็แอบคิดว่า เดี๋ยวนี้การชุมชุมเกิดขึ้นง่ายมาก ๆ เลย เดี๋ยวก็มีมวลชนมากดดันที่นั่นที่นี่ จนตอนนี้คนกรุงเทพต้องปรับตัวกับการโดยปิดถนนที่นั่นที่นี่เป็นประจำ

เมื่อก่อนการชุมนุมน่าจะมีความขลังมากกว่านี้น่ะครับ

อย่างเช่น การที่เห็นประชาชนมาแสดงความดีใจกับคุณจตุพรที่ได้รับรองการเป็น สส. อย่างมากมาย ก็ไม่ได้รู้สึกว่านั่นเป็นคนที่ต้องการแสดงความรู้สึกจริง ๆ

เอาง่าย ๆ แค่เห็นใส่เสื้อสีเดียวกันหมด ก็แทบไม่ต้องเดาแล้วน่ะครับ


บางครั้งคนที่วางแผนอาจจะลืมไปว่า แม้จะดูเหมือนกับคนพวกนี้สามัคคี แต่มันก็มองได้อีกแง่ว่า มีการจัดเตรียมมาอย่างดีต่างหาก

เมื่อก่อนนะครับผมเห็นบ่อย ๆ เลย คนที่มาชุมนุมกัน แล้วก็ถือป้ายรูปแบบเดียวกัน ใส่เสื้อเหมือนกัน เหมือนกับทำมาจากร้านเดียวกันเลย มันไม่ได้ให้ความรู้สึกว่า "โอ้โห สามัคคีจังเลย" แต่กลับรู้สึกว่า "นี่มันใครจ้างมาเนี่ยย เนียนเชียว"

การสร้างมวลชนจัดตั้งบ่อย ๆ บางที่ก็รู้สึกว่าทำให้ปิดโอกาสคนที่เค้ามีปัญหาอยากจะเรียกร้องจริง ๆ เหมือนกันน่ะครับ

^^

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
LUCKYP วันที่ : 03/08/2011 เวลา : 02.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

ฉันเอาลิงค์บล็อคคุณไปนำเสนอในคอมเม้นต์บล็อคอื่นๆ สองสามบล็อคน่ะ แล้วนึกได้จึงมาขออนุญาตทีหลัง

ใครๆ ก็ประณามประชานิยมของเพื่อไทย
แต่คุณเห็นว่า การแจก ไม่ใช่คำตอบที่ตรงประเด็น
น่าศึกษามากเลยนะคะ

แล้วคุณมีความเห็นยังไงกับเรื่อง "มวลชนจัดตั้ง" รึว่าการเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่การตลาด อิ...อิ...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
oamie วันที่ : 02/08/2011 เวลา : 22.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

ขออภัยที่ตอบคำถามไม่ครบนะครับ ^^

คือว่าเมื่อก่อนการออกนโยบายต่าง ๆ นั้นไม่ได้มีการโปรโมทกันเท่าไหร่ บางครั้งรัฐบาลทำงานอะไรก็ไม่มีใครรู้

แต่พอนำการตลาดมาผสมกับการออกนโยบาย สิ่งที่เรียกว่านโยบายก็จะเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น ต้องมีชื่อของนโยบายที่สามารถเรียกได้ติดปาก เป็นชื่อที่เป็นชื่อสามัญหรือคนออกนโยบายอยากทำให้มันเป็นชื่อสามัญ เช่นพวก 30 บาทรักษาทุกโรค หรือสินค้า OTOP เป็นต้น

หรือต้องมีการแสดงอะไรบางอย่างเพื่อให้รู้ว่าเป็นฝืมือของใคร เช่น ต้องมี Bill Board โต ๆ ประกาศว่ามีโครงการอะไรอยู่เป็นต้น หรือการออกเป็น marketing Campaign เช่น มหกรรมธงฟ้า เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้เป็นการออกนโยบายโดยอาศัยการผสมผสานกับการตลาดน่ะครับ

^____^

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
LUCKYP วันที่ : 02/08/2011 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

อึมมมมม......ฉันเห็นละที่คุณแก้ไขในบทความ
อ่านปุ๊บเข้าใจปั๊บ และนึกย้อนหลังได้ชัดเจน ไม่ใช่เรื่องยากเลย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
LUCKYP วันที่ : 02/08/2011 เวลา : 00.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

ข้อความบางตอนจากเอนทรี่ “คำสอนของชูวิทย์ ถึงคุณบรรหาร” คุณเขียนได้ดีมากเลยนะ

“แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะพ่ายการเลือกตั้งในครั้งนี้ แน่นอนครับช่วงหลัง ๆ ที่ผ่านมา พรรคที่เก่าแก่ที่สุดพรรคนี้ไม่เคยชนะการเลือกตั้งเลย แต่ถ้าเราลองมองดูดี ๆ แล้วจะเห็นว่า อดีตนายยกรัฐมนตรี อย่างนายชวน หลีกภัย เคยประกาศทุก ๆ ครั้งก่อนการเลือกตั้งว่า ถ้าไม่ได้เสียงข้างมากจะไม่เป็นแกนนำจัดเลือกตั้ง และคุณชวนก็ไมเคยเสียคำพูด ผลที่ตามมาก็คือ คำพูดของคุณชวน ยังไงก็ยังคงมีน้ำหนักอยู่วันยังค่ำ
ครั้งนี้แม้หัวเรือใหญ่จะเปลี่ยน แต่คุณอภิสิทธิ์ก็ยังยึดมั่นในหลักการที่ตัวคุณอภิสิทธ์เองเคยประกาศก่อนการเลือกตั้ง แม้จะเป็นการพ่ายแพ้ แต่อย่างไรก็ตามยี่ห้อของประชาธิปัตย์ยังคงดีอยู่ ในระยะยาวผมเชื่อว่ายี่ห้อ พรรคประชาธิปัตย์ยังคงเป็นยี่ห้อที่ดูดีในสายตาผู้บริโภค

ถ้าจะบอกว่า CEO ของสินค้ายี่ห้อ พรรคประชาธิปัตย์ พ่ายในสนามรบก็คงจะสามารถบอกได้ครับ

แต่สิ่งที่ยังคงอยู่และเหนือว่า CEO นั่นคือ Brand ที่ชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์”

เหมือนชีวิตจริงของเรานะคุณโอม
ถ้าต้องการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี มีความรู้สึกนับถือและภาคภูมิในชีวิต
เราอาจล้มเหลวได้ แต่ต้องไม่ใช่ทรยศตัวเอง...

ไปโหวตบล็อคก่อนนะคะ........ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
LUCKYP วันที่ : 02/08/2011 เวลา : 00.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

คุณยังไม่ได้ตอบคำถามนี้เลยค่ะ
“การทำการตลาดผสมไปกับการออกนโยบาย” มันยังไงคะ
อยากรู้จริงนะ ไม่ได้ถามเล่นๆ

ฝนตกบ่อย รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
oamie วันที่ : 01/08/2011 เวลา : 23.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดี ๆ นะครับ คุณ LUCKYP ผมเองก็ได้คนที่มาอ่านเนี่ยแหละครับ ช่วย ๆ comment กันมา แล้วก็ค่อย ๆ แก้ไขบทความของตัวเองเรื่อย ๆ น่ะครับ

ต่อไปจะพยายามให้เคี้ยวง่ายขึ้นนะครับ

แล้วก็ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะพยายามหาโฆษณาตัวอย่างมาแปะให้ดูทุกครั้งนะครับ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคร๊าบบบ

^___^

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
LUCKYP วันที่ : 01/08/2011 เวลา : 02.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

ฉันรู้ละ ทำไมยอดขายสินค้า (blog) คุณตกในช่วงนี้
เพราะว่าผู้อ่านมาจากต่างกรรมต่างวาระกันนะซิ ถึงฉันจะศึกษางานเขียนของคุณคร่าวๆ และพอเข้าใจศัพท์แสงทางการตลาดพอควร (จากบล็อกของคุณนี่แหละ) แต่เข้าใจในสมองกับเข้าใจใน “หัวใจ” ของเรื่อง
มันต่างกันลิบเลยนะคุณโอม


และก็นี่แหละที่ฉันอยากให้คุณช่วยอธิบาย
“เมื่อก่อนเราไม่เคยรับรู้เลยว่านโยบายการเมืองต้องมีการสร้างเป็น Campaign ด้วย ในยุคนั้นเริ่มมีการทำการตลาดผสมไปกับการออกนโยบาย ซึ่งส่งผลให้ตัวนโยบายต่าง ๆ นั้นเกิดการรับรู้ในวงกว้าง”

“การทำการตลาดผสมไปกับการออกนโยบาย” เอาให้ชัดๆ อีกหน่อยค่ะ ไม่ค่อยแจ่มในการรับรู้ของฉันเลย


แล้วก็นี่
“การสื่อสารแบบ Integrated Marketing Communication (IMC) ในช่วงนั้น”
ช่วยขยายความหน่อยค่ะ ฉันเห็นศัพท์คำนี้ในงานเขียนที่ผ่านมาของคุณแล้วล่ะแต่คุณต้องทำให้มันเคี้ยวง่ายสำหรับผู้อ่านด้วยนะ

หวังว่าคุณคงไม่เบื่อไปซะก่อน...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
LUCKYP วันที่ : 01/08/2011 เวลา : 01.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

ถ้าคุณจะเขียนเรื่องโฆษณา ขอความกรุณาเอาโฆษณามาแปะไว้ให้ดูด้วยจะเป็นการดีและสะดวกสำหรับฉันมากๆ เลยนะ ขอบคุณล่วงหน้าเลยละกัน...

คุณเคยคิดจะเขียนถึงโฆษณาที่น่าสนใจของต่างประเทศมั่งรึเปล่าคะ การทำโฆษณาต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์สูงมาก ฉันมองการโฆษณาต่างๆ เท่าที่เห็น ยังเป็นการพายเรือวนอยู่ในอ่าง ดูแล้วเอียนๆ เลี่ยนๆ ถ้าทำงานมาเหนื่อยๆ แล้วกลับบ้านมาเปิดทีวีเจอโฆษณาซักสามสี่ตัว แทนที่จะผ่อนคลายกลับแย่กว่าเดิมอีก อาจเป็นเพราะฉันเกลียดโฆษณาหรือเป็นเพราะโฆษณาส่วนใหญ่มันไม่ค่อยได้เรื่องก็ไม่รู้นะ
แต่ว่าชอบเจ๊พรนะ หัวเราะตกเก้าอี้ไปเลย มันได้ผลสำหรับฉัน มันทำให้ฉันอยากซื้อ KTB GOLD INVEST ในบัดดลเลยล่ะ

ที่ว่าเกลียดโฆษณา แล้วมาวุ่นวายอะไรกับบล็อกนี้นะ...???
เอ่อ คือว่า สิ่งที่ฉันเรียนมามันก็มีรากเหง้าเช่นเดียวกับสิ่งที่คุณเขียนนั่นแหละ
เค้าอาจจะถามคุณว่า “ถ้าเลย์คู่พอลล่า แล้วซันไบทส์จะคู่กับใคร?”
แต่ฉันจะต้องตอบคำถามว่า “ถ้ายอดขายเลย์ไม่เข้าท่า แล้วผลิตภัณฑ์ใหม่จะมีหน้าตาเป็นยังไง?”
ฉันเรียนมาทางด้าน Food Science น่ะและเคยทำงาน R&D ห้าปี มีความสุขมากเลยคุณ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
oamie วันที่ : 31/07/2011 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

นี่ผมได้ Rebranding ตัวเองไปแล้วเหรอเนี่ยยย

^___^

ตอนแรกที่ผมตั้งใจคือจะเขียนแต่โฆษณาน่ะครับ

แต่ไป ๆ มา ๆ ก็อยากจะเขียนเกียวกับการตลาดด้วย

ผมเลยแบ่งเป็น 2 หัวข้อ ถ้าเป็นเรื่องโฆษณาจะอยู่ในหัวข้อ Ad Corner แต่ถ้าเป็นเรื่องของกลยุทธ์การตลาดก็จะอยู่ในหัวข้อ Strategic marketing น่ะครับ

Entry ต่อไปขอเขี่ยนถึงโฆษณาคั่นหน่อยนะครับเพราะว่าโฆษณาตัวนี้ไม่เขียนไม่ได้น่ะครับ มันเจ๋งจริง ๆ

^___^

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
LUCKYP วันที่ : 31/07/2011 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

ขอบคุณคุณโอมที่ให้ความรู้...

คุณเขียนเรื่องการศึกษาการตลาดผ่านงานโฆษณาก็จริงนะ
ฉันไล่อ่านงานเขียนของคุณตั้งแต่บทความแรกๆ
ในฐานะที่ฉันเป็นผู้อ่าน (ผู้บริโภค)
คุณได้ rebranding บล็อค (สินค้า) ของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่คุณจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

นักศึกษาอย่างฉันใช้คำศัพย์ rebranding ได้ถูกต้องรึเปล่า? ^_^


เอนทรี่นี้ ขออ่านผ่านๆ ก่อนนะ
"ผมไม่ได้บอกว่าแบรนด์เพื่อไทยนั้นแข็งแกร่ง แต่สิ่งที่ผมอยากจะสื่อกับท่านผู้อ่านก็คือ ด้วยการสื่อสารรอบด้านที่มีประสิทธิภาพของแบรนด์เพื่อไทย บวกกับความแข็งแกร่งของแบรนด์ทักษิณนั้นยังคงครอบงำแบรนด์เพื่อไทยอยู่และเป็นตัวตัดสินชี้ขาดในการแข่งขันครั้งนี้"

เป็นเรื่องน่าคิด เพราะในเอนทรี่ก่อนๆ คุณให้ความสำคัญกับ Position มากๆ และยิ่งลักษณ์ก็สมควรที่จะมานั่งในใจแฟนๆ ของเขามากกว่าทักษิณ ถ้าคิดจะทำการตลาดในระยะยาว

เดี๋ยวมาอ่านอีกทีนะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]