• oamie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_peeranat@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-14
  • จำนวนเรื่อง : 140
  • จำนวนผู้ชม : 317601
  • ส่ง msg :
  • โหวต 120 คน
Behind the Ad แล้วโฆษณาจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
รื่น รมย์ ชม โค สะ นา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/oam
วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555
Posted by oamie , ผู้อ่าน : 2702 , 20:17:12 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Bakuman: การ์ตูนสอนการตลาด

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน บทความที่ผมเขียนอยู่นี้เป็นบทความที่ 102 ถ้าเริ่มตั้งแต่เปิด Blog นี้ครั้งแรกเมื่อปี 2007 ก็ประมาณ 4 ปีกว่าแล้ว ผมมาลองประเมินจากสิ่งที่ผมตั้งใจเอาไว้กับผลลัพธ์ก็ต้องบอกว่าผมยังไม่ค่อยพอใจมากนัก เนื่องจากว่า ผมมีความตั้งใจที่จะเขียนบทความให้ได้ประมาณ 50 บทความ ต่อปี หรือประมาณ สัปดาห์ละ 1 บทความ โดยเฉลี่ย แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังทำไม่ได้ซักที ทั้งนี้ก็เนื่องมาจาก แต่ละครั้งที่ผมจะเขียนนั้นผมค่อนข้างใช้เวลานานในการรวบรวมความคิด ประเด็นต่าง ๆ รวมไปถึงการค้นหาข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่ง(อันนี้ไม่นับรวมช่วงที่ไม่มีเวลา หรือว่าแอบอู้นะครับ :P)

ดังนั้นอย่างได้แปลกใจว่าหลาย ๆ ครั้งผมอาจจะหายไปสองหรือสามสัปดาห์นะครับ

ท่านผู้อ่านที่มีความสนใจในเรื่องของการตลาดหรือโฆษณาก็สามารถเขียนมาคุยกับผมได้นะครับ แต่ถ้าผมเห็นว่าบางคำถามมีประโยชน์กับบุคคลทั่วไป ผมก็ขออนุญาตนำมาขยายประเด็นใน Blog ของผมต่อไปนะครับ หรือท่านผู้อ่านอยากจะติดต่อผมผ่าน Twitter ได้นะครับที่ @oam_oamm

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าปีนี้ผมจะพยายามเขียนให้ได้ตามที่ผมกำหนดกับตัวเองเอาไว้นั่นก็คือ 50 บทความ ^_^

สำหรับวันนี้ผมอยากชวนท่านผู้อ่านลองมองสิ่งที่ใกล้ตัวและผมเองเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะมองข้ามสิ่งนี้ไป บางท่านอาจจะมองว่ามันเป็นสิ่งที่ไร้สาระซะด้วยซ้ำ เรื่องที่ผมจะมาพูดในวันนี้เกี่ยวกับการ์ตูนครับ ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากที่ท่านอ่านบทความของผมจบ หลาย ๆ ท่านอาจจะเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อการ์ตูนไปครับ มาลองดูนะครับว่าการ์ตูนที่ผมจะนำมาเขียนให้ทุกท่านอ่านกันนั้นมันสอนการตลาดให้เราอย่างไร การ์ตูนที่ว่านั่นก็คือ

Bakuman หรือชื่อภาษาไทยว่า“วัยซนคนการ์ตูน”

เรื่อง Bakuman นั้นเป็นผลงานเขียนเรื่องของ Tsugumi Ohba และ ผลงานเขียนภาพของ Takeshi Obata เมื่อกล่าวถึงชื่อของอาจารย์สองท่านนี้หลาย ๆ คนอาจจะไม่คุ้นชื่อ แต่ถ้าบอกว่าทั้งสองคนคือคนเขียนภาพและเรื่องคนเดียวกับทีเขียนการ์ตูน Death Note เชื่อว่าหลายคนน่าจะนึกออกเนื่องจากว่าการ์ตูนเรื่องนี้โด่งดังมากขนาดมาสร้างเป็นหนังและฉายในประเทศไทยซะด้วยครับ

กลับเข้ามาทีเรื่องของ Bakuman กันต่อนะครับ เรื่องนี้ถูกดำเนินเรื่องโดยตัวเอกสองคนนั่นคือ มาชิโระ โมริทากะ และ ทาคากิ อาคิโตะ ซึ่งไฝ่ฝันว่าจะเป็นนักเขียนการ์ตูน ในแง่ของการดำเนินเนื้อเรื่องนั้น ต้องยอมรับว่านักเขียนทั้งสองท่านนี้สามารถสร้างเนื้อหาได้ชวนติดตามและน่าสนุกมากจริง ๆ ครับ แต่ประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึงไม่ใช่เรื่องของเนื้อหาในการ์ตูนเรื่องนี้แต่อย่างใด แต่เป็นความรู้ต่าง ๆ ที่แทรกอยู่ในการ์ตูนต่างหาก

การ์ตูนเรื่องนี้จะบอกเราอย่างละเอียดเกี่ยวกับวงการการ์ตูนญี่ปุ่นว่าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันสูงอย่างมาก การ์ตูนแต่ละเรื่องมีที่มาที่ไปอย่างไร รวมไปถึงการจบของการ์ตูนนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

สิ่งที่ผมคิดว่าเนื้อหาของการ์ตูนเรื่องนี้มีประโยชน์ก็ตรงจุดนี้แหละครับ ในการ์ตูนเรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่าการจะทำให้การ์ตูนเป็นเรื่องที่ฮิตได้นั้นโดยมากแล้วแบ่งเป็น 2 แบบด้วยกันก็คือ นักเขียนที่อยากเขียนอะไรก็เขียนขึ้นมาเลย และมันก็ฮิต (Product Based) หรือ นักเขียนที่มีการคำนวณเอาไว้ก่อนแล้วว่าจะเป็นการ์ตูนที่ฮิตจะต้องทำอย่างไร (Customer Based) ในแง่นี้อาจจะมีการประเมินจากอายุของผู้อ่าน เพศ และคู่แข่งที่อยู่ในนิตยสารเดียวกัน ทั้งนี้เรื่องของเรตติ้งนั้นวัดได้จากคะแนนทุกสัปดาห์ว่าอยู่เรื่องของเราอยู่ที่อันดับไหน มีความเสี่ยงที่จะถูกบรรณาธิการตัดจบหรือไม่

การจัดอันดับในแต่ละสัปดาห์นั้นจะวัดกันด้วยคะแนนจากแบบสอบถามของผู้อ่าน การ์ตูนแต่ละเรื่องนั้นกว่าจะได้รับการพิจารณาก็มีหลายแง่มุม การ์ตูนบางเรื่องอาจจะสนุก แต่อาจจะขายไม่ได้ เพราะฝ่ายบรรณาธิการเองก็ต้องประเมินด้วยว่าการ์ตูนดังกล่าวขายได้ในนิตยสารของตัวเองหรือไม่ ในเรื่องของ Bakuman นั้นตัวเอกของเรื่องเป็นนักเขียนของนิตยสาร “จั๊มป์”  ซึ่งนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์นั้นมีอยู่หลากหลาย แต่ละแบบก็จับกลุ่มลูกค้าไม่เหมือนกัน

การ์ตูนเรื่องนี้สอนการตลาดให้เราหลายเรื่องครับ  ผมอยากให้มองเรื่องของการจัดอันดับหรือเรตติ้งนั้นเปรียบได้กับยอดขาย ส่วนการ์ตูนของเราก็คือสินค้า นิตยสารจั๊มป์นั้นเปรียบได้เหมือนกับช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งแน่นอนว่าถ้าการ์ตูนของเราไม่ดีพอ ไม่สนุกพอ บรรณธิการ (ฝ่ายจัดซื้อ) ก็คงไม่รับการ์ตูนของเราเอาไว้ในนิตยสารแน่ ๆ

การ์ตูนเรื่องนี้ทำให้เรามองเห็นว่าบางครั้งกว่าจะเห็นการ์ตูนเรื่องนึงออกมา บางทีมันอาจจะถูกกลั่นกรองในเรื่องของยอดขายโดยคำนวณจากอายุของผู้อ่านก็ได้ครับ อย่างเช่น ในช่วงแรกของเรื่องนั้นตัวเอกของเรื่องก็พยายามหานิตยสารจั๊มป์มาวิเคราะห์ว่าการ์ตูนฮิตในนิตยสารเล่มนี้นั้นมักจะเป็นเรื่องแนวไหน แล้วเราควรจะทำตามหรือไม่ การ์ตูนบางเรื่องอาจจะเป็นเรื่องที่สนุก แต่อาจจะไม่เหมาะกับผู้บริโภคของนิตยสาจั๊มป์ก็ได้

การจะเขียนการ์ตูนมาซักเรื่องนึงนั้นหลังจากอ่านเรื่อง Bakuman แล้วเราจะพอทราบได้ว่าการ์ตูนแต่ละเรื่องได้มีการคำนวณในเรื่องของการตลาดมาอย่างดี เพราะถ้าเป็นการ์ตูนที่ฮิตติดตลาดแล้ว การสร้างอนิเมชั่นก็จะเป็นช่องทางขยายตลาดได้ต่อไป นอกจากนั้นอาจจะต้องทำสินค้าต่าง ๆ ออกวางขายอีก ดังนั้นหน้าตาหรือบุคลิกของตัวละครที่อยู่ในการ์ตูนก็ต้องถูกสร้างขึ้นโดยมีพื้นฐานของการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง

มีอยู่ช่วงหนึ่งของเรื่องนี้ คู่แข่งของพระเอกชื่อ นีซึมะ เอย์จิ ผู้ซึ่งมีผลงานในนิตยสารจั๊มป์ถึงสองเรื่องด้วยกัน ทำการผสมผสานตัวละครทั้งสองเข้าด้วยกัน ทำให้เนื้อหาแน่นขึ้น สร้างความฮือฮาให้กับผู้อ่านมากทีเดียว พอฟังแบบนี้ลองนึกถึงละครของบ้านเราบ้าง หลาย ๆ คนน่าจะพอจำกันได้ว่าครั้งหนึ่ง ละครซิทคอมเรื่องบางรักซอยเก้า และ บ้านนี้มีรัก ซึ่งมีทีมผู้สร้างทีมเดียวกัน เคยผสมตัวละครเข้ามาในเรื่องเดียวกันอยู่ช่วงหนึ่ง หลังจากอ่านการ์ตูนเรื่องนี้แล้วก็จะทำให้ทราบว่า นี่คือเทคนิคนึงที่ช่วยให้ละครมีความน่าสนใจมากขึ้น

ธุรกิจการ์ตูนในบ้านเรานั้นแตกต่างจากประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างมาก ที่ผมบอกว่าแตกต่างก็คือเรื่องของการผลิตการ์ตูนโดยฝีมือของคนไทย แม้ว่าช่วงหลัง ๆ จะพัฒนาดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่โดยภาพรวมแล้วยังคงต้องอาศัยการสนับสนุนและแรงผลักดันต่อไปครับ ในแง่ของการศึกษาเรื่องเหล่านี้ ผมจึงอยากให้ท่านผู้อ่านลองเปรียบเทียบกับละครของบ้านเราก็ได้ครับ

อย่างเช่น การโปรโมทละครนั้นอาจจะต้องประเมินว่าจะให้ดารานักแสดงคนไหนเป็นตัวดึงดูดเพื่อให้คนมาสนใจ หลังจากนั้นก็หาทางโปรโมทดาราหน้าใหม่ ลองสังเกตดูได้ครับโดยเฉพาะช่อง 3 เราจะเห็นลักษณะการโปรโมทเป็นคู่ หรือบางทีก็สาม ถึงสี่คน  ซึ่งการกำเนิดดาราหน้าใหม่ของช่อง 3 นั้นมักเป็นลักษณะแบบนี้มาตลอดในช่วงหลัง ๆ แล้วก็ประสบความสำเร็จดีซะด้วยครับ

กลับมาที่การ์ตูน Bakuman ของเราต่อนะครับ ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการ์ตูนเรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องของความสนุกและน่าติดตาม เพราะถ้าเรามองกันในแง่ของตัวสินค้าแล้วก็ต้องบอกว่าผลงานชิ้นนี้ถือว่าเป็น Differentiated Product หรือสินค้าที่มีความแตกต่างจากการ์ตูนเรื่องอื่นเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเขียนเรื่องของนักเขียนการ์ตูน (ละครบ้านเราก็มีหลาย ๆ ครั้งตัวเอกของเรื่องเป็นดารานักแสดง หรือ Theme ของละครเป็นเรื่องเกี่ยวกับวงการบันเทิงเป็นต้น)

เป็นอย่างไรบ้างครับกับแง่คิดทางการตลาดของการ์ตูนเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตาม แค่เพียงเนื้อที่ของ Blog ผมคงไม่อาจจะแสดงกรณีศึกษาเรื่องการตลาดที่ได้รับจากการ์ตูนเรื่องนี้ได้ทั้งหมดหรอกครับ แต่โดยสรุปแล้ว ผมอยากให้ท่านผู้อ่านลองหยิบการ์ตูนเรื่องนี้มาพิจารณาดูว่ามีประโยชน์ในแง่การตลาดอย่างที่ผมได้ว่าเอาไว้จริงหรือไม่ครับ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการชมโฆษณานะครับ สวัสดีครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
LUCKYP วันที่ : 24/02/2012 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LUCKYP
แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

สวัสดีค่ะคุณโอม

อัพบล็อคใหม่แล้วนา...แวะไปอ่านได้เลยค่ะ
เจ้าการ์ตูนที่ว่านี่ ต้องเข้าเมืองไปที่ร้านดาว หน้าโรงพยาบาลประสาทค่ะ
เป็นร้านหนังสือเช่าที่มีหนังสือเยอะน่าดู
อันที่จริงก็ไม่ค่อยอ่านการ์ตูนเท่าไหร่ นอกจาก ยอดกุ๊กแดนมังกร ซุปเปอร์กุ๊กกระตุกต่อมอร่อย ประมาณนี้
ว่างทีไรก็ไปเช่ามาอ่านซ้ำๆ น่ะค่ะ

เดี๋ยวจะลองไปหามาอ่านดู ถ้าอ่านแล้วได้ความรู้และแนวคิดล่ะก็ อ่านแน่ค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
กทม. คงไม่เจอปัญหาหมอกควันนัก นอกจากควันท่อไอเสีย
อยู่ที่นี่ ไม่สดชื่นเลยค่ะ อยากให้ฝนตกลงมาบ้าง ฟ้าจะได้โปร่งมากกว่านี้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
oamie วันที่ : 20/02/2012 เวลา : 23.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

ขอบคุณครูอ๊อฟที่เข้ามาทักทายกันนะครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ครูอ๊อฟ วันที่ : 20/02/2012 เวลา : 16.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/carnival

ติดตามครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29      



[ Add to my favorite ] [ X ]