• oamie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_peeranat@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-14
  • จำนวนเรื่อง : 140
  • จำนวนผู้ชม : 324377
  • ส่ง msg :
  • โหวต 121 คน
Behind the Ad แล้วโฆษณาจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
รื่น รมย์ ชม โค สะ นา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/oam
วันอาทิตย์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by oamie , ผู้อ่าน : 3286 , 23:18:23 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ผมรู้สึกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยเจอโฆษณาที่น่าจะ review เลย แต่แล้วในที่สุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมก็ได้ไปเจอโฆษณาตัวนึงซึ่งได้พรีเซ็นเตอร์แม่เหล็กอย่าง ตูน Bodyslam มาเป็นตัวแทนการสื่อสาร และผมคิดว่าโฆษณาชิ้นนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่ดีของการเลือกพรีเซ็นเตอร์ครับ โฆษณาที่ผมอยากจะชวนท่านผู้อ่านมาชมก็คือ

ดัชมิลล์ ซีเล็คเต็ด (Duth Mill Selected)

 ที่มา: http://youtu.be/toO5FXKl_Jw

ถ้ามองจาก Concept ของสินค้าซึ่งก็คือนมดัชมิลล์ ซีเล็คเต็ด โดยนมชนิดนี้ถือได้ว่าอยู่ในตำแหน่งระดับพรีเมี่ยม เรียกได้ว่าเป็นนมมาตรฐานใหม่ ที่บอกว่าเป็นมาตรฐานใหม่นั้นหมายถึงการที่นมดัชมิลล์ ซีเล็คเต็ด ได้รับ GMP 100% ทั้งระบบเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย อธิบายซักเล็กน้อยนะครับ GMP นั้นหมายถึง Good Manufacturing Practice ซึ่งเป็นเกณฑ์ หรือข้อกำหนดพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการผลิตและควบคุมเพื่อให้ผู้ผลิตปฏิบัติตามและผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย

เมื่อเป็นนมที่มีมาตรฐานใหม่ แน่นอนว่านักการตลาดย่อมต้องการการสื่อสารที่แสดงให้เห็นถึง “มาตรฐานใหม่” เพื่อให้สอดคล้องกับจุดเด่นของสินค้า

แต่น่าแปลกครับที่เมื่อเห็นตัวโฆษณาชุดนี้แล้ว ผมกลับคิดว่าโฆษณาชุดนี้ไม่เหมาะกับตูนเลย เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ผมจึงเอาโฆษณาเก่า ๆ ของตูนมาให้ท่านผู้อ่านดู สิ่งที่ผมค้นพบอย่างหนึ่งเกี่ยวกับ ตูน Bodyslam ก็คือ

ตูนมักเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่ดีกับโฆษณาประเภท Corporate Ad ถ้าลองพิจารณาดูโฆษณาของ M150 ซึ่งไม่ใช่โฆษณาแนวขายของ หรือโฆษณาประเภทสร้าง Awareness เฉย ๆ ตูนก็ทำได้ดีเช่นกัน

 ที่มา: http://youtu.be/hviHpMmWbQY

สิ่งที่ผมรู้สึกได้จากการลองพิจารณาดูโฆษณาเหล่านั้นก็คือ พรีเซ็นเตอร์บางคนสามารถเป็นผู้นำแบรนด์ได้ ซึ่งหมายถึงเป็นผู้ที่มีอิทธิพลมากพอที่จะเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคให้เป็นไปตามตำแหน่งทางการตลาดที่ต้องการ (Market Positioning)

แต่พรีเซ็นเตอร์คนนั้นจะต้องไปด้วยกันกับสินค้าตัวนั้นด้วยครับ ไม่ใช่ว่าพรีเซ็นเตอร์ผู้ทรงอิทธิพลทุกคนจะสามารถโฆษณาสินค้าทุกตัวได้ทั้งหมด

ตูน Bodyslam คือตัวอย่างที่ดีที่น่าศึกษาครับ

ตูนถือว่าเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่มีอิทธิพลมากครับ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถหลอมรวมตัวเองกับแบรนด์ของ ดัชมิลล์ ได้

ถ้าให้ผมประเมินตรง ๆ ผมคิดว่าโฆษณาของ ดัชมิลล์ชุดนี้ไม่เข้ากับ ตูน Bodyslam เลยครับ ถ้าประเมินจาก Mood & Tone ของหนังจะพบว่าดูขัดกับบุคลิกของตูนมากครับ

ผมมีแนวคิดง่าย ๆ อย่างหนึ่งในการพิจารณาถึงพรีเซ็นเตอร์ ว่าคนคนนั้นเข้ากับสินค้าของเราหรือเปล่า

เช่น ถ้าเรานึกถึงดัชมิลล์ เรานึกถึงสีอะไร ถ้าให้ผมหลับตา ผมจะนึกถึงสีขาว หรือสีอะไรก็ได้ที่ดูสดใส

ผมถามกลับไปว่า แล้วตูน Bodyslam น่าจะเป็นสีอะไร ผมบอกตรง ๆ ว่า ผมมองไม่เห็นสีขาวหรือสีสดใสของตูนเลยครับ

ดูโทนหนังของ M150 ซิครับ ดูแล้วเข้ากับความเป็นตูนมาก หรือดู Mood & Tone ของโฆษณา CPS CHAPS จะเห็นได้ว่าเป็นโทนดำซึ่งดูแล้วเข้ากับบุคลิกของตูนมาก นั่นแสดงให้เห็นว่าแบรนด์แต่ละแบรนด์ก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับพรีเซ็นเตอร์

 

ที่มา: http://i.kapook.com/tripplep/19-8-53/ananda1.jpg

ทีนี้ผมขอตั้งโจทย์ใหม่นะครับ ถ้าเรารู้แล้วว่าพรีเซ็นเตอร์คนนี้ดูแล้วอาจจะไม่เข้ากับสินค้าของเรา แต่เรายังคงอยากใช้งานคนนี้ เราจะทำอย่างไรดี

คำตอบของผมก็คือ เราต้องใส่ตัวตนของเค้าเข้าไปในสินค้าของเราให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ เช่นถ้าเราจะใช้คุณตูน แต่มองเห็นแล้วว่าไม่เข้ากับสินค้า เราอาจจะต้องเลือกที่จะพูดถึงสินค้าให้น้อยลง เปลี่ยนเป็นโฆษณาเชิงสร้างแบรนด์ หรือสร้าง Awareness แทน หรือจะเปลี่ยนแนวเป็น Corporate Brand Ad ไปเลยก็ได้

แล้วลองดูว่ายังพอเป็นไปได้หรือไม่ ดูแล้วเข้ากับสินค้าของเราหรือไม่ ถ้าดูแล้วยังไม่ไหวก็คงต้องยอมรับว่าไปไม่ไหวจริง ๆ แหละครับ

ผมมีตัวอย่างของพรีเซ็นเตอร์อีกท่านหนึ่ง นั่นก็คือ คุณ บี๊ สุกฤษฎิ์ในโฆษณา ยำยำ ซึ่งดูแล้วผมเชื่อว่าเป็นโฆษณาที่ถูกทำการบ้านมาแล้วอย่างดีครับ ลองสังเกตดูดี ๆ ว่า บี๊มีการใช้ท่าเต้นประจำตัวเพื่อทำให้ตัวเองเข้ากับสินค้าให้มากที่สุด แม้ว่าตัวเค้าเองอาจจะเข้าหรือไม่เข้ากับแบรนด์หรือสินค้าก็ได้

ทั้งนี้เพราะตัวตนของ บี๊ ก็คือการเต้น ซึ่งแบรนด์ยำยำคงทำการบ้านมาดีพอที่จะรู้ว่า แบรนด์ของเค้ามีโอกาสจะไม่เข้ากับบี๊ เลยมีฉากที่เอาท่าเต้นประจำตัวของบี๊มารวมกับสินค้าของตัวเองซะ เพื่อทำให้บุคลิกของแบรนด์กับตัวตนของบี๊หลอมเป็นเนื้อเดียวกันให้มากที่สุด

 ที่มา: http://youtu.be/xmaXrGgfNko

 โดยสรุป ผมคิดว่าเรื่องที่ตูนดูไม่เข้ากับโฆษณาดัชมิลล์ นั้นไม่ใช่ความผิดของใครหรอกครับ เพราะบางครั้งอ่านแค่ Story Board อาจจะยากที่จะแสดงทุกอย่างของโฆษณาออกมาได้ แต่กรณีศึกษาครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่า แม้ว่าจะได้พรีเซ็นเตอร์ดี Concept ของ Ad ดี ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถสื่อสารทุกอย่างออกมาได้ทั้งหมด

โฆษณาของดัชมิลล์ ตัวนี้พยายามจะสื่อถึง “ความกล้าที่จะเปลี่ยน” โดยนำเอา Story ของตูนที่กล้าจะเปลี่ยนตัวเองมาเป็นนักร้องมาใช้ ซึ่งสิ่งที่ขาดหายไปของเรื่องนี้ก็คือ จุดเชื่อมต่อระหว่างสินค้ากับพรีเซ็นเตอร์ครับ เมื่อไม่มีจุดเชื่อมต่อก็ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถจะหาตัวเชื่อมได้ว่า “ทำไมต้อง Dutch Mill ทำไมต้องเป็น Duth Mill Selected ทำไมต้องกล้าที่จะเปลี่ยน มันเกี่ยวข้องกันยังไง

ผมอยากให้ลองดูโฆษณาของ M150 ที่เคยใช้ Story นี้ในการสื่อสาร จะพบว่าการใช้ตูนในลักษณะ Corporate Ad นั้นมีพลังมากกว่าการใช้ตูนมาแสดงในโฆษณาประเภท Product Talk ลองสังเกต Mood & Tone ของหนังนะครับ เป็นโทนดำ (อีกแล้ว) จากโฆษณาดังกล่าวจะเห็นว่าไม่ได้เน้นขายของ แต่ต้องการเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์มากกว่าเพื่อตอกย้ำคำว่า  " ไม่มีลิมิต ชีวิตเกินร้อย"

ถ้าลองดูโฆษณาของ "ช้าง" ซึ่งเล่นกับ Theme "ชีวิตของเรา ใช้ซะ" ก็จะพบว่าพวกเค้าใช้ตูนในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ตูนทำได้ดีครับ

อาจจะมีท่านผู้อ่านบางท่านแอบคิดว่า แล้วโฆษณาเป๊ปซี่ล่ะ ไม่เห็นตัวหนังโฆษณาจะเป็นโทนดำเลยแต่ทำไมดูเข้ากับตูน

นั่นก็เป็นเพราะโฆษณาเป๊ปซี่ใช้ตูนร้องเพลงบนเวทีทุกครั้งไงล่ะครับ อย่างที่ผมบอกครับว่า นอกจากจะใช้ Mood & Tone ของหนังช่วยแล้ว การแสดงตัวตนของพรีเซ็นเตอร์ในหนังโฆษณาก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนคนนั้นสามารถหลอมรวมไปกับยี่ห้อหรือสินค้าของเราได้ครับ

ท่านผู้อ่านสามารถพูดคุยเรื่องโฆษณากับผมผ่านทาง Twitter ได้นะครับ ที่ oam_oamm หรือจะส่ง
e-mail มาคุยกันได้ครับ อาจจะตอบช้าหน่อยแต่ตอบกลับแน่นอนครับ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการชมโฆษณานะครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
oamie วันที่ : 29/05/2013 เวลา : 17.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

@ คุณ Hiriotappa ปกติแล้วการทำโฆษณาจะคิดถึงสินค้าก่อนครับ หลังจากนั้นก็พิจารณาเรื่องของ Theme การขาย กลยุทธ์ต่าง ๆ และตามมาด้วยพรีเซ็นเตอร์ ที่ต้องคิดเรื่องพรีเซ็นเตอร์หลัง ๆ เพราะต้องคิดถึงเรื่องของ Segmentation ของกลุ่มลูกค้าด้วย รวมถึงกลยุทธ์ต่าง ๆ ว่าต้องการเล่นแบบใด ถ้าเน้น Music Marketing ก็อาจจะเลือก นักร้อง ถ้าเป็น Sport Marketing ก็เป็นนักกีฬาเป็นต้นครับ

ขอบคุณสำหรับคำถามดี ๆ นะครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Hiriotappa วันที่ : 15/05/2013 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

อ่านแล้วสงสัยนะครับว่า จริงๆแล้ว การทำโฆษณาสักชิ้นนึง เขาดูที่พรีเซนเตอร์ก่อนหลังจากนั้นค่อยไปดูที่ตัวสินค้า หรือ ดูที่สินค้าก่อนว่าเหมาะกับพรีเซนเตอร์คนไหน ซึ่งถ้าเป้นศิลปินน่าจะเกี่ยวกับ ผุ้จัดการค่าย หรือ สังกัดหรือเปล่าครับในการดูในทางกลับกันว่า ศิลปินของตัวเองน่าจะเหมาะกับสินค้าแบบไหนมากกว่า
ซึ่งเรื่องแบบนี้ผมมีตัวอย่างคร่าวๆแบบเรื่องนี้
ชายคนหนึ่ง: เฮ้ย ข้าว่าคนต่างชาติที่มันเรียนไม่จบ พอมันอิจฉาคนเรียนจบมาดีแล้วมันก็เที่ยวไปข่มไปทำโน่นทำนี่ให้คนอื่นกลัวมัน ไม่เห้นเกี่ยวกับคนอื่นเลย
เพื่อนอีกคนหนึ่ง: แล้วเอ้งคิดว่ามันกระทบคนอื่น หรือเด็กๆที่มันยังเรียนไม่จบหรือเปล่าหล่ะ
ชายคนหนึ่ง: นั่นแหละ มันเกี่ยวกันตรงไหนว่ะ เพราะตกลงมันยังไม่จบก้จริงแต่สักวันมันจะเรียนจบไหมล่ะ?มึงนั่นแหละไปแช่งมัน
เหตุการณ์คล้ายๆแบบนี้นั่นแหละครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    



[ Add to my favorite ] [ X ]