• oamie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_peeranat@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-14
  • จำนวนเรื่อง : 140
  • จำนวนผู้ชม : 324331
  • ส่ง msg :
  • โหวต 121 คน
Behind the Ad แล้วโฆษณาจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
รื่น รมย์ ชม โค สะ นา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/oam
วันอังคาร ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by oamie , ผู้อ่าน : 1543 , 22:27:16 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

ที่มาของภาพ: http://www.matichon.co.th/online/2013/01/13582289761358229007l.jpg

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ถ้าใครที่แวะเวี่ยนมาที่ Blog ของผมจะพบว่าเป็นเรื่องปกติที่ผมมักจะหยิบยกเรื่องการตลาดที่มากับการเมืองมาพูดคุยกัน วันนี้อีกเช่นกันที่ผมอยากจะขอคุยกับท่านผู้อ่านเรื่องของการตลาดการเมืองเรื่องผู้ว่าฯ ซักหน่อยครับ

อีกไม่กี่วันแล้วครับจะถึงวันเลือกตั้ง ผู้สมัครแต่ละคนก็มีกลเม็ดต่าง ๆ นำมาใช้กันไม่ว่าจะเป็นสื่อบนดิน สื่อออนไลน์ ต่างก็ถูกหยิบยกกันมาใช้กันอย่างสนุกสนาน

ตามหัวข้อนั่นแหละครับ วันนี้ผมจะขอใช้เรื่องการเมืองมาอธิบายเรื่องการตลาดซักหน่อย แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้ท่านผู้อ่านตระหนักว่าบทความนี้เขียนขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้เรื่องของการตลาดเท่านั้น ตัวอย่างของการเมืองในบทความนี้เป็นเพียงแค่การยกตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจทางการตลาดนะครับ ดังนั้นผมจะไม่ใช้เหตุผลทางการเมืองมาอธิบายนะครับ

ดังนั้นแฟนพันธุ์แท้การเมือง อย่าพึ่งต่อว่าถ้ามีอะไรไม่ถูกใจนะครับ ^^

เรื่องที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือ เรื่องป้ายหาเสียงครับ

สำหรับป้ายหาเสียงนั้นต้องบอกว่า ป้ายทางฝั่งแบรนด์เพื่อไทย ยังคงทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโทนสี รูปแบบตัวอักษร ดูปุ๊บก็รู้ได้ทันทีว่า เป็นรูปแบบเดียวกับพรรคเพื่อไทยที่ใช้หาเสียงมาตลอดไม่ว่าจะเป็นสนามเล็กหรือสนามใหญ่

ส่วนแบรนด์ประชาธิปัตย์ นั้นถือว่าทำได้ไม่เลวครับ เพราะว่าโทนสีที่ใช้นั้นยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นประชาธิปัตย์ไว้ได้ ถ้าจะบอกว่าสีป้ายของแบรนด์ประชาธิปัตย์ที่ใช้ในครั้งนี้ดูมีเอกลักษณ์ที่สุดก็น่าจะบอกได้ครับ เพราะโทนสีที่ใช้นั้นถือว่าแตกต่างจากคู่แข่งมาก (ฟ้า เขียว ขาว) ตรงจุดนี้ผมคิดว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์ทำการบ้านมาดีครับ

เรื่องต่อไปคือเรื่องของการสื่อสารผ่านป้าย ท่านผู้อ่านที่ติดตาม Blog ของผมมาตลอดน่าจะพอทราบว่า ผมมักจะหยิบยกเรื่องของการสื่อสารมาพูดทุกครั้งว่าเป็น “จุดอ่อน” ของแบรนด์ประชาธิปัตย์ ซึ่งตรงจุดนี้กลับเป็นแบรนด์เพื่อไทยที่มักทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอ

กลับมาดูที่ป้ายกันต่อนะครับ สำหรับการสื่อสารผ่านป้ายนั้น ผมคิดว่าทางฝั่งแบรนด์เพื่อไทยทำได้ดีกว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์ ครับ

ใจเย็น ๆ นะครับสำหรับแฟน ๆ แบรนด์ประชาธิปัตย์ สาเหตุที่ผมบอกแบบนั้นก็เพราะว่า ป้ายของทางฝั่งแบรนด์ประชาธิปัตย์นั้นเป็นป้ายที่มีความละเอียดของข้อมูลเกินไปครับ ข้อมูลเยอะมาก บางป้ายต้องมองกันนานกว่าจะรู้ว่า Key Message ที่ต้องการสื่อสารคืออะไร

ลองมาดูทางฝั่งแบรนด์เพื่อไทยครับ เราจะเห็นได้เลยว่าป้ายของทางฝั่งแบรนด์เพื่อไทย จะเน้นคำพูดโต ๆ เพียงประโยคเดียว สั้น ๆ เพื่อให้คนจำได้

แบรนด์เพื่อไทยมักทำได้ดีกับการสื่อสารครับ ครั่งนี้ก็เช่นกัน ทางฝั่งแบรนด์เพื่อไทยมักจะสร้าง วาทกรรมที่ติดหูผู้บริโภคได้ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง อย่างเช่นครั้งก่อนก็ต่อว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์ว่า “ดีแต่พูด” มาครั้งนี้ก็มีวาทกรรมใหม่ “ไร้รอยต่อ” ซึ่งถือว่าเป็นคำพูดที่ทำให้นึกถึงหน้าคุณจูดี๊ทุกครั้ง

แบบนี้แหละครับที่เรียกว่าผู้บริโภคสามาถรับรู้ได้ (Awareness) แต่อย่างไรก็ตามเรื่องแบบนี้ก็ต้องประเมินสองด้านครับ เมื่อครั้งที่แล้วการสร้างวาทกรรม “ดีแต่พูด” ก็ไม่วายโดนแบรนด์ประชาธิปัตย์โต้กลับมาว่า “ดีแต่เผา” ซึ่งแบรนด์เพื่อไทยก็จ๋อยไป

แต่ครั้งนี้มีเรื่องน่าสังเกตครับ แม้ว่าวาทกรรม “ไร้รอยต่อ” จะสร้าง Awareness ได้มาก แต่ถ้าลองสังเกตดี ๆ จะพบว่าคำว่า “ไร้รอยต่อ” มักถูกใช้ในแง่ลบซะส่วนใหญ่ ซึ่งกลายเป็นความหมายว่า “โกงแบบเนียน ๆ” เป็นต้น

เรื่องแบบนี้ก็เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอีกนั้นแหละครับว่าจะแก้เกมกันอย่างไร

ในแง่ของการส่ง Key Message ผ่านป้ายหาเสียงนั้น ผมคิดว่าแบรนด์เพื่อไทยทำได้ดีครับ แม้ว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์อาจจะยังไม่ดีพอ แต่ว่าศึกครั้งนี้ยังไม่จบครับ

ที่ผมบอกว่าไม่จบก็เพราะว่าป้ายชุดล่าสุดที่ใช้ชื่อว่า “ทำแล้ว...จะทำต่อ” ที่ประชาธิปัตย์ส่งมาล่าสุดนั่นแหละครับ

การจะทำป้ายหาเสียงต้องทำแบบนี้ครับ คือบอกไปเลยว่าทำอย่างไรมาก่อน แล้วจะทำอย่างไรต่อ นี่แหละครับถือว่าแบรนด์ประชาธิปัตย์มถูกทางแล้ว

ผมขออนุญาตอธิบายสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ป้ายชุดนี้ซักหน่อยนะครับ ตอนที่แบรนด์ประชาธิปัตย์ตัดสินใจส่งคุณชายสุขุมพันธุ์ ลงอีกรอบนั้น ผมเชื่อว่าเป็นการเดินเกมที่ยากสำหรับการศึกครั้งนี้ครับ

ที่ผมกล่าวมาไม่ได้แปลว่าคุณชายไม่ดีหรืออะไรนะครับ แต่ในแง่การตลาดแล้ว การใช้สินค้าเดิมมาทำการ Re-launch เพื่อสู้กับสินค้าใหม่ เป็นการต่อสู้ที่เสียเปรียบมากครับ

ผมเปรียบเทียบง่าย ๆ ว่ามีสินค้าสองชนิด ชนิดแรกคุณลองชิมแล้ว พอจะรู้สรรพคุณบ้าง แต่อีกชิ้นไม่เคยเห็นเลย มีแต่คำโฆษณา และหลังจากนั้นก็จับสินค้าสองชนิดมาให้ลองชิมอีกโอกาสที่จะเผลอไปชิมอีกชนิดก็มีสูงครับ

ในการทำวิจัยการตลาดหลาย ๆ ครั้งผมมักจะพบว่าผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะลองของใหม่ ผู้ง่าย ๆ ก็คือในบรรดากลุ่มลูกค้าทั้งหมดถ้าจะให้เลือกของซ้ำก็ต้องหมายความว่ากลุ่มลูกค้าเหล่านั้นเป็นผู้ที่มีความภักดีต่อแบรนด์สูงจริง ๆ ครับ

ถ้าประเมินจากเหตุการณ์ดังกล่าวแสดงว่าแบรนด์เก่ามักเป็นผู้เสียเปรียบใช่หรือไม่

คำตอบก็คือ ไม่ใช่ครับ

ในการทำโฆษณาการตลาดนั้นหลาย ๆ ครั้งเราน่าจะเคยเห็นโฆษณาบางประเภทที่พยายามนำข้อมูลเชิงลึกมาแสดง เช่น จากผลสำรวจของสำนักวิจัย AAA ได้บอกว่าสินค้าตัวนี้ใช้ได้ผลจริงมากกว่า  XX% เป็นต้น

ข้อมูลอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เป็นการสื่อสารเพื่อทำให้ “ผู้บริโภคเดิม” ตระหนักว่าสินค้าที่เค้าใช้อยู่นั่นมีประโยชน์อย่างไร และให้ “ผู้บริโภคใหม่” ที่ยังไม่เคยลอง รับรู้ว่าสินค้าตัวนี้มีประโยชน์จริง ๆ นะ

โฆษณาประเภทนี้ผมมักจะเรียกมันว่า Functional Ad หรือโฆษณาเชิงข้อมูล โฆษณาชนิดนี้จะเน้นการสื่อสารว่าสินค้านี้ทำอะไร มีประโยชน์ยังไง ใช้ในโอกาสไหน โดยมากแล้วโฆษณาแบบนี้มักเหมาะสำหรับสินค้าที่ยังใหม่ต่อผู้บริโภค หรือ เป็นสินค้าที่อยู่ในช่วงเริ่มแรกยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก

สิ่งที่ผมพยายามจะสื่อก็คือป้ายชุดล่าสุดของแบรนด์ประชาธิปัตย์ คือ Functional Ad ชั้นดี และนี่คือกลยุทธ์ที่ถูกต้อง และเหมาะสำหรับสินค้าที่ออกวางขายแล้ว มีคนรับรู้แล้ว แต่อาจจะมีผู้บริโภคบางคนยังไม่รู้ หรือผู้บริโภคบางกลุ่มอาจจะโดนสื่ออื่น ๆ ชักจูงไปทำให้เข้าใจสินค้าชิ้นนี้คลาดเคลื่อน

ป้ายโฆษณาแบบนี้แหละครับคือข้อได้เปรียบของแบรนด์ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์เพื่อไทยไม่สามารถทำได้ เพราะคุณจูดี๊ยังไม่เคยได้เป็นผู้ว่าฯ

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเห็นป้ายนี้มากขึ้น และควรจะมากกว่าป้ายชุดก่อน ๆ นะครับ

สิ่งที่ผมได้เล่ามานั้นเป็นแค่ส่วนเล็กน้อยของกลยุทธ์ทางการตลาดการเมือง (ผ่านป้ายหาเสียง) ซึ่งถ้ามีเวลาผมจะมาเขียนบทความต่อ ๆ ไปเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเรื่องการตลาดนะครับ

เช่นเคย ท่านผู้อ่านสามารถพูดคุยเรื่องโฆษณากับผมผ่านทาง Twitter ได้นะครับ ที่ oam_oamm หรือจะส่ง e-mail มาคุยกันได้ครับ อาจจะตอบช้าหน่อยแต่ตอบกลับแน่นอนครับ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการชมโฆษณานะครับ 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    



[ Add to my favorite ] [ X ]