• ประภาพรรณ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : brainasia@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2018-09-18
  • จำนวนเรื่อง : 100
  • จำนวนผู้ชม : 29284
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
OK Life
พลังความคิด ชีวิตเบิกบาน กับการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง ประสบการณ์และความท้าทาย เติมความหมายให้ชีวิต การทำงาน และการมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศไทย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/oklife
วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม 2563
Posted by ประภาพรรณ , ผู้อ่าน : 144 , 18:04:18 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

รายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เผยแพร่ในปี 2561 ระบุว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับ 9 ของโลกด้านการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน จนนำมาสู่มาตรการแก้ปัญหาเพื่อลดความสูญเสีย เมื่อเร็วๆนี้ มีข่าวว่า กรมการขนส่งทางบก กำลังเสนอให้เพิ่มกลุ่มโรค “เบาหวาน-ความดัน-ลมชัก” ห้ามขับขี่ยานพาหนะ เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

 

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) โดย ศ.ดร.พิชัย ธานีรณานนท์ ประธานคณะอนุกรรมการสาขาการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนและการเสียชีวิต วสท. กล่าวว่า “ในต่างประเทศ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จะมีการแบ่งผู้ใช้ยานพาหนะออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ยานพาหนะส่วนบุคคลทั่วไป อาทิ รถเก๋ง รถกระบะ มอเตอร์ไซค์ ที่จดทะเบียนเป็นรถส่วนบุคคล 2.ยานพาหนะสาธารณะ อาทิ รถบัสโดยสาร และ 3.ยานพาหนะประเภทพิเศษ อาทิ รถบรรทุก รถพ่วง ซึ่งยานพาหนะกลุ่มที่ 1 แม้จะเป็นโรคเบาหวาน-ความดัน แต่หากสามารถดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์ได้ กฎหมายก็ยังอนุญาตให้ขับขี่ได้โดยที่ไม่ต้องรายงานกับหน่วยงานของรัฐที่ดูแลด้านการขนส่งทางบก เพียงแต่หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมากรณีไม่แจ้งขนส่งฯ ประกันภัยอาจสงวนสิทธิ์ที่จะช่วยจ่ายค่าเสียหาย หรือผู้ขับขี่อาจมีความผิดด้วย แต่ยังไม่ถึงขั้นไม่อนุญาตให้ขับขี่

 

ขณะที่กลุ่มที่ 2 กับกลุ่มที่ 3 กฎหมายกำหนดให้ต้องแจ้งให้ขนส่งฯ ทราบ และต้องมีใบรับรองแพทย์ด้วยว่าผู้ประสงค์จะขับขี่ยานพาหนะ กลุ่มนี้สามารถดูแลตนเองได้เนื่องจากบริการรถสาธารณะนั้นต้องรับผิดชอบชีวิตผู้โดยสาร ขณะที่รถบรรทุก-รถพ่วง เป็นพาหนะขนาดใหญ่หากเกิดอุบัติเหตุจะสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นรุนแรงกว่ารถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ทั่วไป

 

ส่วนโรคลมชักก็คล้ายๆ กัน ถ้าคุณไม่เคยชักภายใน 2 ปีที่ผ่านมา คุณก็ขับได้ ในอังกฤษ ในฝรั่งเศส อะไรพวกนี้คล้ายๆ กัน แต่บางประเทศไม่เหมือนกัน อย่าง สหรัฐอเมริกา ถ้าคุณไม่เคยชักภายใน 6 เดือน เขาก็ยอมให้คุณขับ แต่ตอนนี้บางรัฐเขาก็เปลี่ยนเป็น 1 ปี เช่น ฟลอริดา จาก 6 เดือน เขาก็บอกว่าภายใน 12 เดือนที่ผ่านมาถ้าคุณไม่เคยชักคุณมีสิทธิ์ขับ อันนี้โรคลมชัก แต่บางประเทศเขาไม่ให้ขับเลย อย่างเช่น อินเดีย จีน ถ้าคุณมีประวัติว่าเคยเป็นโรคลมชัก ไม่ว่าคุณจะหายมาแล้วกี่ปีเขาก็ไม่ให้ขับ”

 

สิ่งหนึ่งที่ประเทศไทยเราต้องทำ หากต้องการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน คือ ก่อนจะสอบใบขับขี่ อันหมายถึงการได้รับอนุญาตให้ขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนนั้น ในต่างประเทศมีการฝึกอบรม ค่อนข้างยาวนานพอสมควร เพื่อให้การขับขี่กลายเป็นทักษะที่เคยชิน และลดความเสี่ยงเมื่อออกสู่ถนนให้น้อยที่สุด เช่น ออสเตรเลีย ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 120 ชั่วโมง ส่วนอังกฤษ ต้องผ่านการเรียนภาคทฤษฎี 45 ชั่วโมง ภาคปฏิบัติอีก 20 ชั่วโมง

 

หรือประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ของไทย อย่างมาเลเซีย ต้องผ่านภาคทฤษฎี 6 ชั่วโมง เพื่อรับใบอนุญาตหัดขับรถ (Learner Driving License) โดยผู้ถือเอกสารนี้ต้องมารายงานตัวทุกๆ 3 เดือน เมื่อครบ 2 ปีแล้วจึงจะได้สอบใบขับขี่ แต่หากสอบไม่ผ่านก็จะต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ ซึ่งระหว่าง 2 ปีที่ใช้ใบอนุญาตหัดขับรถนั้นจะมีข้อจำกัด เช่น ห้ามใช้ความเร็วเกิน 80 กม./ชม.ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดต้องเป็น 0 เป็นต้น ในขณะที่ประเทศไทย เป็นที่ทราบกันว่าอบรมภาคทฤษฎีเพียง5 ชั่วโมง และภาคปฏิบัติเพียง 10 ชั่วโมงเท่านั้นก็สามารถสอบใบขับขี่ได้แล้ว

 

ประเทศที่มีอัตราการตายจากอุบัติเหตุบนถนนน้อยๆ เขาใช้แบบนี้หมด คิดว่าอันนี้น่าจะเป็นประเด็นใหญ่กว่าเรื่องเบาหวาน-ความดัน ซึ่ง ก็คงมีบ้างคนที่กำลังขับรถอยู่แล้วฟุบ แต่คงไม่น่าจะเยอะเมื่อเทียบกับการตายของคนไทยจากอุบัติเหตุบนท้องถนน เฉลี่ยวันละ 60 ราย ซึ่ง 75% หรือประมาณ 42 ราย เป็นมอเตอร์ไซค์

 

ดังนั้นการแก้ปัญหาเพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สนใจเบาหวาน-ความดัน เราก็ต้องสนใจเพราะทุกชีวิตมีค่า แต่ต้องทำควบคู่กันในหลายมิติจึงจะบรรลุเป้าหมาย

 

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2020 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]