• onareephotography
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : onareephotography@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 28601
  • ส่ง msg :
  • โหวต 27 คน
onaree
Rhythm of shutter
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/onaree
วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม 2554
Posted by onareephotography , ผู้อ่าน : 1889 , 00:59:38 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ชบาตานี โหวตเรื่องนี้

ถ้าให้เอ่ยชื่อที่เที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี  แน่นอนว่าทั้งตลาดสามชุก,
ตลาดเก้าห้อง, อุทยานมังกรสวรรค์
และอีกหลากหลายที่เป็นสถานที่ยอดฮิตของผู้ที่ชื่นชอบการเที่ยวที่ไม่ไกลจาก กรุงเทพนัก
แต่ถ้าจะให้ นึกถึงอุทยานแห่งชาติที่มีอากาศหนาวๆ ไว้คอยต้อนรับเราแล้วล่ะก็
สุพรรณบุรีคงไม่มีใครนึกถึงมากนัก
คงจะไม่มีใครเถียงนะครับ เพราะแม้กระทั่งผมเองยังนึกไม่ถึงเลย


เอาล่ะเกริ่นกันมากพอควร เข้าเรื่องเลยดีกว่า วันนี้ผมจะพาไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติพุเตย
ที่สุพรรณบุรีนี่แหละครับ
รับรองว่าไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่ หนาวแน่นอน ฟันธง !!
แว๊บแรกที่รู้ว่าจะไป วิญญาณนักเดินทางในตัวมันทำให้เรารู้สึกสั่น
แต่ที่สั่นไม่ใช่เพราะกลัวนะแต่มันสั่นเพราะตื่นเต้น เคยเป็นกันรึเปล่าล่ะ  
ที่นี้เรามารู้ข้อมูลเบื้องต้นกันก่อนดี กว่าถือเป็นการเตรียมตัว
แน่นอนว่าข้อมูลการเดินทางสำคัญเสมอ มาดูกันว่ามีเส้นทางไหนที่จะไปถึงพุเตยกันบ้าง



- เส้นทางแรก บางบัวทอง-สุพรรณฯ พอถึงทางเลี่ยงเมืองสุพรรณฯ ให้เลี้ยวซ้ายวิ่งเข้าอำเภอดอนเจดีย์
พอถึงดอนเจดีย์ก็ให้เลี้ยวซ้ายไปสระกระโจม เมื่อถึงแล้วให้เลี้ยวขวาไปอำเภอด่านช้าง
เลยด่านช้างไป 20 กว่า กม.
จะมีทางแยกซ้ายไป อช. จากตรงนั้นเข้าไประยะทางจะประมาณ 78 กิโลจึงจะถึงครับ

- เส้นทางที่ 2 มาทางนครปฐม เข้าแยกขวามาลัยแมน วิ่งไปทางสุพรรณฯ พอเลยแยกจระเข้สามพัน
จะมีทางแยกซ้ายไปอำเภอบ่อพลอย  จากแยกบ่อพลอยตรงไปทางอำเภออู่ทอง วิ่งถนนเส้น 333
เพื่อเข้าอำเภอด่านช้าง แล้วก็จะเจอแยกซ้ายไป อช. เช่นกัน

เอาเป็นว่าจากกรุงเทพจนถึงอุทยานแห่งนี้ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงนิดๆ ครับ
และสำหรับใครก็ตามที่ไม่อยากเหนื่อยกับการเดินทางมากเกินไปล่ะก็ นอนที่ตัวเมืองก็ได้นะ
เพราะยังมีที่เที่ยวให้แวะกลางทางก่อนขึ้นพุเตยอยู่พอสมควร อาทิเช่น วัดป่าเลไลย์, หมู่บ้านควาย,
หอคอยบรรหารฯ , ตลาดน้ำสามชุก แล้วแต่ว่าคุณจะใช้เส้นทางไหนเพื่อไปพุเตย
ปล.บอกไว้ก่อนนะครับก่อน ระหว่างทางที่จะไปอุทยานฯพุเตย ไม่มีปั้มน้ำมันนะครับ
ปั้มสุดท้ายอยู่ก่อนทางเลี้ยวซ้ายไปอุทยานครับ เป็นปั้มเล็กๆ ของ PT
หรือถ้าใครอยากจะแวะเข้าไปเติมที่ด่านช้างก็มีนะครับ ถ้าไม่ห่วงเรื่องเวลา



ตัดฉับไปที่ทำการอุทยานฯเลยนะครับ ขนของลงจากรถเสร็จก็เตรียมตัวเดินทางกันอีกครับ
ลืมบอกไปครับว่าอุทยานฯแห่งนี้มีที่ให้กางเต้นท์อยู่ 3 จุดนะครับคือ
หน่วยพิทักษ์อุทยานที่1 (พุเตย)
หน่วยพิทักษ์อุทยานที่2 (พุกระทิง)
หน่วยพิทักษ์อุทยานที่3 (ตะเพินคี่)

ซึ่งแต่ละจุดกางเต้นท์ก็จะมีแหล่งท่อง เที่ยวแตกต่างกัน เช่น ป่าสนสองใบ,
น้ำตกพุกระทิง, น้ำตกตาดใหญ่ และยังมีอีกเยอะที่ยังไม่เอ่ยถึง
แต่จุดมุ่งหมายของเราในการเที่ยวครั้งนี้ อยู่ที่จุดกางเต้นท์ที่ 3 (ตะเพินคี่)
ซึ่งต้องใช้รถของเจ้าหน้าที่ในการพาไปครับ รถเก๋งไม่สามารถขึ้นไปได้
แต่ว่าถ้าใครมีรถ 4WD ล่ะก็ไปโลดเลยยย 
ระยะเวลาไม่ต้องพูดถึงเพราะถ้าขับรถไปเองล่ะก็จุดไหนสวยก็จอดชมวิวทิวทัศน์ ได้เลยตามใจ



แต่แอบบอกไว้ล่ะกันว่าใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงกับทางแค่ 12 กิโล กับรถของเจ้าหน้าที่ครับ
หลังจากขึ้นรถของเจ้าหน้าที่เพื่อไปยังที่หมายของเรา ระหว่างทางจะมีเสียง ซี้ดด อูยยย ซี๊ดด อูยยย!!
เฉลยเลยและกันเพราะไม่อยากให้เดากัน อิอิ มันคือเสียงก้นกระแทกกับกระบะท้ายต่างหาก
เล่นเอากว่าจะถึงนี่ ระบมกันไป



และแล้วก็ถึงซะทีกับการรอคอย จุดกางเต้นท์ที่นี่มองเห็นวิวได้รอบๆตัวเลย อากาศดี
ลมแรงบ้างเป็นบางเวลา
ขอดึงเอาวิญญาณหมอลักษณ์เข้าตัวแล้วฟันธงว่า แหล่มมมมเยยยยย
ทริปนี้ผมใช้อุปกรณ์เครื่องนอนรวมถึงเต้นท์ของทางอุทยานฯครับ สภาพโดยรวมถือว่าใหม่มากๆ
เอาล่ะ..ไม่พูดพร่ำทำเพลงเก็บของเสร็จ ก็ตะลุยกันเลย





โดยจุดแรกที่เราจะไปกันก่อนก็คือการผจญภัยสำรวจถ้ำ ซึ่งได้แก่ถ้ำตะเพินเงิน,
ถ้ำตะเพินทอง และถ้ำตะเพินเพชร
การจะเข้าไปเดินในถ้ำนั้นต้องติดต่อทางเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ นะครับ
เพราะอยู่ๆเราจะเข้าไปเองไม่ได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาต





ภายในถ้ำตะเพินเงิน นั้นมีหินงอกหินย้อยสวยงามเอามากๆ เลยทีเดียว และการเดินชมก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษด้วย
เพราะถ้าเราไปโดนส่วนที่เป็นตะกอนแคลเซียมไบคาร์บอเนตและสายแร่ซิลิก้าร์
มันจะตายครับ (จริงๆนะ เอออ..)
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อน









ส่วนถ้ำตะเพินทองนั้นถูกปิดโดยหินงอกหินย้อยที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ครับ
เลยสามารถเดินชมได้แค่เพียงรอบนอก
ซึ่งมีพระพุทธรูปคู่บ้านตะเพินคี่ประดิษฐานอยู่ และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวกระเหรี่ยงที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นด้วย





สุดท้ายถ้ำตะเพินเพชร ซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีเพดานสูงถึง 10 เมตร มีหินงอกหินย้อย
สีขาวและเป็นประการดุจังเพชร
ทางเข้าถ้ำนั้นค่อนข้างแคบ จึงต้องใช้ความพยายามในการเบียดตัวเข้าไปภายใน
เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและท้าทายดีสำหรับคนตัวที่ไม่เล็กมาอย่างผม อิอิ









หลังจากนั้นก็กลับเข้าที่พัก และเตรียมอาบน้ำ เพราะไม่อย่างนั้นเราจะต้องอาบแห้งกัน อ่าว งง อ่ะดิ!! อาบแห้งคืออะไร
ง่ายจะตายเพราะอยู่กรุงเทพฯเราก็ทำบ่อยๆ ก็คือไม่อาบน้ำงัย ฮ่า ฮ่า
นอกจากนั้นการอาบน้ำตอนดึกๆ เราอาจจะเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น หึหึ
เพราะที่นี่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงนะ ธรรมชาติเพียวๆ
ช่วงหัวค่ำหลังจากทานข้าวกันเสร็จ ก็มีการแสดงของชาวกระเหรี่ยงที่เรียกว่า "รำตง"
ซึ่งเด็กๆชาวกระเหรี่ยงที่มารำในครั้งนี้ทำให้ผมอมยิ้มได้ตลอดการแสดงเลยที เดียว
ต่อจากนั้นต่างคนต่างแยกย้ายกันเข้านอน เพราะกิจกรรมวันรุ่งขึ้นเราจะต้องตื่นกันแต่เช้าพอสมควร
นั่นก็คือการเดินไปชมอาทิตย์ขึ้นบนยอดเขาเทวดา ซึ่งเป็นยอดเขาสูงที่สุดของจังหวัดสุพรรณบุรี
คืนนี้ บ๊าย บายครับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Icy วันที่ : 16/12/2011 เวลา : 01.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hutandoh
I'm not a photographer ติดตาม trip ฝึกถ่ายรูปทางนี้เลยครับ http://www.oknation.net/blog/mrapirak

^^ สวยมากเลยครับ ทั้งสถานที่และรูป

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
onareephotography วันที่ : 15/12/2011 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/onaree

มีโอกาสลองไปกันครับ บรรยากาศดีทีเดียว ^ ^

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ย่าดา วันที่ : 15/12/2011 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

โอวถ่ายถ้ำได้สวยมากๆค่ะ น่าไปเที่ยวจัง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชบาตานี วันที่ : 15/12/2011 เวลา : 18.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

นับเป็นถ้ำที่สวยงามมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 15/12/2011 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

สวยงาม น่าไปมากๆครับ แต่เสียดาย รถเก๋ง ไม่สะดวก เท่าไหร่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
cm_coffee วันที่ : 15/12/2011 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cm-arabica
"ลุงรภ"

มีโอกาศคงจะได้ไปเยือนสักครั้ง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน