*/
  • ผีเสื้อพเนจร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ontheway_vagrant@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 165
  • จำนวนผู้ชม : 402770
  • จำนวนผู้โหวต : 412
  • ส่ง msg :
  • โหวต 412 คน
วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน 2560
Posted by ผีเสื้อพเนจร , ผู้อ่าน : 1773 , 08:33:31 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน นายสิบหมื่น , Chaoying และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

ตอนที่ 2  จากดอยสู่บ้าน

(ตอนที่ 1 http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway/2016/08/12/entry-1)

บนยอดดอยลับแล

อย่างที่ผมเคยบอกไว้  บางครั้งเวลาในการเขียนเรื่อง ผมก็ไม่รู้จะบรรยายภาพของความสวยงามนั้นออกมาเป็นตัวอักษรได้อย่างไร นอกจากจะได้เห็นภาพสวยงามนั้นด้วยตาตัวเอง ผมปล่อยกล้องถ่ายภาพได้ทำหน้าที่นั้นแทน ผมถึงจุดปลายทางที่ดอยลับแล หันไปมองเพื่อนร่วมทางที่พามาถึงที่ที่  นึกขอบคุณอยู่ในใจ

บางครั้งปลายทางนั้นเป็นจุดหมายที่ต้องเดินไปให้ถึง แต่ปลายทางก็ไม่ได้สำคัญมากไปกว่า สิ่งที่ควรค่าในการจดจำ นั่นก็คือ เรื่องราวระหว่างทาง มิตรภาพ และ เพื่อนร่วมทาง

   

 

             ผมใช้เวลาอยู่ที่นั่นนาน ล้มตัวลงนั่งมองความสวยงามเบื้องหน้า เสียงลมที่พัดผ่าน เสียงพูดคุย สายหมอก ทำให้ผมลืมช่

วงเวลาแห่งความทุกข์ไปได้บ้าง

                เสียงเพื่อนๆเรียกไปกินข้าว มื้อกลางวัน อาหารไม่ได้มีอะไรมากนักแค่ข้าวสวย น้ำพริก ยำปลากระป๋อง และผักสดๆที่เราเก็บมา ดูเป็นอาหารง่ายๆ แต่ รสชาติอาหาร บรรยากาศรอบตัว และมิตรภาพ ทำให้อาหารมื้อนั้นเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิตของผมอีกมื้อเลยทีเดียว

                หลังจากมื้อกลางวัน ผมยังคงปล่อยเวลากับการมองภาพของความสวยงามอยู่เบื้องหน้าอยู่เป็นเวลานาน

เลยไว้เวลาไปร่วมบ่าย 4 โมง พวกเราถึงเตรียมขยับเตรียมกลับที่พักกัน  ระยะทางจากดอยลับแลไปที่แคมป์ของเรา ไม่ไกลมากนักหรอก แต่ผมใช้เวลาไปร่วมเกือบชั่วโมง ไม่ใช่อะไรนอกจากเวลากับการดูโลกใบเล็กของผมระหว่างทาง ทั้งผีเสื้อที่พบระหว่างทาง มอส เฟิร์น เห็ด แปลกตา สิ่งเล็กๆที่ซ่อนอยู่นี้ทำให้หลงใหลได้เช่นกัน 

บางทีการที่เราเดินเร็วไปเราอาจจะพลาดบางอย่างที่น่าสนใจระหว่างทาง


 

 

 

              เกือบ 5 โมงเย็น ผมกลับถึงที่พัก จัดแจงวางกระเป๋ากล้องลง ถอดรองเท้าเดินป่าออก นั่งพักอยู่ในแคมป์ สักพักหนึ่งเสียงกระพือปีกของนกขนาดใหญ่ดังแว่วมา ผมลุกพรวด พลางร้องออกมา “นกเงือก” ใช่ที่นี่มีนกเงือกอยู่ เพื่อนผมเคยถ่ายรูปไว้ได้ อารามตกใจและอยากได้ภาพ ผมรีบเปิดกระเป๋ากล้องเปลี่ยนเลนส์เป็น เลนส์ เทเลโฟโต้ 500 มม. ที่อุตส่าห์แบกมาจนเหนื่อย  แล้วรีบสวมรองเท้าแตะ เดินตามหานกเงือกทันที และนั่นคือความผิดพลาด

             ผมเดินออกจากแคมป์มาไม่เกิน 100 เมตร ตามหานกเงือกที่ได้ยินเสียงบินผ่านไป ยืนสังเกตและเฝ้ามองอยู่นานสุดท้ายก็ไม่มีวี่แววว่าจะเห็นตัว ผมเดินกลับมาที่แคมป์ด้วยความเสียดาย เพื่อนๆถามว่าเจอหรือไม่ผมตอบว่าไม่พบแม้แต่เงา  เก็บกล้องลงกระเป๋า มองดูเพื่อนๆทำอาหาร เพียงไม่กี่นาทีที่กลับมาถึง ผมเพิ่งรู้สึกผิดปกติที่ขาของตัวเอง  หลังเท้าด้านขาเริ่มบวมมากขึ้นและมากขึ้น จนน่าตกใจ ร้องบอกเพื่อนๆถึงอาการที่ขา หลังจากนั้นอาการปวดเริ่มเข้ามาเรื่อยๆ  เท้าของผมบวมเร็วมากจนน่ากลัว เพื่อนๆถามว่าผมไปโดนอะไรกัดหรือต่อยมาหรือเปล่า ผมสั่นหัว ไม่รู้อย่างเดียว เพราะตอนนั้นไม่รู้จริงๆว่าไปโดนตัวอะไรมา แต่ที่แน่ๆคือเพราะผมรีบ ไม่ทันได้ใส่รองเท้าเดินป่า ใส่รองเท้าแตะลุยเข้าไปตอนที่ตามหานกเงือก เป็นไปได้ว่าระหว่างนั้นแหละที่ผมอาจจะเดินไปเจอสัตว์มีพิษอะไรสักอย่างหนึ่งกัดหรือต่อย แต่ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยเพราะใจ พะวงกับการตามหานกเงือกนั้นมากกว่า 

               ไม่ถึง 15 นาที ขาผมบวมมากขึ้นไปอีก เหมือนมีลูกมะนาวใหญ่ๆ อยู่ที่หลังเท้าขวา และเริ่มมีอาการปวดมากขึ้น อาการดูจะไม่ดีขึ้น ผมรีบหายาแก้ปวดกินประทังไปก่อน แล้วล้มตัวลงนอน จากนั้นผมก็หลับไปด้วยอาการพิษไข้

 

               ผมตื่นมาอีกทีประมาณ 2 ทุ่ม อาการที่ขายังไม่ทุเลาลง อาการปวดและบวมยังคงอยู่เหมือนเดิม ในแคมป์ มี เป๊ป เต๋า ต้น อยู่รอบกองไฟ แต่พะตี่คำนึงหายไป แต่จากนั้นไม่นาน พะตี่ก็กลับมาพร้อมกับเห็ดจอมปลวกขนาดใหญ่หลายดอก ผมยังไม่ได้กินข้าว พะตี่ เอาเห็ดไปล้างแล้วเอามาย่างไฟให้ผมเป็นข้าวเย็น กลิ่นเห็ดย่างทำให้ผมเริ่มหิวขึ้นมาเลย เพราะว่ากลิ่นที่ได้ คล้ายกับกลิ่นปูย่างมากๆ  อาหารป่าแบบนี้เชื่อไหมว่าทำให้ผมเจริญอาหารมากกว่าเดิมอีก

                ขาของผมยังบวมและปวดอยู่ ผมบ่นให้เพื่อนๆฟังถึงความไม่ระมัดระวังของตัวเอง อารามรีบร้อนทำให้ไม่ใส่รองเท้าเดินป่า แล้วโดนตัวอะไรสักอย่างกัดหรือต่อยเอา ใจผมคิดไปทางพวกตะขาบหรือแมงป่อง ที่พิษอาจจะไม่ได้เยอะนัก และผมก็คงไม่ได้แพ้พิษของพวกนี้เท่าไหร่ และอีกอย่างคงไม่ใช่งูพิษ เพราะไม่งั้นป่านนี้ผมอาจจะไม่ฟื้นมาแล้วก็ได้

                เช้าของวันรุ่งขึ้น วันที่ 3 ของการเดินทาง ผมตื่นสายกว่าทุกคน อย่างแรกที่ผมสำรวจก็คือ อาการที่ขา  อาการปวดทุเลาลงไปบ้างแล้วแต่อาการบวมยังคงอยู่  ผมช่วยต้นเอาเห็ดจอมปลวกที่เหลือเมื่อคืนไปล้างเพื่อเอามาประกอบอาหารมื้อเช้า เตรียมตัวเก็บของ สายๆวันนี้เราจะเดินทางกลับไปที่หมู่บ้าน

       

 

                ประมาณ 9 โมงครึ่ง พวกเราก็เริ่มเดินทางกลับไปยังหมู่บ้าน ผมเดินช้ากว่าคนอื่น อาการปวดบวมยังมีอยู่และผมก็ยังโอ้เอ้กับการเก็บภาพระหว่างทาง เส้นทางที่เราจะเดินกลับในวันนี้เป็นคนละทางกับทางที่เรามา เส้นทางนี้จะตัดเข้าหมูบ้านเลย เป็นเส้นทางเดินลงเขาอย่างเดียว ระยะทางแรกเป็นเส้นทางเดียวกับที่เราขึ้นไปดอยลับแลเมื่อวาน แล้วตัดลงเขา ช่วงแรกๆเดินสบาย ไม่นานนัก เส้นทางของเราก็เดินผ่านป่าไผ่ แน่นอนผมยังอยู่หลังสุด สิ่งเล็กๆน้อยๆระหว่างทาง ผมเอาผมต้องงัดเอากล้องถ่ายรูปออกมาบ่อยๆ

                 ฝนที่ตกลงมาบ่อยๆทำให้เส้นทางลื่นกว่าเดิม ทางเดินลงเขาทำให้ผมลื่นล้มบ่อยๆ และอาการปวดที่ขาเริ่มกลับมามีอาการอีกครั้ง  ครั้งหนึ่งของการหยุดพัก ผมเริ่มรู้สึกผิดปกติที่ขา พอถอดรองเท้าออก พบว่ามีทากอยู่ตัวหนึ่งเกาะอยู่ที่หน้าแข้งดูดเลือดผมจนตัวเป่ง  และในระหว่างทางนี้แหละที่ผมให้ผมได้สังเกตว่า รองเท้าเดินป่าของผมที่ใช้มานานหลายปีได้ถึงกาลเวลาอวสานแล้ว พื้นรองเท้าขาดเป็นที่เรียบร้อย และก็ตอนนี้แหละที่พะตี่คำนึงเอารองเท้าบูทยางที่ใส่อยู่มาให้ผมใส่แทนรองเท้าเดินป่าที่ขาดไป โดยพะตี่เอารองเท้าขาดๆของผมไปใส่ก่อน

                  ทางลงเขาเริ่มเดินสบายมากขึ้น บางช่วงเราผ่านพื้นที่เพาะปลูก ทำให้ผมรู้ว่าเราใกล้ถึงหมู่บ้านเข้ามาแล้ว และก็จริงไม่นานนักกับที่เราเดินมา ผ่านลำธารช่วงหนึ่ง ไม่ทันได้ตั้งตัวผมพบว่าพวกเราเดินเข้ามาในเขตหมู่บ้านแล้ว โดยเข้ามาทางด้านหลังโรงเรียนนั่นเอง ซึ่งไม่ไกลจากบ้านของพะตี่คำนึงเท่าไหร่เลย

 

                ผมวางเป้ที่หนักอึ้งหน้าบ้านพักหลังเล็กๆของเพื่อนผมที่อยู่ติดกับบ้านของพะตี่คำนึง บ้านหลังเล็กๆนี้ ครอบครัวของเพื่อนรักของผมมาสร้างไว้ ในหมู่บ้านแห่งนี้ ผมรู้สึกว่าเป็นบ้านเล็กๆที่น่าอยู่ที่สุด

                ผมถอดรองเท้าพักขา อาการปวดทุเลาลงไปเยอะ แต่อาการบวมยังคงอยู่ พักหายเหนื่อยได้ไม่นานผมหยิบกล้องเดินย้อนกลับไปยังสนามหน้าโรงเรียนที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ ไม่ใช่อะไรมาก เพราะมีผีเสื้อจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่โบยบินอยู่บริเวณนี้ ทั้งผีเสื้อเณร ผีเสื้อแพนซีเทา ผีเสื้อขาวหางริ้ว ผีเสื้อหนอนพุทรา และผีเสื้อแพนซีเหลือง ที่ผมได้พบเป็นครั้งแรก

               หลังจากเก็บภาพได้จนพอใจ ผมกลับมาชำระร่างกายที่หมกมาหลายวัน น้ำเย็นจนผมสะดุ้งโหยง หลังอาบน้ำแล้วก็สบายตัวมากขึ้น แล้วความง่วงก็เข้ามาแทนที่ในทันที ผมหยิบมาแก้ปวดมากินแล้วก็ไม่ช้าก็หลับไป หน้าระเบียง บ้านพัก ซึ่งเป็นบ้านในฝันของผมนั่นเอง 

..............................................................

 ตอนที่ 3 เร็วๆนี้ครับ

 

 
 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Chaoying วันที่ : 24/09/2017 เวลา : 21.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คิดถึงนะ ผีเสื้อ
ทากกัด นานมั้ยกว่าจะรู้สึก
ภาพวิว ธรรมชาติสวยมาก แม้จะบรรยายไม่เท่าตาเห็น ก็เห็นและรู้สึกได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 25/08/2017 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

ลุย...ป่า..
ลุย..ความงดงามของป่า เหมือนเดิม..
สวย..เหมือนเดิม

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มารูโกะ วันที่ : 04/07/2017 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maruko

สวัสดีค่ะนายผีเสื้อ
เรื่องราวและภาพถ่ายสวยงามมากมายนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 21/06/2017 เวลา : 09.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

BlueHill -- ได้ยินเสียงมากกว่าครับ ตอนอยู่ในป่า ตอนเข้าหมู่บ้าน เห็นตัวง่ายกว่า ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 21/06/2017 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เสียดายไม่สบายซะก่อน
นกเยอะไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 2 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 20/06/2017 เวลา : 14.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

แม่หมี -- ผมรักษา ขาอยู่เกือบ 2 เดือนเลยครับ กว่าจะหาย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 20/06/2017 เวลา : 09.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านไปเป็นห่วงไปเรื่องขาที่บวมและปวดของคุณนี่ล่ะค่ะ รออ่านตอนต่อไปนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน