• สยุมพร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-08-31
  • จำนวนเรื่อง : 82
  • จำนวนผู้ชม : 293618
  • จำนวนผู้โหวต : 151
  • ส่ง msg :
  • โหวต 151 คน
เวคาข้ามอ่าว

ในหลวงทรงเรือใบข้ามอ่าวไทยด้วยพระองค์เอง

View All
<< พฤศจิกายน 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน 2554
Posted by สยุมพร , ผู้อ่าน : 4273 , 17:51:29 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน

จินตนาการล้ำยุค เมื่อ 118 ปี ที่แล้ว

ใคร ๆ ก็ชอบมาชม

 

วันนี้ขอพาไปพักผ่อนสมองไกลอีกนิด

 (คลายเครียดจากน้ำท่วมเมืองไทย)

 

จากอุทยานประวัติศาสตร์ที่ป่านนี้ยังเล่าไม่จบ

เพราะยังมีอีกหลายจุดที่ยังไม่ได้เขียนถึง

 

แต่อยากพาไปดูอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง

ที่งดงามอมตะและสวยเป็นเลิศ ของแอลเอ

 

บรรดาเพื่อน ๆ บอกว่าต้องไปชมให้ได้ คือ

The Bradbury Building

 

เป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมที่ได้รับการยกย่อง

ว่าโดดเด่นทีสุดในแคลิฟอร์เนียใต้

 

เป็นการผสมผสานศิลปะแบบ Italian Renaissance

และนับเป็นอีกหนึ่งในสัญญลักษณ์ของแอลเอ

 

สร้างเมื่อ ค.ศ. 1893 ตั้งอยู่ที่ 304 South Broadway 

ตัดกับ ถนน สาม (3rd Street) ในตัวเมืองของแอลเอ

 

ผู้เป็นเจ้าของอาคาร คือ Lewis Leonard Bradbury

(6 พฤศจิกายน 1823 – 15 กรกฏาคม 1892)

 

ซึ่งเป็นเศรษฐีเจ้าของเหมืองแร่เงิน ชื่อ Tajo

ในเมือง Sinaloa, ประเทศเม๊กซิโก

 

ในช่วงปลายชีวิตได้เปลี่ยนมาเป็นนักพัฒนา

อสังหาริมทรัพย์ ในแอลเอ

 

เขาวางแผนที่จะสร้างอาคาร 5 ชั้น

บนถนนบรอดเวย์ ตัดกับถนนสาม ซึ่งห่างจาก

 

บ้านของเขาใน Bunker Hill เพียงไม่กี่ถนนเอง

เขาได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายวิทยาศาสตร์

ในยุค ค.ศ. 1880

 

Sumner Hunt เป็นสถาปนิกท้องถิ่นคนแรก

ที่เขาว่าจ้างให้ออกแบบอาคาร แต่ก็ต้องผิดหวัง

 

เพราะการออกแบบของ Huntไม่ยิ่งใหญ่

วิสัยทัศน์ยังน้อยไม่ล้ำยุคแบบที่เขาต้องการ

 

เพื่อจะให้อาคารเป็นอนุสาวรีย์ของตัวเอง

เพราะเขาอายุมากแล้วและเจ็บป่วย จึงรู้ดีว่า

 

อาคารแห่งนี้จะเป็นงานชิ้นสุดท้ายของชีวิต

เขาจึงทุ่มเทเพื่อให้แน่ใจว่าจะเป็นผลงานชิ้นอมตะ

 

ซึ่งจะมีชื่อของเขาติดอยู่คู่กับอาคารนี้ตลอดไป

เขาจึงไปขอร้อง George Herbert Wyman

 

วัย 32 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาปนิกออกแบบอาคาร

ของ Sumner Hunt ให้ลองทำงานชิ้นนี้ดู

 

 ทำไม Bradbury จึงคิดว่า Wyman

จะสามารถทำงานชิ้นนี้ได้สำเร็จ

 

ก็เป็นเหตุผลที่ยังลึกลับอยู่ บางทีอาจเป็นเพราะ

การพูดคุยกันของพวกเขามีข้อมูลมากมาย

 

เกินการออกแบบเบื้องต้นไปมากโขแล้ว

Bradbury เองยอมรับว่างานชิ้นนี้ยาก ทุกคน

 

วิ่งหนีกันหมด แม้กระทั่ง George Wyman เอง

ตอนแรกเขาก็ปฏิเสธเพราะรู้ตัวดีว่า

 

ตนเองฝีมือยังไม่ถึงขั้นมืออาชีพ

แต่ในขณะที่กำลังถกเถียงกันอยู่นั้น

เรื่องนี้ได้ถูกตัดสินโดยน้องชายของเขา

 

Mark Wyman อายุ 22 ปี ซึ่งตายไปแล้ว 6 ปี

(อ้าว!!! ทำไมไปเกี่ยวข้องกับคนตาย)


เพราะว่าตอนค่ำวันเสาร์วันหนี่ง George และภรรยา

นั่งอยู่หน้ากระดาน Planchette พร้อมอุปกรณ์

 

กระดาษ,ดินสอ สำหรับเขียนข้อความ

(น่าจะเป็นการเล่นผีถ้วยแก้ว – จขบ)

 

Mark Wyman ได้สื่อสารกับพี่ชายมีใจความว่า


ให้รับทำงานก่อสร้าง Bradbury Building

แล้วเขาจะมีชื่อเสียงโด่งดัง

 

โดยเขาเขียน คำว่า Bradbury คว่ำหัวลง

ดังนั้น การตกลงทำงานร่วมกันระหว่าง

 

Lewis Bradbury กับ George Wyman จึงถือกำเนิดขึ้น

จากการรับประกันของผู้ที่อยู่อีกมิติหนึ่ง(เหลือเชื่อ)

 

George เล่าให้ฟังว่าได้รับอิทธิพลแนวความคิดจาก

หนังสือของ Edward Bellamy ชื่อว่า

 

“มองย้อนกลับ” “Looking Backward”

ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 1887

 

บรรยายถึงสถาปัตยกรรมในอนาคตปี ค.ศ.2000

อาคารพาณิชย์โดยทั่วไป จะเป็นห้องโถงใหญ่

 

รับแสงสว่างเต็มที่ ซึ่งไม่ได้มาจากหน้าต่าง


รอบตัวอาคารเท่านั้น หากแต่มาจากยอดโดม

ของหลังคาซึ่งอยู่สูงขึ้นไปเป็นร้อยฟุต

 

ฝาผนังประดับด้วยภาพในโทนสีอ่อนหวาน

ทำให้แสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาอย่างเต็มที่

 

ฉาบผนังภายในอาคารดูนุ่มนวลขึ้น

ซึ่งแนวคิดนี้มีอิทธิพลอย่างมาก

 

ต่อการออกแบบของ George Wyman

สถาปัตยกรรมภายนอกตัวอาคาร

 

เป็นแบบเรียบ ๆ สไตล์ Italian Renaissance

ใช้อิฐสีน้ำตาลและหินทราย terra cotta ตกแต่ง

 

ดูแล้วเหมือนอาคารพื้น ๆ ทั่ว ๆ ไป

แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปข้างใน

 

จะพบกับความตระการตา สวยงาม น่าประทับใจ

เริ่มจากแสงสว่างจ้า จากหลังคากระจก ที่สาดส่องลงมา

 

ฉาบทั่วอาคาร 5 ชั้น ให้มองเห็นการตกแต่งภายใน

ที่มีความงาม แฝงเสน่ห์ ประทับใจ ผู้มาเยือน

 

มิได้สงสัยเลยว่า ทำไมจึงได้สร้างชื่อเสียงมากมาย

เมื่อมายืนอยู่กลางห้องโถงของอาคาร

 

มองไปทางซ้ายและขวาจะเห็นลิฟท์เหล็กโปร่ง

ลักษณะเหมือนลูกกรงเหล็กเลื่อนขึ่นลงถึงชั้น 5

 

มีทางเดินเป็นระเบียง ประดับด้วยเหล็กดัด ทุกชั้น

ซึ่งสั่งทำจากประเทศฝรั่งเศส และนำไปแสดง

 

ในงาน Chicago World’s Fair

ก่อนที่จะถูกส่งมาติดตั้งที่ตัวอาคารนี้

 

พื้นที่ทั้งหมด รวมทั้งบันได ทางเดิน 2 ฝั่ง

ออกแบบเป็นลวดลาย เรขาคณิต


และทำเป็นภาพลวงตา ให้ดูเหมือนว่ามีผักแขวนอยู่

 

พื้นบันไดเป็นหินอ่อนนำเข้า จาก Belgium


พื้นทางเดินของอาคารเป็นกระเบื้องเคลือบของเม๊กซิกัน

ฝาผนังเป็นไม้และอิฐเคลือบสีอ่อน

 

เมื่อมาดูภูมิหลังประสพการณ์ของ George Wyman

เขาเป็นสถาปนิกฝึกงาน ที่เริ่มทำงานเพียงไม่กี่ปี

 

ได้รับค่าแรง เพียง $5 ต่อสัปดาห์

แทบไม่น่าเชื่อกับผลงานที่ออกมา

 

เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ยั่งยืนสวยงามล้ำยุค

สมใจนึกของ Lewis Leonard Bradbury

 

แม้แต่นิตยสาร “ศิลปะและสถาปัตยกรรม”

ยังออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ผลงานชิ้นนี้

 

ไม่ใช่อุบัติเหตุ หากแต่เป็นงานที่รังสรรค์


ออกมาจากความคิดและจินตนาการ

อันอ่อนเยาว์หากแต่แข็งแรง

 

บันไดทอดสู่อวกาศเบื้องบนซึ่งคำนวนได้ไม่รู้จบ

แสงสว่างบนท้องฟ้าคือเทพนิยายของวิชาคณิตศาสตร์

 

แต่งานก่อสร้างมิใช่จะราบรื่นตลอด

ในฤดูใบไม้ผลิ เขาพบว่าการขุดดินเพื่อใช้งาน

 

มีผลกระทบกับรากฐานของตัวอาคาร

และเขาไม่มีงบประมาณเหลือสำหรับปัญหานี้

 

สุดท้าย Lewis Bradbury อนุมัติการนำเข้า

ของรางเหล็กขนาดใหญ่จากยุโรปมาเสริมฐาน

 

เพื่อสนับสนุนให้การก่อสร้างดำเนินต่อไป

จากประมาณการค่าใช้จ่ายเดิม $175,000

 

แต่สุดท้าย Lewis Bradbury ก็ทะยอยนำเงิน

มาเติมช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ในระหว่างการทำงาน

 

ยอดเงินรวมที่เขาจ่ายทั้งหมด $500,000

เพื่อผลงานยอดเยี่ยมสำหรับอนุสารีย์ของเขา

 

เมื่อนำมาคำนวนเทียบค่าของเงินในปี ค.ศ. 2008

จะเป็นมูลค่าประมาณ $11,000,000.00

 

แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้อยู่เพื่อชื่นชม

ผลงานอันยิ่งใหญ่ในวันที่เสร็จสมบูรณ์

 

เขาได้เสียชีวิตเพียงไม่กี่เดือน

( 15 กรกฏาคม 1892 )


ก่อนหน้าที่จะเปิดตัวอาคารนี้ ในปี ค.ศ.1893

 

แต่เราทุกคนจะจดจำเขาไว้ทั้งในหน้าบันทึก

ของประวัติศาสตร์และความทรงจำตลอดไป

 

สำหรับ George Wyman เอง อาคารหลังนี้

ทำให้เขาได้รับรางวัลเกียรติยศมากที่สุดหลายรางวัล

( ผีน้องชายของเขา ทายแม่นมาก)

 

ปัจจุบันอาคารหลังนี้ได้รับการขึ้นทะเบียน

ให้เป็นอาคารประวัติศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1977

 

และในปี ค.ศ. 2001 – 2003 ขึ้นทะเบียนเป็นพิพิธภัณฑ์

แต่ยังมีการใช้พื้นที่ในตัวอาคาร 5 ชั้นเป็นสำนักงานใหญ่

 

ของกรมตำรวจลอสแองเจลลิส, กองการต่างประเทศ

และหน่วยงานราชการอื่น ๆ

 

และชั้นล่างยังเป็นร้านค้าปลีกของเอกชน เช่น

ร้าน Ross Cutlery ที่ขายอุปกรณ์ของใช้

 

ทำด้วยสแตนเสลส เช่น ช้อน ซ่อม มีด ต่าง ๆ

หลากหลายยี่ห้อดัง ๆ จากทั่วโลก

 

(ร้านนี้ดังเป็นพลุ เพราะ O.J. Simpson 

ได้ซื้อกริชยาว 12 นิ้วจากที่นี่

 

เพื่อไปฆาตกรรมภรรยา Nicole Simpson 

และเพื่อนชายของเธอ Ronald Goldman

 

จากหลักฐานรอยนิ้วมือของเขาที่ด้ามกริช

และเขายังมีสำนักงานในอาคารนี้อีกด้วย)

 

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร Subway Sandwich


ร้านขายโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Sprint


และสำนักงานขายอสังหาริมทรัพย์

อาคารแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม

 

มีผู้มาเข้าชมทุกวัน มีโต๊ะเล็ก ๆ สำหรับพนักงาน

ทำหน้าที่ให้ข้อมูลและแจกแผ่นพับ


นักท่องเที่ยวได้รับอนุญาตให้ชมแค่บันไดชั้นสองเท่านั้น

 

คุณ Lewis Bradbury จะรู้หรือไม่หนอว่า

อาคารแห่งนี้มีลักษณะเด่นเป็นที่ถูกตาต้องใจ

 

ของบรรดานักสร้างหนังทั้งหลาย

ที่นิยมมาใช้สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์

 

และมิวสิควีดิโอ, โทรทัศน์  ฯลฯ

ได้รับการเขียนถึงในนวนิยายเด่นบางเรื่อง

 

ที่โด่งดังที่สุดในปี 1982 หนังแนววิทยาศาสตร์

คือ Blade Runner 

 

และยังได้ใช้ถ่ายทำหนังสืบสวนของ Film Noir

ปี 1951, Remake of M (David Wayne)

 

ปี 1953, I, The Jury (Joseph Losey)

ปี 1964, Good Neighbor Sam (Jack Lemmon)

 

ปี 1994, Wolf (Jack Nicholson)

ปี 1986, Murphy’s Law (Charles Bronson

 

ปี 1974, Chinatown

ปี 1998, Lethal Weapon 4

 

ปี 1969, Marrlowe

ปี 1985, Avenging Angel

 

ปี 1956, The Indestructible Man

ปี 2000, Pay It Forward

 

ปี 1972, The Night Strangler (TV movie)

ปี 1994, Disclosure (Michael Douglas/Demi Moore)

 

ปี 2009, (500) Days of Summer

 

บรรดาหนังซีรี่ส์ของโทรทัศน์ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า

 

ปี 1964, Demon with a Glass Hand


ตอน The Outer Limits 

(ประพันธ์โดย Harlan Ellison)

 

ปี 1963-64, 77 Sunset Strip (Efrem Zimbalist Jr.)

 

ปี 1989, Quantum Leap

ตอน Play it again Seymour

 

ปี 1972-73, Banyon

ปี 1976, City of Angels

 

ปี 1966-73, Mission Impossible

ปี 2007, Pushing Daisies

 

และ Flash Forward

ตอน Let No Man Put Asunder

 

ปี 2010, Fame

 

นอกจากนี้ อาคาร Bradburry ยังปรากฏโฉม

ใน Music Videos ตั้งแต่ปี 1980 ของ เหล่านักร้องดัง

 

Heart, Janet Jackson, Earth Wind and Fire

 and Genesis


และยังปรากฏในหนังโฆษณารถของ Pontiac Pursuit 

 

ปี 1989, เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์

Janet Jackson’s Rhythm Nation 1814

 

ปี 1980, Pointer Sisters เพลง He’s So Shy

และ เพลง Let’s Get Down ของ Tony! Toni! Tone!

 

นอกจากนี้ภาพอันโดดเด่นของอาคาร Bradburry 

ยังปรากฏใน


Microsoft Office SharePoint Tortal 

Server 2003 box ด้วย

 

ในขณะที่ เกมส์ SimCity 3000 ใน PC ก็มีรูปอาคารนี้

รวมอยู่ในหนึ่งของเหล่าบรรดาอาคารพาณิชย์ขนาดกลาง

 

นักเขียนนวนิยายยอดนิยม มักนำอาคาร Bradburry  

มาอ้างอิง เขียนถึงกันอยู่บ่อย ๆ เช่น

 

Gravity’s Rainbow เขียนโดย Thomas Pynchon

 

Philip Marlowe พระเอกของเรื่อง มักจะคิดถึงบ้านเสมอ

เมื่อได้เห็นระเบียง เหล็กดัดสวยงามของอาคาร Bradburry

 

ในนวนิยาย Star Trek , The Case of The Colonist’s Corpse,


ตอน A Sam Govley Mystery 

ตัวละครหลักทำงานในอาคารนี้

 

นวนิยายเรื่อง The Man With The Golden Torc

เขียนโดย Simon R. Green

 

และนวนิยายวิทยาศาสตร์รวมหลากหลายเรื่องราว

The World Of Tiers เขียนโดย Philip Jose Farmer

 

หนังสือการ์ตูน DC Comics and Marvel Comics

ได้ใช้สถานที่จริงของอาคารเป็นสำนักงานใหญ่

ของทีม The Order อีกด้วย

 

ส่วนราชการของแอลเอร่วมมือกับเจ้าของอาคารเดิม

Ira Yellin ว่าจ้างสถาปนิก Breda Levin เพื่อทำการ

 

บูรณะปรับปรุงอาคารที่เสียหายจากแผ่นดินไหว

ใช้เวลาในการนี้ถึง 2 ปี และหมดงบประมาณ $2.4 ล้าน

 

ไปกับการทำคอนกรีตยึดผนังภายนอกในแต่ละชั้น

และเพิ่มบล๊อคคอนกรีตที่รับแรงสั่นสะเทือน

 

ถูกวางยึดไว้ระหว่างภายในชั้นใต้ดิน และชั้นที่สอง

เหล่าบรรดาหินทรายทีใช้ตกแต่งด้านนอกอาคาร

 

มีมาตรการเพิ่มความปลอดภัยด้านหลังก้อนหินทุกก้อน

เนื่องจากอาคาร Bradburry Building แห่งนี้

 

ได้รับการรับรองให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติ

( The National Historic Landmark)

 

แม้ว่าจะมีอายุ นานถึง 118 ปี แต่ก็ยังคงดำรงสภาพ

แวดล้อมเดิม ๆ ที่ยังมีสำนักงานทันสมัยในอาคาร

 

อยู่ใกล้ศูนย์วัฒนธรรมและศูนย์ธุรกิจที่สำคัญ

และไม่เคยขาดการเยี่ยมชมของบรรดานักท่องเที่ยว

 

เรียกว่าสมความปรารถนาของ


คุณ Lewis Leonard Bradbury


สำหรับอนุสรณ์สถานที่งดงามล้ำยุคแห่งนี้


Nox Arcana - Pandora's Music Box

By Apillis124



BLADE RUNNER ( filming location video )

Harrison Ford / Ridley Scott  By HerveAttia




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11
nongkoy วันที่ : 09/04/2015 เวลา : 18.10 น.
http://www.chaichana.net/
น้องก้อยค่ะ เด็กกำแพงเพชรเข้ากรุงมาเรียนและทำงานค่ะ :)

(0)
แวะเข้ามาชมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
SW19 วันที่ : 11/12/2011 เวลา : 23.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

(0)
กว่าจะได้เข้ามาเยี่ยมก็ช้า
เลยค่อยๆ อ่าน
ค่อยๆ ละเลียดดูแต่ละภาพ เพราะสวยเหลือเกิน
เห็นลายเหล็ก ที่น่าจะเป็น cast iron แล้วก็หลงใหล
ดูภาพแล้วคุ้นตา พอเห็นรายชื่อหนัง ก็เลยค่อยนึกออก

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวน่าสนใจ ที่เป็นอาหารตา คลายเครียดในช่วงที่อะไรๆ ก็เป็นวิกฤติไปเสียหมด

ช่วงที่เรื่องนี้ขึ้น SW19 กำลังท่องเอเชียอยู่ ระหว่างการพาผู้อาวุโสกลับไปส่งที่ประเทศไทย กลับมาถึงบ้านทางนี้แล้วถึงได้เข้ามาแอบดูบ้านนี้ เลยโชคดีได้เห็นสองเรื่องใหม่แม้จะสายโด่งไปหลายวัน

หวังว่าคุณสยุมพรสบายดีนะคะ / ครับ
ความคิดเห็นที่ 9
มะอึก วันที่ : 02/12/2011 เวลา : 08.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

(0)
พี่อู๊ด....
การอัฟบล็อก..อ่านบล็อกที่อเมริกาวันนี้เป็นไงบ้างครับพี่?

รำลึกถึงครับ
.
ความคิดเห็นที่ 8
vii๖ วันที่ : 30/11/2011 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gutswallow

(0)
แค่เพลงก็กินขาดแล้ว ความล้ำยุคผสมกับผีๆ ได้ดีทีเดียว ฮ่าๆ
เก๋อะ ประหยัดพลังงานด้วย เพราะใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์
ดูรูปจนตาแฉะเลย ยามนี่ก็เฝ้ามองหลายรูปเลย ฮ่าๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 7
INDYLOVE วันที่ : 30/11/2011 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

(0)
เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยหรู และคลาสสิคมากค่ะ..
ความคิดเห็นที่ 6
ลุงวอ วันที่ : 30/11/2011 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

(0)
ความคิดเห็นที่ 5
จิตราภรณ์ วันที่ : 30/11/2011 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jitrapon
ครั้นว่าได้ฮัก.....ฮักแล้วบ่ขืน....ครั้นว่าได้ลืน....บ่คืนออกได้....หมายถึง....รักแล้วรักเลย...ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด

(0)
สวย ขลัง งดงาม ละเมียดละไม มากเลยค่ะ

ทำให้อยากเห็นของจริงเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4
market วันที่ : 30/11/2011 เวลา : 12.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

(0)
อลังการ ละเอียดงดงามมาก อยากมีโอกาสไปชมเช่นกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
ลุงตุ่ย วันที่ : 30/11/2011 เวลา : 07.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

(0)
อลังการ์ครับพี่หยุม

อ่่านและชมภาพ

เหมือนไปเดินดูเองเลยครับพี่
ความคิดเห็นที่ 2
ตาหนุ่ม วันที่ : 30/11/2011 เวลา : 00.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zumon
รวม เรื่องดีๆ จากประสบการณ์ชีวิตและงานที่ปรึกษาด้านการวางระบบบริหารค่าจ้างเงินเดือน มาแบ่งปันสู่สังคม

(0)
เป็นอาคารที่ดูอลังการมากครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ทางแก้ว วันที่ : 29/11/2011 เวลา : 18.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

(0)
ภายนอกอาคารดูธรรมดาแต่ภายในนี่สุดยอดเลยครับ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน